เนื่องจากเลย่เวลาคนพลุกพล่านไปแล้วในลิฟต์จึงเหลือแค่พวกเขาสองคนซึงฮยอนพอเดาออกั้แ่แรกว่าบรรยากาศการกินมื้อเที่ยงวันนี้คงจะอึดอัดน่าดูแต่มาถึงขนาดนี้ให้คิดเสียว่าได้กินข้าวพร้อมหัวหน้าส่วนเป็ครั้งแรกแล้วกันกินข้าวแบบสองต่อสองกับเ้านายจอมจู้จี้จุกจิกที่ชอบเมินใส่ตัวเอง
โดยนิสัยแล้วซึงฮยอนไม่ใช่พวกประจบเอาใจเ้านายหรือแอบทำอะไรลับหลังเพราะมีแผนแค่ในลิฟต์ยังประหม่าและอึมครึมซะขนาดนี้แล้วจะให้นั่งมองหน้าไปกินข้าวไปได้อย่างไร
“จะกินอะไรดี”
“เอ่อ...ผมกินได้หมดเลยครับ”
ซึงฮยอนตอบไปโดยไม่ทันคิดเพราะมัวแต่ประหม่าแต่ไม่นานเ้าตัวก็ส่งเสียง “หืม?” ขึ้นมา ก่อนเอียงคอมองจงชานด้วยความสงสัยปกติหน้าที่เลือกเมนูต้องเป็ของพนักงานใหม่ ไม่สิ! ของหัวหน้าไม่ใช่เหรอเขาสิต้องเป็คนเสนอชื่อเมนูออกมาหลายๆชื่อเพื่อลดตัวเลือกให้เท่านั้น
ซึงฮยอนได้แต่สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่คนเป็หัวหน้านี่แปลกชะมัด ในเมื่อมีของที่อยากกินอยู่แล้วทำไมต้องขอให้ลูกน้องลองเลือกเมนูหรือร้านด้วยสบโอกาสที่สมาชิกในทีมอาสาเลี้ยงมื้อเที่ยงทีไรซึงฮยอนมักมีปัญหาในการเลือกเมนูอยู่ร่ำไป
ว่าแต่มีเมนูอะไรบ้างนะที่พอไหวไม่ดีเลิศและไม่แย่จนทำให้คนเลี้ยงรู้สึกเป็ภาระ
ยังไม่ทันเอ่ยปากถามจงชานว่าอีกฝ่ายกินอะไรไปเมื่อวานประตูลิฟต์ก็เปิดพอดี ซึงฮยอนจำต้องหุบปากฉับอย่างเคอะเขินส่งผลให้หน้าตาแสนงี่เง่าของเขาที่กำลังสูดลมหายใจยาวๆเข้าปอดสะท้อนกับประตูลิฟต์โดยบังเอิญ
เห็นหรือเปล่านะคงจะเห็นแน่ๆเลย...
มันดูน่าอายไปหมดทั้งการโดนเห็นสีหน้าแปลกๆกับการพลาดจังหวะเปิดปากพูดซึงฮยอนทำได้เพียงเดินตามหลังจงชานต้อยๆ
“คุณซึงฮยอน”
“คะ...ครับ!”
“ในนี้คงไม่มีที่ไหนว่างแล้วงั้นเราออกไปเลือกร้านข้างนอกกันเถอะเมื่อกี้บอกว่าไม่มีอะไรอยากกินเป็พิเศษใช่ไหม”
“ครับ! ผมกินได้หมด ทั้งข้าว อาหารฟาสต์ฟู้ด แล้วก็อาหารว่าง...ผมกินได้หมดเลยครับ ไม่ต้องเลือก”
ทันทีที่ยืนกรานตอบอย่างหนักแน่นรูปปากของจงชานก็ค่อยๆหยักโค้งขึ้นและหายวับไปก่อนที่ซึงฮยอนจะสังเกตเห็นพนักงานฝึกหัดหน้าใหม่ยกมือเกาปลายจมูกเพราะรู้สึกคันยุบยิบแปลกๆเขารู้สึกขอบคุณจงชานที่ดูแลตนเป็อย่างดี นอกจากช่วยจัดการงานที่ทีมอื่นโยนมาให้ยังแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นหน้าตาซื่อบื้อของเขาอีก
“เท่าที่ผมจำได้เหมือนจะมีร้านอยู่ใกล้ๆ...”
