ใจดวงเดิม
โดย Lantana/Pakakrong
มีนาคม พ.ศ.2550
วันประกาศจบการศึกษาของโรงเรียนมัธยมชื่อดังฝั่งธนบุรีนางสาวละอองดาว ภักดีวิสูตร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ยิ้มให้กับความสำเร็จแรกในชีวิต กว่าเธอจะผ่านบทเรียนต่างๆเหล่านี้มาได้ในแต่ละเทอมไม่ง่ายเลยสำหรับคนหัวทึบ สมองขี้เลื่อย เรียนรั้งอันดับที่โหล่ของห้องเ แต่วันนี้...ความสำเร็จที่เกิดมาจากกำลังใจเเรงผลักดันจากบิดามารดาบุญธรรมผู้เป็ที่รัก เป็กำลังใจสำคัญให้เธอมาโดยตลอด
“ฉลองกันหน่อย ไชโยๆ ๆ” พลตรีปราณ ภักดีวิสูตรประมุขใหญ่ของบ้านภักดีวิสูตรคนปัจจุบัน ครอบครัวของท่านสืบเชื้อสายมาจากเ้าพระยาภักดีวิสูตรในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นบุตรหลานรุ่นต่อมาล้วนเอาเยี่ยงอย่างบรรพบุรุษ เป็ข้าหลวงรับใช้แผ่นดินทุกยุคทุกสมัย นายพลปราณก็เป็หนึ่งในความภาคภูมิใจของตระกูลภักดีวิสูตรด้วยเช่นกัน
“รับนี่ไปสิน้องขิม” คุณหญิงปัทมายื่นกล่องสีเหลี่ยมสีน้ำเงินให้ลูกสาวต่างสายเื
นางและสามีแต่งงานอยู่กินมาเกือบ 5 ปีก็ยังไม่สามารถมีบุตรสักที พวกท่านถอดใจและตัดสินใจเลือกรับเด็กวัยไม่ถึงหนึ่งขวบจากมูลนิธิมาอุปการะเลี้ยงดู
“ขอบคุณค่ะคุณแม่” ละอองดาวหรือหนูขิมประนมมือไหว้ผู้ใหญ่ตัวโยน
“เปิดดูสิลูก คุณพ่อพาคุณแม่ไปเลือกให้ด้วยตัวเองเลยนะ”
“ค่ะคุณพ่อ ว้าววว” เด็กสาวเบิกตากว้างด้วยความใ สร้อยเพชรเส้นเล็กมีจี้รูปดาวเล็กๆ2 ดวงเกาะกัน มันสวยมาก สวยกว่าของขวัญชิ้นใดๆที่เธอเคยได้รับ
“ชอบหรือเปล่าลูก” คุณหญิงปัทมายกยิ้มเล็กน้อย สอบถามไปทั้งๆที่เห็นอยู่ว่าลูกสาวคนโตถูกใจที่สุด
“ชอบมากเลยค่ะ ชอบมากที่สุดเลย ขิมกราบขอบพระคุณคุณพ่อคุณแม่มากนะคะที่รักและเอ็นดูขิมเสมอมา”เมื่อโตจนรู้ความละอองดาวก็ได้รู้ว่าบิดามารดาที่เลี้ยงดูเธออย่างดีเสมอมาไม่ใช่บิดามารดาแท้ๆท่านทั้งสองไม่ได้ปกปิดความจริงในข้อนี้ละอองดาวรับรู้ว่าเธอเป็เด็กที่ถูกทิ้งไว้บนกองขยะ ก่อนพลเมืองดีจะมาเห็นเข้าแล้วแจ้งตำรวจหลังจากนั้นเ้าหน้าที่ก็ติดต่อประสานงานส่งตัวไปยังบ้านเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งย่านปทุมธานีเธออยู่ที่นั่นไม่กี่เดือน ก็มีผู้ใหญ่ใจดีประสงค์จะรับมาเลี้ยงดูแล
หนุ่มใหญ่ท่าทางภูมิฐานและผู้หญิงใจดีผิวขาวนวลผู้แสนประเสริฐที่นั่งอยู่ตรงเบื้องหน้าของเธอตอนนี้ไง
คุณพ่อ คุณแม่ ที่รักของขิม
“น้องเปียโนงอนแล้วนะคะ คุณพ่อกับคุณแม่มีของขวัญให้พี่ขิมคนเดียว” เด็กสาวผมเปียทั้งสองข้างที่นั่งตรงข้ามกับละอองดาวหน้าบูดบึ้งเป็ตูดลิง...น้องเล็กสุดของบ้านมักเป็แบบนี้เสมอเมื่อเมื่อเกิดความไม่พอใจน้องน้อยชอบแสดงกิริยางอนๆน่ารักๆ เพื่อให้บุพการีทั้งสองตามง้อ
“อ้าว เป็งั้นไป ก็พี่ขิมเขาเรียนจบนี่น๊า คุณพ่อก็ต้องมีของขวัญตอบแทนความขยันของพี่เขาสิครับ”นายพลตำรวจแกล้งอำบุตรสาว เธอเปรียบดั่งแก้วตาดวงใจของคนทั้งบ้าน นางสาวปุญสิริภักดีวิสูตร หรือทุกคนจะเรียกขานว่า น้องเปียโน เด็กสาวอายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
“พี่ขิมเเค่เรียนจบ ส่วนน้องเปียโนมีอะไรจะให้คุณพ่อคุณแม่ดูเหมือนกันนะรับรองว่าต้องตะลึงแน่” เด็กผมเปียชูกระดาษ A4 แข็งโบกไปโบกมา ก่อนยื่นให้บิดาที่นั่งอยู่หัวโต๊ะได้ดูเป็คนเเรก
“เทอมนี้ได้ 4.00 เลยเหรอลูก แถมคะแนนยังได้ที่ 1ของสายชั้นด้วย คุณหญิง คุณดูผลการเรียนลูกสาวของเราสิ” บุตรสาวของท่านเรียนดีจนแทบหาที่ติไม่ได้ ปุณสิริเป็ตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันทักษะทั้งภายในเเละต่างประเทศความเก่งกาจเป็ที่ประจักษ์ขนาดที่ว่าโด่งดังเป็วงกว้างไปถึงกองพลตำรวจที่ท่านประจำการดูแลอยู่
“ลูกเปียโนของคุณแม่ ลูกเก่งมากๆเลยลูก” คุณหญิงปัทมาที่นั่งติดกันจุมพิตบุตรสาวในสายเือย่างแสนรักใครๆเขาบอกว่าปุณสิริเป็ลูกอิจฉามาเกิดคงจะไม่ผิด เพราะเพียง 3 เดือนที่รับเด็กน้อยละอองดาวมาจากสถานสงเคราะห์ ปัทมาก็ตั้งครรภ์นางและสามีต่างก็เป็คนเก่งในระดับหัวกะทิของโรงเรียนชั้นนำเชื่อไม่ทิ้งแถวเลยจริงๆเ้าลูกคนนี้
