หลังจากเหตุการณ์การจู่โจมของมือสังหารนั้นไม่ต้องอธิบายก็คงรู้ได้เลยว่า มือสังหารที่ส่งมาเพิ่มจำนวนขึ้นและฝีมือก็แข็งแกร่งขึ้นด้วยทำให้ตลอดเวลาของการเดินทางก็มีพวกมือสังหารมากวนใจอยู่ตลอดแต่ว่าก็ถูกร่างแยกของเอเลน่าสังหารทิ้งหมด ทางด้านอีกฝ่ายก็ไม่เบาสามารถสังหารร่างแยกของเอเลน่าไปได้ถึงสองร่างจากนั้นก็ถูกมีดสั้นจากร่างแยกสังหารทิ้งไปในเวลาต่อมา
วันเวลาที่ว้าวุ่นผ่านพ้นไปจนกระทั่งเดินทางมาถึงเมืองจุดนัดพบได้ในที่สุด เมืองแห่งนี้มีชื่อว่าเมืองแห่งสันติ มันก็จริงของเขาที่บอกว่าสันติเพราะว่ามันเป็นสถานที่ที่ทุกๆเผ่าสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ แต่งงานกันได้ มีลูกข้ามเผ่าพันธุ์ได้ มีอิสระ ไม่มีเรื่องของความคิดไม่ดีในด้านของเผ่าพันธุ์
"เป็นเมืองที่สงบสุขท่ามกลางความขัดแย้งทั้งหมดจริงๆ"
"นั่นสินะ แต่ว่าเมืองนี้ก็ไม่สงบสุขจริงอย่างที่เห็นหรอก ที่นี่ก็ยังคงมีความขัดแย้งกันเกิดขึ้นอยู่ดีตราบเท่าที่เป็นสิ่งมีชีวิตจะหาความสมบูรณ์แบบจากอะไรได้ล่ะ"
"ซานดร้าเจ้านี่ก็ดึงเข้ามาเรื่อยเคร่งเครียดได้เสมอเลยนะ ผ่อนคลายบ้างเถอะ"
"นั่นสิ คิกๆ"
…..
สถานที่ที่จัดเจรจาขึ้นนั้นคือสภาสูงของเมืองแห่งสันติที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของที่นี่และจุดนัดพบสำคัญ
ภายในห้องประชุมจะมีโต๊ะที่นั่งหันหน้าเข้าหากันตามจำนวนคนของแต่ละฝ่ายที่มาถึงและที่นั่งของอเล็กซานดร้าถูกจัดให้นั่งสูงกว่าคนปกติ มีที่นั่งของเอเลน่ารองลงมาและที่นั่งที่เสมอกันก็จะเป็นที่นั่งของอัครราชทูตและคณะผู้เดินทางร่วมทั้งหมด
ทางฝั่งของมนุษย์ก็มีสภาพไม่ต่างกันที่ใหญ่สุดจะเป็นที่นั่งของกษัตริย์ของสามกษัตริย์รองลงมาคือราชินีและสุดท้ายคือขุนนาง และที่ผิดแปลกไปจากสายตาของอเล็กซานดร้าคือที่นั่งกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ระหว่างการเจรจา พวกเขามาจากเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันดูจากลักษณะท่าทางคนพวกนี้จะมาเป็นคนกลางคอยนั่งประชุมเจรจาร่วมแต่ที่ทำให้อเล็กซานดร้าต้องขมวดคิ้วขึ้นทันทีนั่นเพราะท่าทีของพวกเขาไม่ต่างอะไรไปจากพวกโจรบนภูเขาที่ไม่ปกปิดการแสดงความโลภของตนเองออกมาเลย
"ทางเราจะเป็นฝ่ายคนกลางที่มาจากเมืองแห่งสันติจากเผ่าที่แตกต่าง…."
"พวกเจ้าออกไป ข้าไม่ต้องการคนกลางไร้สาระอะไรทั้งสิ้น"
อเล็กซานดร้ามองไปยังคนกลางที่มานั่งด้วยจิตสังหารที่ทำให้ร่างของเหล่าคนกลางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง นี่มันคือจิตสังหารของเด็กเจ็ดขวบปีจริงๆหรือ?
