ถ้าย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้วในขณะนั้นผมได้อาศัยอยู่ในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีคนที่สวมหน้ากากคนนั้นมาฝากผมเอาไว้ที่นี่ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี่มีชื่อว่า "รอตเวลส์" ในตอนแรกที่ๆนั้นเหมือนกับสววรรค์ของผม หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์นั้นมา พี่เลี้ยงเด็กใจดีกับทุกคนเป็อย่างมาก พี่เลี้ยงคนนี้เป็ผู้หญิงอายุ 20 ต้นๆ มีผมสีน้ำตาลอ่อน และตาสีเหลืองสง่าเหมือนงู และใส่ชุดพี่เลี้ยงที่มีความสะอาดและดูบริสุทธิ์ เธอดูแลพวกเราอย่างดีมาตลอด แต่สิ่งแปลกๆที่ผมััได้จากที่นี่ มันเริ่มจากที่ผมนั้นได้อาศัยที่นั่นได้มา 3 เดือน ผมรู้สึกว่าทุกๆครั้งที่ผมนอนมักมีใครจ้องมองผมอยู่ตลอด
และมักจะมีมือปริศนายื่นออกมาจากที่ต่างๆในห้องของผม ไม่ว่าจะเป็หลังโทรทัศน์ หลังกองหนังสือ ใต้เตียง และแปลกที่ทุกๆครั้งที่มีมือนี้มันโผล่มา มือมันจะมีนิ้วเพิ่มขึ้นเสมอ ผมได้เอาเื่นี้ไปบอกกับพี่เลี้ยงของผมเกี่ยวกับสิ่งที่ผมเจอนี้
ห้องนอนของเด็กแต่ละคนจะแยกกันนอนแต่ละห้องไปและห้องนั้นจะมีขนาดเล็กแต่มีหลายห้องให้เด็กๆให้อยู่ได้หลังจากที่ผมบอกสิ่งที่ผมเจอให้กับพี่เลี้ยงของผมแล้ว เขาก็บอกว่าไม่เป็ไรหรอกหนู หนูอาจจะไม่สบายตาหลอนไปเองก็ได้ ซึ่งผมก็รู้ว่าผมเห็นอะไรและไม่ได้หลอนไปเองแน่ๆ ผมพยายามอ้อนวอนให้พี่เลี้ยงเชื่อผม แต่ท่าทางของเขาก็เพิกเฉยต่อสิ่งที่ผมพูด เหมือนคำพูดนี้เป็แค่จินตนาการของเด็ก 8 ขวบ และบอกให้ผมทำตัวตามปรกติแบบเดิม
หลังจากผ่านกิจกรรมประจำวันทั้งกินข้าว และเล่นกับเพื่อนๆ ที่หมายถึงเล่นกับเพื่อนๆคือพวกเขาเล่นกันนะ แต่ผมนั้นมักสนใจในหนังสือที่เกี่ยวกับตำราปีศาจ ผี หรืออะไรประมาณนั้นเพราะหลังจากนั้นมา เหมือนกับสัญชาตญาณของผมก็สั่งให้ผมอ่านกับเื่พวกนี้ซะ แต่ผมก็ไม่ได้เกลียดอะไรแบบนี้นักหรอกถึงเื่ก่อนหน้านี้ จะทำให้ผมกลัวกับสิ่งที่เรียกว่าผีอยู่บ้างก็เถอะ ผมได้ศึกษาเกี่ยวกับเื่นี้มาสักพักจากหนังสือที่ถูกเรียกตามหน้าปกว่า
"ปริศนาภายในโลกที่มีปีศาจอยู่ใต้เงามืด" เป็หนังสือที่เหมือนเกี่ยวกับการบันทึกเื่ราวของผู้เขียนและมีเื่เล่าเกี่ยวกับผีประเภทต่างๆที่เขาเจอมา
คนเขียนนั้นชื่อ "ลอเรน แอน" รู้สึกว่าเธอคนนี้จะเป็คนที่สนใจในด้านนี้จนบ้าคลั่งเลยก็ว่าได้ แต่ภายในหนังสือนั้นก็เต็มไปด้วยความน่าสนใจและทฤษฎีต่างๆที่ผู้เขียนนั้นเขียนขึ้นมาเอง แต่คงจะอ่านอีกนานแหละเพราะหนังสือเล่มนี้มีขนาดใหญ่ค่อนข้างมากให้คาดเดาจากการมองก็น่าจะมีประมาณ 900 หน้าได้เหมือนกับคัมภีร์อะไรอย่างงั้น..
