ประจุไฟฟ้าสถิตส่งเสียงดังเปรี๊ยะเมื่อปลายนิ้วัักับมือจับอะลูมิเนียม
เคทสะดุ้งชักมือกลับโดยอัตโนมัติอาการชาแล่นปราดจากปลายนิ้วชี้ขวาขึ้นมาถึงข้อมืออากาศในกรุงปักกิ่ง่สายของวันแห้งแล้งจนความชื้นสัมพัทธ์ลดต่ำลงอยู่ในระดับที่ทำให้ิัตึงรั้งหญิงสาวสวมเสื้อสเวตเตอร์ขนแกะสีเทาเข้มคอเต่า การเสียดสีของเนื้อผ้ากับอากาศที่ไร้ความชื้นทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตทุกครั้งที่เธอขยับตัว
เธอเม้มริมฝีปากที่แห้งแตกจนรับรู้ถึงรสฝาดของเืจางๆ
เคทผลักประตูกระจกของแกลเลอรีให้เปิดออกกลิ่นฝุ่นละอองที่ลอยคละคลุ้งผสมกับกลิ่นควันท่อไอเสียจากถนนวงแหวนด้านนอกลอยตามเข้ามาปะทะใบหน้าหญิงสาวเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ไม้ วางกระเป๋าสะพายลงบนเก้าอี้สตูลหยิบพวงกุญแจออกมาเพื่อไขลิ้นชักเก็บเอกสารตามลำดับกิจวัตรที่ทำมาตลอดหลายปี
แต่เมื่อเธอดึงลิ้นชักออกมันกลับไม่ได้ถูกล็อกไว้
หญิงสาวขมวดคิ้วจ้องมองรูกุญแจที่อยู่ในตำแหน่งปลดล็อกอาการปวดตื้อที่กระบอกตาทำให้ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะสมองของเธอใช้เวลาประมวลผลนานกว่าปกติเพื่อย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นวานเธอจำได้ว่าตัวเองรูดบานม้วนเหล็ก แต่ภาพการบิดกุญแจลิ้นชักกลับเป็เพียงความว่างเปล่าสีขาวเคทไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกเธอเพียงแค่รู้สึกหงุดหงิดกับความหลงลืมที่เพิ่มมากขึ้นในระยะหลัง
เธอดันลิ้นชักปิดบิดกุญแจล็อก ดึงกุญแจออก แล้วเสียบเข้าไปบิดปลดล็อกใหม่อีกครั้ง
มันเป็การทำซ้ำเพื่อบังคับให้ร่างกายจดจำลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องเคทโยนพวงกุญแจลงบนโต๊ะกระจก เสียงโลหะกระทบกระจกดังแต๊กหญิงสาวก้มลงหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกสอดไว้ใต้ช่องประตูเมื่อเช้าขึ้นมาเปิดดู
ด้านในคือจดหมายตราสัญลักษณ์จากบริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในเครือShenConsortium
ข้อความในกระดาษถูกพิมพ์ด้วยฟอนต์มาตรฐานที่แข็งกระด้างแจ้งกำหนดการเข้าตรวจสอบและซ่อมบำรุงท่อส่งความร้อนของเรือนสี่ประสานโซนตะวันออกซึ่งครอบคลุมถึงพื้นที่แกลเลอรีของเธอกำหนดการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าช่างเทคนิคจะเข้าประเมินพื้นที่ในเวลาสิบสี่นาฬิกาตรงของวันนี้เคทกวาดสายตาอ่านตัวอักษรเ่าั้อย่างรวดเร็ว
มันเป็เพียงจดหมายแจ้งเตือนที่เพิ่มภาระความน่ารำคาญให้กับตารางชีวิตประจำวัน
เธอต้องอยู่รอเซ็นเอกสารรับรองตอนบ่ายสองหญิงสาวหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมา วงกลมรอบเวลา 14:00 น.บนหน้ากระดาษ ก่อนจะสอดมันเข้าไปในแฟ้มพลาสติกใสหมวดเอกสารรอจัดการ
เคทหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาตั้งใจจะวางลงบนชั้นวางเอกสารด้านซ้ายมือแต่ปลายนิ้วที่แห้งลอกของเธอกลับลื่นหลุด แฟ้มพลาสติกร่วงหล่นลงบนพื้นกระเบื้องยางเอกสารด้านในกระจายเกลื่อน
หญิงสาวยืนมองกระดาษสีขาวที่ตัดกับพื้นสีเข้มอยู่นานเกือบห้าวินาทีเต็มอาการตึงที่สะบักหลังลามขึ้นมาถึงท้ายทอย เธอพ่นลมหายใจออกทางปาก ค่อยๆย่อตัวลงเก็บกระดาษทีละแผ่น ยัดมันกลับเข้าไปในแฟ้มอย่างลวกๆ ขอบกระดาษยับย่นพับงอเธอโยนมันลงบนโต๊ะโดยไม่พยายามจัดเรียงหน้าให้เรียบร้อยเหมือนทุกที
...