"ใครให้เด็กไปนั่งที่บัลลังก์กัน นั่นที่นั่งของท่านจอมมารนะ อีกทั้งยังมาพูดวางท่าอีกนี่ปีศาจอย่างพวกเจ้าตกต่ำจนให้เด็กมาควบคุมดูแลสถานการณ์แล้วหรือย่างไร"
กษัตริย์ของฝั่งมนุษย์คนหนึ่งแสยะยิ้มและเย้ยยันไปที่อเล็กซานดร้า
"ท่านอัครราชทูตการเจรจาครั้งนี้เกี่ยวกับอะไรหรือ"
อเล็กซานดร้าเมินกษัตริย์ของฝั่งมนุษย์คนนั้นก่อนจะถามไถ่ไปยังอัครราชทูตแทนจอมมาร
"เจ้าหญิงครับ การเจรจาครั้งนี้คือการเจรจาการร่วมมือเกี่ยวกับการสร้างทางเชื่อมถึงกันบรรจบหลอมรวมเป็นหนึ่งของศูนย์กลางแห่งสันติที่แท้จริงและยังหารือเกี่ยวกับการสร้างสนธิสัญญาสิ้นสุดพันธะแห่งสงครามทางฝั่งมนุษย์และเผ่าอื่นๆที่สูงส่งกว่ายี่สิบเจ็ดเผ่าได้ลงมติเสนอมาครับ"
ทางเชื่อมถึงกันบรรจบหลอมรวมเป็นหนึ่งของศูนย์กลางแห่งสันติที่แท้จริงคงหมายถึงการสร้างสถานที่แห่งสันติที่เป็นสิ่งจอมปลอมพวกนั้นขึ้นมา และยังคิดที่จะสร้างการสิ้นสุดสงครามและให้ทุกเผ่าลงนามนั่นอาจเรียกว่าความสันติที่สวยหรูทว่าความจริงแล้วช่องโหว่มากมายมันได้ปรากฏออกมาให้เห็นพวกเขาคงคิดว่านางเป็นแค่เด็กสินะ อย่างที่อเล็กซานดร้าได้คิดเอาไว้ตั้งแต่แรกมองเห็นได้ถึงความจริง เนื่องจากสันติที่แท้จริงมันไม่มีวันเกิดขึ้นเด็ดขาด
การที่จะสร้างของแบบนั้นขึ้นมาได้จริงมันต้องมีตัวแทนแห่งความศรัทธาที่เป็นหนึ่งเดียวขึ้นมาตัวอย่างเช่นจักรพรรดิแห่งสรรพชีวิตอะไรแบบนั้นขึ้นมาสักคนและต้องเป็นคนที่มีพลังอำนาจเพียงพอที่จะสยบทุกสรรพสิ่งไว้ในมือ มันก็เพราะแบบนี้อเล็กซานดร้าจึงคิดว่ามันมีช่องโหว่ให้เห็นถึงเส้นทางอันเลือนรางของต้นคิดที่เสนอแผนนี้ขึ้นมาพวกมันคงอยากสร้างจักรพรรดิแห่งสรรพชีวิตเพื่อเป็นเสาหลักและยังควบคุมได้
"ถ้าเจ้าหญิงอเล็กซานดร้าต้องการยกเลิกการเจรจานี้ข้าจะขอสนับสนุนท่านเอง"
เอเลน่ากล่าว
มีหรือที่เอเลน่าจะมองความคิดของอเล็กซานดร้าไม่ออก เพราะตราบเท่าที่อเล็กซานดร้าแสดงท่าทีมั่นอกมั่นใจและถือหมากแห่งราชาเอาไว้ในมือเมื่อไหร่เมื่อนั้นก็เหมือนกับแผนทุกอย่างได้ถูกอเล็กซานดร้ามองออกตั้งแต่แรกแล้ว
ดวงตาของกษัตริย์หรี่ลงจ้องมองไปที่ร่างอเล็กซานดร้าทันใดนั้นก็นึกถึงอะไรบางอย่าง เขาพึ่งจะนึกได้ว่ามีอยู่คนหนึ่งที่สามารถนั่งบัลลังก์นั้นได้อีกคนนั่นคือรัชทายาทสืบทอดจอมมาร
"โอ้ ข้าคงเสียมารยาทต่อท่านเสียแล้วโปรดอภัยต่อการแสดงกริยาเมื่อครู่ด้วย เจ้าหญิงรัชทายาทอเล็กซานดร้า เอเวลิน อารีอาน่า"
"ไม่เป็นไร ดีที่เจ้าพอรู้อะไรควรไม่ควรถ้าเป็นแบบเมื่อครู่อีกและยังไม่เอาฝ่ายเป็นกลางไร้สาระที่ถูกซื้อตัวไปโดยมนุษย์ของพวกเจ้าไปก็จบการเจรจาไปเถอะข้าจะถือว่าเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่เพื่อคลายความเบื่อหน่ายที่มีก็แล้วกัน"
