ฉันที่กำลังเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ประหลาดก็สะดุ้งตื่นขึ้นเปลือกตาที่ปิดสนิทก็ลืมขึ้นเห็นเพดานไม้ที่ไม่คุ้นเคย
อะไรกัน.. ฝันหรอกเหรอค่อยโล่งอกหน่อยที่นั่นไม่ใช่ความจริง.. เล่นเจอแบบนั้นเลยนะ แต่ในตอนนั้นเอง
“อ่าว ฟื้นแล้วเหรอสาวน้อย”
เสียงของผู้หญิงดังขึ้นด้านข้างทำเอาฉันหันไปมองทันที ฉันเห็นผู้หญิงผมสีดำซึ่งดูแปลกมากสำหรับโลกใบนี้
โดยทั่วไปโลกใบนี้เป็โลกที่มีสีผมที่แตกต่างกันออกไปแต่สีดำนี่จะไม่มีเลย อาจจะเพราะทวีปนี้เป็ทางตะวันออกของโลกก็ได้
แต่ผมสีดำใช่ว่าจะไม่มีก็จริงแต่ก็หายากอยู่ดี..อันที่จริงผมฉันก็สีดำเหมือนกันนะที่น่าใไปกว่านั้นคือ.. ฉันกลับรู้สึกระแวงคนคนนี้ไม่ลง?
ทำไมกันนะ?หากเป็ปกติทั่วไปฉันจะต้องระแวงคนแปลกหน้าเป็เท่าตัวแต่ท่าทางของเธอคนนี้กลับไม่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้นเลย
จะว่าไงดีล่ะมันอารมณ์เหมือนกับว่าฉันรู้จักเธอคนนี้ั้แ่ลืมตาดูโลกแล้วงั้นเลย…แต่ฉันก็รับรู้ถึงจุดที่ว่าฉันไม่ระแวงเธอ
ฉันจึงต้องระแวงขึ้นไปอีกนี่เป็โลกที่เหนือจินตนาการฉันไว้ใจมันไม่ได้..
“คุณเป็ใคร?!”
ฉันลุกขึ้นยืนแล้วะโลงออกจากเตียงทันทีแต่ทว่าเมื่อเท้าเหยียบลงพื้นเข่าก็อ่อนยวบลงทันที
เหมือนฉันจะาเ็หนักพอสมควรเธอคนนั้นก็พูดขึ้น
“เดี๋ยวเถอะ อย่าพึ่งขยับสิตอนฉันไปเจอเธอก็เห็นเธอได้รับาเ็หนักพอสมควรนะ!?”
“าเ็หนัก?”
ฉันรู้สึกงงงวยขึ้นมาก่อนที่หญิงสาวคนนั้นจะชี้ผ่านหลังฉัน แล้วพูดขึ้นว่า
“ตอนฉันไปเจอเธอแล้วก็สองคนนั้นหมดสติอยู่กลางป่า ดูเหมือนพวกเธอจะตกมาจากที่สูงจนได้รับาเ็นั่นแหละ”
ฉันหันไปเห็นเลวี่กับ.. เอ่อ..ซิลเวีย นี่ไม่ได้ฝันจริงๆ สินะ ฉันโดนยัยนั่นพุ่งดิ่งชนพสุธาอย่างรุนแรง
แต่ว่ากันตามตรงถึงฉันจะเตะใส่หน้าซิลเวียแต่ตามความจริงร่างกายหกขวบก็ไม่มีเรี่ยวแรงขนาดนั้น ถึงจะมีพลังเวทมหาศาลก็ตามที
แต่ใช้กำลังล้วนๆ ก็ยังเป็แค่เด็กไม่แปลกจะดิ่งพสุธาจนสลบ..ฉันทำอะไรเลินเล่ออีกแล้ว
ตอนนั้นน่าจะแทรกแซงพละกำลังเยอะๆแล้วเตะ.. แต่แบบนั้นก็เป็ฆาตกรฆ่าเทพธิดาพอดีสินะ
“อ้อ ส่วนฉันมีชื่อว่า ชิสุส่วนคนที่อยู่ข้างฉันมีชื่อว่าริว”
เธอว่าแบบนั้นฉันก็หันไปแล้วพึ่งจะรู้สึกตัวว่ามีผู้หญิงอีกคนนั่งอยู่ใกล้ๆผู้หญิงที่ชื่อชิสุ อย่าว่าแต่ััถึงเลย
ขนาดมองยังไม่เห็นถ้าไม่สังเกต!ฉันหันไปมองผู้หญิงที่ไม่ได้หันมามองฉันเลย เธอมีผมสีขาวก้มหน้าก้มตาถักไหม้พรมอยู่เงียบๆ
“โทษทีนะ เขาไม่ชอบเข้าสังคมแบบนี้แหละ”
ฉันรู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของผู้หญิงที่ชื่อชิสุคนที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วช่วยไว้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเนี้ย ไม่มีในโลกหรอกนะในความคิดฉันอ่ะนะ
“ขอบคุณ งั้นฉันขอตัว”
ฉันไม่อยากสุงสิงกับคนแปลกหน้านักถ้าพยายามจะรั้งเอาไว้ฉันก็จะรู้ทันทีว่าคนพวกนี้เป็ศัตรูแน่นอน
เพราะมีจุดประสงค์อยู่เื้ัคิดว่านะ.
