7
ทอดสะพาน
“ฉันขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะคะ”
“เชิงๆหวังว่ากลับมาเสี่ยคงได้ฟังข่าวดีนะหนูอิง” วุฒิพงษ์ผายมือยิ้มร่าเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดไปวันนี้คงทำให้สาวสวยตรงหน้าเลิกเล่นตัวเสียทีเมื่อขอกันดีๆ มันยากนักก็ต้องเปลี่ยนวิธีกันบ้าง
อินทิราพยายามวางสีหน้าให้ดีที่สุดบอกให้ตัวเองใจเย็นเข้าไว้เพราะพอจะมองเห็นทางหนีทีรอดในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่หญิงสาวรวบรวมความกล้าบังคับขาไม่ให้สั่นขณะก้าวเดินไปยังเป้าสายตาผู้ชายที่เธอรู้ว่าเขาคือใคร ใหญ่แค่ไหนมีประโยชน์ต่อเธอในสถานการณ์ยามนี้มากเพียงใดและที่สำคัญเขายังมีบางอย่างติดค้างเธออยู่ การนั่งสบตากันหลายต่อหลายครั้งตลอดเวลาที่ผ่านมาทำให้อินทิราตัดสินใจได้เด็ดขาดว่าเขาต้องช่วยเธอ
นามบัตรสีชมพูอ่อนถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้าชายหนุ่มที่เงยขึ้นมองตอบทันที...ตาสบตา
“ช่วยโทรหาฉันหน่อยนะคะตอนนี้เลย”
ร่างระหงเดินผ่านไปอย่างงามสง่าหลังเอ่ยคำนั้นถามหาทางไปห้องน้ำจากบริกรแล้วก้าวต่อไปจนได้มุมเหมาะปลอดตาคนก่อนถึงทางแยกห้องน้ำชายหญิงเธอไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำแต่้าถอยมาตั้งหลักและหาตัวช่วยเท่านั้น
อินทิราคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาจ้องหน้าจอภาวนาขอให้มีเบอร์แปลกใหม่โชว์ขึ้นมาทีเถิดหญิงสาวรับรู้ถึงอาการใจเต้นแรงและมือที่เย็นเฉียบรอแล้วรออีกคำภาวนาของเธอก็ไม่เป็ผลเมื่อทุกอย่างยังเงียบกริบ
“ขอให้ช่วยแค่นี้ก็ไม่ได้แค่กดโทรศัพท์มันจะยากอะไรหนักหนานะ กลัวเปลืองตังค์เดี๋ยวฉันจ่ายให้เอง”เธอบ่นพึมใส่หน้าจอ ก่อนต้องสะดุ้งใหันมองหลัง
“อยู่ใกล้กันแค่นี่ทำไมต้องเปลืองตังค์ค่าโทรศัพท์ล่ะคุณ”
“คุณ”เขาตามมา! โอ้... เทพบุตรทรงโปรด วินาทีนี้คุณหล่อขึ้นอีกร้อยเท่าพันเท่าเลยรู้ไหม!
“้าให้ช่วยอะไรครับคุณอินทิรา” ธานินทร์ยิ้มถามคนตาค้าง
ข้อมูลที่อยู่บนนามบัตรทำให้เขารู้อะไรเกี่ยวกับผู้หญิงตรงหน้ามากขึ้นตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทที่มีชื่อคล้ายคลึงเ้าของบอกเขาว่าเธอน่าจะเป็ผู้หญิงเก่งคนหนึ่งซึ่งก็ตรงกับบุคลิกภายนอกของเธอมากทีเดียวแต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาตัดสินใจลุกมาหาเธอแทนการใช้โทรศัพท์แววตาที่เกือบจะเว้าวอนกับน้ำเสียงที่คล้ายจะออดอ้อนของเธอต่างหาก
“คือ...”คนคิดหนักชะงักคำสิ่งที่ตั้งใจพูดมันจะน่าเชื่อถือหรือตลกพิลึกสำหรับผู้ชายตรงหน้าแต่ก็แทบไม่มีทางไหนที่ดีกว่านี้อีกแล้วในสถานการณ์ตอนนี้เธอ้าผู้ชายสักคนที่มีอิทธิพลมากพอจะต่อกรกับเสี่ยวุฒิและวศินใครสักคนที่คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของเธอได้
“อย่าบอกนะว่าจะทวงรางวัล”
คำถามชี้นำนั้นได้ทำให้คนมือแปดด้านเริ่มเห็นทางรอดโดยไม่รู้ตัว
“ค่ะจะว่าอย่างนั้นก็ได้ คือฉัน... ฉันชอบคุณ” เอาก็เอา ฉันจะจีบคุณล่ะนะมันจะเป็แผนอ่อยอย่างฉลาดหรือเปล่าไม่รู้ แต่ตอนนี้จะช้าอยู่ไม่ได้แล้ว
“ชอบผม!”นี่เขาควรใหรือดีใจหนอ ผู้หญิงคนแรกที่วิ่งหนีเขาแต่กลับตามไปหลอกหลอนในความฝันหลายค่ำคืนจู่ๆมาโยนสะพานโครมใหญ่ใส่หน้านี่คุณเธอไม่คิดจะศึกษาศิลปะการอ่อยผู้ชายมาก่อนเลยหรือไง
“เอ่อคือ... จะพูดยังไงดี คือฉัน้าคุณ ฉันอยากให้คุณช่วยฉัน นะคะฉัน้าคุณจริงๆ”
“เดี๋ยวๆคุณผู้หญิง ใจเย็นๆ ให้เวลาผมตั้งตัวหน่อย คุณทำผมขนลุกไปหมดแล้ว”
เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆไอ้คำว่าชอบคุณ ้าคุณนี่มันกระตุ้นต่อมจินตนาการไปไกลถึงใต้ร่มผ้าไม่ใช่ไม่เคยถูกสาวสารภาพรัก แต่สำหรับรายนี้มันดูไม่น่าเชื่อถือและประหลาดเกินไปเธอนั่งหน้าเครียดอยู่กับผู้ชายอีกคนแล้วเกิดนึกอยากจะสารภาพรักผู้ชายอีกคนขึ้นมากระทันหันอย่างนั้นหรือ
“ตั้งตัวอะไรคราวก่อนคุณจูบฉัน ฉันก็ยังไม่ทันตั้งตัวเลยนะ”
“อ้าว...”