ทันทีที่อเล็กซานดร้าพูดจบทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมก็ราวกับมองเห็นภาพของเล็กซานดร้าที่ถือหมากแห่งราชาเอาไว้ในมือพร้อมที่จะรุกฆาตได้ตลอดเวลา
นั่นทำให้เหล่าคนกลางต้องเดินคอตกออกไปทันที ทำให้ห้องประชุมกลับมาเป็นปกติและการเจรจาราบรื่นเป็นไปด้วยดีและไม่มีใครกล้าสบประมาทอเล็กซานดร้าอีกต่อไป
“มติที่ว่าไปมากมายเมื่อครู่ทางด้านของเผ่าปีศาจคิดเห็นว่าอย่างไรบ้างหรือ”
หนึ่งในกษัตริย์กล่าวและมองไปยังอเล็กซานดร้า
“อัครราชทูตท่านคิดว่าอย่างไร”
“เจ้าหญิงครับ ข้าคิดว่าเรื่องเช่นนี้ควรให้องค์เหนือหัวจอมมารเป็นคนตัดสินใจเถิดเพราะเนื่องจากมันเกี่ยวพันถึงความเป็นไปของทั้งเผ่าปีศาจไม่ควรให้ข้าคิดแค่คนเดียวควรจัดประชุมหารือกับเหล่าขุนนางพร้อมด้วยตัวแทนประชาชนเผ่าปีศาจและเผ่าที่เข้าร่วมกับเผ่าพวกเรา”
“ดีมาก ข้าเองก็มีความคิดเช่นนั้นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ควรต้องประชุมทางฝั่งเราให้พร้อมเสียก่อนพวกเจ้าคงรอได้สินะ”
อเล็กซานดร้ากล่าวพร้อมส่งสายตาเย็นชาไปยังสามกษัตริย์ทำให้พวกเขาขนลุกไปทั้งตัว
“ตะ...แต่ว่าเรื่องนี้ทางเราได้....”
อัครราชทูตของมนุษย์ที่เป็นขุนนางรีบกล่าวก่อนที่จะถูกสายตาอำมหิตของหนึ่งในสามกษัตริย์จ้องไปที่เขา
เงาสีดำประหลาดปรากฏกายออกมาทางฝั่งของมนุษย์และยืนเสมอสามกษัตริย์ก่อนกล่าว
“พวกข้าเข้าใจแล้วเช่นนั้นก็ให้ทางเผ่าปีศาจประชุมหารือก่อนเถอะ ไว้มาจัดประชุมสรุปผลกันอีกครั้ง”
“อืม เช่นนั้นข้าก็ไม่มีอะไรให้ต้องอยู่อีกต่อไปในเมื่อประชุมกันเสร็จแล้ว”
อเล็กซานดร้ากล่าวออกมาอย่างไม่แยแส
“เดี๋ยวก่อนเจ้าหญิงอเล็กซานดร้า ท่าน…..”
อัครราชทูตทางฝั่งปีศาจกล่าว
“ในเมื่อเรื่องจบแล้วการประชุมไร้สาระนี่ถ้าใครจะอยู่ต่อก็ตามสบายส่วนข้าจะกลับแล้ว มาครั้งนี้ได้เห็นอะไรไปไม่น้อย ไปกันเถอะเอเลน่า”
“รับทราบค่ะเจ้าหญิง”
“เอ่อ.....พวกข้าเองก็ขอกลับก่อนเพราะว่าองค์เหนือหัวจอมมารสั่งให้พวกข้าคอยปกป้องคุ้มกันเจ้าหญิง ท่านยังกล่าวอีกว่าหากเจ้าหญิงจบการประชุมเมื่อไหร่ก็ขอให้กลับโดยทันที”
หลังจากที่อเล็กซานดร้าและคณะเดินทางหันหลังกลับไปทั้งหมด ก็ยังคงเหลือเผ่ามนุษย์นั่งงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะว่าในกำหนดการในเรื่องนี้ต้องหารือไปอีกสักหน่อยไม่ต่ำกว่าสองถึงสามวันและเรื่องราวอีกสามถึงสี่เรื่องแต่นี่อเล็กซานดร้าดึงคนของตัวเองกลับหมดในพริบตาเดียวหลังจากพูดคุยเรื่องสำคัญ
“เอาไว้หารือวันหลังเถอะดูท่าทีของทางเผ่าปีศาจไปก่อน พวกเจ้าเองก็อย่าได้เร่งรีบเกินไปถ้าทำให้เจ้านั่นเคลื่อนไหวแล้วล่ะก็ ได้เห็นจุดจบแน่”
เงาสีดำประหลาดสั่นไหวแล้วกล่าว
ทุกคนต่างมองหน้ามองตากันก่อนที่จะพยักหน้า
...…….