“ถ้าเก่งแบบนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่มีสร้อยเพชรแบบพี่ขิมให้น้องเปียโนบ้างหรือเปล่าล่ะคะ”เธอเก่งกว่าพี่สาวนอกไส้ชนิดที่ว่าเทียบกันไม่เห็นฝุ่นคนเก่งกว่าสมควรได้สิ่งที่ดีกว่าน่ะถูกต้องแล้ว
“มีหรือเปล่าล่ะคะคุณพี่ขา” คู่ชีวิตหันไปส่งซิกให้ผู้เป็สามี
“เอ๋ ๆ มีหรือเปล่าน๊า” ท่านปราณทำท่าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนล่วงกล่องสี่เหลี่ยมสีแดงออกมาจากกระเป๋ากางเกง
“แท่น แท๋น สำหรับน้องเปียโนคนเก่งของคุณพ่อครับลูก รักหนูนะครับ สุดที่รักของคุณพ่อคุณเเม่”ท่านลุกขึ้นมาจุมพิตหน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างแสนรัก นอกจากสาวน้อยผมเปียจะเป็แก้วตาดวงใจแล้วท่านเชื่อเหลือเกินว่าวันข้างหน้าบุตรสาวต้องสร้างชื่อเสียงเป็ที่ภาคภูมิใจให้แก่วงศ์ตระกูลอย่างแน่นอน
“น้องเปียโนได้อะไรเป็ของขวัญนะ โอ้โห สร้อยเพชรนี่คะ สวยค่ะคุณพ่อคุณแม่เส้นใหญ่กว่า สวยกว่าของพี่ขิมอีก พี่ขิมดูสิคะ” น้องน้อยโอ้อวดละอองดาวมองสร้อยเส้นเพชรระยิบระยับไปทั้งเส้นตรงกลางเป็จี้รูปหัวใจขนาดเหมาะกับขนาดสร้อย สวยมาก มันสวยมาก
“สวยมากค่ะน้องเปียโน สวยกว่าของพี่จริงๆด้วยเหมาะกับน้องเปียโนคนเก่งของพี่ที่สุด” ละอองดาวยิ้มจนเห็นฟันเรียงสวยคำชื่นชมเ่าั้ออกมาจากใจแท้จริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีน้อยใจ ไม่เคยคิดอิจฉาเธอรักเด็กน้อยตรงหน้าเสมือนน้องน้อยร่วมอุทรณ์ รักยิ่งกว่าสิ่งใดใด
เพราะั้แ่จำความได้ ละอองดาวเฝ้าเลี้ยงดู ฟูมฟักห่วงหวงน้องน้อยด้วยสองมือของตนเองเธอจะไม่รักได้ไง!
“เเล้วเื่เรียนต่อมหาลัยของขิมล่ะลูกหนูตัดสินใจได้หรือยังว่าจะเรียนต่อที่ไหน คณะอะไร” นายตำรวจหันมาสนใจเื่ของบุตรคนโตต่อสำหรับบุตรสาวคนเล็กท่านไม่หนักใจใดใดทั้งสิ้นแถมยังมั่นใจอย่างที่สุดว่าปุณสิริจะสามารถสอบเข้าคณะแพทย์อันดับที่หนึ่งของประเทศได้อย่างแน่นอนแต่สำหรับละอองดาวนี่สิ...น่าเป็ห่วงมากกว่า
“เออ...ขิมได้โควต้าของคณะคหกรรม ที่มหาลัย AA ค่ะ”เด็กสาวบอกกล่าวเสียงเเผ่ว ที่นั่นเป็เพียงมหาลัยขนาดเล็กใกล้บ้านเท่านั้น
“ไม่ใช่โควต้าอะไรหรอกค่ะคุณพ่อ คุณแม่ แค่ยื่นใบสมัคร ส่งเอกสารครบจ่ายเงิน เขาก็รับเด็กเข้าเรียนแล้ว ที่พี่ขิมเรียนที่นั่นเพราะว่าพี่ขิมแอดมิชชั่นที่ไหนก็ไม่ติดต่างหาก”ปัณสิริเล่าต่อไปยาวๆ
“จริงเหรอน้องขิม” นี่บุตรคนโตไม่เอาไหนถึงขั้นสอบเข้ามหาลัยไม่ติดสักที่เลยอย่างนั้นเหรอท่านนายพลส่ายหน้าไปมา
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณพี่ น้องขิมของเราน่ะ ไม่ถนัดเื่วิชาการก็จริง แต่เื่งานบ้านการเรือนนี่ไม่แพ้ใครหรอกนะคะเรียนคหกรรมตามความถนัดของเรานั่นแหละดีแล้วลูก ตั้งใจเรียนให้จบ ถ้าน้องขิมทำได้แม่จะเปิดร้านดอกไม้เล็กๆให้ตกลงมั้ย” ละอองดาวเงยสบตามารดาบุญธรรมอย่างแสนรักดวงตาเเวววับฉายความดีใจ
คุณเเม่รู้ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเธอฝันว่าอยากมีร้านดอกไม้เล็กๆเป็ของตนเอง
“เอาอย่างนั้นก็ได้ ถ้าน้องขิมเรียนจบเมื่อไหร่ คุณพ่อจะให้ทุนหนูเองลูก”ท่านปราณคล้อยตามภรรยาจะว่าไปแจกันดอกไม้ใหญ่สวยงามสะดุดตาตรงหน้าของท่านก็เป็ฝีมือของบุตรสาวคนโตเื่งานครัว งานกับข้าวฝีมือของละอองดาวก็ดีเยี่ยม บุตรสาวเคยตามไปช่วยภรรยาในงานสมาคมแม่บ้านตำรวจทั้งงานครัว งานฝีมือต่างได้รับคำชมท้วมท้นกลับมาทุกครั้ง
คหกรรมก็ไม่ได้แย่นี่น่า...ตามนี้ก็แล้วกัน
“คุณพ่อคุณแม่ขา บ้านตรงข้ามเรากำลังจะมีคนย้ายเข้ามาอยู่ใหม่เหรอคะ”เด็กผมเปียสอบถามอย่างใคร่รู้ ละอองดาวก็รอฟังด้วยความสนใจนายฝรั่งที่เป็เ้าของบ้านเดิมย้ายกลับไปอยู่อังกฤษได้ 2-3 ปีแล้วบ้านหลังใหญ่หลังนั้นจึงปิดร้างมานาน
"อ่อ ใช่จ้ะลูก เห็นว่าเขาเป็ดาราด้วยนะ เขามาเช่าอยู่ ทำสัญญาเช่าไว้ 5ปี" คุณหญิงปัทมาบอกกล่าวสิ่งที่นางเพิ่งรู้มาเมื่อวันก่อน
"โอ้โห เป็ดาราเลยเหรอ ใครนะน้องเปียโนรู้จักหรือเปล่าก็ไม่รู้"ไม่รู้ว่าเป็ดาราดังขนาดไหนถ้าเป็ดารากิ๊กก๊อกล่ะเธอไม่ยอมไปเสวนาด้วยอย่างเด็ดขาด เเต่ถ้าเป็ซุปตาร์ก็จะไปขอเซลฟี่อวดเพื่อนๆที่โรงเรียน
"ดารา" ใช่ว่าจะมีเพียงปุญสิริที่ตื่นเต้น ละอองดาวก็แอบอมยิ้มด้วยเหมือนกันกำลังจะมีเพื่อนบ้านเป็ดาราก็อดตื่นเต้นไม่ได้
โชคดีจัง!
