ตอนที่ 22 : สัญญาจ้าง
หากว่าเขาเป็เพียงบัณฑิตวิทยาลัยการละครเขาก็อาจจะรู้สึกปลาบปลื้มหรือยินดีกับโอกาสที่หลางเวิ่นซิงยื่นมาให้
แต่หลิวจือเซียนั้นแตกต่างออกไปในชีวิตเมื่อก่อนหน้านี้ เขาไม่เพียงแต่เป็นักร้องชั้นแนวหน้าเท่านั้นแต่เขายังเป็ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทสื่ออีกด้วยเขาจึงมีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับทุกสิ่งในวงการบันเทิง
ในชีวิตนี้หลิวจือเซียไม่้าวิ่งเต้นไปที่ต่าง ๆ เพราะเขาจะต้องดูแลเสี่ยวเยว่เยว่เขาไม่สามารถทิ้งเสี่ยวเยว่เยว่ให้กลับไปหาหลี่เมิ้งอีได้เพียงเพื่อจะทำให้ตัวเองกลายเป็ซุปเปอร์สตาร์ในอนาคต
ไม่ต้องพูดถึงว่าหลี่เมิ้งอีจะยอมรับหรือไม่แค่หลิวจือเซียก็ไม่ตกลงกับข้อเสนอนี้แล้ว
เพราะแรงจูงใจในการทำงานหาเงินของเขาก็คือการทำให้เสี่ยวเยว่เยว่มีชีวิตที่มีความสุขถ้าไม่มีเสี่ยวเยว่เยว่ เขาจะหาเงินมากมายไปเพื่ออะไร ?
“ผมขอโทษนะครับคุณหลางผมไม่สามารถทำงานร่วมกับบริษัทของคุณหลางได้จริง ๆ ”
ทัศนคติของหลิวจือเซียมั่นคงเป็อย่างมากมีหลายวิธีในการทำเงิน ยิ่งไปกว่านั้นเขากำลังจะได้ผลกำไรจากสำนักพิมพ์อี้ฮวาอีกในไม่ช้าเขาไม่จำเป็จะต้องสละเสี่ยวเยว่เยว่เพื่อข้อเสนอนี้
“แล้ว...”หลางเวิ่นซิงเต็มไปด้วยความผิดหวังและ้าถามต่อ
“โอ้ว สองจานนี้เริ่มเย็นแล้วทำไมไม่รีบกินกันล่ะ ? มา ๆ มากินอาหารกันก่อน”
จางิห่าวรู้จักนิสัยใจคอของหลิวจือเซียและสิ่งที่หลิวจือเซียตัดสินใจไปแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ๆดังนั้นเขาจึงขัดจังหวะหลางเวิ่นซิงโดยตรง “จะว่าไป น้องหลิวแล้วเสี่ยวเยว่เยว่ล่ะ ฉันไม่เห็นเธอมาสองวันแล้ว ฉันคิดถึงเธอมากจริง ๆ ”
“เสี่ยวเยว่เยว่ไปโรงเรียนอนุบาล”
ทันทีที่เอ่ยถึงเสี่ยวเยว่เยว่หลิวจือเซียก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “ก่อนหน้านี้แม่ของเธอให้หยุดเรียนเพราะว่าไปทำงานผมก็เพิ่งจะรู้เมื่อวานว่าเธอเรียนอยู่อนุบาลแล้ว”
“สาวน้อยในวิดีโอคือลูกสาวของคุณหลิวงั้นหรือ? ” หลางเวิ่นซิงถึงกับตาสว่าง “เสี่ยวเยว่เยว่ไปเรียนที่ไหน ? ”
“โรงเรียนอนุบาลทานตะวัน”
หลิวจือเซียรู้ว่าหลางเวิ่นซิงไม่ใช่คนยอมเลิกราง่ายๆ แต่เขาก็ไม่สนใจ เขาสนใจเพียงเสี่ยวเยว่เยว่เท่านั้น
“บังเอิญจริง ๆ ”หลางเวิ่นซิงถึงกับตบโต๊ะ “คุณหลิวฮันฮันลูกสาวของฉันก็เรียนอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลทานตะวันเหมือนกัน”
หลิวจือเซียถึงกับตกตะลึงทันที เขากล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า“มันช่างบังเอิญจริง ๆ ”
“คือว่า...ลูกสาวของฉันก็อยู่ชั้นอนุบาลเหมือนกัน” ในเวลานี้จางิห่าวก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา
“…..”