ฉันอุ้มเลวี่และรีบออกจากบ้านไม้นี้ไปฉันคิดว่าคนพวกนี้ค่อนข้างประหลาดไม่อยากอยู่ให้นานกว่านี้ แต่ในตอนนั้นจู่ๆผู้หญิงที่ชื่อชิสุก็พูดขึ้น
“เดี๋ยวสิ แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ”
เธอชี้นิ้วไปที่ซิลเวียเทพธิดาที่กำลังนอนน้ำลายยืดสบายใจเฉิบ เอิ่ม.. ตัวปัญหานี่น่าไม่เอาด้วยหรอก
ปัญหาแค่ในฝันก็พอแล้วไม่ต้องรวมมาถึงโลกแห่งความจริงหรอกน่าฉันคิดแบบนั้นเลยตอบไปว่า
“เธอไม่เกี่ยวกับพวกเรา”
ว่าแล้วฉันก็รีบวิ่งออกไปหลังจากวิ่งออกมาสักพักแล้วก็เสกพรมขึ้นมารีบขึ้นพรมแล้วก็บินกลับทันที
ตอนนี้เป็เวลาเช้าแล้วต้องรีบกลับก่อนท่านแม่จะรู้ว่าพวกเราแอบออกมา ไม่งั้นโดนกักบริเวณแน่!
ฉันจึงรีบตะบึงกลับทันที…
……..
โดยที่ฉันไม่รู้..ผู้หญิงที่ชื่อชิสุเอามือแตะใบหน้าตัวเองแล้วพูดขึ้น
“เป็เด็กที่ระแวงจริงๆแล้วก็ใจร้ายไม่เบาเลยด้วยนะ”
เธอพูดติดตลกออกมา เธอตบมือเบาๆร่างซิลเวียที่กำลังนอนน้ำลายยืดก็หายวับไป.. ถ้าหากเลทิเซียหันกลับไปมองหลังพรม
คงเห็นว่าซิลเวียขึ้นไปนอนอยู่บนนั้นแล้ว…
ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะออกมาเบาๆก่อนที่บ้านไม้ที่กว้างพอจะวางเตียงเรียงกันสามอันก็หายไปเหลือเพียงเตียงเดียวที่เลทิเซียเคยนอน
ในตอนนั้นเองผู้หญิงผมสีขาวที่ผมปิดหน้าปิดตาก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ แล้วพูดขึ้นเบาๆ ว่า
“เธอคิดจะทำอะไรทุกอย่างมันจบไปแล้ว”
แต่ชิสุก็ส่ายหน้าแล้วตอบ
“ไม่มันยังไม่จบ..ความสัมพันธ์ของเราถูกสะบั้น มันจะหวนกลับมาเพื่อทำลายล้างและมอบคำสาปที่ร้ายแรงยิ่งกว่า..นั่นแหละคือผู้หญิงคนนั้น ฉันรู้จักเธอดี ฉันต้องคุยกับเธอให้รู้แล้วรูรอด..”
เธอตอบแบบนั้นริวจึงก้มหน้าลงถักไหม้ต่อในขณะที่พูดขึ้นเบาๆ ว่า
“ถ้างั้นให้ฉันจัดการซะก็สิ้นเื่”
ชิสุอดที่จะหันไปจับผมของริวแล้วก็พูดขึ้นเบาๆ
“นี่เป็เื่ของผู้หญิงนะ”