ติณณ์ Said
“ข่าวที่ออกมา เพญ่ายอมรับค่ะว่าเป็นเพญ่าเอง ทั้งๆ ที่ไปแบบส่วนตัว ไม่คิดเลยว่าจะมีคนแอบถ่ายไว้ได้ ฮึก”
“งั้นยอมรับหรอครับ ว่าข่าวที่ออกมาเป็นความจริง” นักข่าวถาม
“จะพูดยังไงดีล่ะคะ ถึงแม้แต่เดิมทางเราตกลงกันว่าจะไม่เปิดเผยเรื่องราวของลูก เพราะอยากให้เขาได้ใช้ชีวิตที่ตัวเองต้องการ แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว เพญ่าก็รักแฟนคลับของเพญ่าและไม่อยากโกหกต่อไป…”
“เท่ากับว่าคุณเพญ่าแอบซุก เอ้ย! แอบมีลูกกับคนนอกวงการจริงหรอคะ”
“คือเรื่องมันมากกว่านั้นค่ะ เพญ่าท้องระหว่างเรียนหมอ แต่เพญ่ารักลูก เลยยอมลาออกจากมหา’ลัย และอุ้มท้องเอาไว้ พระเจ้าคงเห็นความดีของเพญ่า หลังคลอดก็มีผู้ใหญ่เอ็นดูพาเข้าวงการ”
“งั้นกับกรณีพ่อเด็ก เป็นมายังไงครับ” นักข่าวชายถาม
“ฮึก หลังคลอด เพญ่าให้พ่อเขาช่วยดูแล เพญ่าทำงานหนัก เก็บเงิน สู้เพื่อลูก วันนี้อยากดึงครอบครัวมาพร้อมหน้า เขากลับเอาคนอื่นมาแทนแล้ว เฉดหัวแม่แท้ๆ พรากลูกออกจากอกเรา....ฮึก”
นักข่าวหันมองหน้ากัน บ้างซุบซิบ บ้างพยักหน้าตามคล้อยไปกับการแสดงที่แนบเนียนของเธอ
“แล้วทำไมพึ่งออกมาพูดตอนนี้คะ เหตุผลที่ปิดบังคืออะไร”
นักข่าวยังยิงคำถามไม่หยุด เช่นเดียวกับเธอที่เสแสร้งนั่งร้องไห้ โดยมีผู้จัดการส่วนตัวนั่งปลอบ ลูบหลังสร้างภาพอีกคน
“เพญ่าไม่ได้ปิดบัง แต่ก็ไม่ขอเอ่ยบอกถึงเหตุผล เพราะมันละเอียดอ่อนและซับซ้อน เป็นเรื่องข้อตกลงในครอบครัวเราค่ะ”
“งั้นที่ว่าอนุญาติให้เมียน้อยไปกินข้าวด้วย จริงหรอครับ”
“ฮึก…เพญ่าไม่อยากให้เรียกเธอแบบนั้นเลยค่ะ เพญ่าเห็นใจผู้หญิงด้วยกัน ถึงแม้เธอจะพยายามมาแทนที่เพญ่าก็ตาม ฮือออ”
ใบหน้าสวยสะอื้นอย่างหนัก ก้มหน้าหลบกล้อง เหมือนกำลังหนักใจในสิ่งที่จะพูด ผู้จัดการของเธอยื่นทิชชู่ให้อย่างรู้งาน
“คุณเพญ่า รบกวนตอบด้วยครับ” นักข่าวเร่งรัดอยากรู้คำตอบ
“ฮึก เพญ่าอาจจะทำงานหนักไป จนไม่มีเวลาให้ครอบครัว คงไม่ผิดที่เขาจะมีคนใหม่ ถึงแม้เพญ่าเองก็เสียใจและหนักใจในเรื่องนี้ก็ตาม”
“อย่างนี้คุณเพญ่าวางแผนจะทำยังไงต่อไปคะ” นักข่าวอีกคนถาม
“เพญ่ายังไม่ทราบค่ะ ตอนนี้ทางครอบครัวเครียดกันมาก เพราะหน้าลูกถูกเผย ยังไงเพญ่าขอให้แฟนคลับใจเย็นๆ กันก่อนนะคะ ทางเราขอเคลียร์ภายในก่อน ส่วนเรื่องเมียน้อย... เอ้ย แฟนใหม่ เขาก็หายหน้าไปเลย เพญ่าเลยไม่ได้คำตอบที่แน่ชัดว่าเขาต้องการอะไร”