3 วันต่อมาวันนี้คุณดวงหฤทัยพร้อมด้วยครอบครัวทุกคนต่างตบเท้าเข้ามาทำความรู้จักเพื่อนบ้านใหม่เพื่อนบ้านไม่ถึงกับไฮโซ แต่เป็ผู้ดีเก่าขนานแท้ จะช่วยยกระดับให้นางเเละครอบครัวอยู่สูงขึ้นสูงขึ้นไปอีก
"เกรงใจจังเลยค่ะ โสมตัวนี้ราคาเเพงมาก ไม่น่าลำบากคุณดวงเลย"คุณหญิงปัทมาขอบคุณด้วยความเกรงใจ
"ไม่ต้องเกรงใจค่ะคุณพี่ขา พอดีตาภัทรไปถ่ายละครเื่ใหม่ที่เกาหลีเลยซื้อติดไม้ติดมือมาเยอะ ตั้งใจจะเอามาบำรุงให้น้องแข็งแรง นี่ตาณภัทรค่ะ บุตรชายคนโตคนรองชื่อณดา หวังว่าคุณพี่คงพอรู้จักชื่อเสียงบ้างนะคะ โฮ่ะ โฮ่ะ"เเน่นอนว่าทุกคนในประเทศต้องรู้จักพี่น้องดาวรุ่งคนใหม่ของวงการบันเทิงไทยอย่างเเน่นอนลูกชายของท่านโด่งดังจากการเล่นซีรีย์ช่องหนึ่งส่วนบุตรสาวก็ดังมาจากซิสคอมตอนเย็นช่องเดียวกันเเละตอนนี้ณดาก็กำลังเป็ข่าวใหญ่เพราะกำลังคบหาดูใจกับไฮโซจ.จาน ถึงเเม้ว่าไฮโซคนดังกล่าวจะยังไม่หย่าขาดกับภรรยาตามทะเบียนสมรสของเขาก็เถอะเเต่การมีข่าวกับไฮโซหนุ่ม ควงคู่ลูกสาวของตนไปสวีทหวานถึงทะเลมัลดีฟท์ก็พอดูออกเเล้วว่าใครจะอยู่ใครจะไปในอนาคต
"รู้จักสิคะ อิฉันรู้จักค่ะ" คุณหญิงปัทมาตอบยิ้มๆนางเพิ่งสนใจดาราที่มีเเต่ข่าวคาวๆ 2 คนพี่น้อง ก็เมื่อตอนที่รู้ว่ากำลังจะมาเป็เพื่อนบ้านกันนี่เเหละ
ใครจะเป็ยังไงก็ช่างเถอะ...เื่ของพวกเขา ชีวิตคนเรากำหนดเองใช่จะมีใครเขียนบทให้สักหน่อย
"เเล้วเด็กหนุ่มคนนั้น"
"อุ้ย! ลืมไปเลย นี่บุตรคนเล็กค่ะชื่อณนนท์"
"สวัสดีครับคุณหญิง"
"ไหว้พระเถอะลูก วันนี้คุณพี่ปราณไปออกรอบกับก๊วนของเขาค่ะเลยอดเจอกันพอดี"พูดขออภัยในท่าทีตามสไตล์ผู้ดีที่ถูกอบรมบ่มเพาะมาครั้นยังเด็ก
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะ วันหน้าน้องค่อยหาโอกาสพาลูกๆมากราบท่านก็ได้" นายพลตำรวจปราณเป็บุคคลที่มีอำนาจเเละชื่อเสียงโชคดีจริงๆที่ได้คบหาสมาคมด้วย
"นี่ลูกสาวของอิฉันค่ะคุณดวง น้องขิม ละอองดาวคนโต ส่วนคนเล็กน้องเปียโนปุณสิริค่ะ"
"สวัสดีค่ะ/สวัสดีค่ะ"สองสาวน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูไหว้ทำความเคารพผู้ใหญ่ ณนนท์จ้องเธอคนนั้นอย่างตกตะลึง
สวย...
เธอคือคน...หรือเธอคือนางฟ้า
"เออ...ขอประทานโทษนะคะอิฉันได้ยินมาว่าท่านนายพลเเละคุณพี่หญิงมีลูกสาวคนเดียวไม่ทราบว่าคนไหนลูกจริงคนไหนลูกเลี้ยงเหรอคะ" สืบมาซ่ะละเอียดนางดวงหทัยจะได้จีบให้ลูกชายถูกคนนะสิคุณหญิงปัทมาหน้าเจื่อนไม่คิดว่าหญิงวัยกลางคนตรงหน้าจะเสียมารยาทตั้งเเต่ครั้งเเรกที่รู้จักกันเเต่ก็อย่างว่าล่ะนะ เื่นี้ท่านไม่ได้ปกปิดเป็ความลับอยู่เเล้ว
"น้องเปียโนเองค่ะ เป็ลูกสาวเเท้ๆของคุณพ่อกับคุณเเม่"
"น้าก็คิดเอาไว้ไม่ผิดค่ะ หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ผิวพรรณดีมาก เเบบนี้เป็นางเอกละครได้สบายเลยนะคิดเหมือนเเม่ไหม ตาภัทร" ส่งซิกให้ลูกชายหัวเเก้วหัวเเหวนทันทีถ้าณภัทรจะคบหากับเเม่เด็กคนนี้นางก็ไม่ห้ามหรอกนะดีเสียอีกจะได้เลิกยุ่งกับพวกพริตตี้ที่เป็ข่าวได้ไม่เว้นเเต่ละวัน งานอีเว้นท์ที่เคยมีมากก็หดหายลงไปทุกที
"ครับ สวยครับสวย" เเม้คนพี่จะสวยกว่าก็ตามเถอะเเต่คนน้อยก็พอไปวัดไปวา ควงได้ไม่อายใคร
"พี่ก็คิดว่าน้องเปียโนสวยนะคะ สวยกว่าหญิงหญิง แป้งวุ้นใสเพื่อนๆของพี่อีก" ชื่อนางเอกเบอร์ต้นๆถูกณดายกขึ้นมาเปรียบเทียบ
"ขอบคุณที่ชมนะคะ เเต่น้องเปียโนคงไม่สนใจเื่วงการบันเทิงหรอกใช่ไหมลูกลูกสาวคนนี้เรียนดีมากค่ะ ปีหน้าตั้งใจจะสอบเข้าคณะเเพทย์"พูดถึงเื่นี้ทีไรคุณหญิงปัทมาก็มีเเต่ความภาคภูมิใจปุณสิริกำลังจะเป็หนึ่งในสายเืของภักดีวิสูตรที่ทำงานรับใช้สังคมเหมือนเช่นบรรพบุรุษทุกยุคทุกสมัย
