กู้หวาจิงโดนกดลงไปยังพื้นเย็นเยือก ไม่รู้ว่าคนรับใช้คนนี้ตั้งใจหรือไม่ อุ้งมือของนางโดนกดไปยังเศษแก้วที่แตกละเอียดของถ้วยชาพอดี เศษแหลมของแผ่นแก้วที่บาดโดนใจกลางฝ่ามือ ทำให้เืของนางเปรอะเปื้อนไปบนพื้นกระเบื้องสีคราม
กู้หวาจิงมีท่าทีขัดขืน ทว่ามือนั้นกดร่างนางไว้อย่างแ่า ด้านข้างเถียนหมอมอก็โดนมัดไว้ไร้หนทางที่จะขยับเขยื้อนตัวได้ นางรู้สึกหนาวเหน็บ นับเป็ครั้งแรกที่นางได้ประสบกับรสชาติชีวิตที่โดดเดี่ยวเดียวดายไร้ความช่วยเหลืออย่างถึงแก่นแท้
ความโกรธแค้นและความอัปยศอดสูปะทุขึ้นในอก ใบหน้าของกู้หวาจิงแทบจะแนบติดกับพื้น นางกัดฟันแน่นในปากลิ้มรสคาวหวานของเื อย่าให้นางได้มีโอกาส เช่นนั้นแล้ว นางจะตอบแทนสิ่งที่คนเหล่านี้ทำกับนางไว้ในวันนี้อย่างแน่นอน!
คำให้การใกล้จะเขียนเสร็จสิ้น กู้หวาจิงทราบดีว่าไม่ต้องอ่านก็รู้ว่าคน้าเขียนข้อความเ่าั้ได้สุดจะทนแค่ไหน
สตรีในสมัยก่อนไม่ได้รับความเป็ธรรมเลยแม้แต่น้อย เหตุใดจึงโดนตัดสินคดีอย่างง่ายดาย เหตุใดจึงจะพรากลมหายใจของผู้อื่นไปง่ายดาย พวกเขาใช้หลักฐานอะไรกัน!
“เขียนเสร็จแล้วรึ เช่นนั้นก็ให้นางลงนามเสีย”
ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลไป๋นำหนังสือคำให้การมาไว้ในมือและอ่านอีกคราหนึ่ง จากนั้นจึงโยนไปทางกู้หวาจิงเบาๆ
กระดาษที่เป็หลักฐานแน่ชัดแผ่นนั้นลอยละล่องอยู่ในอากาศครู่หนึ่ง และตกลงบนพื้นเบื้องหน้ากู้หวาจิง
ทันใดนั้นใครสักคนก็นำหมึกประทับตราสีแดงสดเข้ามา นางพยายามกำหมัดแน่น แต่กลับไร้ประโยชน์...
ั้แ่นางตายไปและิญญาได้ข้ามมิติมายังโลกนี้ ก็ไม่เคยไปวางอำนาจบาตรใหญ่กับใคร แล้วเหตุใดถึงตกอับแบบนี้ได้ หรือว่าที่นางมายังอีกโลกหนึ่ง ก็เพื่อมาลิ้มรสกับความอัปยศอดสู
กู้หวาจิงพยายามขัดขืน ทว่าเมื่อนางพยายามอีกครั้ง ก็ไม่สามารถหลุดจากการตรึงตัวนี้ได้
ใครสักคนจับมือนางไว้แน่น มือนั้นหยาบกร้านและเย็นเยียบบีบจนนางรู้สึกเจ็บ มือนั้นจับนิ้วมือของนางแยกออก และจับปลายนิ้วของนางััลงบนหมึกสีแดงสด
“ปัง!”
เสียงดังที่เกิดขึ้นฉับพลันทำให้ทุกคนภายในห้องต่างตื่นใ แม้แต่รอยยิ้มที่พออกพอใจของฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลไป๋และหยางเพ่ยเพ่ยก็ต้องแข็งค้าง
“เกิดอันใดขึ้น”
หยางเพ่ยเพ่ยขมวดคิ้วมองไปยังด้านนอก ทว่าเห็นเพียงสาวใช้นางหนึ่งรีบเร่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาก แม้แต่กิริยาใดๆก็ไม่ได้สำรวมเอาไว้ ทันใดนั้นนางก็หกล้มคะเมนลงกับพื้น
“ฮูหยิน ฮูหยินผู้เฒ่า แย่แล้วเ้าค่ะ! พวกเขามาแล้วเ้าค่ะ!”
“...ใครกัน!”
นี่เป็ครั้งแรกที่ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลไป๋เห็นสาวใช้ในเรือนมีท่าทีตื่นตระหนกเช่นนี้ นางอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเข้ม “พูดให้มันชัดเจน ผู้ใดมา”
“ข้าเอง! กู้หวาเซวียน!”
“...!!!”
