บทที่ 13
เผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญ
“เอาละได้เวลาเอาชีวิตให้ข้ายืมได้แล้ว” กล่าวจบชายชุดดำเองก็ลงมือในทันที ร่างของมันพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว ท่าร่างการเคลื่อนไหวรวดเร็วสุดเปรียบประมาณ เพียงแค่สองลมหายใจระยะหลายสิบเมตรที่ห่างกันแทบไม่มีผล เป็เพราะว่าเพียงแค่ลมหายใจเดียว คนผู้นั้นก็เข้ามาถึงบริเวณด้านหน้าห้องโถงแล้ว
ในลมหายใจที่สองมาอีกฝ่ายก็พุ่งเข้ามาในห้องโถงแล้ว ดาบที่แผ่แสงเย็นะเืตวัดจู่โจมเข้ามาอย่างตรงๆ หวังที่จะสะบั้นร่างของจางหยุนให้ตัด
จางหยุนรีบปล่อยร่างหวังซุนในมือของตนเอง ก่อนที่จะใช้แรงทั้งหมดของตนเอง รวบรวมปราณิญญาทำให้คุณสมบัติร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เท้าทั้งสองข้างออกแรงถีบหมุนตัวหลบการโจมตีนั้นได้อย่างฉิวเฉียด
เืสีแดงพุ่งกระฉูดออกมา ร่างของจางหยุนที่หลบการโจมตีได้กลิ้งไปกับพื้น เขารีบดีดตัวของตัวเองขึ้นมาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว บริเวณหน้าอกมีรอยาแดาบอยู่หนึ่งแผล
ชายชุดดำผู้นั้นเห็นการโจมตีของตนเองพลาดเป้า ดวงตาเผยความประหลาดใจออกมา มันค่อยๆหันหน้าของตนเองไปจ้องมองจางหยุน
“ไม่ธรรมดา เป็เพียงแค่ผู้บำเพ็ญผนึกตันเถียนขั้นสอง หลบการโจมตีของค่าที่เป็ขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นหกได้” ชายชุดดำกล่าวออกมา
เพียงแต่ถึงแม้จะเห็นเป้าหมายนั้นหลบการโจมตีของตนเองได้ แต่ชายชุดดำก็ไม่ได้แสดงท่าทางตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย มุมปากยังเผยรอยยิ้มจ้องมองไปยังจางหยุน
ในตอนนี้ระยะทั้งสองห่างกันเพียงแค่ไม่กี่สิบก้าว เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ชายผู้นั้นพุ่งจู่โจมเข้ามาจากประตูรั้วมันเป็ระยะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อครู่ด้วยระยะที่ห่างพอสมควร นั่นเลยทำให้จางหยุนมีเวลาในการหลบการโจมตีนั้น
แต่ด้วยระยะที่ใกล้ขนาดนี้ ถ้าเกิดว่าชายชุดดำผู้นี้คิดจะพุ่งจู่โจมเข้ามาอย่างเมื่อครู่ ไม่มีทางที่จางหยุนจะสามารถหลบการโจมตีนี้ได้อย่างแน่นอน
แต่ว่าเหมือนว่าชายชุดดำผู้นั้นจะยังไม่คิดลงมือในตอนนี้ เขายกดาบที่แผ่แสงเย็นะเืในมือของตนเองขึ้นมา
ดวงตาไม่ได้จับจ้องจางหยุนที่เป็เป้าหมายด้วยซ้ำ เอาแต่จ้องมองดาบของตนเอง
“ข้าอดทนอยู่นานกว่าที่จะซื้อดาบเล่มนี้มาได้”
“ไหนๆวันนี้พบเจอเ้าที่เป็ผู้บำเพ็ญ ก็จะได้ให้เ้าเปิดหูเปิดตาสักหน่อย ถือโอกาสนี้เอาชีวิตของเ้ามาสังเวยดาบของข้าไปด้วยเลย”
