เข้าสู่ปีที่ 8 หลังจากเรียนรู้วิชาดาบคู่จากผู้เฒ่าดาบเขาสามารถแตกฉานวิชาดาบคู่ทั้ง 12 กระบวนท่าจนหมดและยังคิดค้นกระบวนท่าที่ 13ที่เป็เอกลักษณ์ของตัวเองเหมือนเช่น หมัดอัคคีทั้ง 10 กระบวนท่า
ย่างเข้าปีที่ 9 จ้าวยูร์ผู้ที่บรรลุระดับปรมาจารย์สูงเต็มขั้นทำให้เขามีพลังลมปราณที่แข็งแกร่งเหนือผู้อื่นที่อยู่ในระดับเดียวกันหลายเท่า
“จ้าวยูร์ อีกแค่หนึ่งปีเ้าก็มาอยู่ที่นี้ครบ 10ปี เ้าคิดอยากทำอะไรต่อไป”
“อาจารย์หมายความว่ายังไงขอรับ”
“หากเ้าชนะการประลองพวกเราสามารถมอบสิ่งที่เ้า้าให้ได้หนึ่งอย่างหากสิ่งนั้นอยู่ในขอบเขตความสามารถของพวกเรา” จ้าวยูร์มองทั้งสามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม
“ข้ารู้ว่าในใจเ้านั้นยังยึดติดกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตก่อนหน้า”ผู้าุโหมัดมองหน้าจ้าวยูร์พูดขึ้น
“เ้า้ากลับไปที่นั้นใช่ไหม” จ้าวยูร์ครุ่นคิดกับคำถามของผู้าุโดาบ
“...ข้าสามารถกลับไปได้จริงหรือขอรับ”
“หากเ้า้าเช่นนั้น”
“เ้ายังมีเวลาให้ตัดสินใจ เมื่อเวลามาถึงเ้าคงได้คำตอบที่้า”ผู้าุโดาบเอ่ยเสียงเรียบ
“จริงสิพี่ใหญ่จะให้เ้าหนูนี่ไปเมืองด้านล่างเมื่อไหร่”
เมืองด้านล่างที่ผู้าุโพิษพูดถึงคือเมืองของเหล่าผู้ฝึกยุทธที่ทั้งหลายมีทั้งเหล่าครึ่งอสูรที่อยู่ร่วมกับมนุษย์ อสูรที่สามารถนำมาใช้งานเป็อสูรรับใช้รวมไปถึงผู้มากฝีมืออีกจำนวนมากและมีจำนวนมากกว่าสิบเมือง แบ่งเป็แดนใต้ 5 เมืองแดนเหนือ 5 เมือง ทั้งสองดินแดนนั้นมีองค์จักรพรรดิเป็ประมุขของแต่ละแดน
“ภายในหนึ่งปีนี่เ้าต้องตามหาผู้าุโเหล็กเพื่อให้เขาตีอาวุธของเ้า”ผู้าุโดาบโบกมือเพียงหนึ่งครั้ง บนโต๊ะอาหารปรากฏกล่องไม้ขึ้น
“นี่คือเขากิเลนคู่ นำสิ่งนี้ไปให้เขาเพื่อตีอาวุธของเ้า”
“ส่วนนี้ของข้า เป็ิญญาแก่นพิษหมื่นปี..ข้ามอบให้เ้าลูกศิษย์เพียงหนึ่งเดียวของข้า”แววตาสีหน้าของผู้าุโพิษไม่มีแววล้อเล่นเหมือนเช่นเคย
“สำหรับของข้ามันเหมาะกับลมปราณอัคคีของเ้า” ผู้าุโหมัดเปิดกล่องหินที่บรรจุแก่นต้นกำเนิดอัคคีบริสุทธิ์ออก
“ทั้งสามสิ่งนี้สามารถหลอมรวมเข้ากับอาวุธของเ้าได้”จ้าวยูร์มองสิ่งล้ำค่าอย่างตื่นตะลึง
“จ้าวยูร์ขอบคุณอาจารย์ทั้งสามที่มอบสิ่งล้ำค่าให้ศิษย์จะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังขอรับ”