หัวใจดวงน้อยที่ท้อแท้ของกู้หวาจิงเมื่อได้ยินเสียงที่โยนลงบนดิน[1]นั้นก็รู้สึกใจชื้นขึ้นอีกครั้ง นางพยายามหันศีรษะไป จึงเห็นฝีเท้าหนักของร่างหนึ่งก้าวเข้ามาจากด้านนอกพอดี
มิใช่ว่าเถียนหมอมอเคยบอกนางว่าตระกูลกู้เป็ขุนนางฝ่ายบุ๋นหรอกหรือ ไฉนจึงดูเป็ขุนนางที่มีท่าทีดุดันเช่นนี้
กู้หวาจิงตกอยู่ในภวังค์ แทบจะลืมไปว่าในตอนนี้สภาพของนางน่าเวทนามากเพียงใด
ชายที่เข้ามารูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง จิตสังหารแผ่ออกมาจากชุดคลุมยาวสีทึมที่อยู่บนกาย นี่เป็คนของตระกูลกู้จริงๆ งั้นหรือ
นางได้แต่คาดเดาอยู่ในใจ เมื่อเห็นชายผู้นั้นให้สัญญาณมือคราหนึ่ง ทหารที่อยู่ด้านหลังกายเขาก็เข้ามาในทันทีนำคนใช้ที่ตรึงตัวกู้หวาจิงออกไป
ร่างของนางลอยขึ้น ชายผู้นั้นประคองนางขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
“จิงจิง...”
กู้หวาเซวียนเสียงสั่นระริก แตะต้องนางอย่างระมัดระวังเป็ที่สุด จนนางสามารถััความเ็ปใจได้จากน้ำเสียงของเขา
กู้หวาจิงเคยได้ยินเถียนหมอมอกล่าวเอาไว้ นางมีพี่ชายสามคน เพียงแต่ไม่รู้ว่า กู้หวาเซวียนผู้นี้ เป็พี่ชายคนไหนของนาง
ั์ตาที่เต็มไปด้วยว่างเปล่าของกู้หวาจิงจุดไฟความเดือดดาลของกู้หวาเซียนอย่างสมบูรณ์ น้องสาวที่เกิดมาฉลาดปราดเปรื่องของเขาผู้นี้เหตุใดจึงถูกทรมานจนมีสภาพเยี่ยงนี้ได้ ตระกูลไป๋อยากรนหาที่ตายอย่างนั้นรึ!
“ส่งคนมาให้ข้า! กล้าทำเช่นนี้กับบุตรสาวตระกูลกู้ ข้าจะบอกพวกเ้าไว้ หลังจากนี้พวกเราจะได้เห็นดีกันแน่!”
เสียงของกู้หวาเซียนกดต่ำลง ทหารของตระกูลกู้น้อมรับคำสั่งทันที ฉับพลันทันใดภายในห้องก็มีเสียงกรีดร้องขึ้น
“พอได้แล้ว พอได้แล้ว! นี่บ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแปกันเลยหรือไร! เ้าถึงกล้ากระทำเช่นนี้ในจวนตระกูลไป๋!”
ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลไป๋จับราวเก้าอี้หายใจกระหืดกระหอบ สีหน้าแดงก่ำ ชี้นิ้วตะคอกด่าไปทางกู้หวาเซวียน
กู้หวาเซวียนส่งเสียงฮึดฮัด “ขื่อแปงั้นรึ ฮูหยินผู้เฒ่าปฏิบัติต่อน้องสาวของข้าเยี่ยงนี้ ยามนี้ท่านยังจะเอ่ยถึงขื่อแปอีกงั้นรึ มันไม่มีทางเป็ไปได้หรอก เื่ของขื่อแปนี้ ตระกูลกู้ของพวกข้าจะสั่งสอนแก่พวกเ้าเป็ที่แน่นอน”
ท่าทีของฮูหยินผู้เฒ่าถูกกู้หวาเซวียนหยุดเอาไว้ นางโกรธจนแทบหายใจไม่ออก หลุบั์ตาลงทันที
หยางเพ่ยเพ่ยมองดูสถานการณ์ตรงหน้า นางล้มลงไปยังข้างกายสาวใช้ของแม่สามีในทันที ฮูหยินผู้เฒ่าไร้วิธีจัดการกับเื่นี้ นางเองก็ไม่ได้มีความกล้าหาญมากพอขนาดนั้น
“คุณชายรอง หยาอี่[2]ทั้งสองท่านนี้เป็คนในวังจิงจ้าว ท่านดูสิ”
กู้หวาเซวียนกวาดสายตามองมุมปากยิ้มเยาะ “ไม่ทราบว่าวันนี้ใต้เท้าทั้งสองรับชมละครกันสนุกสนานหรือไม่ เพียงแต่บุตรสาวของตระกูลกู้มิใช่ว่าใครจะมาใส่ความให้ร้ายได้ หากพวกท่านไม่รู้ว่าจะต้องกล่าวอันใด ภายหลังก็ไม่จำเป็ต้องกล่าว”
“ข้าน้อยทราบดี ข้าน้อยทราบดี! พวกข้าน้อยจะกล่าวเพียงแต่ความจริงเป็ที่แน่นอน นายท่านรองโปรดวางใจ”
เ้าหน้าที่ทั้งสองนายสั่นสะท้านดุจลูกนกต่อหน้าของกู้หวาเซวียน นายท่านรองตระกูลกู้ท่านนี้เป็ผู้ที่ไร้เหตุผลที่สุด พวกเขาไม่สามารถนำชีวิตน้อยนิดนี้ไปแขวนไว้กับคำสัญญาแสนหวานที่ตระกูลไป๋มอบให้ได้!
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/f76a431cff2b24d74f8d84186b87e2b9
[1] อุปมาถึง คำพูดที่มีพลังและโน้มน้าวจิตใจ
[2] หยาอี่ หมายถึง เ้าพนักงานบังคับคดี หรือตำรวจจีนโบราณทำหน้าที่จับผู้กระทำความผิด ฝ่าฝืนกฎหมาย