หลิวจือเซียพูดไม่ออกไม่ใช่ว่ามันเหมือนถูกจัดฉากเอาไว้งั้นหรือ ?
“คุณหลิว”
จู่ ๆ พลังงานที่กระตือรือร้นของหลางเวิ่นซิงก็เพิ่มขึ้นมา“ผมคิดว่าที่คุณหลิวไม่ตกลงที่จะร่วมงานกับบริษัทของเรานั้น มันเป็เพราะเื่เวลาใช่ไหม ?คุณสามารถวางใจเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ได้ คุณจะมีเวลาว่างและทำงานได้อย่างอิสระและคุณสามารถมั่นใจว่าในอนาคต ไม่ว่าจะเป็การแสดง ภาพยนตร์ โทรทัศน์ โฆษณาหรืองานอื่น ๆ ผมจะขอความเห็นจากคุณก่อน ถ้าคุณไม่ตกลง ผมก็จะไม่รับงานคุณคิดว่ายังไง ? ”
“หืม ? ”
หลิวจือเซียมองไปที่หลางเวิ่นซิงด้วยความประหลาดใจเขาไม่ได้คาดฝันว่าชายตรงหน้าจะกล้ามากขนาดนี้ เพราะอีกฝ่ายให้อิสระกับเขามากมันไม่ต่างอะไรไปจากซุปเปอร์สตาร์คนดังเลย
ไม่สิมันควรจะกล่าวได้ว่าซุปเปอร์สตาร์คนดังยังได้ข้อเสนอน้อยกว่าที่หลางเวิ่นซิงมอบให้เขาเสียอีกเพราะท้ายที่สุดยังมีบางสิ่งที่ซุปเปอร์สตาร์ไม่กล้าจะปฏิเสธและที่หลางเวิ่นซิงกล้ายื่นข้อเสนอขนาดนี้เพราะอำนาจอยู่ในมือของเขาเขาในฐานะที่เป็ผู้นำ จึงไม่มีใครทำอะไรเขาได้
เมื่อเห็นว่าหลิวจือเซียเริ่มลังเลหลางเวิ่นซิงก็รีบตีเหล็กตอนกำลังร้อน “คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่ของเยว่เยว่ลูกสาวของผมฮันฮันอายุสี่ขวบ ผมสามารถขอให้คนขับรถไปรับ ไปส่งเธอได้อย่างตรงเวลาตราบใดที่คุณเต็มใจร่วมงานกับบริษัทของผมมันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลยที่จะรับเยว่เยว่อีกคน”
พูดตามตรงหลิวจือเซียรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก เขาไม่ได้้าอย่างอื่นทุกอย่างก็เพื่อเสี่ยวเยว่เยว่เท่านั้น
“จริงหรือครับ ? ” หลิวจือเซียเอ่ยถาม
“จริงสิผมสามารถใส่เื่พวกนี้ไว้ในสัญญาจ้างได้” ขณะที่พูดอยู่นั้นหลางเวิ่นซิงก็รีบกลับไปที่โซฟาและหยิบโน้ตบุ๊คออกมาจากกระเป๋าสีดำ
“เล่าหลาง อย่ารีบร้อนไปเลย”
เมื่อเห็นการกระทำของหลางเวิ่นซิงจางิห่าวก็ทำเสียงเข้มขึ้น “สิ่งที่เราตกลงกันไว้วันนี้คือทานอาหารร่วมกันอย่าเอาแต่พูดถึงเื่นี้เลยน่า”
“ไอหยา เล่าจาง อย่าโกรธกันเลย ! ”หลางเวิ่นซิงขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ฉันผิดไปแล้ว ก็ได้ ๆฉันจะให้เสี่ยวโหรวทำอาหารดี ๆ ที่บ้านแล้วเชิญทุกคนไปที่นั่น ตกลงไหม ? ”
“คราวนี้ฉันจะเห็นแก่เสี่ยวโหรวก็แล้วกัน”จางิห่าวพยายามไม่โกรธ “แล้วเื่สัญญาล่ะ ? ให้ฉันดูหน่อยห้ามหลอกน้องหลิวเด็ดขาด”
“รอฉันสิบนาที ฉันจะรีบแก้ไขเนื้อหา”หลางเวิ่นซิงโบกมือและเปิดโน้ตบุ๊ค
..................