กลางดึกคืนหนึ่งในตอนที่ผมนอนพี่เลี้ยงก็มาส่งผมเข้านอนเป็ปรกติแต่ไม่รู้ทำไมว่าวันนี้ผมรู้สึกเหนื่อยและง่วงผิดปรกติ เพราะแค่อ่านหนังสือเป็ชั่วโมงและกินอาหารเนี่ยนะ หลังจากที่เขาเอามือมาัักับหน้าผากของผม หนังตาผมก็เริ่มปิดลงขึ้นเรื่อยๆ และภาพตรงหน้าที่เป็พี่เลี้ยงของผมก็เลือนลางไปเรื่อยๆ และพี่เลี้ยงคนนั้นได้จูบตรงหน้าผากของผมแล้วบอกฝันดีแต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เสียงฝันดีที่ปรกติจะร่าเริงเป็เสียงที่คุ้นเคยแต่กลับเป็เสียงเย็นๆ เหมือนจะให้ผมหลับไหลไปตลอดกาล ในเวลานั้นผมได้ฝันเกี่ยวกับสถานที่แห่งหนึ่งที่เหมือนเป็คฤหาสน์หลังใหญ่ ที่หน้าประตูมีป้ายยินดีต้อนรับส่วนใหญ่ของบ้านนี้ทำด้วยไม้ทั้งหมด เหมือนเป็บ้านสมัยก่อนที่คนรวยสร้างกันขึ้นมา ตัวผมนั้นได้เดินไปทั่วของบ้านไม่มีใครอยู่ในบ้านเลยผมจึงเดินไปเรื่อยๆจนไปหยุดอยู่ที่ประตูหนึ่งที่เต็มไปด้วยไม้ตอกด้วยตะปูไว้ ผมจึงใช้แรงทั้งหมดในตอนเด็กดึงไม้ออกจากประตู แต่แปลกที่มันดึงออกง่ายกว่าที่คิดเป็เพราะมันตอกไม่แน่น หรือผมมีพลังมากขึ้นกันนะ หลังจากที่ผมเลาะไม้จนออกทั้งหมดในขณะที่ผมกำลังบิดลูกกลอนประตูก็มีคนมาแตะมือบนหัวของผม แล้วบอกกับผมด้วยเสียงอ่อนหวานที่เหมือนกับเสียงของผู้หญิง
"จะเข้าไปจริงเหรอหนุ่มน้อย"
".................." ในตอนนั้นผมไม่ได้พูดอะไรผมทำการบิดลูกกลอนประตูแล้วเข้าไปในห้องนั้น และทำให้ผมใเป็อย่างมากเป็ภาพที่พี่เลี้ยงของผมโดนแขวนคอและมีแผลเต็มตัวไปด้วยมีดแล้วรอยช้ำทั้งตัวใบหน้าถูกเลาะออกเห็นแต่เนื้อสีแดงสด ผมได้หันหาเสียงที่เรียกผมในตอนแรก ในตอนที่ผมหันหลังไปดูนั้นเป็ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนกับผู้หญิงธรรมดาๆ แต่ตรงมือและแขนนั้นมีนิ้วเต็มไปหมดแล้วทำให้ผมจำได้เลยว่ามือนั้น เหมือนมือที่ชอบโผล่มาหาผมทุกวัน ในตอนที่ผมเห็นมือมันมักจะเป็เวลากลางคืนเลยไม่เคยได้เห็นสภาพของมือเลยเพราะเงานั้นบังมือจนหมดมือนั้นเป็มือที่เหมือนกับหนังหุ้มกระดูก และผีตนนั้นก็แสยะยิ้มให้ผมแล้วอยู่ดีๆ ผมก็เหมือนโดนดูดเข้าไปในผีตนนั้นแล้วทุกอย่างก็มืดไปหมด ผมอยู่ท่ามกลางความมืด และความว่างเปล่า ไม่มีกลิ่น ไม่มีเสียง ไม่มีอะไรทั้งนั้นผมพยายามวิ่งและเดินไปเรื่อยๆเพื่อหาทางไปต่อในที่ๆไร้ที่แสงสว่างนี้ แต่ทุกๆครั้งที่ผมก้าวเดินมือของผมจะมีนิ้วงอกออกมา ผมช็อกกับภาพที่เห็นแต่ผมก็ไม่สามารถหยุดวิ่งได้เลย