"อุ้ย! เก่งจังเลยลูก" ตายเเล้ว ถ้านางได้เด็กคนนี้เป็สะใภ้จริงๆ จะโชคดีกี่ชั้นกันนะ
"ค่ะคุณเเม่ น้องเปียโนไม่สนใจงานวงการบันเทิงหรอกค่ะน้องเปียโนอยากเป็หมอให้สมกับเป็ลูกคุณพ่อกับคุณเเม่มากกว่า" โธ่เอ้ย!อะอีเเค่ดาราหน้าใหม่ อาศัยข่าวคาวๆไต่เต้าให้ตัวเองดูดี มีชื่อเสียงพวกนี้จะไปได้กี่น้ำ...ไม่ใช่อะไรหรอก เห็นมาเยอะเเล้ว
ดังๆ เดี๋ยวก็ดับ คอยดูสิ
"ถ้าอ่านหนังสือหรือไม่เข้าใจตรงไหน น้าเเนะนำให้น้องเปียโนมาปรึกษาพี่ณนนท์เขาได้นะลูกอุ้ย มัวเเต่คุยเพลินเื่ตาภัทร ยัยณดา น้องลืมบอกคุณพี่ไปเลยว่าตานนท์ของดวงน่ะกำลังเป็ว่าที่นักศึกษาเเพทย์ของมหาลัย xxx ค่ะ"ดวงฤทัยนั่งยืดหลังตรง นางก็มีดีให้โอ้อวดหลายๆทางย่ะ หากรู้เื่ประวัติการเรียนของลูกชายคนเล็ก...บอกเลยมีหนาว
"พี่ชื่อณนนท์หรือคะ แล้วนามสกุลอะไร" ปุณสิริถามน่าตาตื่นๆเธอเริ่มรู้สึกคุ้นๆเเล้วสิ
"ครับ พี่ชื่อณนนท์ นันทนนท์ครับ" ปุณสิริมองสมาร์ทโฟนตัวเองในมือก่อนมองหน้าเด็กหนุ่มตาค้าง
"จริงๆด้วย ณนนท์ นันทนนท์ คุณเเม่ขาพี่ณนนท์เขาสอบเข้าคณะเเพทย์ได้เป็ลำดับที่1 เลยค่ะ ดูรายชื่อที่ทางเว็บประกาศสิคะ" ปัทมาปุณสิริเเละละอองดาว ช๊อค! ว่าที่คุณหมอคนเก่งอนาคตไกลนั่งอยู่ตรงหน้าของพวกเธอเหรอนี่สุดยอด
ละอองดาวนั่งเงียบมาตลอดบทสนทนา เธอแอบชื่นชมเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้อายุเท่ากัน เรียนจบ ม. 6 เหมือนกัน เเต่ความสามารถของเธอเทียบกับเขาไม่เห็นฝุ่นเลย
ถ้าเธอเก่งได้สักเสี้ยวของว่าที่คุณหมอตรงหน้าคุณพ่อกับคุณเเม่น่าจะภูมิใจในตัวเธอมากกว่านี้สินะ
มื้อเย็นของบ้านภักดีวิสูตร
“คุณแม่ขา ตกลงคุณแม่คุยกับคุณพ่อหรือยังคะ เื่ที่น้องเปียโนอยากให้พี่ณนนท์มาติวหนังสือให้่ปิดเทอมนี้”ปุณสิริถามไถ่ในเย็นวันเดียวกัน
“พี่ณนนท์เหรอ พี่ณนนท์นี่ใครอีกล่ะ” พลตรีถามคิ้วขมวดจำได้ว่าไม่รู้จักชื่อนี้มาก่อน
“เออ...พอดีวันนี้คุณดวงฤทัยเพื่อนบ้านใหม่ของเรานะคะคุณพี่เขาเข้ามาทักทาย เป็แม่หม้ายลูกสาม พาลูกๆมาพร้อมหน้าพร้อมตาเชียวค่ะ”
“ลูกสามเหรอ ที่ว่าเป็ดาราด้วยสักคนหนึ่งใช่มั้ย” ท่านก็ได้ยินมาบ้างแต่ไม่เคยสนใจสักที
“พี่ณภัทรกับพี่ณดาเป็ดาราค่ะคุณพ่อขา แต่พี่ณนนท์เขาไม่ใช่ดารา พี่ณนนท์คนนี้ที่น้องเปียโนเคยเล่าให้คุณพ่อฟังไงคะว่าเรียนเก่งสุดในโรงเรียนเตรียมxxx”นายตำรวจใหญ่ทำท่าทางนึกคิดท่านคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยินลูกสาวชมคนโน้นคนนี้ให้ฟังบ่อยๆ
“ใช่คนที่บอกพ่อว่าสอบติดคณะแพทย์ได้อันดับหนึ่งหรือเปล่า” ท่านก็เดาๆไปอย่างนั้น ก่อนจะเห็นหญิงทั้งสามคนตรงหน้าพยักหน้างึกๆพร้อมกัน
“ถูกต้องแล้วค่ะ”
“พ่อไม่มีปัญหาหรอก ว่าแต่พี่เขาจะว่างติวให้เราหรือเปล่าก็แค่นั้น”ปุณสิริอยากติว อยากซื้อหนังสือหรืออยากทำอะไรเคยขัดใจลูกคนนี้ได้ที่ไหนกันล่ะ
“คุณแม่ คุณแม่พูดกับคุณน้าดวงให้เปียโนหน่อยสิคะ น้องเปียโนอยากเก่งแบบพี่ณนนท์อยากได้ที่หนึ่งบ้าง เท่ห์จะตาย” ปุณสิริออดอ้อนน่ารักตามแบบฉบับของตนเอง
“ก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้แม่จะคุยให้”
"เย้ๆ ไชโย"
“แต่พ่อมีข้อแม้ว่าต้องมาติวกันภายในบ้านของเราเท่านั้นนะ” บุตรของท่านเป็ฝ่ายหญิง การกระทำทุกอย่างต้องอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ถึงจะเหมาะสม
“ได้เลย น้องเปียโนไม่มีปัญหาอยู่แล้ว รักคุณพ่อ คุณแม่ที่สุดเลยค่ะ ฟอดฟอด” เด็กสาวอารมณ์ดี ลุกขึ้นไปแจกหอมบิดามารดาเป็รางวัล
