ตอนที่ 4 กับข้าว?
เมื่อความกลัวมันค่อยๆ กัดกินหัวใจของผมไปทีละนิด ทีละนิด มันเริ่มเข้ามารบกวนจนทำให้ผมเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายเป็กังวลใจ ลึกเข้าไปข้างในอกข้างซ้ายก้อนเนื้อที่ยังเต้นอยู่ ถ้ามันเปรียบเหมือนดั่งหินผาที่แข็งแกร่ง มันคงค่อยๆ ซึกกร่อนลงไปทีละนิด ทีละนิด ไปนานแล้ว แต่นี้มันกลับเป็ก้อนเนื้อ ที่ขยับได้และยังคงเต้นอยู่ตลอดเวลา และมันยังบอกได้ว่าผมยังชีวิตอยู่ ก้อนเนื้อก้อนนี้มันเลยยังไม่ฉีกขาด สะบัดจากกันเท่านั้นเอง
ผมค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้เด็กชาย ทีละนิด ทีละนิด จนตอนนี้ผมอยู่ใกล้ตัวเขา เพียงแค่ฝ่ามือเดียว ที่กั้นผมและเขาให้ห่างกัน ผมมองเข้าอย่างสำรวจ และมองเขาในฐานะเพื่อนใหม่คนหนึ่ง ที่ตัวของผมเองพร้อมจะทำความรู้จักกับเข้าเต็มทีแล้ว ผมเริ่มต้นทำความรู้จักเขาด้วยการเขย่าแขนของเด็กชาย แรงเขย่าของผมมันแรงพอที่จะทำให้ตัวของเด็กชาย สั่นระริก ไปทั้งตัว แต่มันกลับแปลกที่ตัวของผมเองเขย่าเด็กชายแรงเท่าเท่าใด แต่มันกลับไร้ผลประโยชน์ เมื่อมันไม่มาสามารถปลุกเด็กชายให้ตื่นหนีจากภวังค์อันหลับใหลนั้นได้เลย
ผมเขย่าร่างของเด็กชายนั้นติดต่อกัน อยู่หลายที จนตัวผมเอง กลับเป็คนที่เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาแทน ที่ที่เขาจะตื่น และมันเริ่มค่อยๆ ชัดเจนเมื่อเหงื่อไคลเริ่มผุดขึ้นมาตามร่างกายของผม และมันมากพอที่จะทำให้เสื้อผ้าของผมเริ่มเปียกชุ่ม ผมรีบปาดเหงื่อออกจากหน้าของผม เมื่อมันกำลังจะหยดลงแขนของเด็กชาย
เฮ้อ.........เฮ้อ........... เสียงถอนหายใจของคนสิ้นหวัง เพียงเอียงหูเข้ามาใกล้ กลิ่นอายความท้อแท้ก็ทอประกายแผ่เป็วงกว้าง
ผมนั่งฟุกลงกับพื้น พร้อมกอดเข่าสองข้างเอาไว้อย่างแ่า และแล้วก็เริ่มมีเสียงบางอย่างดังขึ้น มันดังมาจากหน้าประตู ผมรีบผงะหัวขึ้นมาและจ้องเขม้งไปยังบานประตูนั้นด้วยความหวัง และแล้วลูกบิดที่ทำจากโลหะชั้นเยี่ยม ก็ค่อยๆ หมุนช้าๆ จนในที่สุด ก็เผยให้เห็นเ้าเสียงนั้น
ผมเขาตาปริบๆ ในใจพรางกลับเป็ความก็รู้สึกกลัวที่มีมากกว่า ชายในชุดขาว เขาสวมเครื่องแบบนายทหารเรือ รัดรูป จนเผยให้เห็นหุ่นที่กำยำนั้น ดั่งราวรูปปั้นใน ผมยอมรับวินาทีแรกที่ผมเห็นเขา ผมเริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก เพราะสีตราและสัญญาที่ปักบนเครื่องแบบนั้นยืนยันว่า เขาเป็คนของทางการ และนำซ้ำยังเป็ทหารเรืออีกด้วย ผมฉีกยิ้มต้อนรับทหารหนุ่มที่กำลังเดินดุ่มๆ พุ่งเข้ามาหาพวกเรา เขาเลือกที่จะเดินเบียงแล้วพุ่งมาที่ทางของผมนั่งฟุกอยู่
“เ้าหนู ได้เวลาอาหารแล้ว ปลุกเพื่อนๆ ของเ้าขึ้นมาด้วย”
พี่ทหารหนุ่มค่อยๆ วางถาดอลูมิเนียมลง ข้างๆ ตัวของผม ผมชายตามองที่ถาดอาหารนั้นด้วยความสนใจ มันมีอยู่ 3 ถาด และเป็จำนวนเท่ากับ ผม เด็กชายคนนั้น และเด็กหญิงอีกคน นั้นพอดี และในถาดนั้น มีข้าวสวย (ข้าวเ้า) และกับข้าวอยู่ 2 อย่าง ผมรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เมื่ออยู่ๆ ผมก็ดันกลืนน้ำลาย กร่อลงท้อง เมื่อกระเพาะของผม จู่ๆ มันก็อยากเริ่มทำงานขึ้นมาทันที ก็ดูซิ น้ำย่อยของผมมันเริ่มกัดกินขอบเนื้อผนังแล้ว ผมรู้สึกปวดท้องขึ้นมา ไม่รู้ว่าอาการเช่นนี้เป็เพราะความหิวที่มากล้น หรือ เพราะผมเป็โรคกระเพาะกันแน่ และตอนนี้ผมเริ่มก็อดกลั้นความหิวไว้ไม่อยู่แล้ว จึงต้องเลือกทำเช่นนั้นไปก่อน
พี่ทหารเรือเขามองผมด้วยสายตา กรุ่มกริ่ม และกระดิกคิ้วที่หนาทึบนั้น เหมือนเขากำลังจะบอกผมว่า เขาเข้าใจความรู้สึกของผม แต่พี่เขาไม่ได้พูดอะไรกับผม
“กินๆ ซะ ปลุกเพื่อนขึ้นมาด้วยล่ะ”
พี่ทหารพูดขึ้น แล้วเขาก็เดินจากผมไป เห็นแต่เื้ัของพี่เขา พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกปิดลงและตามด้วยเสียง ล็อค จากด้านนอก
มันทำให้ตัวของผมถึงกลับสะดุ้งโยงขึ้น ั์ตาของผมลุกพราว........
ผมตื่นเต้น ประกอบกับทั้งหิวด้วย จนลืมถามพี่เขาในสิ่งที่ผมอยากรู้ และอีกอย่าง ผมก็ไม่รู้ว่าจะสื่อสาร หรือ พูดคุยกับพี่เขายังไง?
ก็ในเมื่อผม เป็ใบ้ ผมพูดไม่ได้
.....................................
เราจะอยู่ด้วยกันในโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้
รู้สึกอย่างไร เอามาแชร์กัน