สิบนาทีต่อมาหลางเวิ่นซิงก็ผลักคอมพิวเตอร์ไปหาจางิห่าว
จางิห่าวถือว่าเป็ผู้มากประสบการณ์ในวงการบันเทิงเขารู้กลอุบายทุกแง่ทุกมุม บางสัญญาก็เต็มไปด้วยหลุมพรางเขาไม่้าที่จะให้น้องชายที่รู้จักกันถูกหลอกโดยเ้าหลางเวิ่นซิงเ้าเล่ห์คนนี้
หลังจากรับโน้ตบุ๊คกลับมาจางิห่าวก็อ่านมันอย่างละเอียด
หลิวจือเซียเองก็ชะโงกหน้าไปดูทั้งแบบนั้น
หลิวจือเซียคุ้นเคยกับสัญญาจ้างเป็อย่างดีในชีวิตที่ผ่านมา เขามีสัญญาจ้างมากถึง 800 ฉบับ ดังนั้นเมื่อเทียบกับจางิห่าวความเร็วในการอ่านของหลิวจือเซียจึงค่อนข้างเร็วกว่า
“เหล่าหลาง นี่นายจริงจังใช่ไหม ? ”
จางิห่าวใช้เวลาสิบนาทีในการอ่านสัญญาจนจบจากนั้นใบหน้าของเขาก็แสดงออกถึงความตกตะลึง
เนื่องจากสัญญานี้ไม่ใช่สัญญาจ้างทั่วไปแต่มันเป็ข้อตกลงความร่วมมือที่จะสร้างสตูดิโอ
พูดตามตรงคนที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงอย่างหลิวจือเซียการจะทำสัญญากับเขาจึงไม่ใช่เื่ใหญ่เลยแม้แต่น้อยเพราะนี่เปรียบเหมือนก้าวแรกในวงการบันเทิงของเขาเลยก็ว่าได้
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ของหลิวจือเซียนั้นแตกต่างออกไปเพราะดูเหมือนว่าหลางเวิ่นซิงจะให้ความสำคัญกับเขามากเกินไปหรืออาจจะเป็เพราะว่านี่คือสัญญาฉบับแรกของหลางเวิ่นซิงข้อเสนอของหลางเวิ่นซิงคือการก่อตั้งสตูดิโอกับหลิวจือเซียส่วนหลางเวิ่นซิงจะทำหน้าที่เป็หุ้นส่วนของบริษัทและกลายเป็ผู้จัดการของหลิวจือเซีย
เงื่อนไขเดียวก็คือรายได้ทั้งหมดของหลิวจือเซียสตูดิโอในอนาคต จะต้องแบ่งให้เวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์20 %
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือสตูดิโอเป็บริษัทขนาดเล็ก มีหลางเวิ่นซิงเป็ผู้ถือหุ้นรายย่อย คิดเป็ 20 %ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 80 % นั้นจะเป็ของหลิวจือเซีย
ใน่เริ่มต้นของสตูดิโอ เวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์จะออกเงินทุน100,000 หยวนต่อเดือนจนกว่าสตูดิโอจะทำเงินด้วยตัวเองได้
“แน่นอน”หลางเวิ่นซิงพยักหน้าด้วยความเคร่งขรึม “คุณหลิวคุ้มค่ากับสิ่งเหล่านี้ฉันเชื่อว่าคุณหลิวจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง”