เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 118 เข้าสำนักฝูเซิง

            หนีเจียเอ๋อร์จับจ้องไปยังลายสักรูปดอกบัวที่ข้อมือศพอยู่นานก่อนเอ่ย “เจ้าบอกว่าคนของเว่ยฉีหรานมีรอยสักดอกบัวที่ข้อมือทุกคนแสดงว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับสำนักฝูเซิง ใช่หรือไม่?”

            โจวชิงหวาพยักหน้า “ใช่แล้ว! ทั้งรูปร่างและตำแหน่งของลายสักดอกบัวล้วนตรงกัน” 

            หนีเจียเอ๋อร์เม้มริมฝีปากทำท่าทางครุ่นคิด... เป็นเช่นนี้นี่เอง!

            แบบนี้ก็พอจะยืนยันได้แล้วว่าผู้ที่ฆ่าปิดปากคนร้ายกลุ่มนี้ ก็คือเว่ยฉีหราน...

            หากเขาเป็นผู้ที่ลงมือสังหารพวกมันจริงๆแสดงว่าเว่ยฉีหราน ก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังการลักพาตัวหญิงสาวในเมือง ใช่หรือไม่?

            เมื่อคิดเช่นนั้น หนีเจียเอ๋อร์จึงฝังศพนี้ก่อนจะขุดศพคนอื่นๆ ขึ้นมา พบว่าที่ข้อมือของคนร้ายล้วนมีรอยสักดอกบัว ชี้ชัดว่าโจรลักพาตัวหญิงสาวเหล่านี้มาจากสำนักฝูเซิงเป็นที่แน่นอนแล้ว!

            หลังฝังศพกลับลงไปแล้วทั้งสองก็เดินมาที่ม้าของตน

            จนถึงตอนนี้คิ้วของหนีเจียเอ๋อร์ยิ่งขมวดมุ่น สีหน้าเย็นชาราวกับน้ำค้างแข็งจนโจวชิงหวาอดเป็นห่วงมิได้ เขาจึงถามเบาๆ “เสี่ยวเอ๋อร์ คิดอะไรอยู่หรือ?” 

            หนีเจียเอ๋อร์ตอบกลับแผ่วเบา“ชิงหวาข้าคิดว่าจะไปเข้าร่วมสำนักฝูเซิง เพื่อสืบหาหลักฐานจากเว่ยฉีหราน” 

            นางมิได้เอ่ยถามหรือขอคำแนะนำเพียงบอกกล่าวเท่านั้น 

            คิ้วของโจวชิงหวาขมวดเป็นปมก่อนคลายลง ด้วยรู้ดีว่าภายใต้เปลือกนอกอันนุ่มนวลของนาง ซุกซ่อนเอาไว้ซึ่งความแข็งแกร่งสิ่งใดที่ตัดสินใจไปแล้ว ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจหยุดยั้งได้   

            หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ยกยิ้ม แล้วพูดว่า “ข้าก็จะไปกับเจ้าด้วย” 

            “ไม่ได้! อันตรายเกินไป” หนีเจียเอ๋อร์ปฏิเสธทันควัน จะให้โจวชิงหวาไปเสี่ยงกับนางได้อย่างไรยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีเรื่องมากมายให้ต้องจัดการอีก 

            คำพูดของหญิงสาว ทำให้หัวใจของโจวชิงหวาอบอุ่น

            ชายหนุ่มเอื้อมไปคว้ามือเล็กเอาไว้“แล้วเจ้าคิดว่าข้าจะนิ่งดูดาย ปล่อยให้เจ้าไปเสี่ยงอันตรายคนเดียวหรือ?” 

            ความกังวลฉายชัดผ่านท่าทีและน้ำเสียงอันลึกล้ำจากนั้น เขาก็พูดขึ้นอีกว่า “หากเจ้าไม่ให้ไปด้วย ข้าก็จะมัดเจ้าไว้ ไม่ปล่อยให้เจ้าไปเช่นกัน!”

            ขาดคำ โจวชิงหวาก็ตวัดแขนโอบเอวนางกระโดดขึ้นม้าแล้ววิ่งควบออกไป 

            สายลมหวีดหวิวพัดผ่านใบหูและแก้มนวลชายเสื้อและเส้นผมของพวกเขาพลิ้วไหวไปตามสายลม ราวกับปีกวิหคที่โบยบินอยู่ในความมืดมิด 

            ผูกมัดเอาไว้ด้วยกัน มิปล่อยมือไปไหนอีก...

