เสียงกลองศึกดัง ตุบ... ตุบ... กึกก้องไปทั่วลานหินอ่อนกว้างใหญ่ของ "สำนักบรรพตเมฆา" สำนักฝึกตนอันดับหนึ่งแห่งแคว้นทางใต้
วันนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของผู้เยาว์วัยสิบห้าปีทุกคน... "พิธีปลุกศาสตรากำเนิด"
ในดินแดนแห่งนี้ ความแข็งแกร่งไม่ได้วัดกันที่ขนาดกล้ามเนื้อ แต่วัดกันที่ "ความวิจิตร" ของอาวุธที่ถือกำเนิดมาจากจิติญญา ยิ่งลวดลายซับซ้อน ยิ่งแสงสีงดงาม ยิ่งแสดงถึงพร์ที่์ประทานให้
"คนต่อไป... จางเหว่ย!"
เด็กหนุ่มสวมชุดผ้าไหมราคาแพงเดินขึ้นไปบนแท่นพิธีด้วยความมั่นใจ เขาหลับตาลง รวบรวมลมปราณไว้ที่จุดกึ่งกลางหน้าผาก
วูบ!
แสงสีครามสว่างจ้า พลันปรากฏ "ทวนยาว" เล่มหนึ่งลอยออกมาจากความว่างเปล่า ด้ามทวนสลักลวดลายเกล็ดัสีเงินยวง ปลายทวนแหลมคมเปล่งประกายดุจดวงดาว
"โอ้! ทวนเกล็ดัเงิน!" ผู้าุโคุมพิธีอุทานตาโต "ลวดลายระดับ 7! งดงาม... งดงามยิ่งนัก! นี่คืออัจฉริยะที่จะนำชื่อเสียงมาสู่สำนักเรา!"
เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม จางเหว่ยยืดอกรับความดีความชอบ สายตาเหลือบมองไปยังแถวของศิษย์สายนอกที่ยืนรออยู่ด้านหลังด้วยความเหยียดหยาม
"คนต่อไป... หลี่จง!"
ชื่อที่ถูกขานเรียกทำให้เสียงเชียร์เงียบลงทันตา
เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่กว่าคนวัยเดียวกันก้าวออกมาจากแถว ชุดฝึกสีเทาเก่าๆ ของเขามีรอยปะชุนหลายจุด ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แม้จะถูกสายตาดูแคลนจ้องมอง
หลี่จงเป็เพียงเด็กกำพร้าที่สำนักเก็บมาเลี้ยง ไม่มีตระกูลหนุนหลัง สิ่งเดียวที่เขามีคือพละกำลังมหาศาลที่ใช้แบกหามฟืนและน้ำให้ศิษย์คนอื่น
"รีบๆ ทำให้จบเถอะเ้าทึ่ม" จางเหว่ยะโไล่หลัง "ข้าอยากจะไปฉลองแล้ว"
หลี่จงไม่ตอบโต้ เขาเดินขึ้นไปยืนบนแท่นหินศักดิ์สิทธิ์ สูดหายใจลึก กลิ่นธูปหอมตลบอบอวล เขาหลับตาลง ััถึงความร้อนรุ่มที่กลางหน้าผาก
มาเถอะ... คู่หูของข้า จะเป็ดาบ เป็มีด หรือแค่ท่อนไม้ ข้าก็พร้อมจะรับเ้าไว้
เขาะเิพลังปราณอันน้อยนิดออกมา
ครืนนนน...
ทันใดนั้น พื้นดินรอบแท่นพิธีก็สั่นะเืเบาๆ ไม่ใช่การสั่นไหวที่รุนแรง แต่เป็ความรู้สึกอึดอัดเหมือนอากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นฉับพลัน
แสงสีเทาหม่นๆ ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้าหลี่จง มันไม่มีประกายเจิดจ้าบาดตาเหมือนทวนของจางเหว่ย แต่มันดู... ทึบตัน
เมื่อแสงจางลง ทุกสายตาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนขบขัน
สิ่งที่ลอยอยู่ตรงหน้าหลี่จง ไม่ใช่ศาสตราแหลมคม ไม่ใช่อาวุธเทพเ้า แต่มันคือ "แท่งหิน"
แท่งหินทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำด้าน สูงราวสองเมตร กว้างหนึ่งศอก ผิวของมันขรุขระหยาบกร้าน เต็มไปด้วยรอยกะเทาะเหมือนผ่านกาลเวลามานับพันปี ไม่มีลวดลายัหงส์ มีเพียงรอยขีดข่วนสะเปะสะปะที่ดูสกปรก
ความเงียบเข้าปกคลุมลานพิธี ก่อนที่เสียงหัวเราะจะะเิออกมาดังสนั่น
"ฮ่าๆๆๆ! นั่นมันอะไรน่ะ? เสาบ้านเหรอ?" "ไม่ใช่! ข้าว่ามันเหมือน ป้ายหน้าหลุมศพ มากกว่า!" "อัปมงคล! อัปมงคลยิ่งนัก! ศาสตรากำเนิดเป็ป้ายศพ เ้าหลี่จงมันต้องเป็ตัวซวยแน่ๆ!"