ชายชุดดำใช้นิ้วมือของตนเองลูบไปตามคมดาบที่แผ่ซ่านไอเย็นะเื ทันทีที่นิ้วนั้นลูบไล้ไปตามคมดาบ เหตุการณ์แปลกประหลาดก็เกิดขึ้น
คมดาบที่แผ่แสงแปลกประหลาดอยู่แล้ว มันยิ่งเปล่งแสงสว่างไสว ไม่เพียงแค่แสงที่สว่างขึ้นเท่านั้น มันยังมีลวดลายอักขระแปลกประหลาดที่ลอยออกมาจากตัวดาบ
จางหยุนััได้ถึงความรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาที่แผ่นหลังเพียงแค่จ้องมองตัวดาบเล่มนั้น
เห็นท่าทางของจางหยุนที่เป็เช่นนั้น ชายชุดดำผู้นั้นก็เหมือนว่าจะแสดงท่าทางพึงพอใจ “เ้าน่าจะเป็ผู้บำเพ็ญอิสระสินะ”
“ผู้บำเพ็ญอิสระอย่างเ้า อาวุธวิเศษแบบนี้คงจะเป็สิ่งที่หายากน่าดู”
“วันนี้ข้าให้เ้าได้เปิดหูเปิดตาก่อนตาย พอไปถึงปรโลกแล้วก็ขอบคุณข้าเสียด้วยละ”
เพียงแต่ว่าในขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะลงมา
ฉึก!! ดวงตาของชายชุดดำเบิกกว้าง มันค่อยๆก้มมองหน้าอกของตนเองที่ตอนนี้ มีฝ่ามือที่เหมือนกับกลุ่มหมอกสีดำสนิทแทงทะลุหน้าอกของมันจากด้านหลัง
ดวงตาของมันเผยความตกตะลึงออกมาอย่างชัดเจน มันค่อยๆเงยหน้าของตนเองขึ้นมาจ้องมองไปยังเป้าหมาย
จางหยุนที่ในยามนี้แตกต่างไปจากตอนแรก ในตอนแรกยังเผยใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ในตอนนี้ใบหน้าของเขากับราบเรียบไร้ซึ่งความรู้สึก แถมข้างกายของเขายังมีร่างของชายชราผู้นึงปรากฏขึ้นข้างกายด้วย
ทันทีที่มองเห็นชายชราผู้นั้น ดวงตาของชายชุดดำก็หดเล็กลง
“เป็ไปได้อย่างไร!!! พลังนั่นขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นแปด”
จางหยุนจ้องมองไปที่ชายชุดดำ ที่ตอนนี้ด้านหลังของมันมีเงาสีดำสนิทสองตนลอยอยู่ ชายชุดดำกัดฟันแน่นพยายามที่จะต่อต้านครั้งสุดท้าย
เพียงแต่ว่ามันกลับไม่ได้มีโอกาสแบบนั้น เงาสีดำที่อยู่ด้านหลังอีกตัวนึงพุ่งจู่โจมอีกครั้ง คราวนี้ฝ่ามือของมันทะลวงเข้าใส่ตรงกลางหน้าอก ที่เป็ตำแหน่งของตันเถียน
โลหิตสีแดงทะลักออกมาจากปาก ชายชุดดำจ้องมองยจางหยุนอีกครั้ง แต่ดวงตาในครั้งนี้เต็มไปด้วยความเคียดแค้นแล้วก็ความไม่ยินยอม
จางหยุนจ้องมองไปยังชายชุดดำด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก ก่อนที่จะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “บิดาเ้าไม่สอนหรือว่าตอนที่จะฆ่าใครอย่าพูดเยอะน่ะ”
ได้ยินคำพูดนี้ใบหน้าของชายชุดดำผู้นั้นก็ยิ่งบิดเบี้ยว มันกระอักโลหิตออกมาอาจจะเป็เพราะว่าคำพูดที่กระทบเข้าไปภายในจิตใจของมัน
ถ้าเกิดว่าตัวของมันไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายแล้วรีบลงมือ บางทีมันอาจจะไม่ได้ตกอยู่ในสภาพนี้ หรือไม่ก็อาจจะสามารถสังหารเป้าหมายได้แล้วก็ไม่ส่งผลกระทบกับแผนการใหญ่
