วันเสาร์วันหยุดแทนที่จะได้พักอย่างเต็มที่กลับต้องมานั่งปั่นงานค้างให้แล้วเสร็จ แถมยังต้องไปซื้อหนังสือเพื่อเอามาใช้เรียนอีก กลายเป็ว่าสัปดาห์นี้ไม่ได้พักหยุดเลยแม้แต่วันเดียว
เสียงซาวด์แทร็คประกอบซีรีส์เกาหลีเื่ดังดังออกมาจากทีวีในห้องรับแขก ผิงรูมเมทของฉันกำลังนอนเอกเขนก สองตาจับจ้องหน้าจออย่างตั้งอกตั้งใจ มือก็หยิบขนมขบเคี้ยวเข้าปากเป็ระยะ สภาพห้องมีข้าวของวางระเกะระกะตามประสาเด็กหอ แต่ก็ยังดูสะอาดสะอ้านในระดับหนึ่ง
ยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกเงาบานเล็กเป็ครั้งสุดท้ายเพื่อเช็คความเรียบร้อยของเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง หันไปคว้ากระเป๋าผ้าใบโปรดที่พาดอยู่บนเก้าอี้ขึ้นมาสะพาย เช็คข้าวของในกระเป๋าให้เรียบร้อย
“ไปไหนอ่ะ นานา?” ผิงถามขึ้นแต่ตาไม่ได้ละไปจากหน้าจอ
“เข้าเมืองแป๊บนึง จะไปซื้อหนังสือมาทำงานด้วยน่ะ ผิงจะเอาอะไรมั้ย”
ผิงส่ายหน้าเบาๆ “ไม่อ่ะ ฝากทิ้งขยะหน้าห้องด้วยนะ ถุงดำๆ นั่นแหละ” เธอบุ้ยปากไปทางถุงขยะเล็กๆ ที่วางอยู่มุมห้อง
“ได้ๆ แล้วก็อย่าเผลอร้องไห้ตามพระเอกล่ะ”
“จ้า”
เปิดประตูห้องคว้าถุงขยะติดมือออกมาทิ้งลงถังหน้าห้องพักแล้วเดินลงบันไดหอพักมาด้านล่าง อากาศข้างนอกค่อนข้างร้อนอบอ้าวฟ้าก็ครึ้มเหมือนฝนจะตกแต่ก็ไม่ตก
เดินตรงไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ที่อยู่ไม่ไกลจากหอพักเท่าไรนัก เมื่อลงไปถึงชั้นชานชาลาก็ต้องใเล็กน้อยกับจำนวนคนที่หนาแน่นทั้งที่วันนี้เป็วันเสาร์แล้วก็ 11 โมงแล้ว นี่ฉันต้องเบียดกับผู้คนเพื่อไปซื้อหนังสือหรอเนี่ย แต่ก็ช่วยไม่ได้ ไปก็ต้องไปแหละ
ไม่นานนักขบวนรถไฟฟ้าก็เคลื่อนเข้ามาจอดเทียบประตูเปิดออกพร้อมกับมวลชนที่กรูกันออกมาและกลุ่มคนที่รออยู่ก็พยายามแทรกตัวเข้าไปด้านใน ฉันไหลตามแรงเบียดของผู้คนเข้าไปในขบวนรถหาที่ยืนตรงมุมหนึ่งได้สำเร็จ
ทันใดนั้น สายตาของก็ดันหันไปเห็นคนที่ไม่อยากเจอที่สุด แม็กซ์ แฟนเก่าที่เลิกรากันไปไม่ดีนัก เขายืนอยู่ไม่ไกลใบหน้าประดับรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่ฉันยังจำได้ดีถึงทุกวันนี้
ตัดสินใจเลือกที่จะเบือนหน้าหนี ทำเหมือนไม่เห็นแต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง เมื่อผู้คนขยับเบียดเข้ามาอีกทำให้ระยะห่างระหว่างฉันกับแม็กซ์ลดลงจนในที่สุดก็เข้าไปยืนข้างๆ เขาจนได้
“ไง นานา ไม่เจอกันนานเลยนะ” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นข้างหูทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อยแต่พยายามทำเป็ไม่ได้ยินเพราะไม่อยากสนทนากับเขา
ผู้คนยังคงเบียดเสียดเข้ามาเรื่อยๆ จนแผ่นหลังของฉันแทบจะติดกับผนังรถ รู้ตัวอีกทีก็ััได้ถุงลมหายใจอุ่นๆ รดต้นตอจากทางด้านหลังแม็กซ์ทำให้ต้องเหลือบมองเป็แม็กซ์ที่มายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง
ตัวแข็งทื่อเมื่อััได้ถึงสิ่งไม่พึงประสงค์ รู้สึกถึงมือหนาแตะขยำบนลงบั้นท้ายบีบคลึงราวกับเป็ของเล่น
“อึก!”
