บทที่ 16 อัจฉริยะ!
เดิมทีจินฝูสี่เองก็มิได้มีพลังฝีมือสูงส่งนัก เพียงเป็นักพรตขั้นปราณก่อนกำเนิด อีกทั้งตำแหน่งบนยอดเขาก็มิได้โดดเด่น ผู้นั้นเกรงว่าตนเองไปพบท่านอาจารย์เพียงลำพังจะตกเป็รอง จึงทำเื่น่าอายอย่างยิ่ง ด้วยการลากท่านประมุขยอดเขาของตนมาด้วย
ยอดเขาจู๋สิง
ท่านเหลียนซิงและท่านจ้านฝานต่างจ้องตากัน มิมีผู้ใดปรารถนาจะยอมแพ้
“ท่านจ้าน เื่นี้มิใช่เื่เล็กที่ท่านทำใหญ่โตไปหรือ? กฎของสำนักล้วนเป็เช่นนี้ ต้นทุนการเรียนรู้ของศิษย์ ย่อมต้องให้ยอดเขาเป็ผู้รับผิดชอบไป” เหลียนซิงเอ่ย
“มิใช่ว่าข้ามิ้ารับผิดชอบ เพียงแต่ท่านอาจารย์ก็เห็นเช่นกัน ภาระมันหนักเกินไป!” ท่านจ้านฝานกล่าว
เหลียนซิงเริ่มทำหน้าหนาอย่างไม่ละอาย “อย่างไรเสีย ศิษย์น้อยของข้าก็เรียนอย่างจริงจัง ลงมือวาดอย่างขยันขันแข็ง มิได้ขีดเขียนเลอะเทอะ ย่อมต้องนับเป็ต้นทุนการศึกษาของยอดเขาหงฝู”
มุมปากของจ้านฝานกระตุกอย่างรุนแรง ในใจด่าทอไม่หยุด ท่านก็รู้ดีว่าศิษย์น้อยของท่านไม่มีพลังปราณ แม้วาดได้ก็ไร้ค่า แม้จะวาดออกมาเป็ยันต์ ยันต์นี้ก็ไม่มีทางสำเร็จได้ ชัดเจนว่าเป็การทำให้ยอดเขาหงฝูของเขาเป็เหยื่อ เพื่อหลอกลวงศิษย์ให้มีความสุข!
“มิได้ มิได้เด็ดขาด ท่านอาจารย์ ท่านต้องรับผิดชอบอุดรูรั่วนี้ด้วยตัวท่านเอง”
“เช่นนี้มิใช่เ้ากำลังเล่นตุกติกหรือ?”
“... ใครกันแน่ที่ขี้โกง”
สายตาคมกริบของอีกฝ่ายจ้องเขม็งมาที่เขา ราวกับเสือที่จ้องมองเหยื่อ ทำเอาเขาเกิดอาการร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เขากระแอมไอเบา ๆ แล้วหยิบยันต์ที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาพลางกล่าวว่า “ท่านดูสิ ยันต์ที่ศิษย์น้อยของข้าวาดช่างวิเศษยิ่งนัก”
ท่านเองก็รู้อยู่แก่ใจมิใช่หรือ ว่ามันช่างสมบูรณ์ขนาดไหน
หากไม่เห็นแก่พร์ของนาง เพียงแต่นางขาดพลังปราณ คงไล่นางออกไปเสียั้แ่ตอนนั้นแล้ว
จ้านฝานเบนสายตาไปมา พลันฉีกยิ้มกว้างแล้วเอ่ยว่า “ท่านเ้าสำนัก หากท่านไม่้าควักกระเป๋า ปีหน้าก็เพิ่มงบประมาณให้กับยอดเขาหงฝูของพวกข้าก็ได้”
เขาถึงกับพูดไม่ออก
เ้าคนหน้าหนาอย่างจ้านฝาน คิดจะมาเอาเปรียบข้าเช่นนี้เองรึ!
“ไม่ได้!”
“ไม่ได้ก็จ่ายค่าอุปกรณ์ของศิษย์ท่านมา!”
“นี่มันชัด ๆ ว่าเป็ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาวิชาความรู้มิใช่รึ!”
“ท่านเ้าสำนัก ท่านช่างทำตัวไม่สมกับเป็ผู้ใหญ่เลยนะขอรับ!”
“เหลวไหล!”
เสียงโต้เถียงดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งถูกขัดจังหวะด้วยเสียงร้องของนกกระเรียนดังมาแต่ไกล เหลียนซิงรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนยิ้มแย้มต้อนรับ
“โอ๊ะ ศิษย์น้อยของข้ากลับมาแล้ว”
รอยยิ้มอันเจิดจ้านั่น ทำเอาจ้านฝานกับจินฝูสี่ใจนสะดุ้ง
ทุกคนรู้ก็รู้ว่านี่คือศิษย์ของท่านเ้าสำนัก แต่ถ้าคนไม่รู้ ได้ยินเข้าคงคิดว่าเป็บุพการีของท่านเ้าสำนักป็นแน่
ไม่ต้องพูดก็รู้ พวกเขาทั้งสองต่างก็คาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ
จีอู๋ซวงเห็นยันต์ของนาง นึกว่าพวกเขาค้นพบวิธีปลุกพลังยันต์แล้วจึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ท่านอาจารย์ ยันต์ของข้าเป็เช่นไรบ้าง”
จีอู๋ซวงไม่เคยคิดว่ายันต์ของนางล้มเหลว เพราะสัญชาตญาณของผู้แข็งแกร่งเช่นนางไม่มีทางผิดพลาด เพียงแต่ยังขาดโอกาสในการปลุกพลังเท่านั้น
เหลียนซิงนั้น แม้จะต้องควักเนื้อตัวเองก็ไม่คิดยอมให้บรรพบุรุษน้อยต้องเสียใจไปด้วย จึงรีบยิ้มกว้างกล่าวว่า “ดี ๆ ๆ ยันต์ของเ้า ย่อมต้องดีอยู่แล้ว!”