“เมืองแห่งนี้มีมือสังหารเต็มไปหมด นี่ซานดร้าพวกเราจะกลับกันเลยหรือไม่”
“ยังก่อน พวกเราจะกลับได้ต้องทำเรื่องบางอย่างก่อนไม่เช่นนั้นพวกที่ดักรอสังหารพวกเราสองคนได้ไหวตัวกันหมดแน่ รวบพวกมันครั้งเดียวแล้วคิดบัญชีตอนนี้เลยจะดีกว่า”
อเล็กซานดร้าที่เดินด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจก่อนที่จะหยุดฝีเท้าลงแล้วหันมามองยังคณะเดินทางที่มาในครั้งนี้ ก่อนที่จะใช้วิธีการสื่อสารบางอย่างพิเศษของเผ่าปีศาจที่จะทำให้มีเพียงคนที่ถูกกำหนดโดยผู้ส่งเท่านั้นจะได้ยินมันและการล่วงข้อมูลจากการใช้วิธีพิเศษนี้ต้องเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญเวทมนตร์โบราณของเผ่าปีศาจระดับสุดยอดกว่าร้อยอย่างถึงสามารถแกะข้อความออกมาได้และในเมืองเล็กๆแบบนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญระดับนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลย
ฉะนั้นวิธีการนี้จึงดีกว่าการสร้างที่กั้นเสียงที่มีความเสี่ยงมากกว่า นางส่งกระแสเสียงเข้าไปยังหัวของเผ่าปีศาจทั้งหมดที่เดินทางมาด้วยกันและคัดกรองเฉพาะคนที่อยู่ฝั่งเดียวกับอเล็กซานดร้าจริงๆเท่านั้น
“พวกเจ้าที่ได้ยินเสียงของข้าจงทำตามที่ข้าบอกและห้ามบอกต่อกับใครแม้แต่คนที่พวกเจ้าเชื่อใจที่สุดก็ตาม พวกเจ้า.............”
อเล็กซานดร้าเล่าแผนการให้ผู้ที่ได้ยินตั้งแต่ต้นให้ฟังอย่างช้าๆละเอียดที่สุด
“เข้าใจแล้วครับเจ้าหญิงท่านวางใจได้พวกเราจะแสดงให้แนบเนียนที่สุด”
เหล่าปีศาจที่ได้ยินข้อความของอเล็กซานดร้าก็ตอบกลับโดยการส่งกระแสจิตกลับไปยังอเล็กซานดร้า
เหล่าคณะเดินทางแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาตนเองเด็กสาวอายุเจ็ดขวบปีไม่เพียงแข็งแกร่งด้านการต่อสู้แต่ยังแข็งแกร่งในด้านของสติปัญญาอันล้ำเลิศ นี่มันไม่ใช่เด็กปกติแล้ว อืม ก็จริงเพราะนางเป็นเจ้าหญิงจะไปเหมือนคนธรรมดาได้เช่นไร
“สายตาแบบนั้นพวกเจ้ามีอะไรสงสัยก็ถามมาสิ”
“เอ่อ...ไม่มีแล้วครับ”
“เช่นนั้นก็ฝากด้วยนะอย่างให้ผิดพลาด ไปกันเถอะเอเลน่า”
อเล็กซานดร้าและเอเลน่าต่างรู้ใจกันทั้งสองจับมือกันก่อนที่จะเลือนหายไปทั้งกลิ่นอายและร่องรอยการมีตัวตน แน่นอนว่าทักษะนี้ไม่ได้สมบูรณ์ขนาดนั้นมันมีจุดอ่อนอยู่ที่ว่าหากใครสักคนที่มีความสามารถในการตรวจจับสูงก็จะทำให้ทั้งสองถูกทำให้เผยตัวตนในทันที
“ทำตามที่เจ้าหญิงบอกกล่าวมาอย่างเคร่งครัด”
“รับทราบครับ/ค่ะ”
..........