วันถัดมาจ้าวยูร์ลงจากเขาใน่เช้าตรู่เขามีอาวุธสำรองที่ได้รับจากผู้าุโดาบติดตัวไปด้วย ทั้งสามยืนมองศิษย์รักลงจากเขาไป
“พี่ใหญ่ยังไม่ได้บอกจ้าวยูร์เกี่ยวกับเหตุผลที่เหลืออีกหรือ”
“เ้ามั่นใจว่าครั้งเราจะเป็ฝ่ายชนะหรือพี่รอง”ผู้าุโพิษยิ้มกว้าง
“ข้ามั่นใจว่าครั้งนี้พวกเราสามารถเติมเต็มสิ่งที่พวกเรารอมานับหมื่นปีได้ท่านคิดเช่นนั้นไหมพี่ใหญ่”
“เด็กคนนั้นจะไม่ทำให้เราผิดหวัง”
[เมืองด้านล่าง]
จ้าวยูร์ใช้เวลาเดินทางลงจากเขานานเป็เดือนเพื่อมาถึงเมืองด้านล่างระหว่างทางเขาได้ฆ่าเหล่าอสูรไปจำนวนมากจนสามารถเก็บแก่นอสูรได้จำนวนหนึ่งหลังจากที่ดูดซับพวกมันไปไม่น้อยเขายังสามารถดูดซับพลังธรรมชาติและนำมาหลอมรวบเป็พลังลมปราณกักเก็บไว้ในร่างกายอีกด้วย
“หยุดก่อน ข้าไม่คุ้นหน้าเ้าเลย เ้ามีป้ายแสดงตัวหรือไม่”ยามหน้าประตูห้ามจ้าวยูร์
“ขออภัยพี่ชาย ข้าลืมไปพี่ชายพูดถึงใช่สิ่งนี้หรือไม่” จ้าวยูร์แสดงป้ายโลหะเงินที่อาจารย์มอบให้กับยามทั้งสองทั้งคู่มองหน้ากัน ท่าทีของทั้งสองเปลี่ยนไปทันที
“ขออภัย เชิญท่านผ่านไปได้” จ้าวยูร์ไม่เข้าใจกับท่าทีนั้นดูเหมือนว่าป้ายโลหะเงินนี้มีความหมายของมันอยู่
“พี่ชายข้าขอถามได้หรือไม่”
“ท่าน้าทราบสิ่งใดหรือขอรับ”
“ที่จริงข้าเพิ่งได้รับป้ายนี้มาจากอาจารย์ของข้ามันหมายถึงอะไรหรือ” ยามผู้นั้นมองไปด้านหลังของเขาเห็นว่ามีผู้คนต่อแถวอยู่จึงเชิญให้เขาหลบไปทางด้านข้างแล้วอธิบายให้จ้าวยูร์ฟัง
“ป้ายแสดงตัวทั้งหมดมี 5 ประเภท แต่ละประเภทมีลำดับดาวั้แ่1-3 ดาวตามลำดับขั้นพลังยุทธ ป้ายไม้คือผู้ระดับฝึกหัดไม่มีลำดับดาว ป้ายทองแดงคือระดับก้าวหน้าป้ายทองเหลืองคือระดับเชี่ยวชาญแบ่งแยกลำดับตามจำนวนดาว ป้ายโลหะเงินระดับอาจารย์แบ่งแยกลำดับดาวป้ายหยกมี 3 แบบ หยกสีดำคือระดับครึ่งเซียน หยกสีม่วงระดับเซียนส่วนหยกสีเขียวระดับเทพเซียน ที่สำคัญป้ายเหล่านี้ยังแบ่งลำดับความสำคัญได้รับการปฏิบัติจากสถานที่แตกต่างกันขอรับ”คำพูดสุดท้ายนั้นยามผู้นั้นพูดกับเขาด้วยความระมัดระวัง จ้าวยูร์นึกถึงป้ายหยกที่อยู่ในอกเสื้อ
“ขอบคุณพี่ชายที่แนะนำ”เขาวางแก่นอสูรระดับกลางลงบนมือของยามผู้นั้นสองชิ้น
“นี่ ๆ” ยามผู้นั้นตื่นตะลึง แก่นอสูรนี้ขายได้เกือบร้อยทองเลยทีเดียว
“ฝากให้สหายของพี่ชายด้วย ถ้าพี่ชายไม่ว่าอะไรท่านช่วยแนะนำที่พักดีๆ กับสถานที่ที่ให้ราคาเป็ธรรมกับแก่นอสูรได้หรือไม่”