เพราะมันมีเสียงของผู้หญิงวิ่งไล่หลังมาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่น่าสยดสยองที่สุดเท่าผมเคยเจอมา ผมวิ่งโดยที่ไม่หันหลังกลับไปมอง จนสุดท้ายมือของผมมันมีนิ้วเยอะเกินไปจนมันหย่อนลงไปตรงเท้า แล้วทำให้ผมวิ่งสดุดแล้วล้มลง ผมหันหน้ากลับไปมองต้นเสียง
"ค.. คุณ้าอะไร" เป็เสียงแรกที่ทั้งสั่นด้วยความกลัวที่ผมสามารถพูดได้ตอนนั้นออกมา
"........." ไร้การตอบรับผีตนนั้นแค่ยืนมองผมแล้วเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆด้วยหน้าตาที่แสยะยิ้ม ทำให้ผมกลัวขึ้นมา เพราะภาพนั้นมันเหมือนผีตนนั้นที่เคยมาฆ่าพ่อแม่ของผมและทำลายชีวิตของผม ในใจของผมคิดได้แต่ไม่เอาอีกแล้ว เลยพยายามต่อยตัวเองให้ตื่นแต่ก็ไม่ตื่นเลย ผมได้แต่ขอร้องใครก็ได้
ได้โปรดช่วยผมที..
ในจังหวะที่ผีตนนั้นกำลังเข้ามาใกล้ผมด้วยมือที่เต็มไปด้วยนิ้วนั้น ก็มีแสงสว่างจากที่มืดโผล่มาจากด้านหลังของผม...
ในขณะนั้นผมจำได้ทันทีว่าเธอคือพี่เลี้ยง แต่เป็ไปได้ยังไงพี่เลี้ยงโดนแขวนตายไปในตอนที่เราเห็นไปแล้วนี่ ผมคิดในใจแบบนั้นแต่พี่เลี้ยงก็เดินมาไกลผมแล้วบอกว่า
"จงมีจิตใจที่เข้มแข็งแล้วอย่าเชื่อทุกอย่างที่เธอเห็นในนี้นะ ฉันอยากให้หนูวิ่งไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไปเลย!"
ผมได้ทำตามที่พี่เลี้ยงบอก พี่เลี้ยงพนมมือแล้วสวดอะไรสักอย่างทำให้ผีตนนั้นตามผมไม่ได้เพราะพี่เลี้ยงเขาขวางไว้นั่นเอง หลังจากที่ผมวิ่ง ผมได้วิ่งหันหลังไป พี่เลี้ยงคนนั้นพยายามสู้กับมันด้วยทุกอย่างที่มี แต่แล้วในขณะที่เธอพยายามสู้อยู่นั้น ผมได้วิ่ง วิ่งไปให้ไกลจนผมได้เห็นประตูบานหนึ่งที่มีแสงเล็ดลอดออกมา ก่อนที่ผมจะวิ่งถึงประตูนั้นผมก็ได้ยินเสียง
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด"
เป็เสียงกรีดร้องของผู้หญิงผมได้แต่ภาวนานั่นเป็เสียงของผีที่โดนเธอสงบลงได้ แต่แล้ว.. ผมได้หันหลังไปที่เสียงนั้น พี่เลี้ยงของผมที่พยายามต่อสู้เพื่อปกป้องผมได้ตายลงไปแล้ว เธอโดนมือที่เต็มไปด้วยนิ้วแทงเต็มร่างกาย จนร่างเธอแหลกไปหมดและร้องด้วยความเ็ป.. ในใจของผมไม่แบกรับความรู้สึกผิดนี้ได้อีก.. เอาอีกแล้ว.. เราทำให้คนใจดีแบบเขาต้องตายอีกคนแล้ว.. ในขณะที่ผมเหมือนจะไม่ได้สติใน่หนึ่ง ผมก็กลับมาได้สติอีกครั้งจากเสียงของผีตนนั้นบอกว่า