พยายามจะขยับหนีแต่ทำไม่ได้เพราะถูกผู้คนเบียดจนขยับไม่ได้แม้แต่น้อย
“แม็กซ์ ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยนะ” พยายามพูดเสียงลอดไรฟัน แต่เสียงของฉันกลับกลืนหายไปกับความจอแจ ทำไงดี เมื่อไหร่จะถึงสถานีสักทีเนี่ย
“ทำไมล่ะ ทีคนอื่นเธอยังได้แล้วทำไมทีเราถึงให้ไม่ได้ล่ะ” เขาโน้มตัวลงมากระซิบชิดใบหู “อย่าทำหน้าแบบนั้นสินานา เดี๋ยวคนอื่นก็รู้หมดหรอก”
เสียงหัวเราะหึๆ ในลำคอของคนด้านหลังทำเอาฉันขนลุกขนชันไปหมด มือของเขาก็ยังคงไม่ละไปไหนแถมยังบีบเค้นบั้นท้ายของฉันแรงขึ้นกว่าเดิม
มือหนาของแม็กซ์ค่อยๆ ไล่ขึ้นมาใต้กระโปร่งจนมาถึงขอบแพนตี้ ก่อนเขาจะใช้นิ้วสอดเข้ามาใต้ผ้าไล่ไปตามขอบแพนตี้
อยากจะกรีดร้องแทบตายอยากจะผลักเขาออกไปแต่ร่างกายขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย คนรอบข้างก็ดูเหมือนจะสนใจแต่ตัวเอง ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นตรงมุมนี้ หรืออาจจะเห็นแต่เลือกที่จะไม่สนใจ
มือของแม็กซ์เริ่มหนักขึ้นและเลื่อนสำรวจใต้แพนตี้มากขึ้นเรื่อยๆ ใช้นิ้วกรีดไปตามร่องด้านล่างเพื่อกระตุ้นอารมณ์ ฉันได้แต่กัดริมฝีปากมือกำราวเหล็กแน่นกะให้แหลกคามือ
“อึก!”
ครืดดดด... เอี๊ยดดด!
รถไฟฟ้าที่กำลังวิ่งอยู่ในอุโมงค์มืดๆ เกิดเบรกกะทันหันจนทุกคนเซไปข้างหน้า เสียงหวีดร้องใดังขึ้นประปราย ก่อนที่ไฟในขบวนจะกะพริบถี่ๆ แล้วดับพรึ่บลง เหลือเพียงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวๆ ไม่กี่ดวงก่อนจะตามมาด้วยเสียงประกาศตามสาย
‘เรียนท่านผู้โดยสารทุกท่าน ขณะนี้ขบวนรถไฟฟ้าของเรามีความจำเป็ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกท่าน โปรดอยู่ในความสงบและรอฟังประกาศเพิ่มเติมจากเ้าหน้าที่ของเรา เ้าหน้าที่กำลังดำเนินการแก้ไขและจะแจ้งให้ท่านทราบถึงความคืบหน้าโดยเร็วที่สุด ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้’
แทนที่จะเป็เสียงแห่งความหวังกลับกลายเป็ว่าเรากับผู้โดยสารคนอื่นต้องอยู่ในรถไฟฟ้านี้จนกว่าเ้าหน้าที่จะมา
“กัดฟันให้แน่นๆ นะ ต่อจากนี้ของจริงล่ะ” จบเสียงกระซิบจากคนด้านหลังก่อนจะมีลำแท่งบางอย่างมาถูไถตรงกลีบร่องด้านนอกเร่งกระตุ้นให้อารมณ์พลุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม
“อึก!” ฉันได้แต่เม้มปากแน่นไม่กล้าที่จะส่งเสียงออกไปก่อนลำแท่งนั้นจะเข้ามาใต้แพนตี้คลืบคลานัักับกลีบร่องในที่สุด
มือแกร่งบั้นท้ายให้แอ่นเล็กน่อยก่อนจะสอดแก่นกายแกร่งแทรกซึมเข้ามาในตัว แก่นกายขยับเข้าขยับออกช้าๆ ไม่เร่งรีบแร่กลับทำให้ฉันวูบหวามเสียวท้องน้อยไม่ใช่เล่น
ลำแท่งค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ บั้นท้ายทั้งสองถูกบีบเค้นก่อนไม่นานน้ำอุ่นๆ จะทะลักเข้ามาในตัว
“อึก!!”