“ขอบคุณขอรับๆ แก่นอสูรท่านไปขายที่หอทหารรับจ้างได้เลยขอรับที่นั้นให้ราคาเป็ธรรมส่วนที่พักท่านสามารถพักที่ชั้นบนของหอทหารรับจ้างหรือหอเงาจันทร์ได้ขอรับ” ชายผู้นั้นรีบเก็บแก่นอสูรอย่างรวดเร็วขอบคุณจ้าวยูร์อีกครั้ง
“ขอบคุณพี่ชาย”
จ้าวยูร์เดินเข้าไปด้านในสิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ร้านค้ามากมายเปิดให้บริการเหล่าผู้อาศัยหลากหลายประเภทกำลังทำหน้าที่ของตน เขาอมยิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่เป็ผู้ฝึกยุทธเขาเดินเข้าหอทหารรับจ้างตามที่ยามคนนั้นแนะนำ
“้าับงานหรือขายสินค้าเ้าค่ะ”
“ขายสินค้า”
“เป็สินค้าชนิดไหนจำนวนเท่าไหร่เ้าค่ะ”
“แก่นอสูรจำนวนหนึ่งพัน” บริเวณห้องโถงเงียบไปทันทีคนที่อยู่ในนั้นหันมามองจ้าวยูร์เป็จุดเดียว
“เ้าค่ะ?”
“้าป้ายแสดงตัวหรือไม่”
“จะ..เ้าค่ะ” พนักงานคนนั้นรับป้ายแสดงตัวไปดูนางเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจ
“แก่นอสูรเหล่านี้ท่านล่ามาเองหรือเ้าค่ะ”
“ทำไมคิดว่าข้าปล้นใครมางั้นหรือ”
“ไม่ใช่เ้าค่ะหากจำนวนมากขนาดนั้นต้องใช้เวลาพอสมควร รบกวนท่านเชิญทางด้านนี้เ้าค่ะ” จ้าวยูร์รับป้ายแสดงตัวคืนมาเขาเดินตามหลังอีกฝ่ายไป ระหว่างทางเขารับรู้ถึงสายตามากมายที่มองมายังเขา
“กรุณารอสักครู่เ้าค่ะ”หญิงสาวคนนั้นเดินออกไปไม่นาน คนที่เข้ามาพร้อมกับนางคือผู้ชายอีกคน
“ได้ยินมาว่าท่านมีแก่นอสูรจำนวนมากถึงหนึ่งพันข้าขอตรวจสอบได้หรือไม่ขอรับ”
“้าตรวจสอบว่าข้าได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่งั้นสินะงั้นข้าขอถามอีกอย่าง ที่นี้รักษาความลับของลูกค้าได้มากแค่ไหน”
“พวกเรารักษาความลับของลูกค้าเป็อย่างดีขอรับท่านสามารถเชื่อใจได้” จ้าวยูร์สบตาของผู้มาใหม่อยู่ครู่ใหญ่เขาจึงหยิบป้ายหยกของอาจารย์ออกมาวาง ท่าทีของทั้งสองเปลี่ยนไป ชายผู้นั้นหันไปมองหญิงสาวข้างกายอีกที
“อย่าโทษนางเลยเป็ข้าที่จงใจให้ป้ายเงินแก่นางเอง ท่านคงเข้าใจ”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”
“เช่นนั้นท่านคงไม่ติดใจเื่แก่นอสูรของข้าใช่แล้วหรือไม่”
“ไม่ติดใจแล้วขอรับแก่นอสูรเหล่านี้เป็ท่านที่ล่ามันมาเอง” ทั้งสองทำการค้าผ่านไปด้วยดี จ้าวยูร์ตกลงที่จะพักอยู่ที่หอทหารรับจ้างพร้อมกับสอบถามข้อมูลที่เขา้ารู้ไปในตัวดังนั้นเขาจึงอาศัยอยู่เมืองด้านล่างแห่งแรกนี้อยู่นานกว่าสิบวันเลยทีเดียว