“จริงหรือ”
“จริงสิ!”
เพื่อยืนยันว่าตนนั้นมิได้กล่าวเท็จเหลียนซิงจึงได้ถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปในยันต์ที่อยู่ในมืออย่างเบิกบาน
ชั่วพริบตานั้นเอง ยันต์ในมือเขาก็เปล่งประกายสีทองสว่างไสว!
สว่างไสวขนาดไหนหรือ?
เกือบจะทำให้ตาของเหลียนซิงพร่ามัวไปชั่วขณะ!
รอจนแสงสว่างจางหาย เหลียนซิงก็เบิกตากว้าง จ้องมองยันต์เคลื่อนย้ายขั้นสูงที่อยู่ในมืออย่างอึ้งงัน พูดไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่
เขารู้สึกได้ถึงพลังปราณ... พลังปราณที่เชื่อมโยงอย่างแแ่ระหว่างตัวเขากับยันต์ผืนนี้!
นั่นหมายความว่า... ตัวเขากลายเป็ผู้วาดยันต์ผืนนี้ไปแล้วหรือ?!
ล้อกันเล่นรึ!
“นี่มันยันต์ของจีอู๋ซวงชัด ๆ!”
ขณะที่เหลียนซิงกำลังครุ่นคิดศึกษาอักขระบนกระดาษยันต์อยู่นั้น ทันใดนั้นมันก็ถูกแย่งชิงไป
จ้านฝานถือกระดาษยันต์ไว้ในมือประดุจดังได้ของล้ำค่า ดวงตากลมโตเบิกกว้าง จ้องมองอย่างพินิจพิเคราะห์ พลิกไปพลิกมาดูอยู่หลายรอบ พลางพึมพำกับตนเองไม่หยุด
“เป็ไปได้อย่างไร... นี่มันมหัศจรรย์เกินไปแล้ว... จินฝูสี่! เ้ามาดูนี่เร็วเข้า!”
ร่างกายท้วมใหญ่ของจินฝูสี่เบียดเข้ามาหา มิหนำซ้ำยังใช้บั้นท้ายอันใหญ่โตกระแทกเหลียนซิงจนเซไปอีก
เหลียนซิงได้แต่คิดในใจอย่างงุนงง
นี่มันเป็ไปได้อย่างไรกัน?
ตำแหน่งเ้าสำนักอย่างข้าหาได้มีความหมายอันใดไม่?
ทั้งสองปรึกษาหารือกันอยู่นานครู่ใหญ่ จินฝูสี่ก็หยิบกระดาษยันต์หายตัวอีกแผ่นหนึ่งขึ้นมา
เมื่อเขาถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปในกระดาษยันต์ แสงสีทองก็ส่องประกายเจิดจ้าอีกครั้ง กระดาษยันต์หายตัวชั้นเลิศสำเร็จลงอีกหนึ่งแผ่น!
ครานี้ ผู้สร้างยันต์กลับกลายเป็จินฝูสี่เสียเอง
จ้านฝานเองก็ทดสอบดูบ้าง ผลปรากฏว่าไม่ต่างกัน
ทั้งสอง ต่างตกตะลึงกับผลลัพธ์จนแทบจะหุบปากไม่ลง
“เหลือเชื่อ!”
“เหตุใดจึงเป็เช่นนี้?”
“นี่... นี่มันคือยันต์ที่เชื่อมต่อกับกฎเกณฑ์์ หากผู้ใดผนึกพลังปราณลงไป ยันต์ก็จะทำงาน กลายเป็ยันต์ขั้นสุดยอดงั้นรึ?”
“ไม่ ไม่ ไม่ใช่เช่นนั้นแน่... หรือบางทีระดับพลังปราณของผู้ใช้ อาจส่งผลต่อระดับของยันต์ก็เป็ได้?”
“อืม พวกเราน่าจะลองให้ศิษย์ระดับสร้างรากฐานมาทดสอบดูสักหน่อย...”
ขณะสนทนากัน จ้านฝานกับจินฝูสี่ก็เงยหน้าขึ้น มองจีอู๋ซวงด้วยสายตาอันร้อนแรง ราวกับจ้องมองซาลาเปาเนื้อฉ่ำ ๆ ทั้งสองเอ่ยปากเสียงหวาน
“ศิษย์น้อย ยันต์นี่มันเป็เช่นไรกันแน่? เ้าััได้หรือไม่ว่าตนเองวาดสำเร็จแล้ว?”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยเช่นนี้ ทำเอาขนลุกชูชันไปทั่วทั้งร่าง
จีอู๋ซวงกระตุกยิ้มมุมปาก “ข้ารู้สึกได้ว่าข้าทำสำเร็จแล้ว”
สายตาของทั้งสองอ่อนโยนลง “โอ๊ะ เสี่ยวอู๋ซวงของพวกเรานี่ช่างเก่งกาจยิ่งนัก!”
“อัจฉริยะ! เป็อัจฉริยะจริง ๆ!”
“เสี่ยวอู๋ซวง เ้าอยากเข้าร่วมกับยอดเขาหงฝูของข้า เป็ศิษย์ของยอดเขาหงฝูของข้าหรือไม่?”
“???” เหลียนซิงนิ่งงันไป
ข้าที่เป็ถึงประมุขยังอยู่ตรงนี้ พวกเ้ายังจะกล้ามาแย่งศิษย์ข้ากันอีกหรือ?