บนชั้นสี่สิบสองของอาคารสำนักงานใหญ่แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีขาวซีดสาดส่องลงมาบนโต๊ะทำงานกระจกตัวกว้าง
เสิ่นเยี่ยนฉือนั่งหลังตรงแผ่นหลังของเขาเว้นระยะห่างจากพนักพิงเก้าอี้หนังแท้สองนิ้วพอดีสูทสามชิ้นสีน้ำเงินเข้มรัดกระชับกับลาดไหล่ เนกไทถูกผูกด้วยปมที่สมมาตรชายหนุ่มกำลังวางท่อนแขนลงบนแผ่นหนังรองเขียนปลายนิ้วชี้ขวาเคาะลงบนขอบเมาส์ไร้สายเป็จังหวะที่สม่ำเสมอและเชื่องช้า
ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ตารางสเปรดชีตบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดสามสิบสองนิ้ว
มันคือตารางสรุปแผนงานซ่อมบำรุงทรัพย์สินในเขตวัฒนธรรมเรือนสี่ประสานข้อมูลหลายพันเซลล์ถูกจัดเรียงเป็แถวและคอลัมน์ อาการแสบตาโจมตีอย่างเงียบเชียบแสงสว่างจากหน้าจอทำให้เขารู้สึกเหมือนมีผงฝุ่นหยาบๆ กลิ้งอยู่ใต้เปลือกตาชายหนุ่มกะพริบตาถี่ขึ้น เขายื่นมือซ้ายไปดึงไม้บรรทัดอะลูมิเนียมที่วางอยู่ข้างคีย์บอร์ดมาทาบลงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เลื่อนขอบโลหะเย็นเฉียบลงมาทีละบรรทัดเพื่อบังคับสายตาไม่ให้หลุดกรอบ
เขาเลื่อนหน้าจอลงมาถึงแถวที่แปดร้อยสี่สิบสอง
‘ยูนิต 4 (ห้องภาพเถาอิ่ง) - กำหนดเข้าตรวจ: 14:00น. - ผู้รับผิดชอบ: หวังเหล่ย’
เสิ่นเยี่ยนฉือกดปลายนิ้วลงบนขอบไม้บรรทัดสายตาของเขากวาดเลยชื่อห้องภาพไปยังคอลัมน์ถัดไปทางขวามือ
‘เวลาสิ้นสุดกะการทำงานของพนักงานหวังเหล่ย: 13:30 น.’
ชายหนุ่มจ้องมองความขัดแย้งของตัวเลขสองชุดนั้นอาการปวดเต้นตุบๆ ที่ขมับซ้ายปรากฏขึ้นอีกครั้งมันเป็ความปวดร้าวที่เกิดจากความไม่สอดคล้องของระบบตรรกะตัวเลขบนหน้าจอคือความบกพร่อง เขาดันไม้บรรทัดออก กดปุ่มบนโทรศัพท์ภายใน
"ต่อสายหาผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงอาคาร"
ไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงตอบรับจากปลายสายก็ดังขึ้น
"ครับท่านประธาน"
"ตารางงานซ่อมบำรุงเขตเรือนสี่ประสานโซนตะวันออกแถวที่แปดร้อยสี่สิบสอง" เสิ่นเยี่ยนฉือเอ่ย เสียงของเขาต่ำและเ็า
"พนักงานชื่อหวังเหล่ยมีกำหนดเข้าตรวจยูนิตสี่ตอนบ่ายสองแต่กะทำงานของเขาจบตอนบ่ายโมงครึ่งนี่คือการวางแผนที่ไร้ประสิทธิภาพหรือคุณตั้งใจจะจ่ายค่าล่วงเวลาโดยไม่มีเหตุผล"
"เอ่อ... ขอผมตรวจสอบสักครู่นะครับท่าน" เสียงปลายสายลุกลน
"อ้อ... พนักงานคนนี้เป็ซับคอนแทรคครับท่านเขาขอสลับกะกับเพื่อนร่วมงานเมื่อเช้านี้เพราะมีธุระด่วน่บ่ายแต่ระบบอาจจะยังไม่ได้อัปเดตข้อมูล..."
"ฉันไม่ได้้าฟังข้ออ้างเื่ระบบไม่อัปเดต" ชายหนุ่มตัดบทน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันที่บีบคั้น"ข้อมูลที่อยู่บนโต๊ะฉันต้องเป็ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดและเป็ปัจจุบันที่สุดการจัดตารางงานที่ทับซ้อนกันแบบนี้แสดงถึงความหละหลวมในการจัดการ คุณมีเวลาสิบนาทีในการแก้ไขตารางทั้งระบบให้สอดคล้องกันและส่งอีเมลฉบับใหม่มาให้ฉัน"
เขากดวางสายทันที
เสิ่นเยี่ยนฉือเลื่อนมือกลับมาที่เมาส์เขาปิดหน้าต่างสเปรดชีตนั้นลงเปิดแฟ้มรายงานการประเมินความเสี่ยงฉบับใหม่ขึ้นมาแทนบังคับสายตาให้กวาดอ่านตัวอักษรสีดำบนหน้ากระดาษดิจิทัลปล่อยให้ความเคร่งครัดในกฎเกณฑ์และระเบียบขั้นตอนทำหน้าที่พยุงโครงสร้างการทำงานของเขาต่อไป
...