“นะคะช่วยฉันหน่อย ตอนนี้ฉัน้าคุณจริงๆ”
“้าผม!ตอนนี้นี่นะ”
“ค่ะ”
“เฮ้ย!นี่อย่าบอกนะว่าคุณถูกไอ้เสี่ยนั้นวางยา”
ถ้าไม่เดาไปทางนี้ก็ไม่รู้จะเดาทางไหนแล้วจู่ๆ ผู้หญิงท่าทางกระวนกระวายมาบอกว่า้าคุณอยากได้คุณนี่ผู้ชายร้อยทั้งร้อยคิดออกอยู่ประตูเดียว
แต่ว่าเธอนั่งเผชิญหน้ากับเสี่ยวุฒิพงศ์อยู่อย่างนั้นไม่สังเกตบ้างหรือไงว่าถูกอีกฝ่ายฉวยโอกาสใส่ยาในแก้วน้ำตอนไหนผู้หญิงสมัยนี้ไม่รู้จักระวังเนื้อระวังตัวเอาเสียเลย อ่า...หรือตอนที่เธอกับเขาสบตากันบ่อยๆ อาจจะเป็โอกาสเหมาะที่อีกฝ่ายจะลงมือเขาเองก็ไม่ได้สังเกตด้วยสิว่าผู้ชายที่นั่งหันหลังให้มีพิรุธตอนไหนบ้าง
“เอ่อ...ชะ ใช่”
นี่เธอตัดสินใจผิดหรือเปล่าที่รับสมอ้างแต่มันก็ฟังขึ้น และชวนคล้อยตามมากกว่าเหตุผลร้อยแปดประการที่กำลังวิ่งวุ่นอยู่ในหัวเธอตอนนี้ไม่รู้จะหยิบยกข้ออ้างไหน ไม่รู้จะเรียบเรียง คำพูดแบบไหนให้เขายอมช่วยให้เธอหลุดพ้นจากน้ำมือของผู้ชายอีกคนที่กำลังนั่งรอคำตอบเื่ที่เธอต้องปฏิเสธแน่ๆแต่ถ้าปฏิเสธไป ไม่วันนี้หรือพรุ่งนี้เป็เื่แน่ตอนนี้ขอแค่ได้ถอยไปตั้งหลักโดยที่เสี่ยวุฒิพงษ์ไม่คิดว่าถูกเธอปฏิเสธจนเจ็บแค้นเป็พอ
‘เสี่ยสงสารหนูอิงน่า ถึงได้ยื่นข้อเสนอให้ เอาแบบนี้ล่ะกานเรามาร่วมหุ้งส่วนกิจการกับหุ้งส่วนชีวิตกันเสี่ยรับรองได้เลยว่าจะดูแลหนูอิงอย่างดีที่สุด ไม่ให้อาวิงมันรังแกหนูได้เลยคอยดู’
นั่นเป็หนึ่งในหลายๆประโยคที่เสี่ยวุฒิพงษ์พยายามหว่านล้อมเธอหลังจากบอกว่าเงินก้อนใหญ่ที่เธอให้วศินไปนั้นหมดไปกับการใช้หนี้พนันที่คาสิโนบนเกาะแห่งหนึ่งแถวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านและตอนนี้วศินก็กำลังจะกลับมาไถเงินก้อนต่อไปจากเธอแต่เสี่ยวุฒิพงษ์รู้และสงสารเธอจึงอยากยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
อินทิราค่อนข้างเชื่อเื่ที่พี่ชายติดการพนันมีหนี้สิ้นล้นตัวแต่เธอไม่เชื่อว่าข้อเสนอที่เสี่ยวุฒิพงษ์มาพูดกับเธอครั้งนี้วศินจะไม่รู้เห็นเป็ใจบางทีสองคนนี้อาจกำลังร่วมมือกันกลั่นแกล้งเธอก็ได้เสี่ยวุฒิพงษ์อาจฉวยโอกาสทำตัวเป็พ่อพระในสถานการณ์ที่เธอกำลังตกที่นั่งลำบากแต่เธอไม่อยากรับความช่วยเหลือจากเขาสักนิด ถ้าต้องเลือกเธอขอเลือกผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าดีกว่า อย่างน้อยที่สุดเขาก็โสด มีอิทธิพลมากกว่าและหล่อกว่าเสี่ยชราตัณหากลับนั่นหลายขุม
“นี่คุณว่าไง ผมถามว่ายาอะไรไม่ได้ยินหรือไง”คำถามหาความมั่นใจจากธานินทร์ถูกยิงตามมาอีกครั้งเมื่ออินทิราเอาแต่นิ่งเหม่อเหมือนไม่ได้ยินคำถามของเขา...อาจจะเป็ผลจากยา เขารู้ว่ายาพวกนี้มีหลายแบบการออกฤทธิ์กับผลข้างเคียงมากน้อยต่างกัน ทั้งที่เป็สารเสพติดร้ายแรงยากล่อมประสาท ยากระตุ้นฮอร์โมน หรือแม้แต่ยาที่ใช้ในการผสมพันธุ์ม้า