่สายวันถัดมาณนนท์พร้อมหนังสือเก่าๆของเขา 3-4 เล่ม เดินเข้ามาในบ้านของเพื่อนบ้านอีกครั้งจากเมื่อวานที่เพิ่งมาที่นี่เป็ครั้งแรกคุณหญิงปัทมาไปทาบทามให้เขาช่วยติวหนังสือให้ลูกสาวคนเล็กสำหรับเตรียมความพร้อมในการสอบเข้าคณะแพทย์ปีหน้า...เื่ที่เขาถนัดสุดคุณหญิงท่านเสนอค่าตอบแทนเล็กๆน้อยๆเป็เงิน 3,000 บาทต่อวันและมารดาของเขาก็ตอบตกลงทันที
ส่วนเขาจำต้องทำตามความประสงค์...ไม่มีสิทธิ์ออกความคิดเห็นใดใด
“ป้าแช่มขา ลองทานบราวนี่ครีมชีสสูตรใหม่ของน้องขิมดูสิคะ ห้อมหอมค่ะ อุ้ยว้ายยย” เด็กสาวใจนเซไปด้านหลัง ละอองดาวหมายจะยื่นบราวนี่ให้แม่บ้านเก่าแก่เป็หนูทดลองลิ้มรสขนมสูตรพิเศษของเธอเป็คนแรกเมื่อหันมามองจึงได้รู้ว่าคนที่เข้ามาใหม่ไม่ใช่ป้าแช่มเหมือนอย่างเคย...แต่เป็ณนนท์ว่าที่คุณหมออนาคตไกลพ่วงตำเเหน่งติวเตอร์คนใหม่ของน้องสาวเด็กหนุ่มโอบหลังเธอไว้ด้วยมือทั้งสอง สองร่างใกล้ชิดจนมองเห็นรูขุมขนของกันและกัน
หนังสือและบราวนี่ครีมชีสล่วงไปกองรวมกันบนพื้น
หนุ่มแรกรุ่นหัวใจเต้นโครมคราม ลมหายใจสะดุดเพราะกลิ่นกายหอมอ่อนของแม่นางฟ้าตัวน้อยคนที่ทำให้เขานอนไม่หลับแทบทั้งคืน ขนาดที่ว่าเอาโจทย์ฟิสิกส์ เคมีม.ปลายมานั่งเฉลยเล่นๆก็ยังไม่มีอาการง่วง เขาสลัดใบหน้าหวานของเพื่อนบ้านคนใหม่ออกจากสมองไม่ได้เลย...ให้ตายสิพระเ้า!ทำไมหล่อนต้องทำหน้าใ เบิกดวงตากว้างมองเขาอย่างนี้ด้วยนะ
ปากจิ้มลิ้มสีเเดงระเรื่อเเวววาวนั่นอีก เป็ตัวการดีๆให้เขาอยากจูบเธอเหลือเกิน
ณนนท์กลืนน้ำลายลงคอ มองสาวน้อยหน้าใสตรงหน้าอย่างเผลอไผล
นางฟ้าละอองดาว...เธอสวยจัง!
ณนนท์รู้สึกว่าเธอสวยกว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกใบนี้ สวยกว่าเพื่อนๆดาราของพี่ชายพี่สาวเป็ร้อยเท่าพันเท่า
“ปล่อยนะ” ละอองดาวดีดดิ้นและใบหน้าเบี่ยงหลบเด็กหนุ่มที่ยื่นหน้ายื่นปากของเขาเข้ามาใกล้เรื่อยๆ คิดจะลวนลามกันอย่างนั้นเหรอ
ผู้ชายอะไรเรียนเก่งเสียเปล่า...เเต่นิสัยทุเรศสิ้นดี
“อ้าว คุณณนนท์มาถึงแล้วเหรอคะ” แม่บ้านแช่มเดินเข้ามาในโซนครัวเห็นทั้งสองคนกำลังช่วยกันเก็บหนังสือที่กองอยู่บนพื้น
“ครับ พอดีไม่เจอใคร ผมเลยเดินหลงเข้ามาในนี้ครับป้าแช่ม” เด็กหนุ่มจดจำหญิงท้วมใจดีที่เปิดประตูต้อนรับเขากับครอบครัวเมื่อวานได้
“คุณหนูขิมขาเดี๋ยวป้ามาชิมขนมสูตรใหม่นะคะส่วนคุณณนนท์ตามป้ามาทางนี้เถอะค่ะ คุณหนูเปียโนเธอรออยู่ที่สวนหลังบ้านนานแล้วพวกเรารีบก่อนเธอจะโมโหเถอะนะคะ”
“ครับๆ” ณนนท์เดินตามไปอย่างดี ก่อนที่ปุณสิริจะโมโห...แล้วยัยเด็กจอมหยิ่งนั้นจะโมโหทำไมโมโหใครโมโหเื่อะไร ช่างมันเถอะ เขาไม่มีความจำเป็ต้องรับรู้เสียหน่อย
“พี่ณนนท์เก่งจังเลยค่ะโจทย์เคมีระดับโอลิมปิกก็แก้ได้ภายในเวลาไม่ถึง 3 นาที”ปุณสิริลองภูมิติวเตอร์ขวัญใจของเธอหมดทุกวิชาแล้ว แคลคูลัสที่ว่ายากๆฟิสิกส์เอย เคมีเอย ชีวะเอย ต่างสยบเมื่อพบผู้ชายคนนี้ ขนาดพวกกาพท์ กลอน โครงฉันท์วิชาภาษาไทยที่เป็ไม้เบื่อไม้เมากับเธอ ณนนท์ยังเข้าใจอย่างถ่องเเท้
“โจทย์กรด-เบสข้อนี้ไม่ยากนะครับ หากเรารู้ค่าpH ของมันก็สามารถหาค่าอื่นๆได้หมดทั้งค่าpOH ค่าความเข้มข้นของไฮโดรเนี่ยมและค่าความเข้มข้นของไฮดรอกไซด์ของสารชนิดนั้นมันสัมพันธ์กันทั้งหมดนะครับ” เขามีความรู้เท่าไหร่ก็พร้อมจะถ่ายทอดออกไปทั้งหมดไม่กั๊ก ไม่มีความจำเป็ต้องทำแบบนั้นด้วย
“ของว่างค่ะคุณหนูขา” นางแช่มแม่บ้านหนึ่งเดียวเดินเข้ามาเสริฟน้ำเสริฟขนมถึงศาลาใหญ่ที่ตั้งอยู่ในสวนหลังบ้าน