“อ่าส์~ ขอบคุณนะนานา ในที่สุดสิ่งที่เราอยากได้เธอก็ให้เราได้สักที” เสียงกระซิบที่ข้างหูพร้อมกับรถไฟที่กลับมาแล่นต่อตามปกติ
ฉันได้แต่ยืนเกาะราวเหล็กอย่างหมดแรงไม่นานแม็กซ์ก็ลงสถานีถัดไป นี่มันวันบ้าอะไรเนี่ยทำไมฉันต้องมาเจอกับคนที่ไม่อยากเจอที่สุดด้วย แถมมาคุกคามใส่ฉันอีก
จัดระเบียบกระโปรงให้เรียบร้อยก่อนจะเดินลงสถานีเมื่อรถไฟฟ้าหยุดรถที่ปลายทาง มือกำกระเป๋าสะพายแน่นจิกมือด้วยความรู้สึกขยะแขยง
น้ำกามขอบแม็กซ์มันยังอยู่ในตัวยังคงเปียกแฉะอยู่ที่ร่องกลีบด้านล่าง
ไม่เอาไว้แน่ ฉันไม่้าเอามันไว้ในตัว ต้องหาทางเอาออกเดี๋ยวนี้เลย!!!
หลังจากลงรถไฟฟ้าใต้ดินฉันก็เดินตรงเดินเข้าห้องสรรพสินค้าทันที เดินตรงเข้าร้านหนังสือเพื่อหาหนังสือสถิติที่อาจารย์สั่งมา
ทันทีที่เข้ามาภายในร้านหนังสือกลิ่นกระดาษก็ตีอบอวนเข้าจมูก เดินหาหนังสือสถิติที่ต้องใช้เรียนไล่ดูตามชั้นวาง แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ แม้จะพยายามเขย่งมองชั้นสูงๆ แล้วก็ตาม
“อยู่ไหนกันนะ”
“หาเล่มไหนอยู่หรอ ให้พี่ช่วยมั้ย” เสียงคนคุ้นๆ ดังมาจากข้างหลัง ให้ฉันต้องหยุดกึกแล้วหันไปมอง
“พี่เมย์”
“ไง เจอกันอีกแล้วนะ”
พี่เมย์พี่สาวคนสวยที่ฉันเคยมีสัมพันธ์ด้วยครั้งหนึ่ง วันนี้เธอแต่งในชุดธรรมดาแต่ก็ยังดูดีเหมือนเดิม
“บังเอิญจัง ไม่คิดว่าจะเจอพี่ที่นี่”
“นั่นดิ พี่ก็เหมือนกัน” พี่เมย์ตอบ “แล้วนี่มาซื้อหนังสือเหรอ?”