"ประตูนั้นน่ะ จะเข้าไปจริงเหรอ"
ในตอนนั้นผมไม่อาจคิดอะไรอย่างอื่นได้อีก อะไรที่สามารถทำให้ผมออกจากที่นี่ได้ ผีเขาอยากให้ผมรอดเขาเลยสละชีวิตของเขาผมต้องรีบออกไปเพื่อไม่ให้ส่งที่เธอทำสูญเปล่า หลังจากที่ผมเปิดประตูออกมามันเป็ห้องที่ผมเลาะไม้ออกแล้วเข้ามาในตอนแรกผมได้ ถีบประตูไม้นั่นออก และรีบวิ่งออกจากห้องนั้น แล้ววิ่งไปที่หน้าบ้านที่จะเป็ทางออกของบ้านนี้ ผมวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่ผมจะวิ่งได้แต่ผมกลับรู้สึกแปลกว่าทำไม.. ทางที่ผมวิ่งมันไกลออกไปแล้วเหมือนกับผมวิ่งอยู่ที่เดิม ประตูมันไกลออกไปเรื่อยๆ แล้วด้านหลังของผม.. ผีตนนั้นวิ่งตามมาจากด้านหลังและหลังจากนั้นผมหมดแรงและวิ่งต่อไปไม่ไหวแล้ว.. ผมจึงหยุดและยอมแพ้ต่อชะตากรรมของตัวเอง.. ว่าต้องตายจริงๆ
".................."
แต่ในตอนนั้นผีตนนั้นได้โอบกอดผม ไม่มีเสียงพูดอะไร แต่อยู่ดีๆผมก็สดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเห็นพี่เลี้ยงกอดผมไว้แน่น.. และร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจเหมือนผมััได้ว่าเป็แบบนั้น
"ขอบคุณพระเ้า.. ขอบคุณพระเ้า.. ดีใจจังที่เธอรอดออกมาได้.. ฮึกๆ" เธอร้องไห้พร้อมกับกุมมือผมไว้แน่น ณ บนเตียงของผม.. แต่ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าฝันเมื่อคืนมันหมายถึงอะไร ผมจึงเอ่ยปากถามเธอไปว่าเมื่อคืนมันคืออะไร
พี่เลี้ยงคนนั้นได้บอกให้ผมฟัง..
"เธอจำตอนที่ฉันพูดกับเธอได้มั้ยว่า จงมีจิตใจที่เข้มแข็งแล้วอย่าเชื่อทุกอย่างที่เธอเห็นในนี้นะ"
"จำได้ครับ" ผมพยักหน้าตามนั้น
"รู้มั้ยทำไมพี่ถึงบอกให้เธอทำแบบนั้น เพราะผีตัวนี้เป็ผีที่เก่งเื่การสร้างภาพลวงตาและมีการหลอกหลอนเป็อาวุธให้เธอเป็ส่วนหนึ่งของภาพ
หลอนที่มันสร้างขึ้นมาเพื่อเสริมพลังให้มัน.. แทนที่จะฆ่าเธอทิ้งแทน มันกลับเล่นสนุกกับสร้างภาพลวงตาให้ผู้ตกอยู่ในภวังค์ของมัน ถ้ามันยิ่งทำให้เธอเชื่อได้มากเท่าไหร่มันก็จะยิ่งแข็งแกร่ง.."