แต่ในตอนนี้เมื่อเห็นร่างของชายชราที่อยู่ข้างกายคนผู้นั้นแล้ว มันก็รู้ได้ในทันทีว่าแผนการใหญ่ที่วางอยู่ภายในเมืองเป่ยอัน มีโอกาสสูงมากที่อาจจะไม่สำเร็จ นี่ยิ่งทำให้ตัวของมันนั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้นภายในจิตใจ
แต่ถึงแม้ว่าจะแค้นไปอย่างไรก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จางหยุนใช้ความคิดสั่งการออกไป เงาสีดำที่อยู่ด้านหลังสองตนก็พุ่งจู่โจมอีกครั้งคราวนี้ ใช้แขนแทนดาบสะบั้นคอของชายชุดดำผู้นั้นตรงๆ โลหิตสีแดงทะลักออกมาจากาแตรงลำคอ ชายชุดดำคู่นี้สิ้นใจตายแล้วแน่นอน
เพียงแต่ว่าจางหยุนก็ยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขาสั่งการให้เงาสีดำโจมตีอีกหลายครั้ง จนมั่นใจแล้วว่าชายชุดดำผู้นี้ตายแล้วแน่นอน
ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าเขาไม่รู้ฝึกตนที่มีขอบเขตสูงขึ้น พวกมันจะมีความสามารถในการรักษาชีวิตของตนเองอะไรบ้าง เพราะแบบนั้นเพื่อความมั่นใจเขาจึงต้องลงมืออย่างเหี้ยมโหดเช่นนี้ ร่างของชายชุดดำผู้นั้นในตอนนี้ มีาแหลายแห่งทะลวงจุดสำคัญทั่วทั้งร่างกาย จนศพด้านหน้าแทบจะกลายเป็ศพที่มีแต่รู ไม่เพียงแค่นั้นศีรษะยังโดนตัดจนขาดอีกด้วย
จางหยุนเดินเข้าไปค้นศพของชายชุดดำอย่างรวดเร็ว เขาพบเจอถุงหนังใบนึง ด้านในมีตำราอยู่สองเล่ม มีก้อนทองอยู่สองถึงสามก้อน จากนั้นก็มีของเล็กๆน้อยๆ จางหยุนมองเห็นแล้วว่าแทบจะเป็ของที่ไม่มีค่า สิ่งที่น่าจะมีค่ามากที่สุดในร่างของชายชุดดำน่าจะเป็ดาบเล่มนั้น
จางหยุนสั่งการให้เงาดำหยิบดาบที่ตกอยู่ที่พื้นมา จางหยุนรับดาบเล่มนั้นถือในมือ เมื่อเขาลองถือดูก็รู้สึกตกตะลึงดาบเล่มนี้มีน้ำหนักไม่น้อย ตัวของเขาที่เป็ผู้บำเพ็ญขณะที่ถือยังรู้สึกถึงน้ำหนักที่ไม่น้อย
จางหยุนมองดูตัวดาบที่ถูกทำขึ้นมาจากวัตถุดิบชั้นดี ไม่เพียงแค่นั้นตรงคมดาบยังมีอักขระมากมายสลักเอาไว้ นี่น่าจะเป็สิ่งที่ทำให้ตัวดาบเล่มนี้มีความพิเศษ
จางหยุนไม่มีเวลาที่จะตรวจสอบอาวุธที่อยู่ในมือมากนัก เขารีบเก็บดาบเล่มนั้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ค่อยๆลุกขึ้น ที่จริงเขาควรจะใช้วิชาซากเทวะเก็บร่างของชายชุดดำเพื่อนำไปหลอมเป็ซากเทวะ
แต่ในตอนนี้เขาไม่มีเวลามากขนาดนั้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วความเคร่งขรึม ดวงตามองออกไปด้านนอก
ในยามนี้ภายในเมืองเป่ยอันเต็มไปด้วยความเงียบสงัด ราวกับว่าเมืองแห่งนี้กลายเป็เมืองร้างไปแล้ว