“ใช่ค่ะ หาหนังสือเรียนสถิติอ่ะค่ะ”
“สถิติเหรอ เล่มไหนมีรูปมั้ย เดี๋ยวพี่ช่วยหา”
“ปกสีน้ำเงินเข้มๆ ค่ะ ชื่อหลักสถิติเบื้องต้น” พูดพลางเอารูปจากมือถือให้พี่เมย์ดู
“อ๋อ... หลักสถิติเบื้องต้นป่ะ?” พี่เมย์ชี้ไปชั้นสูงๆ ทำให้ฉันต้องมองตาม“น่าจะอยู่แถวบนๆ นู้นนะ ถ้าพี่จำไม่ผิด”
“ขอบคุณมากค่ะ”
รับคำขอบคุณเสร็จก็รีบวิ่งเขย่งจนสุดปลายเท้า พยายามเอื้อมมือขึ้นไปคว้าหนังสือบนชั้นสูงตามที่พี่เมย์บอกแต่ด้วยความสูงที่จำกัดทำให้ปลายนิ้วเฉียดสันหนังสือไปมาเท่านั้น
พยายามะโหยองๆ เบาๆ อย่างจนปัญญาแต่ก็ไม่ถึงสักที “ฮึ่ย เกือบถึงแล้ว”
เสียงหัวเราะเบาๆ จากด้านให้ฉันต้องเหลือบไปมอง “ฮะๆ ตัวเล็กเหมือนเดิมเลยนะเรา” พูดจบก็ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังนานาเล็กน้อย ยื่นแขนเรียวที่ยาวกว่าขึ้นไปอย่างง่ายดาย “มา เดี๋ยวพี่ช่วย”
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของพี่เมย์โชยมาแตะจมูกเมื่ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ฉันเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะรู้สึกถึงความร้อนที่วูบวาบขึ้นมาบนใบหน้าอย่างไม่มีเหตุผล
มือของพี่เมย์ไล่ไปตามสันหนังสือสองสามเล่ม ก่อนจะหยุดลงที่เล่มหนึ่ง “นี่ไง ปกน้ำเงินเข้ม... หลักสถิติเบื้องต้น” ว่าแล้วก็หยิบหนังสือเล่มนั้นลงมาส่งให้ฉัน
“ขอบคุณค่ะพี่เมย์ ถ้าไม่ได้พี่สงสัยฉันต้องปีนชั้นแน่ๆ” รีบรับหนังสือมาถือไว้แน่น รู้สึกโล่งใจที่เจอเสียที ทีนี้ก็จะได้กลับไปจัดการธุระตัวเองสักที
จังหวะที่รับหนังสือมือก็บังเอิญัักันแ่เบาเพียงเสี้ยววินาที จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งผ่าน รีบชักมือกลับตามสัญชาตญาณ พี่เมย์เพียงแค่ยิ้มบางๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรเป็พิเศษ
“มีอะไรรึเปล่า”
“ปะ-เปล่าค่ะ” ััหน้าอกตรงก้อนเนื้อข้างซ้ายที่เต้นตุ๊บๆ ไม่หยุด อะไรกันเนี่ย นี่ฉันหวั่นไหวกับคนสวยขนาดนี้เลยหรอเนี่ย
“เสร็จแล้วจะไปไหนต่อรึเปล่า” พี่เมย์เอ่ยถามหลังจากที่เราออกมาจากร้านหนังสือแล้ว
“เอ่อ... ก็คงกลับบ้านเลยค่ะ ต้องรีบเอาหนังสือไปอ่านเตรียมสอบก่อนเรียนอาทิตย์หน้า พี่เมย์มีอะไรรึเปล่าคะ”
“งั้นเหรอ...” พี่เมย์ลากเสียงนิดๆ แววตาเป็ประกายเ้าเล่ห์นิดๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก “ไหนๆ ก็เจอกันแล้ว...ไปหาอะไรดื่มกันก่อนไหม? ร้านกาแฟข้างล่างน่ะ บรรยากาศดีนะ พี่เลี้ยงเอง ถือว่าฉลองที่หาหนังสือเจอไง”
คำชวนที่ไม่คาดคิดทำให้ฉันชะงักไปเล็กน้อย พลางแหงนมองใบหน้าสวยของพี่เมย์
“ก็…ได้ค่ะ”
พี่เมย์ยกยิ้มราวกับพอใจในคำตอบ “ขอบคุณค่ะ”
เราเดินออกจากร้านหนังสือเคียงข้างกัน ความเงียบไม่ได้อึดอัดเสียทีเดียว แต่ก็ไม่ใช่ความเงียบสบาย ๆ อย่างที่เคยเป็ในอดีต มันมีความประหม่าเจืออยู่บาง ๆ โดยเฉพาะจากฝ่ายฉัน ที่ยังคงรู้สึกถึงกระแสไฟอ่อน ๆ จากััเมื่อครู่ไม่หาย