“หรือว่าผู้าุโเหล็กคนนั้นไม่ได้อยู่ในเมือง...”เขาเดินทางมาถึงเมืองที่สี่ยังคงหาเบาะแสผู้เฒ่าเหล็กไม่พบ จากคำพูดของเหล่าช่างโรงตีเหล็กทำให้เขาคิดสงสัยคนผู้นี้ไปมาลึกลับ ไม่มีที่พักเป็หลักแหล่ง จ้าวยูร์ตัดสินใจพักอยู่ที่เมืองที่สี่อีกหนึ่งคืนก่อนออกเดินทางไปยังเมืองถัดไปในตอนเช้าของวันพรุ่งนี้
ท่ามกลางความมืดมิดแสงจันทร์ส่องแสงให้ความสว่างเบื้องล่าง สายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องจ้าวยูร์ด้วยความใคร่รู้
“หือ..” มุมปากของอีกฝ่ายยกยิ้มขึ้น จ้าวยูร์เงยหน้าขึ้นมองจุดที่เขาสงสัย
“ความรู้สึกไวเหมือนเดิม กลับไปได้แล้วหลังจากนี้ข้าจัดการเอง ทำงานในส่วนของเ้าให้เรียบร้อยก่อนข้ากลับไป”
“รับบัญชาขอรับ”เงาที่ยืนอยู่ด้านข้างหายไปชั่วพริบตา จอมมารมองตามหลังจ้าวยูร์ที่เดินเข้าหอทหารรับจ้าง
“น้องชายท่านนี้กำลังตามหาใครอยู่หรือเปล่า” มือที่กำลังจะเปิดประตูห้องชะงักหันมามองทางเสียงที่ได้ยิน
“ท่านว่างขนาดที่สามารถตามข้าไปได้ทุกที่หรืออย่างไร”เมื่อเห็นสายตาอีกฝ่ายเขาจึงลดพัดที่ปิดบังใบหน้าอยู่ลง รอยยิ้มบนใบหน้าเผยให้เห็นชายรูปงามหล่อเหลาเปรียบเทียบกับจ้าวยูร์แล้วงดงามคนละด้าน ผู้หนึ่งรูปงามน่าเกรงขามผู้หนึ่งงดงามอ่อนหวาน
“ข้าได้ยินมาว่า่นี้มีคนผู้หนึ่งกำลังตามหา “ผู้าุโเหล็ก”อยู่” ยิ่งเห็นอีกฝ่ายแสดงสีหน้าไม่ไว้วางใจยิ่งทำให้เ้าตัวยิ้มกว้างขึ้นไปอีก
“..........”
“ข้ารู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน”
“ท่านจะบอกข้าหรือ”
“หากข้าบอกเ้าแล้วข้าควรได้สิ่งใดตอบแทน”
“ข้าไม่้าความช่วยเหลือของท่าน” จ้าวยูร์เปิดประตูเข้าไปในห้องจอมมารมองคนที่ปิดประตูใส่หน้าเขา
“เ้าใจร้ายกว่าที่ข้าคิดนะ” จ้าวยูร์หันมามองด้านหลังจอมมารกำลังรินชาให้ตัวเอง
“บุกรุกห้องผู้อื่นมันคือมารยาทของจอมมารเช่นท่านหรือ”จอมมารเลื่อนถ้วยชามาตรงหน้าจ้าวยูร์
“เ้าอยากไล่ข้าออกไปงั้นหรือ”
“ไล่แล้วท่านจะออกไปหรือไม่”
“ข้ากับเ้ารู้จักกันมาหลายปี ทำไมเ้ายังไม่ไว้ใจข้า?”
“............”
“เ้าคงมีเหตุผลสินะ”
“ข้า้าพักผ่อน ท่านออกไปได้แล้ว”
“หากเ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่สามารถบอกข้าได้ทุกเมื่อ”ร่างของจอมมารหายไปจากห้อง จ้าวยูร์นั่งลง คิดถึงเหตุผลที่เขาไม่อาจไว้ใจผู้อื่นได้ง่ายๆ ขนาดคนที่รักยังหักหลังความไว้ใจของเขา นับประสาอะไรกับคนอื่น