“ฉันไม่รู้”อินทิราหายใจแรงขึ้น ใจเต้นระส่ำ ตื่นเต้น ไม่สบายใจและกลัวไปหมด เธอไม่อยากโกหกแต่เมื่อสถานการณ์พาไปในทางนี้แล้วจะให้กลับลำตอนนี้ก็กระไรอยู่
“แล้วกินเข้าไปเยอะหรือเปล่า”
เขาเชื่อว่าเธอคงไม่รู้จริงๆแต่ท่าทางกระสับกระส่ายของเธอทำให้เขาเดาว่าน่าจะเป็สารเสพติดที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทหรือที่เรียกกันว่ายาอี ยาเลิฟ ผู้เสพยาพวกนี้ในระยะแรกจะมีอาการตื่นตัวไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ซึ่งง่ายต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศ อดีตนักท่องราตรีอย่างเขาถึงไม่เคยลองแต่เคยเรียนรู้
ธานินทร์กวาดตามองสำรวจทั่วร่างงามพลางคิดทบทวนว่าหลังจากนี้เขามีงานเร่งด่วนสำคัญอะไรหรือเปล่าถ้าต้องพลีกายให้ผู้หญิงคนนี้ล่วงละเมิดทางเพศจริงๆ คงใช้เวลาไม่น้อย
“ฉันไม่รู้”
“ผมหมายถึงน้ำแก้วที่คุณสงสัยว่าจะมียาน่ะ กินเข้าไปเยอะหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะไม่เยอะ” เลือกส่วนน้อยไว้ก่อนเพราะถ้าตอบว่าเยอะนี่คงต้องแสดงอาการเมายาออกไปให้เขาเห็นใช่ไหมก็เธอไม่รู้นี่ว่าต้องแสดงออกอย่างไรให้ใกล้เคียงเคยรู้มาบ้างว่าคนถูกวางยาพวกนี้จะคอแห้ง กระหายน้ำ ตัวร้อน วูบวาบร่างกาย้าเื่อย่างว่า! แต่เธอยังไม่อยากเสียตัวตอนนี้นะ!
“โอเคตอนนี้คุณยังพอทนไหวใช่ไหม”
“น่าจะไหวค่ะ”อินทิราพยักหน้ารับคำเบาๆ ไหวไม่ไหวไม่รู้ แต่จะพยายามไหวก็แล้วกัน
“อยากให้ผมช่วยจัดให้สักรอบก่อนไหม”
คนฟังถึงกับเบิกตากว้างกับคำถามนี้แล้วใบหน้าขาวนวลก็เริ่มแดงซ่านร้อนผ่าวในประโยคต่อไป
“แค่ภายนอกก็ได้คุณจะได้ไม่กระวนกระวายนัก ไป! ในห้องน้ำล่ะกัน”
“เอ่อ...มะ ไม่เป็ไรคะ ยังไม่ต้องก็ได้ ฉันไม่ เอ่อคือ... ฉันไม่ชอบห้องน้ำ”รีบขยับถอยห่างเมื่อมือใหญ่ยื่นมาหาในท่าเตรียมโอบไหล่
“อืม...งั้นพอทนไหวนะ”
“ค่ะไหวๆ”
“ดีงั้นรออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวผมออกไปเคลียร์ข้างนอกก่อน”
“จะเคลียร์อะไรคะ”เธอรีบคว้าท่อนแขนเขาไว้เมื่ออีกฝ่ายหันตัวกลับธานินทร์ก้มมองสองมือบางที่เกาะกระชับอยู่บนท่อนแขนของเขาแม้จะมีแขนเสื้อกั้นััเนื้อต่อเนื้อแต่แรงสั่น ไออุ่นและกระแสไฟลึกลับกลับส่งผลตรงต่อความรู้สึกได้ไม่ยากเย็นสายตาของอินทิรามองจ้องไปยังตำแหน่งเดียวกันก่อนจะเงยขึ้นมองหน้าคนที่กำลังรอจังหวะสบตาอยู่
“มือคุณสั่น”เสียงทุ้มต่ำกระซิบมา พาให้คนมือสั่นยิ่งใจสั่น
“เอ่อ...”ก็ฉันตื่นเต้นจะไม่ให้สั่นยังไงไหว
“ผมว่าคุณอยู่คนเดียวไม่ได้แล้วแหละงั้นไปกับผม” แค่ได้เห็นเธอเผยอริมฝีปากทำตาปรอยเขาก็ตัดสินใจรั้งแขนหมายพาคนเกาะกุมไปด้วยกันคิดว่าถ้าปล่อยคนสวยอารมณ์เปลี่ยวไว้ตรงนี้ มีหวังไม่เหลือตกถึงท้องเขาแน่