เราเดินลงบันไดเลื่อนไปชั้นล่างสุด กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลอยแตะจมูกทันทีที่เดินเข้ามาภายในร้าน ร้านกาแฟดูน่านั่งจริง ๆ ด้วย แสงไฟสีนวลตากับเพลงบรรเลงเบา ๆ สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ผู้คนก็ไม่พลุกพล่านมากนัก
พี่เมย์นำไปยังโต๊ะริมหน้าต่างที่ค่อนข้างเป็ส่วนตัว มองออกไปเห็นบรรยากาศด้านนอกได้เล็กน้อย เรานั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน หลังจากที่พนักงานนำเมนูมาให้พี่เมย์ก็หันมายิ้มให้
“อยากดื่มอะไร สั่งเลยนะ พี่เลี้ยงเอง”
“เกรงใจจังค่ะ” ฉันว่าพลางเปิดเมนู
“ไม่ต้องเกรงใจน่า ถือว่าเลี้ยงฉลองที่เราอุตส่าห์มาเจอกัน แถมยังช่วยหาหนังสือเจอด้วยไง” พี่เมย์ยิ้มอย่างใจดีจนฉันอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม
“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
หลังจากสั่งเครื่องดื่มเรียบร้อยและพนักงานเดินจากไป ความเงียบก็เข้าปกคลุมชั่วขณะอีกครั้ง ฉันเหลือบมองพี่เมย์ที่กำลังมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงแดดอ่อน ๆ ตกกระทบใบหน้าด้านข้างทำให้เห็นโครงหน้าที่งดงามชัดเจนยิ่งขึ้น
“ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกันที่นี่อีกนะ” พี่เมย์หันกลับมาพูด ทำลายความเงียบลง
“นั่นสิคะ บังเอิญมาก ๆ เลย”
“ดีนะที่เจอพี่ ไม่งั้นเราคงต้องปีนชั้นจริงๆ แน่” พี่เมย์เลิกคิ้วถาม พร้อมรอยยิ้มขำ ๆ ทำให้ฉันนึกถึงตอนที่พยายามะโหยอง ๆ เอาหนังสือบนชั้นสูง
ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงตอนที่พี่เมย์เข้ามาประชิดด้านหลังเพื่อช่วยหยิบหนังสือ มันน่าอายนะ ที่ต้องมาให้คนอื่นเห็นภาพทุเรศๆ แบบนั้นของตัวเอง
“ก็หนูไม่รู้จะทำไงแล้วนี่คะ พยายามเขย่งจนสุดแล้วก็หยิบไม่ได้สัดที” ฉันตอบเสียงแ่
ไม่นานเครื่องดื่มมากับอาหารที่สั่งไปก็มาเสิร์ฟ เราต่างเริ่มจัดการอาหารตรงหน้าโดยมีสนทนากันบ้างเล็กน้อย
“แล้ว่นี้เป็ไงบ้าง?”
“ก็... ดีค่ะ ไม่มีอะไรพิเศษ” จริงๆ มันมีเื่มากมายเลยล่ะแต่ไม่อยากเล่าสักเท่าไหร่ ทั้งเื่พี่โยทั้งเื่พี่แบล็คไหนจะเพื่อนๆ เขาอีก เอาเป็ว่าเก็บเื่พวกนี้ไว้ในใจก็พอ
“ไม่มีอะไรพิเศษจริงเหรอ?” คนตรงหน้าเท้าคางพร้อมกับยกยิ้มเ้าเล่ห์ราวกับรู้ว่าฉันโกหก
“ก็-ก็ไม่มีค่ะ” ฉันตอบติด ๆ ขัด ๆ พยายามหลบสายตา พี่เมย์ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ แต่ยิ้มอย่างรู้ทัน
“แล้วพี่เมย์ล่ะคะ เป็ยังไงบ้าง?” ฉันถามกลับเพื่อเปลี่ยนหัวข้อ
“พี่เหรอ? ก็เรื่อยๆ น่ะ ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ” พี่เมย์เท้าคางมองทำเอาฉันต้องหลบสายตาจอมเ้าเล่ห์อีกรอบ
ไม่ชอบสายตาเ้าเล่ห์เลย โดนมองทีไรใจมันสั่นจนไปไม่เป็ทุกที
หลังจากกินข้าวกันเสร็จทั้งฉันและพี่เมย์ก็พากันเดินเล่นเพื่อย่อยพลางแวะร้านนั้นนี้ไปด้วย
“โอ๊ะ! เดรสน่ารักจัง” ชี้ไปยังร้านบูติกเล็กๆ ที่ตกแต่งด้วยสีพาสเทลหวานละมุนก่อนจะเดินเข้าไปดูแต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าไปใกล้เสียงขาดของบางอย่างก็ทำให้ฉันต้องหยุดละงัก