"... แต่ทำไมผีตนนั้นถึงมากอดผมแล้วผมหลุดออกมาจากภวังค์นั้นได้ล่ะครับ แล้วพี่ก็โดนผีตนนั้นฆ่าไปแล้วนี่.. ทำไมยังมีชีวิตอยู่ได้กัน"
"พี่ถึงได้ไงว่าอย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น.. คนที่เข้ามากอดเธอคือพี่เอง ส่วนคนที่ตายน่ะคือผีตนนั้น มันพยายามสร้างภาพหลอนให้เธอวิ่งหนีพี่ พี่ได้แต่ภาวนาว่าอย่าวิ่งไปไกลกว่านี้ จนพี่หมดทางเลือกเลยต้องทำให้ประตูมันไกลออกไปจนเธอยอมแพ้ เพราะทางที่เธอวิ่งไปน่ะ มันคือประตูไปสู่โลกของมันเลยล่ะ"
"งั้นก็หมายความว่า.."
"ใช่.. ถ้าเธอไม่หยุดยอมแพ้ั้แ่ตรงนั้นพวกเราทั้งคู่.. คงไม่ได้กลับมาตรงนี้หรอกนะ.."
"ล.. แล้วผีตนนั้นล่ะครับ"
"สลายหายไปแล้วล่ะ เธอปลอดภัยแล้วนะ"
"ขอบคุณครับ.. พี่" ผมได้เอ่ยคำขอบคุณคำแรกในชีวิตออกไปแล้วรู้สึกโล่งใจที่ผมไม่ได้ทำให้คนแบบเธอต้องตายอีกคนอีกต่อไปแล้ว..
หลังจากที่เหตุการณ์นั้นผ่านไป พี่เลี้ยงของผมก็ได้ทำตัวตามปรกติ แต่ที่เสริมขึ้นมาคือพี่เขาสอนผมเกี่ยวกับพวกผี ิญญามากขึ้นและการแยกประเภทของมันต่างๆ และสอนวิธีป้องกันตัวจากพวกมันถ้าเผลอไปทำให้มันไล่ตามเข้า แต่ไม่ได้สอนวิธีทำให้มันสลายไป เพราะเขาบอกว่าผมยังเด็กเกินไปที่จะทำอะไรแบบนี้ ผมก็ทำตามเขาเพราะไม่อยากทำอะไรวู่วามจากคนที่ผมเกือบทำให้เขาตาย จนในที่สุดผมมีอายุ 14 ปี พี่เลี้ยงทั้งสอนหนังสือ ความรู้ให้ผม และวิธีการใช้ชีวิตในสังคมจนผมได้เหมือนเป็คนใหม่จากเด็กเมื่อก่อนที่ทำอะไรไม่ได้วันนี้ผมได้เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อที่จะไม่ต้องให้ใครมาช่วยในบางเื่อีกได้แล้ว..
ในวันนั้นเป็วันที่มีอากาศเย็นสบาย เหมือนกับวันนี้ที่ผมจะได้ย้ายออกจากที่นี่ แล้วไปจากพี่เลี้ยงที่ช่วยผมไว้เช่นกัน
"ลาก่อนนะทิวส์.. แล้วก็ขอบคุณที่เธอมาที่นี้ ขอให้โชคดีกับที่ใหม่นะ"
"ผมก็ขอบคุณพี่เช่นกันครับ ที่ปฎิบัติกับผมดีตลอดมา.."
"......"
ผมทำสิ่งที่ผมคิดว่าในชีวิตนี้ผมจะทำมันนั่นก็คือวิ่งไปกอดพี่เลี้ยงของผมพร้อมร้องไห้ฟูมฟายเหมือนเด็กที่ต้องจากแม่ พี่คนนี้ก็เปรียบเหมือนแม่คนที่สองของผมเหมือนกันแล้วเธอก็ได้มอบสร้อยเป็ที่ระลึกไว้ภายในสร้อยนั้นเป็รูปของพ่อแม่ผม ที่ยิ้มแย้มพร้อมถ่ายรูปกับผมทำให้ผมนึกถึงวันวานก่อนที่ผมจะเจอเื่แบบนั้นมา ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นใจและคิดถึง่เวลานั้นมากเหลือเกิน
"คนที่ใส่หน้ากากนั้นเป็คนฝากไว้ แล้วบอกว่าให้เอาให้ตอนที่เธอกำลังจะออกจากที่นี่เผื่อมันจะเพิ่มกำลังใจให้เธอได้"
"ขอบคุณครับ.. สำหรับทุกอย่างเลย.."