“ขอบคุณครับป้า” ณนนท์รีบคว้าจานแล้วหยิบขนมกลิ่นหอมรัญจวนคำเล็กๆเข้าปากทันที
อ่าส์ ขนมอร่อยจนไม่มีที่ติ ไม่หวานจนเกินไปได้กลิ่นช๊อกโกแลตหอมๆขมๆ ตัดกับครีมชีสรสออกหวาน เค็มนิดๆ กลิ่นหอมตลบอบอวลทั่วทั้งปากช่างเป็บราวนี่ที่อร่อยที่สุดั้แ่เคยทานมา
อร่อยที่สุดในโลก
“ถ้าพี่ณนนท์ชอบกินขนมก็ทานเยอะๆนะคะ มีอีกเยอะเลยค่ะ” ปุณสิริพูดอย่างเอาใจ ส่วนเ้าหล่อนไม่คิดจะเเตะต้องสักนิด
“ครับๆ” เด็กหนุ่มยิ้มรับเล็กน้อยก่อนทานบราวนี่ขนาดพอดีคำทานไปเรื่อยๆเรื่อยๆ จนมันหมดในที่สุด
“พี่ณนนท์จะรับอีกมั้ยคะ เดี๋ยวน้องเปียโนเรียกป้าแช่มให้เอามาให้เพิ่ม”ดูท่าทางแล้วพี่ชายคนเก่งจะชอบทานบราวนี่นะ
“ไม่ต้องแล้วครับ” ขนมอร่อยๆแบบนี้ไปทานของเขาหมดได้อย่างไรกันเกรงใจคนทำโน้น
สูด สูด สูด น้ำเสาวรสเพื่อสุขภาพถูกดูดอย่างชื่นใจ หวานอมเปรี้ยวอร่อยๆทำให้รู้สึกสดชื่นสุดๆ แบบนี้ต่อให้เขาต้องติววิชาการถึงเย็น ณนนท์ก็สู้ไหว
6 โมงเย็นเด็กหนุ่มเด็กสาวหอบตำราเรียนเข้ามาในโถงบ้านแสงเริ่มน้อยลงบ่งบอกถึงเวลาติวที่หมดลงด้วยเช่นกัน
“เป็ไงบ้างคะลูก ติวหนังสือสนุกมั้ย” คุณหญิงปัทมาวางช่อดอกไม้ลงนางและลูกสาวคนโตตั้งใจร้อยมาลัยดอกพุดถวายพระในเช้าวันพระพรุ่งนี้
“สนุกมากเลยค่ะคุณแม่ พี่ณนนท์เก่งสุดยอดอธิบายแค่ครั้งเดียวน้องเปียโนก็เข้าใจทั้งหมดแล้วค่ะ” คนเล่ายิ้มร่าถ่ายทอดทุกอย่างออกมาอย่างมีชีวิตชีวา
“ไม่หรอกครับ น้องเปียโนก็เก่งอยู่แล้ว ผมเลยสอนได้ง่ายยิ่งขึ้น” ใช้ได้เลยทีเดียว พื้นฐานการคำนวน การวิเคราะห์ของปุณสิริอยู่ในเกณฑ์ดีมากต่อให้เขาไม่ติว เด็กสาวก็มีโอกาสสูงที่จะสอบเข้าคณะในใจได้อย่างไม่ยาก สายตาซุกซนของณนนท์แอบชำเลืองมองนางฟ้าตัวน้อยที่นั่งพับเพียบพิถีพิถันร้อยพวงมาลัยมะลิดอกพุดอย่างสวยงาม...มองปราดเดียวก็รู้ว่านั่นคือพร์ของเธอ
นางฟ้าของผมเก่งจัง!
พวงมาลัยช่อใหญ่ที่วางอยู่ตรงหน้ามองเห็นได้ชัดก็สวยมากสวยกว่าตามร้านทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
“เสียงรถคุณพ่อกลับมาพอดี น้องขิมจ้ะไปช่วยป้าแช่มตั้งโต๊ะเถอะลูก ณนนท์ลูกอยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนสิจ้ะจะได้เจอกับคุณลุงด้วย” นางพอมองออกบุตรสาวคนเล็กชื่นชอบชื่นชมในความสามารถของเด็กหนุ่มคนนี้อยู่มากบุคลิกการพูดจาของณนนท์ก็ไม่มีที่ติดขัด เป็สุภาพบุรุษใช้ได้เลยทีเดียว...แต่เื่อย่างนี้ควรดูกันนานๆนางไม่อยากตัดสินใครเพียงเพราะว่ารู้จักกันได้ไม่กี่วัน
“ทานข้าวด้วยกันก่อนนะคะพี่ณนนท์ขา” ปุณสิริรอฟังคำตอบอย่างมีความหวัง
“ก็ได้ครับ” เขาเองก็ยังอยากอยู่ที่นี่ต่อไม่ยากไปอยู่ที่บ้านตามลำพังหรอก พี่ชายพี่สาวมารดาท่านอยู่ติดบ้านที่ไหนกัน...กลับไปก็อยู่คนเดียวตามเคย
“น้องขิม ตั้งโต๊ะเผื่อณนนท์เขาด้วยนะลูก”
“ค่ะคุณแม่” ณนนท์มองหญิงสาวอย่างสงสัยเธอยิ้มให้กับมารดา น้องสาว ทุกคนแต่กับเขาไม่คิดเเม้จะหันหน้ามามอง...หรือว่านางฟ้าจะโกรธเขาเื่เมื่อตอนเที่ยงกันละหว่า
ตอนนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย สมองมันบังคับสั่งการไม่ได้ ร่างกายมันเผลอไผลอยากจูบอยากััเพราะหัวใจมันเรียกร้องต่างหาก
กับข้าว 4 อย่างเรียงรายหน้าตาน่ารับประทานมากสำหรับณนนท์อาหารที่ดีที่สุดสำหรับเขา ก่อนหน้านี้เห็นจะเป็กับข้าวของโรงเรียนชื่อดังย่านพญาไทที่เขาเพิ่งสำเร็จการศึกษาพ้นรั้วโรงเรียนออกมาและหากกลับบ้านหลังเก่าทีไร ไม่แคล้วต้องฝากท้องกับร้านก๋วยเตี๋ยวร้านข้าวมันไก่หน้าปากซอยแทบทุกมื้อ
“ณนนท์นี่คือพลตรีปราณ ภักดีวิสูตร สามีของป้าเองลูก”
“สวัสดีครับท่าน เออ...”