“เฮ้!คิมจงชาน! วางสายไม่พอยังจะปิดเครื่องหนีแบบนั้นมัน...เอ๋?”
“...เอ๋?”
นายูซองวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงหน้าล็อบบี้พร้อมกับชี้นิ้วมาตรงหน้า
อ้อ...มีนัดเจอกับไอ้คนสารเลวนั่นนี่นา
จงชานควานมือไปในแจ็กเก็ตด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนักโดยมีคำบรรยายลอยอยู่เป็ฉากหลัง
“พะ...พี่...”
ทว่าพอเปิดโทรศัพท์มือถือแล้วเงยหน้าขึ้นมอง...ก็พบว่าเพื่อนกับพนักงานฝึกหัดต่างแสดงท่าทีประหลาดใจด้วยกันทั้งคู่แล้วเอาแต่พูดเอ่ออ่า...ที่แปลกไปกว่านั้นคือใบหน้าโกรธเกรี้ยวของยูซองที่เตรียมสบถด่าจงชานกำลังเบิกตากว้างเมื่อเห็นซึงฮยอน
“ทำไมทำท่าแบบนั้นล่ะ”
“ซึงฮยอนนายทำงานที่นี่เหรอ”
เหมือนจะเป็มากกว่าแค่คนรู้จักแฮะ
ยูซองพูดกับซึงฮยอนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนซึ่งเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
“เขาเป็พนักงานฝึกหัดในทีมฉันเองทำไม...รู้จักกันด้วยเหรอ”
จงชานเป็ฝ่ายตอบแทนทว่ายูซองไม่สนใจ เขาหันไปลูบมือและไหล่ของซึงฮยอนอย่างอ่อนโยน
“พนักงานฝึกหัดเหรอโถ! ซึงฮยอนผู้แสนดีของพี่คงจะลำบากหน่อยนะที่ต้องทำงานเป็ลูกน้องของไอ้คนหยาบคายแบบนี้...”
ยูซองส่งเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอพลางตบไหล่ซึงฮยอนทำเอาหัวใจของอดีตรุ่นน้องพลอยเต้นตึกตักไปด้วยความรู้สึกที่มีต่อยูซองจางหายไปนานแล้วก็จริงแต่ร่างกายกลับกระตุกไหวและตอบสนองต่อััอ่อนโยนของยูซองโดยมิอาจต้านทานได้
“สบายดีไหม”
ปลายนิ้วที่กำลังขยี้เส้นผมด้วยความเอ็นดูช่างอบอุ่นส่งผลให้ความทรงจำที่เคยโดนอีกฝ่ายผลักไสผุดขึ้นมาเต็มหัวนานมากแล้ว...ความทรงจำสมัยเรียนมหาวิทยาลัยล้วนแต่เป็ความชอบอันขื่นขมที่มีต่อยูซองแทบทั้งนั้น
“พี่เป็เพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับจงชานน่ะเอ๊ะ...นายรู้ใช่ไหมว่าจงชานก็จบจากมหาวิทยาลัย S เหมือนกัน”
“อ๋อ...ครับ”
“ที่จริงวันนี้เรานัดไปกินข้าวเที่ยงกันแต่อยู่ๆไอ้หมอนี่ก็ขาดการติดต่อไปเฉย พี่เลยลองมาดูน่ะจะว่าไปเราก็ไม่ได้เจอกันนานเลยเนอะ”
ไม่ยักรู้มาก่อนเลยว่ารักแรกที่เคยทุ่มเทใจให้ทั้งดวงจะกลายเป็เพื่อนกับเ้านายจอมโหดจนได้มาเจอหน้าค่าตากันที่บริษัทเช่นนี้
********************