“แต่..”เธอฉุดแขนเขาไว้อีกครั้ง
“มาเถอะน่าให้ผมจัดการเอง” ใช้อีกมือมาช่วยจับจูงให้คนทำตัวแข็งทื่อต้องขยับขา
“คุณจะจัดการยังไง”อินทิรายังพยายามเหนี่ยวรั้งอยากรู้แผนการของอีกฝ่ายว่าจะเข้าทางเธอหรือจะยิ่งทำให้เื่บานปลายไปกันใหญ่โต
ธานินทร์ปลดมือบางทั้งสองออกจากท่อนแขนแล้วเปลี่ยนไปโอบไหล่มนไว้ในก้มหน้าพูดด้วยแบบเป็การเป็งานตามสไตล์นักธุรกิจใหญ่ที่มักจะเป็ผู้ชี้ขาดและมีอำนาจเหนือสุดเสมอแต่ก็ยังไม่วายเกลี่ยปลายนิ้วหัวแม่มือไล้หัวไหล่มนเล่นแม้จะแค่บนเนื้อผ้าก็ยังดีกว่าจับนิ่งๆ
“ถ้าอยากให้ผมช่วยก็เชื่อใจผมร่วมมือกับผม ตกลงมั้ย”
“คะตกลง...ก็ได้”
จะออกหัวออกก้อยก็ช่างก่อนลองเชื่อในความสามารถของผู้ชายคนนี้ดูสักครั้งเพราะตอนนี้แววตาเด็ดเดี่ยวและรัศมีบางอย่างที่แผ่พลังออกมาจากบุคลิกของเขาทำให้เธอนึกอยากจะใช้โอกาสนี้ลองทอดสะพานอย่างฉลาดกับเ้าของฉายาเพลย์บอยพันล้านดูสักตั้ง
ธานินทร์ปรับท่าจากโอบไหล่ให้อินทิราเป็ฝ่ายควงแขนเขาอย่างแแ่ก่อนพาเดินออกไปสู่สายตาผู้คนแม้เวลาจะเลยเที่ยงมานับชั่วโมงแล้วแต่ใครต่อใครก็ยังติดพันอยู่กับอาหารอร่อยและคู่สนทนามีหลายคนที่เห็นทั้งสองเดินออกมาจากมุมห้องน้ำด้วยกันก็หันมองตามไปเรื่อยจนตอนนี้สายตาแทบทุกคู่ที่เหลียวมองตามกำลังให้ความสนใจกับภาพที่เห็น... ธานินทร์วราเวศกุลนักธุรกิจหนุ่มชื่อกระฉ่อนกับสาวสวยบุคลิกดีควงแขนตรงไปยังโต๊ะที่เสี่ยวุฒิพงษ์นั่งอยู่และอาจเป็ไปได้ว่าจะมีสักคนสองคนที่รู้จักหน้าค่าตาของ อินทิรา หวันวัฒนา เช่นกัน
“สวัสดีครับเสี่ยวุฒิ”เสียงเข้มเอ่ยทักคนนั่งหันหลังให้
“อ้า...สวัสดีครับคุงธานิง” คนเผลออ้าปากค้างรีบขยับกายลุกขึ้นหันตัวไปเผชิญหน้า
“อ้า...แล้วนี่อาหนูอิงเป็อะไรครับ”
อินทิราชำเลืองมองหน้าเสี่ยวุฒิพงษ์เพียงเสี้ยววินาทีก่อนเอียงหน้าซบแนบหัวไหล่หนารอลุ้นฟังคำตอบจากคนที่บอกว่าจะจัดการทุกอย่างเอง
“นั่นสิครับผมก็อยากรู้ว่าเธอเป็อะไร อาการอย่างนี้คงต้องพาไปตรวจให้ละเอียดซะหน่อย”
“อ้อไม่เป็ไรคับ เธอมากับผม เดี๋ยวผมจัดการเอง” กระตือรือร้นรีบยื่นมือไปหาแต่เ้าของท่อนแขนแกร่งกลับขยับกายเข้ามาขวางไม่ปล่อยให้ปลายนิ้วผู้ชายตรงหน้ายื่นมาแตะต้องผู้หญิงในของตน
“ไม่เป็ไรครับพอดีผมมีนัดกับเธอต่ออยู่แล้วก็เลยว่าจะรับตัวไปเลยแต่เห็นเสี่ยยังนั่งอยู่เลยแวะมาบอกจะได้ไม่เสียเวลารอเก้อเชิญเสี่ยทานอาหารต่อตามสบายนะครับ”
“อ่าง...เอ่อ จะเอาอย่างนั้นหรือครับ พอดีผมกับหนูอิงยังคุยธุระกันไม่เรียบร้อยเลย”คนเริ่มอารมณ์กรุ่นๆ ที่เห็นเหยื่อที่ลงทุนตกเบ็ดไว้อย่างดิบดีกำลังจะตกไปอยู่ในอุ้งมือคนอื่นแค่ดูตา ผู้ชายด้วยกันก็รู้ว่าอะไรเป็อะไรถึงความหล่อความรวยและอะไรอีกหลายอย่างเขาจะสู้หมอนี่ไม่ได้แต่คนมาก่อนมันก็ต้องมีสิทธิ์ก่อนสิวะ
“ธุระ”ธานินทร์เลิกคิ้วให้คนพูดแล้วหันมาทางคนข้างกาย “ธุระอะไรหรือครับอินสำคัญหรือเปล่าจะคุยต่อไหม”
“เปล่าค่ะ”อินทิรารีบส่ายหน้าแล้วเผลอลงแรงบีบท่อนแขนแน่นหนักขึ้นกว่าเดิมส่งผลให้ริมฝีปากหยักบางของธานินทร์กระตุกขึ้นอมยิ้มเดาได้ไม่อยากว่าตอนนี้เธอคงอยากจะบีบรัดฟัดเหวี่ยงเขาไปทั้งตัวแล้ว
“อืม...ถ้าไม่สำคัญมาก ไว้ค่อยคุยกันวันหลังก็แล้วกันนะครับเสี่ยวุฒิพอดีว่าธุระของเราสองคนนี่สำคัญมากทีเดียว เห็นทีจะชักช้าอยู่ไม่ได้แล้วยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ ขอโทษแทนอินด้วยที่ทำให้เสี่ยเสียเวลา”
“อ่า...ก็ได้ครับ” ก็จะให้ว่าอย่างไรในเมื่อคนตัดสินเบ็ดเสร็จพาสาวในวงแขนหันหลังจากไปทันทีหลังพูดจบ
วุฒิพงษ์นั่งขมวดคิ้วคิดหนักสองคนนี้ไปรู้จักมักจี้กันั้แ่เมื่อไหร่ทำไมไม่เคยได้ยินวศินพูดถึง อะไรวะ...ตกลงผู้หญิงโสดๆ สวยๆที่ดูดีมีสกุลในเมืองนี้เป็ต้องเสร็จเพลย์บอยหนุ่มหน้าหยกคนนี้ทุกรายเลยหรือไงเหลือแต่พวกใจแตกบ้านแตกมาให้เขาแทะเล็ม หรือว่าอินทิราคิดจะจับผู้ชายคนนี้ ฮึ...เธอไม่รู้หรือไงว่าเพลย์บอยพันล้านอย่าง ต้า วราเวศ ไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน
อาหนูอิงเอ้ย...เห็นหนุ่มไฟแรงดีกว่าผู้ใหญ่หัวใจอุ่นๆ ไปได้ ชีช้ำมาเมื่อไหร่เสี่ยไม่ปลอบแต่จะซ้ำให้ช้ำกว่าเดิมเลยนะจะบอกให้!
รอดจากคนหนึ่งมาได้แล้วจะรอดจากคนนี้ได้หรือเปล่า...อินทิราเฝ้าถามตัวเองตลอดเวลาที่เดินควงแขนชายหนุ่มที่เป็ต้นเหตุให้เธอต้องตกเป็เป้าสายตาคนทั้งห้องอาหารและอาจจะรวมถึงอีกหลายคนที่ล็อบบี้ด้านหน้า่เวลานี้คงมีทั้งคนเช็คเอ้าท์และรอเช็คอิน ไหนจะพนักงานของโรงแรมที่ต้องรู้จักผู้ชายคนนี้ไหนจะคนที่อาจจะรู้จักเธอเพราะเธอก็เคยมาใช้บริการทั้งห้องพักห้องจัดเลี้ยงและห้องอาหารที่นี่บ่อยครั้ง
หญิงสาวค่อยๆปล่อยมือจากท่อนแขนแกร่งแต่มันไม่แเีพอเพราะร่างสูงหยุดเท้าหันมามองหน้าเธอทันที
“มีอะไรครับ”
“เอ่อ...รถฉันจอดอยู่ชั้นนี้ค่ะ ยังไงเราแยกกันตรงนี้ก็ได้”
หัวคิ้วเข้มย่นเข้าหากันทันทีดวงตาสองชั้นแบบแอบหลบในนิดๆ ของธานินทร์กวาดมองทั่วร่างงามอย่างพินิจวันนี้ผู้หญิงที่เขายังไม่ลืมเพราะเป็คนความจำดีใส่ชุดกระโปรงยาวแขนระบายสีเหลืองนวลขับผิวขาวผ่องของเธอให้ยิ่งกระจ่างตา วงหน้าเนียนใสแต่งเติมสีสันชวนมองกลิ่นกายหอมอ่อนๆ เรียกอารมณ์ปรารถนาจากผู้ชายได้ทุกวัย
ไม่แปลกใจเลยที่เสี่ยเมียเผลออย่างวุฒิพงษ์อยากจะเชยชมผู้หญิงคนนี้และไม่แปลกใจอีกเช่นกันที่เธอเลือกผละจากผู้ชายหุ่นพะโล้นั่นมาขอความช่วยเหลือจากเขาเพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็มีภาษีดีกว่าผู้ชายทุกคนในเมืองนี้อยู่แล้วแต่นี่เธอพูดถึงเื่อะไร แยกกันตรงนี้!
“หมายความว่ายังไงแยกกันตรงนี้”
“คือฉันคิดว่าคุณอาจจะมีงานสำคัญรออยู่ฉันไม่อยากรบกวนคุณน่ะค่ะ”
“แต่เมื่อกี้คุณบอกว่า้าผม”คิดจะเบี้ยวกันแน่ๆ แต่ขอแกล้งทำโง่หน่อยเถอะเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะสบายใจที่ได้คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าผู้ชาย
“ค่ะเอ่อก็้าให้คุณช่วยกันฉันออกมาจากเสี่ยวุฒิพงษ์ นี่ไง”
“ทำไมคุณกลัวอะไรเสี่ยวุฒิพงษ์หนักหนา ถ้าไม่อยากนั่งอยู่กับเขาก็เดินออกมาเองได้นี่”
หรี่ตาจับสังเกตท่าทีของคู่สนทนาอย่างละเอียดและเริ่มเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้รู้ว่าตัวเองเผลอเชื่อผู้หญิงคนนี้ง่ายไปเสียแล้วท่าทีของหญิงสาวเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ แม้ยังมีอาการกระวนกระวายให้สังเกตได้แต่ดูออกเลยว่าไม่ใช่เพราะถูกวางยาอย่างที่เขาเข้าใจผิดไปแต่แรกแน่นอนเพราะถ้าเธอถูกวางยาพรรค์อย่างว่าจริงเธอคงไม่คิดจะถอยห่างจากผู้ชายหนุ่มแน่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังทางเพศอย่างเขาแน่นอน
“ค่ะก็จริงของคุณ แต่เมื่อกี้นี่ฉันกลัวไงก็เลยคิดอะไรไม่ออก”
ก็ไม่เชิงคิดไม่ออกเธอรู้ว่าถ้าจู่ๆ ถ้าเธอปฏิเสธเสี่ยวุฒิพงษ์แล้วเดินหนีมาดื้อๆไม่วันนี้พรุ่งนี้ต้องเกิดเื่ไม่ดีตามมาแต่เมื่อเห็นตัวช่วยนั่งหน้าหล่อรอให้ขอความช่วยเหลืออยู่ทั้งคนมันก็เป็ทางเลือกที่ดีกว่าไม่ใช่หรืออย่างไรเสียการมีเขาเข้ามามีส่วนร่วมในครั้งนี้ก็อาจจะทำให้เสี่ยวุฒิพงษ์เห็นว่าเธอกับผู้ชายคนนี้รู้จักกันและการที่เธอได้เดินควงแขนเขาออกมาอย่างสง่างามก็อาจจะทำให้เสี่ยวุฒิพงษ์คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ได้
“กลัวอะไรเสี่ยนั้นจะทำอะไรคุณได้ นั่นมันห้องอาหารในโรงแรมหกดาวกลางวันแสกๆ นะคุณคนก็ออกเยอะแยะ”
“เอ่อก็ฉัน...” เมื่อถูกต้อนจนเกือบจนมุมก็พยายามคิดหาทางออก แต่ทำไมมันช่างยากเย็นคงเพราะสายตาของคนตรงหน้าทำให้สมองเธอไม่ค่อยโลดแล่นกระมัง
“ตกลงคุณไม่ได้ถูกวางยา”คนจับพิรุธได้หลายข้อสรุปชัดเจน แล้วอาการเผยอปากค้างก่อนรีบขบเม้ม อ้ำอึ้งพูดผิดๆถูกๆของคนตรงหน้าก็ทำให้เขาอยากจะบดขยี้ริมฝีปากเต็มอิ่มสีชมพูระเรื่อของเธอขึ้นมาฉับพลันผู้หญิงโกหก! มันน่าลงโทษให้เข็ดหลาบนัก
“เอ่อก็ คงไม่ใช่ค่ะ ฉันอาจเข้าใจผิดไปเอง”จะว่าเขาเป็คนเสนอไอเดียนั้นขึ้นมาเองก็ไม่ได้สีหน้าแววตาเขาดูไม่เหมือนคนที่จะยอมรับความผิดตัวเองง่ายๆ เลย ซึ่งจริงๆแล้วเขาก็ไม่ผิด เธอต่างหากที่ฉวยโอกาสกับความไม่รู้ของเขาฉะนั้นเธอยอมรับผิดเองจะง่ายกว่า
“ฮึ!”ธานินทร์ยกยิ้มมุมปากหรี่ตามองสีหน้าคนสำนึกผิดแล้วให้หมั่นเขี้ยวอยากจะเคี้ยวเนื้อนุ่มๆของเธอให้แหลกคาปากนักผู้หญิงคนนี้คิดได้ยังไงว่าผู้ชายอย่างเขาจะช่วยใครโดยไม่หวังผลตอบแทน!
“แต่ยังไงซะผมก็ช่วยกันคุณออกมาจากเสี่ยวุฒิพงษ์ได้แล้ว”
“ค่ะขอบคุณมากนะคะ”
“แค่ขอบคุณคงไม่พอ”
อินทิราตวัดตาขึ้นมองหน้าคนเหยียดยิ้มน่าใจหายเขาหมายความว่ายังไงที่ว่าแค่ขอบคุณไม่พอ!จะมารยาทจัดกันไปหน่อยแล้วล่ะมั้งคราวก่อนเธอไม่ติดใจเอารางวัลค่าช่วยทำให้เขาได้โทรศัพท์คืนเขาก็ไม่ยอมวันนี้เขาช่วยเธอแบบที่ไม่ต้องลงทุนทำอะไรมากเลยด้วยซ้ำแต่กลับ้าสิ่งตอบแทนแค่คำขอบคุณไม่รับ
“ถ้าแค่ขอบคุณยังไม่พอแล้วคุณ้าอะไรขนาดไหน”
“ผมว่าคุณน่าจะรู้ว่าผม้าอะไร ขนาดไหน!”
แววตาแบบคนหิวจัดที่จ้องมายังอาหารจานสวยทำให้คนเผลอคิดว่าตัวเองเป็อาหารใจเสียโตจนป่านนี้แล้วทำไมเธอจะไม่รู้ว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังคิดอะไรแต่เธอก็รู้ใจตัวเองดีว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีกเธอไม่อยากมืออ่อนเท้าอ่อนและไม่อยากตัวอ่อนอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนนี้โดยไม่จำเป็ถึงตอนนี้จะคิดว่าจำเป็ต้องผูกไมตรีกับเขาเข้าไว้ แต่ยังไงซะก็คงไม่ใช่ด้วยวิธีผูกมัดร่างกายเขาไว้กับเธอแค่ชั่วครู่ชั่วยามเพราะถ้าเป็เช่นนั้น วันไหนที่เขาหันหลังให้เธอทุกอย่างก็เท่ากับสูญเปล่า
อินทิรามองแววตามุ่งมั่นของธานินทร์แล้วตัดสินใจว่าควรจะถอยไปตั้งหลักก่อนทำไมนะ พอเป็เื่แบบนี้เธอกลับตื่นเต้นเกินเหตุ เหมือนคนขี้แพ้ขี้ระแรงไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ ถ้าเป็เื่งานคงไม่คิดวกไปวนมาแบบนี้อาการแบบนี้มันหมายถึงหัวใจของเธอกำลังเต้นผิดจังหวะเพราะผู้ชายคนนี้หรือเปล่ากี่ปีมาแล้วนะที่เธอไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้เวลาอยู่ใกล้ผู้ชายคนไหนเลย
“อิน”
เสียงเรียกเบาๆทำให้คนเผลอใจลอยสะดุ้ง และเมื่อได้เห็นแววตามุ่งมั่นพร้อมมือใหญ่ที่ยื่นมาหาคนกำลังกลัวใจตัวเองก็รีบหันซ้ายแลขวาแล้วก้าวถอยห่างแต่ก็ยังช้ากว่าอุ้งมือใหญ่ที่คว้าจับข้อศอกเธอไว้ได้อย่างรวดเร็ว
“จะไปไหน”
“ก็กลับบ้าน”
“ฮึง่ายไปมั้งครับ มาทางนี้ดีกว่า” ว่าเสร็จก็ลากร่างระหงติดมือไปยังทิศทางตรงกันข้ามล้มเลิกความตั้งใจที่จะพาเธอไปยังห้องพักพิเศษที่สำรองไว้สำหรับรับรองแขกส่วนตัวซึ่งต้องใช้ลิฟต์รวมกับแขกทั่วไปของโรงแรมคิดว่าเขากับผู้หญิงคนนี้น่าจะต้องเคลียร์กันยาวกว่าการทำกิจกรรมที่ตั้งใจไว้แต่แรก
“นี่คุณจะพาฉันไปไหน ไม่ไปนะ”
อินทิราโวยใส่คนจับลากแต่พยายามขัดขืนเท่าไหร่ธานินทร์ก็ไม่สนเขายังคงลากคนที่อยู่ในกำมือมุ่งไปยังลิฟต์ส่วนบุคคลของผู้บริหารและเ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนลิฟต์ตัวนี้จะพาเลยชั้นห้องพักปกติขึ้นไปยังชั้นที่เป็สำนักงานใหญ่ของวราเว กรุ๊ปสูงขึ้นไปอีกจะเป็ชั้นห้องพักส่วนตัวของบุคคลระดับบริหารในตระกูลวราเวศกุลและแน่นอนว่าชั้นบนสุดนั้นต้องเป็อาณาจักรส่วนตัวของ ธานินทร์ วราเวศกุลแต่เพียงผู้เดียว
“นี่...ปล่อยฉันนะคุณธานินทร์”
“อ้อ!ตกลงว่าคุณรู้จักผม”
ร่างสูงหยุดเท้าหันกลับมาเลิกคิ้วถามทันทีรอยยิ้มเหยียดฝุดขึ้นที่ริมฝีปากอย่างห้ามไม่ได้ ที่แท้ผู้หญิงคนนี้ก็รู้จักเขาแล้วตอนแรกที่พบกันเธอแกล้งทำเป็ไม่รู้จักเขาทำไม เชิดใส่เขาทำให้เขาโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่คนเดียวเพื่ออะไร แต่วันนี้เธอกลับทำตรงกันข้ามเดินเข้าหา ให้ท่า ยั่วยวน พอเขาเล่นด้วยเข้าหน่อยกลับยั่วโมโหด้วยการตั้งท่าวิ่งหนี...นี่สินะ แผนยั่วให้อยากแล้วจากไป!
“ก็คนดังไม่ใช่เหรอฉันรู้จักไม่เห็นแปลกตรงไหน”
“อืม...จริง ผมมันคนดัง” คนดังครางรับพยักหน้าช้าๆ จับตามองหน้าคนส่อพิรุธเต็มที่ผู้หญิงคนนี้นี่บางทีก็ดูเหมือนสาวเก่ง มีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่บางทีก็หลุกหลิกยังไงพิกลสงสัยมีชนักติดหลังเยอะเลยร้อนตัวกลัวเขาจะรู้เห็นทีเขาต้องเพิ่มงานให้ตัวเองสักหน่อยถึงเื่ส่วนตัวของผู้หญิงจะไม่เคยอยู่ในความสนใจของเขามาก่อนแต่พอเป็คนนี้ก็ชักอยากรู้ขึ้นมาบ้างแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรู้สิว่าคนอย่างผมห้ามใครขัดใจ” ว่าจบก็ลากเ้าของท่อนแขนสลักเสลาไปหยุดอยู่หน้าลิฟต์ได้สำเร็จเพราะห่างกันแค่ไม่กี่ก้าว
“ฉันก็แค่ถามว่าคุณจะพาฉันไปไหน” เธอส่งสายตาไม่ไว้วางใจไปยังคนยิ้มเหยียดแล้วต้องใจหล่นวูบเมื่ออีกฝ่ายใช้กำปั้นทุบปุ่มเรียกลิฟต์ แน่นอนว่าประตูเปิดทันที
“ครั้งก่อนผมให้รางวัลคุณแล้วคราวนี้ทีคุณให้รางวัลผมบ้าง”
“ไม่นะไม่!” อินทิรายืนปักหลักนิ่งเมื่อเดาได้ทันทีว่าอะไรคือรางวัลที่เขาพูดถึงร่างงามไม่ยอมขยับตามแรงลากจูงและเมื่อธานินทร์ออกแรงฉุดเป็ครั้งที่สองหญิงสาวก็ทิ้งตัวลงนั่งกองกับพื้นกอดเข่าทำตัวแข็งแล้วกรีดร้องเสียงดังราวกับฟ้าถล่ม
“ช่วยด้วยยยย”
“เฮ้!คุณ!” ธานินทร์ร้องลั่น เงยมองทางเดินที่ยังไม่มีวี่แววคนนอกแล้วตัดสินใจย่อกายลงไปอุ้มร่างบนพื้นเข้าลิฟต์ราวกับยกก้อนหิน...ก้อนหินที่ต่อให้ต้องอุ้มอยู่แบบนั้นอีกสักชั่วโมงเขาก็ยินดี... ผู้หญิงอะไรหน้าก็สวย หุ่นก็ดี เนื้อก็นุ่ม ผิวก็เนียนแถมหอมกรุ่นกลิ่นดอกไม้ไปทั้งเนื้อทั้งตัว ถ้าได้นอนคลอเคลียบนเตียงนุ่มๆจะสุขล้ำขนาดไหนหนอ
“คุณธานินทร์ปล่อยฉันนะ”
“กดชั้นบนสุด”พยักพเยิดไปทางปุ่มหมายเลขบนสุด ตอนนี้ประตูลิฟต์ปิดเองโดยอัตโนมัติแล้วแต่ลิฟต์ยังไม่ขยับไปไหนเพราะเขาไม่มีมือกดปุ่มเลือกชั้น
“ไม่!”
“งั้นปุ่มเปิดประตูผมจะอุ้มคุณกลับไปส่งให้เสี่ยวุฒิพงษ์ ป่านนี้น่าจะยังนั่งร้องไห้รอคุณอยู่”
“คุณ!”
“เลือก!ผมหรือเสี่ยวุฒิ”