“เรียกว่าลุงปราณหรือลุงเฉยๆก็ได้ ไม่ต้องมียศตำแหน่งอะไรให้วุ่นวายที่นี่ที่บ้านนะไม่ใช่ที่ทำงานของลุงสักหน่อยว่าแต่นี่หรือเปล่าว่าที่คุณหมอติวเตอร์นะ”
“ใช่ค่ะคุณพ่อ น้องเปียโนเรียนกับพี่ณนนท์วันเดียวได้ตั้งหลายเื่”ปุณสิริโอ้อวดสรรพคุณติวเตอร์ของตัวเอง
“อ้าว เริ่มเรียนกันเลยเหรอ เพิ่งจะปิดเทอมไม่คิดจะพักผ่อนกันเลยหรือไงเ้าลูกคนนี้”ท่านก็แสร้งบ่นไปอย่างนั้น อะไรที่เป็ความสบายใจของลูกท่านไม่เคยขัด
“น้องเปียโนไม่หยุดหรอกค่ะขนาดพี่ณนนท์เองก็บอกว่าไม่มีวันไหนที่ไม่อ่านหนังสือเลยนะคะคุณพ่อ คุณแม่ขา”ประมุขทั้งสองของบ้านได้ฟังก็รับรู้ว่าบุตรสาวคนเล็กให้ความสำคัญกับคนตรงหน้าจริงๆอะไร อะไรก็พี่ณนนท์อย่างนั้น พี่ณนนท์อย่างนี้
“มัวแต่คุยไม่ได้ทานกันพอดี ทานข้าวเย็นกันเถอะลูกๆเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว น้องขิมลูกตักข้าวให้คุณพ่อเลยลูก” สาวน้อยคอยท่าบริการบิดามารดาไว้อยู่ก่อนก่อนหน้านี่เธอเป็เพียงผู้ฟังที่ดีเท่านั้น การรับประทานอาหารของทั้ง 5 คนดำเนินไปเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าแขกของบ้านจะเจริญอาหารมากกว่าใครๆ
“ทานอีกจานน่ะณนนท์ ดูท่ายังทานได้อีกเยอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” นายตำรวจใหญ่แซวอย่างอารมณ์ดี ส่วนเด็กหนุ่มก็ตอบรับอย่างไม่คิดปฏิเสธน้ำใจอาหารอร่อยมากจนเขาหยุดทานไม่ได้ ละอองดาวจึงตักข้าวให้เขาอีก 1 ทัพพีโตๆ
“เด็กผู้ชายก็แบบนี้ทุกคน วัยกำลังกินกำลังโต” คุณหญิงปัทมาพูดเสริม
“ใช่ครับ แต่อีกอย่างอาหารที่นี่อร่อยมากคือผมไม่เคยทานของอร่อยๆแบบนี้มาก่อนเลย” ณนนท์ไม่คิดจะปิดบัง
“ถ้าชอบก็ต้องมาทานบ่อยๆ ทุกคนที่นี่ยินดีต้อนรับ”
“ใช่ค่ะพี่ณนนท์ มาทานด้วยกันบ่อยๆนะคะ” เด็กสาวผมเปียเสริมคำพูดที่แสนจะถูกใจของบิดาถ้าหากพี่ชายบ้านตรงข้ามมาทานอาหาร มาติวหนังสือทุกวันตลอดไปอย่างนี้คงจะดี
“เกรงใจแม่ครัวอย่างป้าแช่มครับ ไม่อยากให้ลำบากทำกับข้าวเยอะ” ณนนท์คิดว่าเขาพูดทุกอย่างจากใจแล้ว แต่ทำไมประมุขทั้งสองของบ้านจึงได้ยิ้มหัวเราะราวกับได้ฟังเื่ตลกอะไรอย่างนั้น
“ทายผิดแล้วล่ะคุณหมอณนนท์ อาหารทั้งหมดไม่ใช่ฝีมือป้าแช่มหรอก ฝีมือลูกสาวคนสวยของลุงคนนี้ต่างหาก”ท่านนายพลตบบ่าลูกสาวคนโตที่กำลังบริการเติมน้ำชาร้อนๆให้ท่านละอองดาวเป็กุลสตรีทุกด้านอย่างดีพร้อม
แม้ไม่ได้เก่งกาจด้านตำราวิชาการแต่นับวันพร์ของบุตรสาวคนนี้ก็ฉายแววขึ้นเรื่อยๆ
“ใช่แล้วจ้ะ อาหาร ขนมน้ำผักน้ำผลไม้ทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะแห่งนี้ฝีมือลูกสาวของป้าคนนี้ทั้งหมดเลย”สองสามีภรรยาชื่นชมบุตรสาวอีกคนให้ว่าที่คุณหมอฟัง
“ครับ” ทุกครั้งที่แอบลอบมองเธอณนนท์จะเห็นใบหน้าบึ้งตึงของแม่ศรีเรือนคนเก่งส่งกลับมาทุกครั้งเขาจึงเลือกตอบมันสั้นๆ แค่คำว่าครับคำเดียว แล้วเปลี่ยนมาทานอาหารตรงหน้าเข้าปากมากขึ้นเรื่อยๆอาหารที่ว่าอร่อยแล้ว ยิ่งรู้ว่าเป็ฝีมือใครยิ่งอร่อยขึ้นมาหลายเท่า
นางฟ้า...นางฟ้าของผมทั้งสวยทั้งเก่งเกินไปแล้วนะแล้วคืนนี้ไอ้ณนนท์จะนอนหลับอีกมั้ยเนี่ย
"ทำอะไรอีกล่ะเนี่ยลูกสาวเเม่ หอมเชียว"
"ต้มซุปเเซลม่อนอยู่ค่ะคุณเเม่" ละอองดาวปรุงด้วยเกลือเล็กน้อย ใบหน้าของเธอมีความสุขเเละรอยยิ้มเวลาได้ประกอบอาหาร
"เอาอีกเเล้ว บำรุงสมองให้น้องสาวอีกเเล้วเหรอ" ปุณสิริจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าพี่สาวเอาใจใส่น้องน้อยมากขนาดนี้
"ก็น้องเปียโนชอบอ่านหนังสือดึกๆดื่นๆนี่คะคุณเเม่ขา น้องขิมอ่านมาว่าซุปปลามีประโยชน์กับสมองเรามากแล้วยังไม่อ้วนด้วยนะคะ"ละอองดาวเข้าร้านหนังสือซื้อตำรับโภชนาเพื่อน้องสาวโดยเฉพาะ
"จ้ะคนเก่งของเเม่ น้องขิมเก่งมากลูก ต้มซุปปลาอร่อย ไม่คาวด้วยเออจริงสิ...นี่เพิ่งจะ 2 ทุ่ม 5 นาทีตักไปเผื่อให้ณนนท์เขาสักถ้วยสิลูกนะคนนั้นก็คงอ่านหนังสือห่ามรุ่งห่ามค่ำด้วยเหมือนกัน"