กลิ่นคาวเืสดๆผสมกับกลิ่นน้ำยาถูพื้นที่มีส่วนผสมของคลอรีนลอยคลุ้งอยู่ในอากาศของแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
กู้เหยียนโจวยืนอยู่หน้าเตียงผู้ป่วยในโซนหัตถการเสื้อสครับสีเขียวของเขามีรอยยับย่นเป็ทางยาวตรงหน้าท้องกลิ่นกาแฟกระป๋องที่ค้างคืนผสมกับกลิ่นเหงื่อลอยติดอยู่ตามใยผ้าหนวดเคราขึ้นเป็ตอแข็งๆ รอบริมฝีปากที่แห้งแตกเป็ขุยอาการปวดกระบอกตารุนแรงจนต้องหรี่ตาลงเมื่อมองแสงจากหลอดไฟส่องตรวจ
ชายวัยกลางคนในชุดยูนิฟอร์มสีเทานอนร้องโอดครวญอยู่บนเตียงรองเท้าบูตหัวเหล็กของเขาเปื้อนโคลนสีดำหนาเตอะเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากลื่นล้มบนแผ่นน้ำแข็งที่เกาะตัวอยู่บนทางเท้า
"หมอครับ... ผมต้องรีบไปทำงานต่อ"ช่างซ่อมบำรุงพึมพำด้วยริมฝีปากที่ซีดเซียว มือข้างซ้ายกุมไหล่ขวาที่ผิดรูป
"ผมมีนัดตรวจท่อฮีตเตอร์ที่ยูนิตสี่ตอนบ่ายสอง... ถ้าผมไปไม่ทันบริษัทแม่ไล่ผมออกแน่ พวกนั้นยิ่งเข้มงวดเื่เวลาอยู่ด้วย"
"คุณข้อไหล่หลุดนะครับ"กู้เหยียนโจวเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและราบเรียบ
"ต้องพักการใช้งานอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ ผมจะดึงข้อต่อกลับเข้าที่ให้แล้วเขียนใบรับรองแพทย์"
"แต่หมอ... งานนี้มัน..."
"พยาบาล เตรียมมิดาโซแลมสองมิลลิกรัม"เขาหันไปสั่งการผู้ช่วยโดยไม่รอให้คนไข้พูดจบ
กู้เหยียนโจวทำการดึงข้อไหล่กลับเข้าที่เสียงกระดูกเคลื่อนตัวดังกึกเบาๆตามด้วยเสียงถอนหายใจยาวของคนไข้เมื่อความเ็ปลดระดับลงศัลยแพทย์หนุ่มปลดถุงมือยางเปื้อนเืทิ้งลงในถังขยะสีแดงเขาเดินลากเท้าไปที่อ่างล้างมือสเตนเลส เหยียบแป้นให้สายน้ำไหลออกมา ถูสบู่เหลวลงบนฝ่ามือถูง่ามนิ้วและหลังมือด้วยท่าทางที่เชื่องช้า
น้ำเย็นจัดไหลรดปลายนิ้วชะล้างคราบฟองสบู่ลงสู่ท่อระบายน้ำ
กู้เหยียนโจวยืนจ้องมองเกลียวน้ำที่หมุนวนลงท่อไปเกือบสิบวินาทีสมองของเขาทำงานช้าลงจนเกิดความหน่วงในการส่งคำสั่งไปยังกล้ามเนื้อขาเขาปล่อยให้น้ำไหลทิ้งอยู่อย่างนั้นก่อนที่เส้นประสาทจะสั่งการให้ขยับเท้าเพื่อเหยียบแป้นปิดน้ำ
ชายหนุ่มดึงกระดาษทิชชูมาซับมือจนแห้งโยนมันลงถังขยะ แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อเขียนใบรับรองแพทย์
เขาดึงแผ่นกระดาษออกมาหยิบปากกาขึ้นมา
กู้เหยียนโจวจรดปลายปากกาลงบนแผ่นกระดาษเขียนชื่อ 'หวังเหล่ย' ด้วยลายมือที่ขยุกขยุย
เสียงแจ้งเตือนอีเมลดังขึ้นในห้องทำงานชั้นสี่สิบสองเสิ่นเยี่ยนฉือคลิกเปิดไฟล์ตารางสเปรดชีตฉบับแก้ไข
เคทยัดกระดาษที่ยับย่นกลับเข้าไปในแฟ้มพลาสติกโยนมันลงบนโต๊ะกระจกข้างถ้วยกาแฟที่เย็นชืด
เสียงล้อรถเข็นเปลเตียงคนป่วยดังเสียดสีกับพื้นกระเบื้องยางกลืนหายไปกับเสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องทำความร้อน