ผู้าุโคุมพิธีส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง "ศาสตราไร้ระดับ... ไม่มีความคม ไม่มีธาตุ ไม่มีลวดลาย... ขยะโดยแท้"
หลี่จงลืมตาขึ้นมองวัตถุตรงหน้า ในสายตาคนอื่น มันคือความอัปลักษณ์ แต่สำหรับหลี่จง... เขากลับรู้สึกถึงความผูกพันประหลาด มันดูโดดเดี่ยว... เงียบงัน... และ "หนักแน่น" เหมือนกับตัวเขา
หลี่จงยื่นมือออกไปจับที่กึ่งกลางของแท่งหิน
"อึ้ก!"
ทันทีที่มือััผิวหยาบกร้าน น้ำหนักมหาศาลก็กดทับลงมาที่แขน แขนเสื้อของเขาฉีกขาดทันทีเพราะกล้ามเนื้อที่ขยายตัวเกร็งรับน้ำหนัก มันหนัก... หนักยิ่งกว่าหินก้อนใหญ่ที่สุดที่เขาเคยแบกนับร้อยเท่า!
"แค่จะยกยังทำไม่ได้เลยรึ?" จางเหว่ยเดินเข้ามาหัวเราะเยาะ "หลี่จง ข้าว่าเ้าเอาป้ายศพนั่นไปวางไว้หลังเขาเถอะ อย่าเอามาให้เกะกะสายตาคนในสำนักเลย"
จางเหว่ยยื่นมือจะมาผลักไหล่หลี่จงเพื่อหยอกล้อ
วินาทีนั้นเอง หลี่จงกัดฟันกรอด ดวงตาฉายแวววาวโรจน์ "อย่า... มา... แตะ!!"
เขาเกร็งพลังทั่วร่าง งัดเอาเรี่ยวแรงช้างสารที่สะสมมาจากการทำงานหนักตลอดสิบปี ยกเสาหินท่อนนั้นขึ้น แล้วกระแทกมันลงกับพื้นเพื่อระบายความอัดอั้น
ตึง!!!
เสียงกระแทกนั้นไม่ได้ดังแสบแก้วหู แต่มันดังก้องเข้าไปใน "กระดูก" ของทุกคน
เพล้ง!
พื้นลานประลองที่ทำจากหินอ่อนชั้นดี แตกกระจายเป็รอยร้าวใยแมงมุม รัศมีรอยแตกขยายวงกว้างไปจนถึงเท้าของจางเหว่ย
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่ารอยแตก คือ "แรงกดดัน"
จางเหว่ยที่กำลังจะหัวเราะ จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีูเาล่องหนหล่นทับไหล่ "อะ... เฮือก!" เขาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดัง ตึง! หน้าซีดเผือด หายใจไม่ออก ทวนัเงินในมือร่วงหลุดเพราะไม่มีแรงแม้แต่จะกำด้าม
ฝุ่นควันจางลง เผยให้เห็นหลี่จงยืนหายใจหอบ มือข้างหนึ่งจับประคองเสาหินสีดำที่ปักจมลงไปในพื้นหินอ่อนกว่าครึ่งศอก
สายตาของศิษย์นับร้อยจ้องมองมาที่เขา... ไม่ใช่ด้วยความชื่นชม แต่ด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอัจฉริยะอย่างจางเหว่ยถึงลงไปกราบกรานศิษย์ขยะอย่างหลี่จง
หลี่จงก้มมองมือตัวเองที่สั่นระริก แล้วเงยหน้ามองเสาหินคู่กาย รอยขีดข่วนบนเสาดูเหมือนจะเรืองแสงสีแดงจางๆ ขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะหายไป
"หนัก..." หลี่จงพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเป็ครั้งแรก "หนักดีจริงๆ"
นี่ไม่ใช่ขยะ แต่มันคือความแข็งแกร่งที่คนตาบอดพวกนี้มองไม่เห็น ...ตำนานของจักรพรรดิผู้แบก์ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว