จี้ทิงรู้สึกได้ว่าวงแขนของจี้เยี่ยนจื๋อคลายออกกะทันหันเมื่อครู่นี้ศีรษะของเขาถูกอีกฝ่ายหนีบไว้ข้างลำตัวจึงไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ผลก็คือทันทีที่เขาตั้งตัวตรงได้ร่างทั้งร่างก็ถูกหลินชิงที่วิ่งปราดเข้ามาดึงไปไว้ข้างหลังเพื่อปกป้องแล้ว
“เสี่ยวจื๋อ เธอ... เธอคิดจะทำอะไรเสี่ยวทิงน่ะ?” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกและหวาดกลัวราวกับว่าในมือของจี้เยี่ยนจื๋อมีอาวุธร้ายแรงอย่างไรอย่างนั้น
จี้ทิงชะงักงันกำลังจะอ้าปากอธิบายแต่แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะหยันดังออกมาจากลำคอของจี้เยี่ยนจื๋อแทน
“ผมจะทำอะไรได้?” เขายกยิ้มมุมปากนัยน์ตาฉายแววหยอกล้อทว่าดูแคลน “ก็ฆ่ามันให้ตายคามือยังไงล่ะ”
หลินชิงตัวสั่นสะท้านริมฝีปากสั่นระริก “ถ้าเธอมีเรื่องอะไรก็มาลงที่ฉันเสี่ยวทิงยังเด็ก”
“ฮึ เก็บจริตจะก้านพวกนี้ไว้แสดงให้จี้ซื่อเจ๋อดูเถอะ” จี้เยี่ยนจื๋อหมุนตัวกลับ ทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงเย็นชาและดุดัน“ถ้าฉลาดพอก็อย่ามาทำตัวน่าขยะแขยงแบบนี้ใส่ผม”
เมื่อเห็นเขาเดินจากไปไกลแล้วหลินชิงรีบหันกลับมาสำรวจทันที “เสี่ยวทิงลูกไม่เป็นไรใช่ไหม?”
จี้ทิงขยับถอยหลังเล็กน้อยน้ำเสียงของเขาดูห่างเหินจนกลายเป็นเย็นชา “จี้เยี่ยนจื๋อไม่ได้ทำอะไรผมครับเมื่อกี้เราแค่เล่นกันเฉยๆ เขายังไม่ทันได้ออกแรงด้วยซ้ำ”
“แต่เมื่อกี้เขาพูดว่า...”
“ถ้าเขาคิดจะฆ่าผมจริงๆ ตอนที่คุณแม่ไม่อยู่ตั้งนานเขาก็คงลงมือไปแล้วไม่จำเป็นต้องมาพูดต่อหน้าคุณแม่หรอก” อย่าว่าแต่จี้เยี่ยนจื๋อเลยแม้แต่จี้ทิงเองก็ยังรู้สึกอึดอัดใจแทน
ในอดีตเคยมีเรื่องที่จี้เยี่ยนจื๋อถูกใส่ความแบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำตอนเด็กๆ พอเจ้าของร่างเดิมร้องไห้จี้ซื่อเจ๋อก็จะลงโทษจี้เยี่ยนจื๋ออย่างไม่คิดจะถามหาเหตุผลยิ่งถ้าพ่อบ้านเอ่ยปากขอความเมตตา จี้เยี่ยนจื๋อก็จะยิ่งถูกทำโทษหนักกว่าเดิม
แววตาของหลินชิงดูเหม่อลอยไปครู่ใหญ่เธอหลุบขนตายาวหนาเป็นแพลง “พี่ชายลูกเกลียดพวกเรามาแต่ไหนแต่ไรพอแม่เห็นเขาลงไม้ลงมือ ก็เลยนึกว่าเขากำลังทำร้ายลูก”
ความสัมพันธ์ทางศีลธรรมที่ยุ่งเหยิงและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นมานานหลายปีของตระกูลจี้นั้นจี้ทิงไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์ และไม่เคยคิดที่จะเข้าไปคลี่คลายด้วย
ทว่าเรื่องนี้ต้นเหตุมาจากเขาดังนั้นจี้ทิงจึงเอ่ยว่า “คุณแม่เข้าใจเขาผิดเพราะงั้นคุณแม่ควรจะไปขอโทษเขานะครับ”
หลินชิงเงยหน้าขึ้นด้วยความตกตะลึง“ลูก... ลูกให้แม่ไปขอโทษเขาเหรอ?”
จี้ทิงพยักหน้าเล็กน้อย“ครับ”
หัวใจของหลินชิงพลันเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้งเธอมองจี้ทิงตั้งแต่หัวจรดเท้า ลูกชายไม่เพียงแต่ไม่ฟ้องแต่ยังบอกให้เธอเป็นฝ่ายไปขอโทษเสี่ยวจื๋อเนี่ยนะ เธอรีบคว้าแขนจี้ทิงไว้แน่น“บอกแม่มาตามตรง พี่เขาแอบทำอะไรลูกจริงๆ ใช่ไหม?”
จี้ทิงไม่เข้าใจว่าทำไมหลินชิงถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้เขามุ่นคิ้วเล็กน้อยพลางแกะมือเธอออก “ไม่มีครับจี้เยี่ยนจื๋อไม่ทำเรื่องแบบนั้นหรอก”
จากการได้สัมผัสรู้จักในช่วงเวลาที่ผ่านมาจี้ทิงรู้สึกจากใจจริงว่า [จี้เยี่ยนจื๋อไม่มีอะไรมากไปกว่าพวกชอบวางอำนาจ ปากร้ายอารมณ์รุนแรง และขี้งอน...]
ทุกคำจำกัดความที่แว่วเข้าหูทำให้ใบหน้าของจี้เยี่ยนจื๋อที่อยู่ชั้นบนมืดครึ้มลงทีละนิดนิ้วมือที่ทิ้งข้างลำตัวกำแน่นเข้าหากัน
[ถึงจะมีข้อเสียอยู่เพียบ แต่มันก็ไม่ได้ลบล้างความจริงที่ว่าลึกๆแล้วเขาเป็นคนดีหรอก]
คนดีงั้นเหรอ?
จี้เยี่ยนจื๋อแค่นหัวเราะอย่างนึกขำนี่ถึงขั้นแปะป้ายให้เขาเป็นคนดีเลยเรอะ มิน่าล่ะเจ้าหูน้อยจี้ถึงได้เจ็บแล้วไม่เคยจำมาตั้งหลายปี
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความดูแคลนทว่ากลับมองไม่เห็นว่าแววตาดุดันของตนเองนั้นเบาบางลง และเลือนหายไปในที่สุด...
หลังจากยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลินชิงจึงเชื่อว่าจี้เยี่ยนจื๋อไม่ได้ทำร้ายจี้ทิงจริงๆทว่าความวิตกกังวลบนใบหน้ากลับไม่ได้จางหายไปเลยแม้แต่น้อย“แม่รู้เรื่องอาของลูกกับจี้รุ่ยแล้วนะแม่ได้ยินว่าคุณปู่สงสัยในตัวลูกด้วยใช่ไหม?”
ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้เธอคงไม่กล้าเสี่ยงอันตรายแอบกลับมาจากต่างประเทศก่อนกำหนด
จี้ทิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า“จี้เจิ้นถิงคงไม่ได้สงสัยหรอกครับเขาแค่ต้องการหาข้ออ้างต่อหน้าทุกคน เพื่อให้ผมไปรับผิดแทนจี้ลี่ผิงเท่านั้นเอง”
ลมหายใจของหลินชิงสะดุดกึกในชั่วพริบตานั้น น้ำตาของหล่อนก็ทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก“เขา... เขาทำแบบนั้นได้ยังไง!อย่างน้อยลูกก็มีสายเลือดของตระกูลจี้ไหลเวียนอยู่นะ ถ้าชีวิตจี้ลี่ผิงสำคัญนักแล้วชีวิตลูกล่ะ... ชีวิตลูกไม่มีค่าเลยหรือไง?!”
“เขามีสิทธิ์อะไรมาให้ลูกรับผิดแทน มีสิทธิ์อะไร...” หลินชิงสะอื้นไห้อย่างหนักพลางพร่ำพูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาความอัดอั้นตันใจและความโกรธแค้นที่สั่งสมมาถึงจุดขีดสุดในทันที
นับตั้งแต่หลินชิงแต่งงานเข้าบ้านนี้มาคนในตระกูลจี้ก็ดูถูกเหยียดหยามเธอมาตลอดและเธอก็ยอมกล้ำกลืนฝืนทนกับการตัดสินใจของตัวเองเก็บกดทุกความรู้สึกไว้ลึกสุดใจไม่ให้ใครเห็นแต่ความพยายามอดทนมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความหยามเกียรติมานานนับปีกลับแลกมาด้วยการที่จี้ทิงถูกดูหมิ่นและเกือบโดนทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต
เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินชิงก็จมดิ่งสู่ความเศร้าโศกจนสติแทบหลุด เธอร้องไห้จนยืนแทบไม่อยู่ทำได้เพียงกุมมือจี้ทิงไว้พร้อมพร่ำเพ้อด้วยความรู้สึกผิด
“แม่ขอโทษ... ทั้งหมดเป็นเพราะแม่เอง... เป็นความผิดของแม่เอง...แม่ผิดไปแล้ว...”