            ในสมองของหนีเจียเอ๋อร์มีประโยคนี้สะท้อนก้องจนทำให้แก้มของนางร้อนผ่าว หัวใจเต้นรัว ดวงตาที่ซุกซ่อนในเงามืดเปล่งประกาย ฟันขาวเป็นระเบียบดุจเปลือกหอยมุกขบริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยท่าทีซับซ้อน

            สุดท้าย หญิงสาวก็ไม่อาจต้านทานความดื้อดึงของโจวชิงหวาได้...

            ทั้งสองบอกกับนายท่านหนีว่าต้องเดินทางไปที่เมืองเย่อย่างกะทันหัน และเช้ามืดของวันถัดมา พวกเขาก็รีบออกเดินทางทันที 

            ...

            เมืองเย่ สำนักฝูเซิง สังกัดเฟิน

            หนีเจียเอ๋อร์ได้ปลอมตัวเป็นบุรุษส่วนโจวชิงหวาก็ติดหนวดเคราอำพรางใบหน้า และตอนนี้ที่ ตรงหน้าพวกเขา ก็มีกว่านซื่อซึ่งทำหน้าที่ดูแลสำนักแทนหัวหน้าสังกัดเฟิน กำลังนั่งจับจ้องอยู่

            “เหตุใดเจ้าถึงอยากเข้าร่วมสำนักฝูเซิง?” 

            หนีเจียเอ๋อร์คลี่ยิ้มก่อนเอ่ยปากยกยอ ก้มหน้าก้มตาประจบประแจงอย่างลื่นไหล 

            “เดิมทีข้าน้อยมีพื้นเพเป็นคนเมืองฝู เมื่อปีที่แล้ว บ้านเกิดของข้ามีน้ำท่วมใหญ่บ้านเรือนพังทลายไปมากมาย ครอบครัวแยกย้ายไปคนละทิศละทางโชคดีที่ข้าได้พบกับอาหวาระหว่างทาง ดังนั้นเราจึงเข้ามาในเมืองหลวงพร้อมๆ กันพวกเราไปขอทำงานรับใช้ในจวนใหญ่ของสกุลหนึ่ง เพื่อแลกกับอาหารและเสื้อผ้า ตอนแรกข้าก็คิดว่าต่อไปชีวิตคงจะราบรื่นแต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะพวกเราสองคนบังเอิญไปเห็นฮูหยินกลั่นแกล้งอนุเข้าเกรงว่าหากอยู่ต่อ คงจะตกเป็นเป้าถูกนางเพ่งเล็งเป็นแน่ สุดท้ายจึงต้องออกมาเร่ร่อนอีกครั้ง” 

            พอหนีเจียเอ๋อร์พูดจบ ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น 

            โจวชิงหวามุ่นคิ้ว มองหนีเจียเอ๋อร์ที่ถูกคนเหล่านั้นหัวเราะเยาะ 

            “แค่เรื่องทะเลาะเบาะแว้งในจวนระหว่างฮูหยินกับข้ารับใช้มีเหตุผลอันใดที่สำนักฝูเซิงจะต้องรับพวกเจ้าเข้ามา” หัวหน้าสังกัดลุกจากเก้าอี้เดินเข้าไปหาหนีเจียเอ๋อร์ และพูดจาแปลกๆ “หรือเราควรจะพาเจ้ากลับไปที่นั่นดี?” 

            พูดจบ ดวงตาเฉียบคมของหัวหน้าสังกัดก็ไปหยุดที่ลำคอของหนีเจียเอ๋อร์ 

            แววตาคมของอีกฝ่าย ทำให้หัวใจของหญิงสาวตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

            โจวชิงหวากำหมัดแน่น รีบแทรกขึ้นมาว่า“อันที่จริงพวกเราก็ไม่กล้าย่างกรายเข้ามาที่นี่...” 

            ด้วยความสนใจใคร่รู้ หัวหน้าสังกัดจึงหันเหความสนใจไปที่เขาและเอ่ยถาม “เช่นนั้นตอนนี้เจ้าก็กล้าแล้วสินะ?” 