“เฮ้อ” ละอองดาวถอนหายใจครั้งที่10 ในรอบหลายนาทีนี้ ในมือหิ้วกระติกร้อนบรรจุซุปแซลมอนเอาไว้กำลังจะตัดสินใจเข้าไปในรั้วบ้านหลังตรงข้าม บ้านหลังนี้ตอนเด็กเธอมาวิ่งเล่นบ่อยเ้าของคือนายฝรั่งที่มีภรรยาชาวไทยแต่พอหลังจากที่เขาสูญเสียภรรยาสุดที่รักนายฝรั่งนามว่าโจธาธานก็บินกลับอังกฤษไปทันที เนื่องด้วยทำจิตใจให้เข้มแข็งท่ามกลางความทรงจำเก่าๆไม่ได้ละอองดาวรู้ด้วยว่ารั้วเป็แบบเลื่อนไม่มีที่ล๊อคหาก้ากดกริ่งเรียกเ้าของบ้านแล้วล่ะก็...ต้องเดินไปกดเ้าปุ่มสีเหลืองตรงหน้าประตู
กริ่ง กริ่ง เมื่อรับปากมารดาไปแล้วก็ต้องทำตามคำพูดให้ได้ แม้ละอองดาวไม่อยากเห็นหน้าณนนท์ก็ตาม
“มาแล้วครับ มาแล้วครับ” ณนนท์วิ่งลงมาจากชั้นสองด้วยคิดว่ามารดาของเขาอาจกลับบ้านเร็วกว่าปกติเขาสงสัยว่าสมาคมไพ่นกกระจิบไพ่นกกระจอกของเเม่เคยเลิกเร็ว่หัวค่ำแบบนี้ด้วยเหรอ
“นางฟ้า...” หากคนตรงหน้า เมื่อเปิดประตูกลับไม่ใช่มารดาเธอคือนางฟ้าจำแลงกายลงมาต่างหาก เด็กหนุ่มตบหน้าตัวเองอัตโนมัติ 2-3 ครั้ง มันรู้สึกเจ็บทุกครั้ง นั่นหมายความว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือความจริง
“คุณแม่ให้เอาซุปแซลมอนมาให้ นี่...รับไปสิ” แม้สงสัยการกระทำเเปลกๆของอีกฝ่ายแต่ละอองดาวทำสีหน้าเรียบเฉยไม่ปั้นปึง และไม่ได้ยิ้มสดใสเหมือนตอนอยู่กับคนในครอบครัว
“ซุปแซลมอนเหรอ”
“ใช่ ซุปแซลมอนบำรุงสมอง อุดมไปด้วยโอเมก้า ทรี ทานตอนดึกก็ไม่ทำลายสุขภาพ”มันเหมาะสำหรับ่เตรียมตัวสอบของน้องสาวและเขาที่ต้องเตรียมตัวอย่างหนักในการเป็นักเรียนแพทย์
“ครับ รู้แล้วครับ”
“อ๋อ ลืมไปว่าคุยอยู่กับว่าที่คุณหมอ ฉลาดทุกเื่อยู่แล้ว” เด็กสาวสะบัดหน้าหมายจะหันกลับบ้านของตัวเอง
“เดี๋ยวก่อนสิ”
“ว้ายยย/โอ้ยยย” อาจเพราะฝาที่ปิดไม่แน่นหนักยามที่ณนนท์ขยับตัวเร็ว เพื่อเอื้อมไปจับมือนางฟ้าเอาไว้ทำให้ซุปที่ยังร้อนอยู่กระเด็นไปถูกคนทั้งคู่ ณนนท์ใรีบวางกระติกซุปก่อนลากเด็กสาวเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็ว
“ว้ายยย ปล่อยนะ ไม่เข้าไปนะ บอกให้ปล่อยอย่างไงเล่า” แซ่ แซ่ แซ่ แซ่ ณนนท์เอาน้ำประปาอุ่นๆบริเวณซิ้งล้างจานมาเช็ดลูบไปมาเพื่อทำความสะอาดชุปที่เลอะบริเวณมือนุ่มนิ่มของเด็กสาว แล้วยังลูบเพื่อปกป้องไม่ให้ผิวขาวๆของเธอแดงหรืออักเสบจนเป็รอยแผลในอนาคต
“แสบมั้ยครับ”
“...” ละอองดาวไม่ตอบ แต่ก็ไม่โวยวายเหมือนเมื่อสักครู่เมื่อรู้จุดประสงค์ว่าเขาลากเธอเข้ามาในบ้านทำไม...ก็ใครจะไปรู้เล่าชิส์
“รู้สึกแสบหรือเปล่าขิม”
“เออ...เมื่อกี้ก็แสบๆแต่ตอนนี้ค่อยยังชั่วแล้ว” มันจริงดังนั้นเพราะได้น้ำที่เขาลูบไล่นี่แหละ...ช่วยได้เยอะเลย
“ตามมา” เขาลากจูงเธอตามแต่ใจอีกแล้วคราวนี้ละอองดาวโดนบังคับให้นั่งลงบนโซฟากลางห้องรับแขกก่อนโดนคุณหมอสั่งเสียงเรียบๆให้นั่งรอตรงนี้...ห้ามหนีกลับบ้านก่อนเด็ดขาดเเล้วเขาก็รีบวิ่งขึ้นชั้นสองไป
1 นาทีผ่านไป
“แล้วเื่อะไรเราต้องมานั่งรอ ทำตามคำสั่งเขาด้วยนะยัยขิม” คิดดังนั้นละอองดาวก็ทำท่าจะลุกขึ้น แต่คนตัวโตกว่าวิ่งลงมาจากชั้นบน แล้วดันตัวเธอให้นั่งลงเสียก่อน
“นั่งลงเดี๋ยวนี้ครับ ห้ามดื้อนะ” ณนนท์จับล็อคนางฟ้าจอมดื้อของเขานั่งลงใกล้ๆยาหลอดสีขาวถูกบีบออกมาก่อนจะนวดคลึงบริเวณที่ซุปแซลมอลกระเด็นใส่...เพราะเขาแท้ๆนางฟ้าต้องมาเจ็บตัวแบบนี้
ฟู่ ฟู่ ฟู่
“ปล่อยนะจะทำอะไร” ลมปากร้อนๆของเขาเป่าลงบนฝ่ามือที่ตอนนี้เริ่มเป็รอยแดง
“ไหนบอกว่าไม่แสบ เป็รอยแดงแล้วเห็นมั้ย” ผิวเธอขาวมากรอยนิดเดียวก็เห็นได้ชัดเต็มตา
“รอยนิดเดียวเดี๋ยวก็หาย ปล่อยได้แล้ว เออ...ฉัน...เออ...ขิมจะกลับบ้านแล้ว”ละอองดาวเรียกชื่อแทนตัวเองเหมือนที่ใช้กับครอบครัวหรือเพื่อนๆที่โรงเรียน
“เอายาหลอดนี้กลับไปด้วย แล้วอย่าลืมทาทุกเช้าและก่อนนอนนะ”
“อืม” เด็กสาวพยักหน้ารับก่อนเดินออกไป
“ขิมครับ” ณนนท์ะโเรียกนางฟ้าตัวน้อยที่กำลังเดินออกจากรั้วบ้าน
“ว่าไง” เธอหันหน้าสวยๆกลับมา เอียงคอถาม
น่ารักจัง!
“ฝันดีครับ” นางฟ้าของผม