จี้ทิงไม่คาดคิดว่าเธอจะสะเทือนใจขนาดนี้เขาไม่รู้จะปลอบประโลมอย่างไร จึงได้แต่กล่าวว่า “เรื่องมันผ่านไปแล้วครับวันนั้นจี้เยี่ยนจื๋อพาผมออกมาจากเฮ่อหยวนหลังจากนั้นจี้เจิ้นถิงก็ไม่ได้พูดอะไรอีก”
หลินชิงชะงักไปครู่หนึ่งเธอเงยหน้ามองจี้ทิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม“เสี่ยวจื๋อ... เขาเป็นคนช่วยลูกงั้นเหรอ?”
แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดแต่จี้ทิงก็ไม่อยากอธิบายอะไรให้ยืดเยื้ออีก “ครับเขาช่วยผมไว้”
หลินชิงไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้เธอนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ใบหน้าแสดงสีหน้าประหลาดที่ก้ำกึ่งระหว่างความเสียใจและความยินดีเป็นอารมณ์ที่ผสมปนเปจนจี้ทิงอ่านไม่ออกเลยสักนิดเดียว
เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าอย่างรีบร้อนและรุนแรง“เสี่ยวทิง ตอนนี้แม่กลับมาแล้ว ลูกไม่ต้องกลัวนะเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว”
จี้ทิงไม่ได้กังวลเรื่องนั้นเพราะจี้เจิ้นถิงคงไม่กล้ามาตอแยกับเขาอีกเว้นแต่ว่าอยากจะยกโขยงกันไปกินข้าวแดงในคุก
เมื่ออารมณ์เริ่มสงบลงหลินชิงก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ฟังดูแปลกหูออกมา“แม่ต้องไปแล้ว คืนนี้แม่ไม่นอนที่บ้าน และเรื่องที่แม่กลับมาลูกก็อย่าเพิ่งบอกพ่อล่ะ”
พูดจบเธอก็แสร้งยิ้มอย่างฝืนๆ“แม่แค่อยากรู้ว่าถ้าจู่ๆ พ่อเห็นว่าแม่หายไปเขาจะร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูกหรือเปล่า”
จี้ทิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ“เรื่องที่คุณแม่กลับมา จี้เยี่ยนจื๋อก็รู้นะครับ”
หลินชิงมองเขาด้วยแววตาสับสน“ลูกลืมไปแล้วเหรอ เสี่ยวจื๋อไม่พูดกับพ่อของลูกเลยนะแล้วเขาจะไปบอกความลับได้ยังไง?”
จี้ทิงลองคิดดูหลายปีมานี้ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ
“ครับ ผมจะไม่พูดครับ”
“เด็กดี” หลินชิงเอื้อมมือไปหมายจะลูบหน้าเขาตามสัญชาตญาณทว่าจี้ทิงกลับเบี่ยงตัวหลบ
หลินชิงชะงักไปทันใดนั้นมือถือของเธอก็สั่นขึ้นมา เธอยกมือขึ้นมาดูท่าทีก็พลันเคร่งเครียดและระแวดระวังขึ้นมาทันที
“แม่ไปก่อนนะ ลูกทานข้าวให้อิ่มล่ะ”
จี้ทิงมองดูเธอรีบร้อนเดินออกจากตึกทิศตะวันตกไปและเมื่อประตูบานใหญ่ปิดลงคฤหาสน์เก่าหลังนี้ก็กลับสู่ความเงียบสงัดของยามดึกอีกครั้ง
เขาไม่ใช่เจ้าของร่างเดิมจึงไม่ได้ซื่อบื้อจนดูไม่ออกว่าการกลับมาของหลินชิงครั้งนี้เต็มไปด้วยพิรุธทุกย่างก้าวประกอบกับเรื่องรูปถ่ายปลอมก่อนหน้านี้ด้วยแล้วสันนิษฐานได้เลยว่าสามีภรรยาคู่นี้ต้องมีความลับที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่แน่
แต่แล้วยังไงล่ะ...จี้ทิงจะไม่ไปขุดคุ้ย และจะไม่เข้าไปแทรกแซง นอกจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์แล้วเขาก็ไม่มีความสนใจที่จะสำรวจเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น
“เธอไปแล้วเหรอ?”
เสียงที่โพล่งขึ้นมาอย่างกะทันหันทำเอาจี้ทิงสะดุ้งสุดตัว
เมื่อเห็นเขาขวัญอ่อนจนตัวสั่นเหมือนกระต่ายจี้เยี่ยนจื๋อก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ขี้ขลาดอย่างกับมด”