ถังเป่า : เทพธิดาตัวน้อยน้อยผู้พลิกชะตาราชวงศ์ชิง

    บทที่ 13 ใครเป็นคนตัดสินเรื่องเงิน

            อารมณ์ของเด็กน้อยนั้นมาเร็วและไปเร็วเสียยิ่งกว่าสิ่งใด

     

            เมื่อกลับมาถึงตำหนักเฉียนชิง กู้เวิ่นสิงซึ่งได้รับแจ้งข่าวล่วงหน้าแล้ว ได้นำนาฬิกาพกเรือนเล็กออกมา ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจของถังเป่าได้สำเร็จ

     

            "ว้าว!"

     

            นางอุทานออกมา ดวงตาเป็๲ประกายระยิบระยับ

     

            "นาฬิกา... นาฬิกาเรือนเล็กขนาดนี้เลย!"

     

            กู้เวิ่นสิงไม่ได้อธิบายในทันที แต่ส่งสายตาไปทางจักรพรรดิคังซีแทน

     

            "อะแฮ่ม"

     

            จักรพรรดิคังซีจึงรับโอกาสที่กู้เวิ่นสิงหยิบยื่นให้ และเป็๲ผู้ลงมืออธิบายให้ถังเป่าฟังด้วยตนเอง

     

            "ถังเป่า สิ่งนี้แม้จะใช้ดูเวลาเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกับนาฬิกาตั้งพื้นในหออุ่นตะวันออกนะ แม้แต่ชื่อเรียกก็ยังไม่เหมือนกันเลย!"

     

            ถังเป่าที่กำลังคลำนาฬิกาพกเล่นครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วเอียงคอหันไปมองจักรพรรดิคังซี

     

            "ขนาดไม่เท่ากันหรือเพคะ?"

     

            เรือนหนึ่งสูงจากพื้นจรดเพดาน ใหญ่ขนาดนั้นนนน! แต่อีกเรือนกลับสามารถกำได้มิดด้วยมือน้อย ๆ ของนาง ความแตกต่างของขนาดนั้นชัดเจนมากจริง ๆ

     

            จักรพรรดิคังซีลูบหัวถังเป่าด้วยความพึงพอใจ พร้อมกับอุ้มนางไปยืนนิ่งอยู่หน้านาฬิกาตั้งพื้นเรือนสูงใหญ่นั้น

     

            "ถังเป่าพูดถูกแล้ว ขนาดคือความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุด!"

     

            "ส่วนความแตกต่างอย่างที่สองก็ง่ายมาก อย่างเช่นเรือนนี้ อะไรก็ตามที่ใช้สำหรับตั้งวาง ไม่สามารถพกติดตัวได้ จะเรียกว่า 'นาฬิกาตั้งพื้น’"

     

            เขาเปิดนาฬิกาพกในมือของถังเป่า "แต่สิ่งที่อยู่ในมือถังเป่านี้ สามารถพกติดตัวได้สะดวก ดูเวลาได้ทุกเมื่อ จะเรียกว่า 'นาฬิกาพก’"

     

            "ที่พ่อพูดมาทั้งหมดนี้ ถังเป่าเข้าใจหรือไม่?"

     

            ถังเป่าฟังจักรพรรดิคังซีแนะนำเนื้อหาเป็๲ชุดจนดวงตาเริ่มพร่ามัว

     

            เมื่อได้ยินคำถามสุดท้ายของจักรพรรดิคังซี นางจึงวางคางน้อย ๆ ลงบนไหล่ของเขา แล้วชี้ไปที่นาฬิกาตั้งพื้นอย่างระมัดระวัง

     

            "นี่คือนาฬิกาตั้งพื้น"

     

            จากนั้นก็ชี้ไปที่นาฬิกาพกในมือ "นี่คือนาฬิกาพก..."

     

            "ถังเป่าฉลาดจริง ๆ พูดถูกหมดเลย!"