ก้มดูสำรวจตัวเองก่อนจะพบว่าเป็กระโปรงตัวเองนั่นแหละที่ขาด “อ๊ะ! แย่แล้วกระโปรงขาด”
พี่เมย์หันมามองดวงตาคู่นั้นฉายแววขำขันก่อนจะเอื้อมมือมาจับแขนของฉัน “ไม่เป็ไร เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่”
เลือกซื้ออยู่ไม่นานก็ออกมาพร้อมถุงกระดาษใบเล็ก ข้างในมีชุดเดรสผ้าชีฟองสีครีมอ่อนที่ดูนุ่มนวลมาก แค่เห็นก็รู้เลยว่าพี่เมย์ตั้งใจเลือกมาให้แน่ๆ แต่ช่างเถอะ สำหรับฉันตอนนี้ชุดอะไรก็ได้หมดขอให้ใส่แทนชุดเก่าได้ก็พอ
ขณะที่จัดการใส่ชุดใหม่พยายามจะเอื้อมมือไปรูดซิปด้านหลังแต่ด้วยซิปที่มันอยู่ต่ำเกินไปทำให้ฉันหาซิปไม่เจอ
“พี่เมย์อยู่มั้ยคะ”
“อยู่ ว่าไง”
“ช่วยรูดซิปให้หนูหน่อยค่ะ หนูหาซิปไม่เจอ” ประตูห้องน้ำเปิดออกก่อนพี่เมย์จะเข้ามา
“ให้พี่รูดซิปให้หรอคะ”
“ค่ะ รบกวนหน่อยค่ะ”
ยืนรอพี่เมย์รูดซิปไหนแต่จู่ๆ ก็มีแรงััเบาๆ ที่แผ่นหลังก่อนจะลากไล้วนทำให้ร่างกายเกิดขนลุกขนชันขึ้นมา
“แผ่นหลังของเราเนี่ย…สวยกว่าที่พี่คิดไว้อีกนะ” เสียงกระซิบข้างหูก่อนจะจูบเบาๆ ลงบนบ่ารู้สึกได้ถึงความสั่นไหวไปทั้งร่างแค่จูบเบา ๆ จูบเดียวมันกลับทำให้หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นมากกว่าเดิม
ััจูบไล่ต่ำลงไปเรื่อยๆ ตามแนวแผ่นหลังช้าๆ มือเรียวลูบไล้ก่อนจะซุกซนมุดเข้าใต้ผ้าขยับมาที่หน้าท้องทำให้ฉันต้องเกร็งเพื่อรับความเสียวซาบซ่าน
“อื้ม…” รีบยกมือปิดปากไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกมา หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะะเิ
จู่ๆ ภายในห้องน้ำแคบๆ ก็อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ััได้ถึงใบหน้าที่แดงก่ำ
“พี่เมย์…นะ-หนู”
“ว่าไงคะ”
มือเรียวสวยเคลื่อนลงต่ำเริ่มมุดเข้าไปในแพนตี้ก่อนจะนวดบีบคลึงที่บั้นท้ายกระตุ้นให้ความเสียวซาบซ่านเพิ่มขึ้น
ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรพี่เมย์ก็โน้มตัวลงจูบแก้มแล้วไล่ลงมายังคอจูบเบาๆ ซุกไซ้ช้า ๆ ราวกับกำลังดื่มด่ำสูดกลิ่นกาย
หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมา มือกำกระโปรงไว้แน่นเพราะตอนนี้ส่วนล่างเริ่มอึดอัด น้ำกามของแม็กซ์ที่มันค้างอยู่ด้านในเมื่อตอนบน}รถไฟฟ้าเริ่มซึมออกมาทีละนิด
“พี่เมย์…ช่วยหนูหน่อยได้มั้ยคะ ช่วยหนูเอามันออกที”
“เอาอะไรออกคะ หืม? พูดชัดๆ หน่อยพี่ฟังไม่ถนัด” เสียงกระเส่ากระซิบข้างหูกับมือสวยที่ยังคงค้างลูบไล้อยู่ที่บั้นท้าย
“เอา…น้ำ ของมันออกให้หนูที”
“หืม? แอบไปทำอะไรกับใครมาก่อนพี่หรอคะ แบบนี้พี่เสียใจแย่นะ” แรงบีบที่บั้นท้ายแรงกว่าเดิม นิ้วสวยลากไล้จนมาถึงร่องกลีบก่อนอีกคนจากใช้นิ้วถูไถกระตุ้นความเสียว
”อื้อ~” ยกมือปิดปากไม่ให้เล็ดลอดออกมา นิ้วเรียวถูไถก่อนจะค่อยๆ กดแรงจนนิ้วเรียวเข้ามาในตัว ชักเข้าชักออกอย่างช้าๆ ให้ฉันต้องแอ่นตัวรับความเสียว
“อึก!”