"อ๊ะ.. นี่จ้า หลังจากเธอออกไปตรงนี้เสร็จแล้วก็ไปอาศัยอยู่ที่นี่นะ มันเป็หอพักเดียวกับเราจ้า" เธอบอกพร้อมยื่นนามบัตรและแผนที่และภาพสถานที่นั้น
"อ่า.. แต่ที่นี่มันสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านะ แล้วทำไมถึงมีหอพักแยกไว้ด้วยล่ะ"
"นั่นสิจ๊ะ.. อุ๊บ! ฮ่าๆ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันแหละจ้ะ"
"ฮ่าๆ"
"แต่บางทีพี่อาจจะได้ไปที่นั้นบางครั้ง อาจจะได้เจอพี่ก็ได้นะ"
"จริงเหรอครับ! พี่มาบ่อยๆเลยนะครับ!" ผมตอบไปด้วยน้ำเสียงดีใจจนแทบบ้าที่นึกว่าจะไม่เจอกับพี่เลี้ยงคนนี้อีก
"จ้าๆ รีบไปได้แล้วนะ เ้าของหอพักเขากำลังรออยู่"
"โอเคครับ ไปก่อนนะครับ!"
ผมเดินออกมาจากสิ่งที่เรียกว่าบ้านของผมมาแล้ว ตอนนี้ผมกำลังเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ สภานที่ๆจะทำให้ผมโตกว่าเดิมและที่ตรงนี้จะยังคงเป็ความทรงจำที่ดีกับผมตลอดมากับพี่เลี้ยงคนนั้น
"ขอบคุณครับ.."
ผมมองไปที่รูปพ่อแม่ของผมในสร้อยเล็กน้อย
"พ่อครับ แม่ครับ วันนี้ผมสามารถดูแลตัวเองได้มากขึ้นเลยนะครับ ไม่ต้องเป็ห่วงผมแล้ว.. "
ผมได้เดินทางตามที่เขาบอกมา ขึ้นสถานีรถไฟไปตามที่ต่างๆ จนผมเดินทางมาถึงหอพักแห่งนี้ ผมคิดว่าเป็หอพักที่ไม่ได้ดีและไม่ได้แย่เหมือนกันแต่ลักษณะการแต่งหอพักจะคล้ายกับที่เก่าชัดเจน คือสร้างด้วยไม้เป็ส่วนใหญ่และมีลักษณะบ้านโมเดิร์นให้คนทั่วไปสามารถอยู่ได้ ถ้ามองจากภายนอก..
ผมบิดแขน และถอนหายใจเล็กน้อยแล้วตั้งหน้าตั้งตาไปที่หอพักแห่งนี้
"ขอโทษนะครับ ผมทิวส์มาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าร็อตเวลส์ ผมจะย้ายมาอยู่ที่นี่ครับ"
-----------------------------------
"เป็ยังไงบ้างเด็กคนนั้นน่ะ"
"ก็เป็เด็กดีคนหนึ่งเลยแหละเหมือนที่ ลอเรนว่าจริงๆว่าคนนี้น่ะเหมาะสมกับการเป็อะไรแบบนี้"
"แหมๆเธอน่ะ ชอบเด็กคนนี้น่าดูเลยสิ นานๆทีเห็นเธอจะเป็แบบนี้นะเนี่ย"
"ใช่.. นานๆทีแหละนะ"
เด็กคนนี้เป็เด็กพิเศษ เขาไม่เพียงจะมีแค่ญาณทิพย์ที่สามารถมองเห็นผีได้เท่านั้น แต่ยังเรียนรู้เื่พวกนี้ได้รวดเร็วและปรับตัวได้ไวมากถึงแม้ว่าจะเจอเื่ทำให้ะเืใจแบบนั้นมา ฉันหวังว่าเด็กคนนั้น จะเป็เด็กที่ดีแน่นอนในหอพักใหม่แห่งนั้น..
"ลอเรน เธอน่ะ.. คิดถูกจริงๆด้วยสินะ"