     

            จักรพรรดิคังซีมองถังเป่าที่ส่งเสียงอ้อแอ้และมีความประหม่านิด ๆ แล้วก็หอมแก้มของนางฟอดใหญ่ หลังจากหอมเสร็จ เขายังรู้สึกเสียดายเล็กน้อย

     

            "น่าเสียดายที่ถังเป่าของพวกเรายังผอมไปนิด รอให้เลี้ยงจนอ้วนกว่านี้อีกหน่อย จะได้เอามาเป็๲กับแกล้มเหล้าให้พ่อ... ไม่ใช่สิ ให้พ่อได้หอมแก้มเล่นให้จุใจมากกว่า!"

     

            จักรพรรดิคังซีแกล้งพูดผิด แต่ถังเป่าที่จับได้ก็ส่งเสียง "จุ๊บ" หอมแก้มเขาคืนเช่นกัน

     

            "ถังเป่าก็หอมด้วย!" นางพูดพร้อมกับกะพริบตาโตกลมดิ๊ก

     

            ท่านพ่อจอมทึ่มอย่างจักรพรรดิคังซีถูกนางทำให้เคลิ้มจนหัวหมุนไปหมดในทันที

     

            ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงดังมาจากด้านนอก

     

            "เมื่อวานได้ยินว่า ฮ่องเต้มีพระราชโองการว่าพบองค์หญิงสิบสี่แล้ว วันนี้กระหม่อมกับฉางหนิงจึงเกิดความสงสัย รีบมาดูหลานสาวคนใหม่คนนี้เสียหน่อย"

     

            "ฮ่องเต้คงไม่ถือสาใช่หรือไม่?"

     

            พอได้ยินเสียงนี้ จักรพรรดิคังซีและถังเป่าก็หันไปมองที่ประตูห้องอุ่นด้วยท่าทางเดียวกันเป๊ะ

     

            เห็นบุรุษสองคนเดินเข้ามาจากด้านนอก คนที่เดินนำหน้าคงจะเป็๲คนที่พูดเมื่อครู่ ร่างกายกำยำ ดูมีสง่าราศี ส่วนอีกคนที่ตามหลังมา กลับดูเซื่องซึมและไร้เรี่ยวแรง ทั้งสองเดินมาทำความเคารพต่อหน้าจักรพรรดิคังซี

     

            "กระหม่อมฝูเฉวียน ถวายบังคมฮ่องเต้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี"

     

            "กระหม่อมฉางหนิง ถวายบังคมฮ่องเต้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี"

     

            ทั้งสองท่านนี้ก็คืออวี้ชินหวังฝูเฉวียน และกงชินหวังฉางหนิง ซึ่งทั้งคู่เป็๲พระเชษฐาและพระอนุชาแท้ ๆ ของจักรพรรดิคังซี

     

            หลังจากลุกขึ้นยืน ฝูเฉวียนได้ส่งกล่องไม้ในมือให้แก่เหลียงจิ่วกง

     

            "เมื่อครู่ตอนอยู่ข้างนอกก็ได้ยินเสียงของฮ่องเต้แล้ว ดูท่าจะทรงโปรดองค์หญิงสิบสี่ของพวกเราจริง ๆ นะ!"

     

            ฉางหนิงนั่งลงบนเตียงคัง ดึงถาดของว่างมาทานทันที พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

     

            "ก็แค่ลูกสาวคนหนึ่ง ฮ่องเต้ท่านมีลูกสาวตั้งมากมาย มีอะไรน่าแปลกใจกัน"

     

            ฝูเฉวียนเหลือบมองสีหน้าของจักรพรรดิคังซี แล้วรีบพูดไกล่เกลี่ยระหว่างพี่น้องทั้งสอง

     

            "ฉางหนิง ข้ารู้ว่าเ๽้าเป็๲เพราะลูกสาวคนโตถูกรับเข้าไปเลี้ยงในวัง จึงมีความคิดบางอย่างเมื่อเห็นองค์หญิงสิบสี่ แต่จะไปโทษฮ่องเต้ไม่ได้นะ"

     

            ฉางหนิงกลืนของว่างในปากลงไป แล้วดื่มน้ำชาตามอีกหนึ่งจอก

     

            "เ๽้าอย่าพูดแบบนั้นเด็ดขาด!"

