ทะลุมิติมาด้วยระบบเลี้ยงลูกในยุค 60

    พี่สะใภ้รองล้มลง

    เย่ชิงหรั่นกลับมาทานอาหาร และเริ่มถักเสื้อไหมพรมให้ฉีหงซิง เธอนั่งถักนานจนปวดหลังเลยเข้าไปงีบหลับ

    “ชิงหรั่น ชิงหรั่น”

    เธอตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือเมื่อได้ยินเสียงคนเรียกและลุกขึ้นมาเปิดประตู

    แอ๊ด

    “พี่สะใภ้ ลิ่วหยารีบเข้ามาเร็วเข้า”

    หวงอิงโบกมือปฏิเสธ “ฉันจะไม่เข้าไป แค่ให้ลิ่วหยามาอยู่เป็๞เพื่อนคุณ”

    “ลิ่วหยาอยู่กับอาสะใภ้อย่าซนมากรู้ไหมลูก” หวงอิงพูดจบก็จากไป

    เย่ชิงหรั่นเห็นลิ่วหยายืนถูปลายเสื้อของเธอ และยิ้มกว้างให้เธออย่างเขินอาย ก็เข้าไปจูงมือเธอเข้ามา

    ลิ่วหยาสวมเสื้อผ้าปะติดปะต่อ และผอมแห้งเหลือแต่กระดูกเหมือนเด็กคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน แต่เธอมีดวงตาที่สดใส และช่างพูด ไม่เหมือนลูกสาวคนอื่นของพี่สะใภ้รองที่เงียบและเอาแต่ก้มหน้าเมื่อเจอผู้คน

    “ลิ่วหยา หิวไหม มากินข้าวเที่ยงกับอาสะใภ้กันเถอะ”

    เธอจูงลิ่วหยามานั่งที่โต๊ะทานอาหารแล้วไปหยิบกับข้าวมาจากในครัว

    เมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะ ลิ่วหยาก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นและปรบมือ “ว้าว หมูตุ๋น มันหอมมาก”

    เธอมองไปเย่ชิงหรั่นด้วยดวงตาที่ไร้เดียงสาของเธอ “อาสะใภ้ ฉันกินมันได้จริงๆ เหรอคะ”

    เย่ชิงหรั่นลูบหัวเธอเบาๆ “แน่นอนจ๊ะ ลิ่วหยากินมันได้”

    เมื่อกินข้าวเสร็จเธอก็เอาหวีมาหวีผมของลิ่วหยา แล้วมัดใหม่ให้เธอ

    ลิ่วหยาชอบมันมาก เธอนั่งหน้ากระจกหันซ้าย หันขวา และลูบผมของเธออย่างมีความสุข

    หลังจากนั้นเย่ชิงหรั่นก็หยิบลูกอมนมมาให้เธอสองลูก แล้วสอบเธอนับเลข และวาดรูปด้วยกัน

    พวกเธอใช้เวลาด้วยกันตลอดบ่าย เย่ชิ่งหรั่นเหนื่อยนิดหน่อย ลิ่วหยาก็เหมือนเด็กทั่วไปที่ซนและสมาธิสั้น เธอต้องหลอกล่อด้วยวิธีการมากมาย แต่เธอก็มีความสุขมากเช่นกัน เด็กตัวเล็กๆ แบบนี้ช่างไร้เดียงสา หัวใจของเธออบอุ่นขึ้นเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเธอ


    “สิบเอ็ด สิบสอง สิบสี่”

    “ฮ่า ฮ่า ลิ่วหยามันผิดอีกแล้ว ลองใหม่อีกรอบไหมจ๊ะ”

    วันนี้เป็๞วันที่ห้าแล้วที่เธอกับลิ่วหยาอยู่ด้วยกันใน๰่๭๫บ่าย มันครบ 24 ชั่วโมง ตามที่ระบบกำหนดแล้ว และรางวัลก็เข้ามาอยู่ในมิติของเธอเรียบร้อย เหลือแค่ยังไม่ได้หมุนวงล้อเสี่ยงโชค เธอจะเก็บไว้ทำในตอนกลางคืน

    ลิ่วหยาสนิทกับเธอมากขึ้นพวกเขาหากิจกรรมมาเล่นด้วยกันทุกวัน เธอเริ่มจินตนาการถึงลูกของเธอและฉีหงซิงที่กำลังจะคลอดออกมาในอีกไม่กี่เดือน ว่าลูกจะเป็๲ผู้หญิงหรือผู้ชาย เหมือนเธอหรือเหมือนฉีหงซิง เย่ชิงหรั่นยิ้มอย่างนุ่มนวล และลูบท้องของเธอเบาๆ

    ลิ่วหยาเห็นอาสะใภ้ของเธอเริ่มเหม่อลอย นั่งลูบท้อง และไม่ได้ฟังเธอนับเลข เธอก็แบนปากเล็กๆ ของเธอ “อาสะใภ้หิวอีกแล้วเหรอคะ ทำไมไม่สนใจลิ่วหยาเลย”

    เย่ชิงหรั่นหัวเราะและหอมแก้มเธอ “อาสะใภ้ไม่หิวแค่คิดอะไรเพลินๆ จนไม่ได้ยินลิ่วหยา”

    ลิ่วหยาปิดปากของเธอและหัวเราะเบาๆ “ฮิฮิ อาสะใภ้กำลังคิดถึงอาสี่แน่นอน ลิ่วหยารู้”

    เย่ชิงหรั่นหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ลิ่วหยาเป็๲แค่เด็กสามขวบเธอจะคิดเองได้ยังไง? ต้องมีใครพูดให้เธอได้ยินแน่นอน ถึงมันจะเป็๲เ๱ื่๵๹จริงแต่มันก็น่าอายไม่ใช่เหรอ? ที่ถูกเด็กตัวเล็กหยอกล้อแบบนี้

    เธอแก้แค้นลิ่วหยาด้วยการจี้เอวของเธอ จนทั้งบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ


    เมื่อลิ่วหยากลับไปแล้วเย่ชิงหรั่นก็เริ่มถักเสื้อไหมพรมให้ฉีหงซิงอีกตัว เธอทำเสร็จไปหนึ่งตัวแล้ว เธอไม่ได้ถักมานานมากจนลืมวิธีไปบ้าง เสื้อตัวแรกจึงเสร็จช้ามาก แต่ตัวที่สองเริ่มเร็วขึ้นมันน่าจะเสร็จภายในสามวัน

    เย่ชิงหรั่นได้ยินเสียงทะเลาะกัน และมีเสียงเด็กร้องไห้เสียงดัง ทำไมมันเหมือนเสียงของลิ่วหยา? เธอรีบลุกขึ้นเดินไปที่บ้านพ่อแม่สามีทันที

    เมื่อไปถึงเธอเห็นแม่สามีของเธอกำลังทุบตีพี่สะใภ้ใหญ่ และพี่สะใภ้ใหญ่ก็เอาแต่กรีดร้อง ยกมือปัดป้องพยายามหลบฝ่ามือของแม่สามี ส่วนฉีต้าเป่าก็นอนกลิ้งร้องไห้อยู่บนพื้น

    ด้านหลังมีพี่สะใภ้รองนั่งอยู่บนพื้นด้วยใบหน้าซีดเซียว กัดริมฝีปากของเธอจนแน่นเพื่อระงับความเ๽็๤ป๥๪ แต่ไม่มีใครสนใจเธอนอกจากลิ่วหยาที่กำลังร้องไห้เสียงดัง และกอดแม่ของเธอ เย่ชิงหรั่นรีบวิ่งไปหาพี่สะใภ้รองทันที “พี่สะใภ้ เป็๲อย่างไรบ้าง ลุกไหวไหมคะ”

    หวงอิงส่ายหัวอย่างอ่อนแรง เธอถูกพี่สะใภ้ใหญ่ผลักลงกับพื้น เธอปวดหน่วงที่ท้องมากจนเกือบจะเป็๞ลม ลูกของเธอจะยังอยู่ไหม? หวงอิงน้ำตาไหล และเป็๞ลมสลบไป