นิ้วเรียวเริ่มเร่งความถี่พร้อมเขี่ยเม็ดกระสันกระตุ้นความเสียงก่อนไม่นานน้ำในตัวจะค่อยๆ ซึมออกมาทีละนิด “อึก!”
ััจากริมฝีปากของพี่เมย์ลงบนแผ่นหลังพรมจูบเบาๆ นิ้วเรียวสอดเพิ่มเข้ามาอีกนิ้วหนึ่งก่อนจะเร่งความเร็ว อีกมือหนึ่งอ้อมมาบีบเค้าหน้าอกพร้อมกับเขี่ยยอดอกกระตุ้นเพิ่มความเสียว
“อื้อ!”
ความเร็วของนิ้วทำให้น้ำในตัวค่อยๆ ซึมไหลออกมาก่อนส่วนล่างจะกระตุกเกร็งพร้อมกับปล่อยน้ำในตัวออกมาจนเปรอะขา
“อึก!”
“พี่อยากให้หนูทำให้พี่นะ แต่ดูทรงหนูจะไม่ไหว”
พี่เมย์ถอดนิ้วออกจากตัวก่อนจะจับตัวฉันพลิกดันตัวให้นั่งลงบนชักโครกพลางจับขาทั้งสองขาแหวกออกให้วางพาดบนถังขยะกับกล่องทิชชู่
“หาที่จับให้แน่นๆ นะคะ เพราะพี่จะพาเราไป์”
พูดจบพี่เมย์ก็ย่อตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นห้องน้ำ กรีดนิ้วเรียวที่ร่องกลีบเบาๆ ก่อนจะละเลงลิ้นร้อนลงมาให้ฉันเสียวซาบซ่านจนต้องเอื้อมมือไปกำกลุ่มผมของอีกคนเพื่อระบายความเสียว
“อึก!!”
ลิ้นร้อนยังคงละเลงไปมาแถมสอดเข้าสอดออกราวกับกำลังหยอกล้อกับร่างกายอย่างสนุก
“อื้อ!! น-หนู อ๊าส์!” รีบยกมือขึ้นมาปิดปากเมื่อเผลอส่งเสียงออกมา
น้ำในตัวค่อยๆ ไหลทะลักจนเริ่มแฉะที่ร่องกลีบแต่อีกคนไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยให้ฉันได้หยุดพัก ลิ้นร้อนละเลงพลางสอดเข้าสอดออกก่อนไม่นานน้ำในตัวจะทะลักออกมาทั้งหมด
“อึก!”
ส่วนล่างกระตุกเกร็งค่อยๆ ปล่อยน้ำในตัวออกมาจนตอนนี้มันแฉะไปหมด พี่เมย์เงยหน้าขึ้นมาจากตรงนั้นพร้อมกับใช้ลิ้นเลียปากตัวเอง “เวลาเราทำหน้าเสียวแบบนั้นมันน่ารักมากเลยรู้รึเปล่า ถ้าไม่ติดว่าพี่ต้องไปทำธุระต่อพี่คงได้เห็นเราทำหน้าตาน่ารักมากกว่านี้แน่ๆ”
พี่เมย์ลุกขึ้นก่อนจะช่วยพยุงฉันให้ขึ้นมานั่งในท่าดีๆ พร้อมกับช่วยจัดชุดให้ฉันให้กับมาเป็ปกติ “ป่ะ ได้เวลากลับแล้ว เดี๋ยวพี่ไปส่งนะคะ”
ฉันได้แต่เดินตามพี่เมย์ออกมาอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร ยอมรับว่าเพราะเหตุการณ์เมื่อกี้มันทำให้ฉันรู้สึกอายมากจนอยากจะม้วนตัวเองซุกหน้าเข้ากระเป๋า
แล้วจากเหตุการณ์เมื่อกี้ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า แต่แววตาที่เธอมองมา มันเหมือนเสือที่กำลังเล่นหยอกล้อกับเหยื่อเลย
และเหยื่อคนนั้น—ก็คือฉัน
ฉันไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงดี ระหว่างจะหนีให้พ้นจากสายตานั่น หรือจะปล่อยให้ตัวเองถูกกลืนไปทั้งอย่างนี้
แต่สุดท้าย…ฉันก็ชอบอยู่ดี