อนุชายาบรรณาการ
บทที่ 1
“ข้าคือใคร?”
เป็คำถามแรกของผู้เพิ่งจะลืมตาขึ้นมาช้า ๆ ถามชายวัยสามสิบที่แต่งกายด้วยชุดโบราณสีครามเนื้อผ้าไม่ดีนักแต่สะอาดสะอ้าน ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าอย่างสงสัย เพราะว่าในสมองนั้นว่างเปล่าไม่มีข้อมูลอะไรเลย
“แล้วเ้าเป็ใคร?”
“องค์...เอ่อ...คุณชาย ท่านจำบ่าวไม่ได้หรือขอรับ?”
ร่างบนเตียงนอนเงียบงัน ั์ตาว่างเปล่าและมึนงง
“คุณชาย ท่านอย่าทำให้บ่าวใเยี่ยงนี้สิขอรับ”
ชายผู้เรียกตนเองว่าบ่าว มีสีหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาแดงระเรื่อบวมเปล่งเพราะร้องไห้มาอย่างหนักอยู่แล้วกลายเป็สีแดงก่ำ หยาดน้ำใสๆ สองสายไหลรินลงมาอาบใบหน้าอีกครา
“บ่าวขอโทษ...ขอโทษ...ที่ช่วยอะไรคุณชายไม่ได้...ฮืออออๆๆๆ”
“ไม่ต้องร้องไห้...เ้าเพียงแค่ช่วยบอกข้ามาทีว่าเ้าชื่ออะไรแล้วข้าชื่ออะไร?”
เสียงแ่ล้าของคุณชายดังขึ้นอีกครา แ่เบาราวกระซิบ
“บ่าวชื่อจางจงขอรับ” จางจงเอ่ยเสียงเครือ “ส่วนคุณชายชื่อ จ้าวชิงเฟิง เป็...เอ่อ...เป็อนุชายาของชินอ๋องขอรับ”
“จ้าวชิงเฟิง” ร่างที่นอนตะแคงอยู่บนเตียง เพราะนอนหงายไม่ได้ ด้วยจะกระทบถูกาแที่แผ่นหลังซึ่งถูกโบย พึมพำเบาๆ ราวไม่คุ้นเคยกับชื่อของตนเองนัก ก่อนจะส่งเสียงเบาๆ แ่ล้าว่า “น้ำ...ขอน้ำข้าหน่อย”
“ขอรับ...” จางจงรีบปาดน้ำตา ผุดลุกขึ้นไปรินน้ำจากกาน้ำใส่ถ้วยเคลือบ ยกมาใกล้ ถือถ้วยด้วยมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งยื่นมาช่วยประคองร่างคุณชายขึ้นมาเพื่อให้ดื่มน้ำได้ถนัด
คุณชายส่งเสียงครางเบาๆอย่างเป็ดปวด เมื่อครู่ไม่ได้ขยับจึงรู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วร่างอย่างพอทน แต่พอขยับเพียงเล็กน้อยก็รู้สึกปวดแปลบที่แผ่นหลังจนแทบจะทนไม่ไหว ยิ่งกว่านั้นยังเจ็บที่ท้ายทอยมาก เขาพยายามกล้ำกลืนเสียงครวญคราง แล้วดื่มน้ำจากถ้วยเคลือบอย่างกระหายเพราะคอแห้งผากเป็ผง พอดื่มน้ำหมดถ้วยเขาก็ขออีก จางจงไม่ขัดรินน้ำถ้วยใหม่มาให้อย่างไม่ชักช้า จนกระทั่งเขาขอเป็ถ้วยที่สี่
จางจงจึงแย้งว่า “คุณชายอย่าดื่มน้ำอีกเลยขอรับ เดี๋ยวบ่าวจะนำข้าวต้มมาให้ท่านรองท้องก่อนดีกว่า กินข้าวแล้วจะได้ดื่มยา...เฮ้อออ” ปิดท้ายด้วยเสียงถอนหายใจยาว
“ข้าไม่กินข้าว...” จ้าวชิงเฟิงเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว
“ท่านไม่ได้กินอะไรมาสามวันแล้ว ท่านไม่หิวหรือ?”
“ข้ายังไม่อยากกินอะไร จนกว่าข้าจะรู้เื่ที่เกิดกับข้าทั้งหมด” จ้าวชิงเฟิงยื่นคำขาด
“คุณชายพูดเยี่ยงนี้ หมายความว่า...” จางจงมีสีหน้าใและกระวนกระวาย “ท่านจำเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนไม่ได้หรือขอรับ?”
“ไม่ใช่”
สีหน้าจางจงดีขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะซีดเผือดแทบเป็กระดาษเมื่อได้ยินประโยคต่อมา
“ไม่เพียงแค่สามวันก่อน จะสิบปียี่สิบปีก่อนข้าก็จำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น! และข้าก็เจ็บหัวมาก!!”
เพล้ง !
ถ้วยที่จางจงยังถืออยู่ในมือหล่นแตกกระจาย ั์ตาแดงก่ำฉายแววเคียดแค้น เขาพึมพำกับตัวเอง...นังหญิงใจดำอำมหิตจงใจใช้ให้คนตีที่ศีรษะของคุณชาย!
“จริงๆนะจางจง ข้าอยากรู้เื่ราวของข้าเอง...เ้าช่วยเล่าให้ข้าฟังอย่างละเอียดทีเถอะ” น้ำเสียงคุณชายอ้อนวอน
จางจงพยักหน้า “ได้ๆๆ...ข้าจะเล่า...”
*
*
จ้าวชิงเฟิงจึงได้รู้ว่า...ตนเองเป็โอรสที่เกิดจากนางสนมต่ำต้อยนางหนึ่ง พออายุเจ็ดขวบมารดาก็สิ้นชีวิต จางจงซึ่งเวลานั้นอายุยี่สิบเป็ขันทีเล็กๆที่ดูแลมารดาของตนจึงได้ดูแลตนต่อมา ฮ่องเต้แคว้นเป่ยที่เป็พระบิดาของตนไม่ได้สนใจใยดีอะไรตน ตนจึงเติบโตมาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แต่ก็ยังหนีไม่พ้นเคราะห์กรรมเพราะแคว้นเป่ยทำากับแคว้นหนาน เพื่อเป็การขอพักรบชั่วคราว แคว้นเป่ยจึงส่งบรรณาการมาให้แคว้นหนาน และตนที่มีอายุเพียงสิบสี่ก็กลายเป็ของบรรณาการชิ้นหนึ่ง ซึ่งฮ่องเต้แคว้นหนานยกให้แก่พระอนุชา(น้องชาย)ชินอ๋องหลี่เฉิงเป็อนุชายา(ภรรยาน้อย) แต่ตนไม่เคยพบหน้าค่าตาทั้งฮ่องเต้แคว้นหนานและชินอ๋องเลยแม้สักครั้ง
จ้าวชิงเฟิงถูกจัดให้อยู่ที่เรือนเล็กท้ายจวน พร้อมกับจางจงและชุนฮัวชิวฮัวสองนางกำนัลที่ติดตามมาจากแคว้นเป่ย ทั้งสองสาวอายุเท่ากันกับจ้าวชิงเฟิง พอมาอยู่ที่จวนนี้ตำแหน่งองค์ชายก็ลดลงเหลือแค่คุณชาย ตำแหน่งขันทีและนางกำนัลก็ลดเหลือเพียงบ่าวไพร่สาวใช้
คุณชายอยู่ที่เรือนเล็กซอมซ่อนี้มาสามปี เป็สามปีที่ลำบากยากแค้นยิ่ง อาหารพอประทังชีวิตหยาบๆ เสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องใช้ล้วนคุณภาพต่ำ และอยู่อย่างคนถูกกักบริเวณ
จ้าวชิงเฟิงใช้ชีวิตให้ผ่านไปแต่ละวันอย่างซังกะตาย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร
แต่...ไม่ใช่ว่าคนอื่นจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับเขา
เมื่อสามวันก่อน...พระชายาตู้หวางเฟยนามตู้จินเหลียนมีคำสั่งเรียกจ้าวชิงเฟิงไปพบที่ตำหนักของพระชายา พร้อมแจ้งข้อหาว่าคุณชายเป็ชู้กับชุนฮัวโดยมีพยานคือชิวฮัว
ชุนฮัวถูกโบยจนตาย!
คุณชายถูกโบยยี่สิบไม้...และไม้ที่ยี่สิบก็ฟาดใส่ท้ายทอยของคุณชายเต็มแรงเหมือน้าจะเอาชีวิต...จางจงเห็นกับตา แต่เขาไม่สามารถปกป้องอะไรคุณชายได้ เพราะเขาถูกบ่าวชายร่างกำยำสามคนจับเอาไว้แน่นให้คุกเข่าดูอยู่ข้างๆ มีผ้าอุดปาก และถูกมัดเอาไว้แ่า
นับจากนั้นชิวฮัวก็หายไป
*
*
“คุณชายหมดสติไปสามวันเต็มๆ เพิ่งฟื้นเมื่อสักครู่นี้เองขอรับ”
“มิน่า...” ถึงเจ็บระบมไปทั้งตัวอย่างนี้ “ว่าแต่...ข้าเป็ชู้กับชุนฮัวจริงหรือไม่?”
“เื่นี้...” จางจงเองก็ตอบไม่ได้ “คงมีแต่คุณชายกับชุนฮัวเท่านั้นที่จะตอบได้ แต่ทว่าเวลานี้ชุนฮัวก็ตายไปแล้ว แล้วท่านเองก็จำอะไรไม่ได้”
“ยังมีอีกคน” คุณชายเอ่ยลอยๆ
“ใครหรือ?”
“ชิวฮัว” คุณชายสีหน้าครุ่นคิด “นางน่าสงสัยมาก นางเป็พยานเื่นี้เพื่ออะไร?”
“อืม” จางจงพยักหน้าเห็นพ้อง “แต่นางหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้”
#####