            โจวชิงหวาตอบเสียงนอบน้อม“ข้าเคยได้ยินมาว่าสำนักฝูเซิงเป็นสำนักที่เปี่ยมไปด้วยศีลธรรม ผู้คนในสำนักล้วนแล้วแต่มีความกล้าหาญเป็นที่เลื่องลือพวกเราจึงลองเสี่ยงดวงเข้ามา เพราะหมดสิ้นหนทางก็เท่านั้นเองขอรับ” 

            เดิมทีสำนักฝูเซิงเป็นที่รู้จักก็เพราะเป็นสำนักใหญ่ซึ่งมีสาวกเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเว่ยฉีหรานได้รับการแต่งตั้งจากฮ่องเต้ให้เป็นขุนนางชั้นสูงทางสำนักกลับตกต่ำลง จากที่มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ กลายเป็นฉาวโฉ่ไปเสียอย่างนั้น

            ในสายตาของผู้คน ดูไม่ต่างอันใดกับลัทธิมาร 

            ซึ่งเรื่องนี้ ทำให้เหล่าสาวกสำนักฝูเซิงที่เคยโด่งดังรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก 

            กว่านซื่อเอง ก็เป็นหนึ่งในนั้น 

            เพราะคำพูดของโจวชิงหวาทำให้กว่านซื่อตัดสินใจว่าจะยอมรับพวกเขาตราบใดที่พวกเขาสามารถผ่านอุปสรรคด่านสุดท้ายไปได้ 

            กว่านซื่อกะพริบตา แล้วเบือนมาหน้ามาทางหนีเจียเอ๋อร์ 

            โจวชิงหวาตระหนักได้ว่าสร้อยที่อยู่บนคอของหญิงสาวดึงดูดสายตามากเกินไป หนีเจียเอ๋อร์เองก็เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้จึงยกมือขึ้นปิดทันที แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น มือใหญ่พลันตวัดขึ้น

            หนีเจียเอ๋อร์เกรงว่าแผนจะล่มไม่เป็นท่าจึงรีบไปหลบด้านหลังของโจวชิงหวา แสร้งทำทีเป็นหวาดกลัว แล้วโผล่หน้าออกมาครึ่งหนึ่ง 

            ได้แต่หลบ ห้ามตอบโต้...

            ชายหนุ่มจึงชะงักมือทันควันทว่าก็ไม่อาจหันหลังให้ฝ่ายตรงข้าม

            เขาเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์ ย่อมรู้เรื่องนี้ดีว่าหากมีอันตรายเข้ามาใกล้ ร่างกายจะตอบสนองไปเองโดยไม่รู้ตัว ด้วยการสั่งให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวเพื่อตอบโต้หรือป้องกันโดยมิได้ผ่านสมอง

            โจวชิงหวาจึงเกือบจะพลั้งมือไปตอบโต้ตั้งแต่ที่กว่านซื่อยังไม่ทันขยับนิ้วด้วยซ้ำ  

            แม้อีกฝ่ายจะหยุดมือแล้วแต่ร่างกายโจวชิงหวากลับรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง จึงกระโดดหลบไปข้างหน้าเองโดยไม่ทันรู้ตัวดังนั้น เพื่อมิให้เป็นที่เคลือบแคลงใจ ชายหนุ่มจึงแสร้งทำทีเป็นสะดุดสองสามก้าว ไปชนเข้ากับสาวกที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกำลังตั้งท่าจะลุกขึ้น ก็โดนหมัดกระแทกเข้าที่หน้าอก จนกระเด็นไปกองกับพื้น 

            หนีเจียเอ๋อร์รู้ดี ว่าโจวชิงหวาจงใจจะดึงดูดความสนใจของผู้คนมาไว้ที่ตัวเอง 

            นางจึงรีบก้าวเข้าไปช่วยพยุงเขา“อาหวาเจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” 

            โจวชิงหวาส่ายหน้า พลางพูด“อาหนี ข้าสบายดี!” 

            หลังจบบททดสอบทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่า พวกเขาไม่มีวรยุทธ์จริงๆ กว่านซื่อจึงหัวเราะลั่นด้วยความชอบใจ

            “นับจากนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าคือสาวกระดับต่ำสุดของสำนักฝูเซิง”

            จากนั้น ก็หันหลังไปเอ่ยกับชายผิวคล้ำที่อยู่ไม่ไกลจากโจวชิงหวา“สองคนนี้ข้ามอบให้เจ้าเป็นผู้ดูแลก็แล้วกัน!”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498