     

            "ตอนนั้นฮ่องเต้ได้ปรึกษากับข้าแล้ว เพื่อต้าชิงของพวกเรา ข้าย่อมเห็นด้วยอยู่แล้ว"

     

            "อีกอย่าง ลูกสาวของข้าได้รับแต่งตั้งเป็๲ท่านหญิงเหอซั่ว แต่งงานกับปันตี้ระดับหนึ่งตระกูลบอร์จิกิตแห่งเค่อเอ่อร์ชิ่น ในฐานะบิดา ข้าไม่มีอะไรต้องไม่พอใจเลย"

     

            ฉางหนิงมีอายุน้อยที่สุดในบรรดาพี่น้องสามคน นิสัยจึงตรงไปตรงมามากกว่า เขาเกลือกตาใส่และปฏิเสธความหวังดีของฝูเฉวียนทันที ทำให้ฝูเฉวียนถึงกับจุกจนต้องถลึงตาใส่

     

            "นึกว่าข้าอยากยุ่งเ๱ื่๵๹ของเ๽้าเรอะ!"

     

            ฝูเฉวียนบ่นพึมพำแล้วนั่งลงบนเตียงคังตาม ส่วนจักรพรรดิคังซีและถังเป่า ต่างก็ยืนดูละครฉากนี้อยู่ข้าง ๆ เป็๲เพียงการพูดคุยกันตามปกติของพี่น้อง จักรพรรดิคังซีจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

     

            "ถังเป่า มานี่สิ นี่คือท่านลุงและท่านอาของเ๽้า เ๽้าต้องเรียกว่าท่านลุงและท่านอา"

     

            "ท่านลุง~"

     

            "ท่านอา~"

     

            หลังจากเรียกด้วยเสียงอ้อแอ้จบ ถังเป่าก็กะพริบตา และจดจำใบหน้าของฝูเฉวียนและฉางหนิงไว้ในหัว

     

            ช่วยไม่ได้ หากไม่ใช่ท่านพ่อหรือพวกพี่ชาย นางมักจะจำใบหน้าคนไม่ค่อยได้

     

            ฝูเฉวียนยิ้มเต็มใบหน้า "ที่แท้องค์หญิงสิบสี่ของพวกเราชื่อถังเป่านี่เอง! ท่านลุงนำของขวัญมาให้เ๽้าด้วย ลองดูซิว่าชอบหรือไม่!"

     

            ส่วนฉางหนิงแม้จะอายุสามสิบกว่าแล้ว แต่ยังคงมีนิสัยเหมือนเด็ก เขาตบโต๊ะแล้วถอนหายใจยาว

     

            "ท่านอาบ้านจนน่ะ! ครั้งนี้เข้าวังมา ในบ้านไม่มีของชิ้นไหนที่พอจะนำมามอบให้ได้เลย!"

     

            "เอ๋!" ถังเป่ามองฉางหนิงด้วยความห่วงใย "แล้ว... บ้านท่านอา มีข้าวให้กินอิ่มไหมเพคะ?"

     

            ฉางหนิงใช้แขนเสื้อซับน้ำตา ร้องไห้พลางกล่าวว่า "ไม่มีเงินเลย! ในบ้านอย่าว่าแต่กินอิ่มเลย แม้แต่หม้อก็ยังไม่มีปัญญาจะตั้งไฟ ท่านอาจึงต้องเข้าวังมาทุกวัน เพื่อขอข้าวท่านพ่อของเ๽้ากิน!"

     

            ถังเป่าได้ยินดังนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึก "ซี้ดดดดด!"

     

            นางรีบตบไหล่จักรพรรดิคังซีด้วยความร้อนใจ "ท่านพ่อ! ท่านอากินไม่อิ่ม!!"

     

            ดังนั้นผู้ใหญ่ทั้งสามคนจึงเห็นสายตาของถังเป่า

     

            มันคือสายตาที่สื่อว่า ‘ท่านพ่อท่านรวยขนาดนี้ ทำไมพี่น้องตัวเองถึงไม่มีข้าวจะกิน?!’ อย่างชัดเจน

     

            จักรพรรดิคังซี "..."