ผมนั่งดูข่าวแถลงการณ์ของเพญ่าแล้วหัวเสีย ทุบพวงมาลัยรถไปหลายรอบ เธอใช้ความสามารถตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ โยนความผิดให้เขมกับผม และตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำ
คนที่แบกรับหนักสุด ก็คือ เขม และไม่แปลกเลยที่เธอขอจบกับผม เพราะเธอทนใช้ชีวิตแบบนั้นไม่ได้
ผมผิดที่ไม่ทำอะไรให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เพียงแค่คิดไปว่าเพญ่าคงไม่มีทางมาดูดำดูดีลูก แต่วันนี้มันชัดเจนแล้วว่าเธอ คือ งูพิษ
ตอนนี้ทุกอย่างมันวุ่นวายไปหมด ทั้งมีคนโทรมาที่บ้าน พ่อแม่ผมรับหน้า ท่านก็ไม่อยากตอบอะไร เพราะมองหน้าหลานสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวแล้วสงสาร ตอนนี้เราขอทางโรงเรียน ให้เดียร์น่าเรียนออนไลน์ เพราะกลัวจะมีคนไปก่อกวนเธอ
ผมสูดหายใจเข้าลึก ตัดทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง ผมยังมีหน้าที่ที่ต้องทำ พอคิดได้แบบนั้นก็วางโทรศัพท์ลง เตรียมเข้าห้องตรวจ
“..ไม่เคยคิด ไม่เคยฝันเลยว่าหมอติณณ์จะเจ้าชู้ขนาดนี้ เมียเลิศขนาดนั้น ยังกล้าคว้าก้อนกรวดอีกเนอะ”
“แหม ของอย่างนี้มันวัดกันได้ที่ไหน ก็อย่างที่แม่เพญ่าให้สัมภาษณ์ไง ทำงานเยอะจนไม่มีเวลา ผัวไปกับใครแล้วก็ไม่รู้”
“น่าสงสารคุณเพญ่าเนาะ”
“แต่ถึงจะว่างั้น ตั้งแต่หมอติณณ์มาทำงานโรงพยาบาลเรา ฉันก็ไม่เคยเห็นคุณเพญ่ามาหาลูกผัวที่นี่เลยนะ”
“จะมาหาได้ไงยะ ดาราตัวแม่นะ ไม่ใช่แม่ค้าตลาดนัด ถ้ามาจริง โรงพยาบาลแตกแน่”
“นั่นสิ ว่าแต่เห็นว่าอียัยเขมมันหายหัวไปเลย สงสัยหนีเพราะโดนเผยว่าเป็นเมียน้อย”
“..ก็ถึงว่าไง ทำไมเมื่อก่อนตื้อฉ่ำ คิดว่ารักแท้ แหม รักผัวชาวบ้าน ฮ่าๆ”
สาวพยาบาลหัวเราะล่ากับข่าวฉาวนั้น นินทากันสนุกปาก ผมเปิดประตูเข้าไป กัดกรามแน่น พยายามข่มอารมณ์ไว้ พวกเธอแสดงสีหน้าตกใจ รีบเตรียมชุดอุปกรณ์ก้มหน้างุดหนีผม
“ว่างๆ ลองไปหาหนังสืออ่านเสริมความรู้บ้างนะครับ จะได้พัฒนาตัวเอง รึถ้าเป็นพวกไม่ชอบหาความรู้ใส่ตัว ก็เอาเวลาไปดูแลคนไข้ให้ดี เขมไม่ใช่เมียน้อยใคร ผมไม่ได้มีเมียหนึ่งเมียสอง จะพูดอะไรระวังปากหน่อย”
ผมตอกกลับพวกเธออย่างอดกลั้น อยากจะด่าหยาบไป แต่มันก็เท่านั้น ยังไงซะพวกเธอก็แค่ชนปัญญาน้อย ถูกเพญ่าดึงเข้าพวกง่ายๆ ที่พูดสอนไปจะสำนึกได้บ้างไหมก็ยังไม่รู้
“ขะ ขอโทษค่ะคุณหมอ” พวกเธอรีบจูงมือกันเดินเร็วออกไป ผมทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ยกมือขึ้นกุมขมับ
‘...ตอนนี้ เธอเป็นยังไงบ้างนะ’