     

            จักรพรรดิคังซีที่จู่ ๆ ก็กลายเป็๲แพะรับบาป ส่งสายตาเตือนไปยังฉางหนิงที่กำลังเอามือปิดปากแอบหัวเราะ สายตานั้นเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

     

            "ถังเป่า เ๽้าอย่าไปเชื่อคำพูดของเขา! ท่านอาของเ๽้าเป็๲คนปากไม่มีหูรูด พูดเหลวไหลจนชิน!"

     

            น่าเสียดายที่คำอธิบายแห้ง ๆ ของจักรพรรดิคังซี กลับพ่ายแพ้ต่อน้ำตาที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ของฉางหนิง

     

            "ไม่!" ถังเป่าขมวดคิ้วน้อย ๆ อย่างจริงจัง "ไม่มีใคร ใช้เ๱ื่๵๹กินข้าวมาหลอกคนหรอกเพคะ!"

     

            นางเคยลิ้มรสความหิวโหยตอนอยู่ที่ตำหนักเย็นมาแล้ว!

     

            ในความทรงจำของถังเป่า จะไม่มีใครนำเ๱ื่๵๹ที่ทุกข์ทรมานเช่นนี้มาหลอกคน ดังนั้นนางจึงเชื่อฉางหนิงอย่างสนิทใจ

     

            ฉางหนิงที่เพิ่งพบว่าตนเองเล่นตลกแรงเกินไป "..."

     

            ไม่ใช่สิ เ๽้าสิบสี่คนนี้ถูกหลอกง่ายขนาดนี้เลยหรือ?

     

            วินาทีต่อมา ถังเป่าก็สะบัดตัวออกจากจักรพรรดิคังซีที่อุ้มนางเป็๲พาหนะเคลื่อนที่ แล้วหันไปมองฉางหนิง

     

            "ท่านอา ท่านมาที่นี่เพื่อกินข้าว แล้วคนอื่น ๆ ในบ้านท่านล่ะเพคะ?"

     

            คำถามของถังเป่านั้นสมจริงมาก สมจริงจนฉางหนิงลืมหัวเราะ

     

            "เอ่อ...!"

     

            ถังเป่านึกถึงความเป็๲ไปได้บางอย่าง สายตาจึงเริ่มดุร้ายขึ้น "หรือว่า... มีเพียงท่านคนเดียวที่ออกมากินข้าว แล้วคนในบ้านไม่มีข้าวจะกินกันหมดเลย?"

     

            ว้าว ท่านอาคนนี้ใจร้ายจริง ๆ เลย!

     

            นอกจากถังเป่าแล้ว จักรพรรดิคังซีที่อยู่ด้านหลังนาง ก็ส่งสายตาพิฆาตมาให้เช่นกัน

     

            "นั่นสิ กงชินหวังน้องชายผู้ไม่มีปัญญาซื้อข้าวกินของข้า เ๽้ามาขอข้าวในวังกินคนเดียว แล้วคนในบ้านเ๽้าล่ะ เ๽้าไม่สนใจพวกเขาเลยหรือ?"

     

            ฉางหนิงอาศัยประสบการณ์พูดเหลวไหลมาหลายปี รีบคิดข้ออ้างขึ้นมาได้ทันที

     

            "ก็เพราะคนในบ้านไม่มีข้าวกินนี่แหละ วันนี้ข้าจึงเข้าวังมาเพื่ออยากจะขอยืมเงินจากเสด็จพี่สักหน่อย!"

     

            "ถ้าทำแบบนี้ ไม่ใช่แค่ข้า แต่คนในบ้านของข้าจะได้กินข้าวอิ่มกันทุกคน!"

     

            ยืมเงินเพื่อซื้อข้าวกิน? เหตุผลนี้ คนตัวโต ๆ ขนาดฉางหนิงยังกล้าพูดออกมาได้!

     

            แต่สำหรับถังเป่าแล้ว เหตุผลนี้เพียงพอแล้ว

     

            นางรีบหันกลับไปมองจักรพรรดิคังซี แล้วพูดด้วยท่าทางน่าสงสารว่า "ท่านพ่อ เงิน..."

     

            อย่างน้อยนางก็ยังรู้ว่า เ๱ื่๵๹ให้เงินต้องให้ท่านพ่อเป็๲คนตัดสิน!