สองพี่น้องได้แต่มองตากันไปมา นี่นางถึงกับจะทำกระดาษเองเชียวหรือ เดิมทีกระดาษเป็ของมีราคาอีกทั้งยังหายาก ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปอย่าว่าแต่จะได้ใช้ แค่ได้เห็นก็นับว่าน้อยคนนัก ผู้ที่มีอำนาจอย่างคนในราชสำนัก ขุนน้ำขุนนาง คหบดีมีเงินเท่านั้น จึงจะสามารถซื้อหามาใช้ได้ หากนางสามารถทำได้จริงอย่างที่บอกเห็นทีเื้ัของนางคงจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว เฟิงเฉินลอบคิดในใจ
“เฟิงเออร์หน้าต่างห้องเ้าพังแล้วรึ” เฟิงเออร์ที่เพิ่งจะได้สติพยักหน้า
“ข้าว่าจะบอกพี่ใหญ่หลายรอบแล้วเ้าค่ะ หากแต่ยังไม่มีโอกาสเสียที ฟางที่เราเอามาใช้ทำหน้าต่างถูกไม้ที่ใช้ค้ำประจำทิ่มทะลุไปรูหนึ่ง ส่วนอีกรูก็ดูเหมือนฟางมันเก่ามีแตกหักหลุดหายไปบ้าง ตอนนี้เลยกลายเป็วงกว้างอยู่เหมือนกันเ้าค่ะ”
เฟิงเฉินรีบเดินไปดูที่ห้องของน้องสาว ก็ได้เห็นบานหน้าต่างที่ตอนนี้มีรูกว้างถึงสองรูคนนอกแทบจะมองเข้ามาเห็นด้านในได้ทะลุปรุโปร่ง
“เ้าน่าจะรีบบอกให้เร็วกว่านี้จะได้รีบจัดการ แบบนี้ยุงไม่เข้ามาหามเ้าออกไปก็นับว่าโชคดีแล้ว” ชายหนุ่มบ่นอุบเื่ที่น้องสาวของเขาปล่อยปะละเลยไม่รีบบอกเื่นี้แก่เขา กลับให้คนนอกเป็คนแจ้งข่าวเช่นนี้แทนได้อย่างไร ความโกรธเกิดขึ้นขุมหนึ่งในใจ แต่ก็บรรเทาลงได้ด้วยเพราะคิดว่าเื่นี้ไม่ใช่เฟิงเออร์คนเดียวที่เป็คนผิด เขาเองก็ละเลยการดูแลบ้านและน้องจนเกิดเื่เช่นนี้ ในฐานะพี่ชายคนโตยิ่งคิดเขายิ่งรู้สึกผิดต่อบิดามารดาที่จากไปยิ่งนัก
“เดิมทีที่บ้านข้าใช้ฟางมาผูกรวมกันเป็แผ่น แต่่นี้ยังไม่ใช่ฤดูเก็บเกี่ยว อีกทั้งทางการยังกว้านซื้อฟางไปเลี้ยงม้าในกองทัพทำให้ราคาค่อนข้างสูงและหายากอยู่สักหน่อย แม่นางมู่ตานท่านสามารถทำกระดาษจากต้นไผ่ได้จริงๆ ใช่หรือไม่” เฟิงเฉินมองกลับมาทางนางอีกครั้งเป็เชิงปรึกษา
“แน่นอน” นางตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ถ้าเช่นนั้นวันนี้ข้าจะเข้าตลาดแค่ครึ่งวัน จากนั้นจะรีบไปป่าไผ่เพื่อเอาต้นไผ่กลับมา ไม่ทราบว่าต้องใช้มากน้อยเพียงใด”
“หากได้เฉพาะใบไผ่สักสองชั่งก็น่าจะสามารถทำกระดาษได้สองถึงสามแผ่นเ้าค่ะ” นางเอ่ยตอบเขาเสียงเรียบ
“งั้นดีข้าจะรีบไปรีบกลับ” กล่าวเสร็จเฟิงเฉินก็เดินกลับออกไป หยิบข้าวของลงห่อผ้าจากนั้นผูกขึ้นหลังแล้วก้าวออกจากบ้านอย่างเช่นทุกวัน
“เดินทางดีๆ นะเ้าคะพี่ใหญ่” เด็กน้อยะโไล่หลัง หากแต่เฟิงเฉินทำเพียงยกมือขึ้นโบกไปมาไม่ได้หันกลับมามองเลยสักนิด
“ทำเป็เท่เลยนะพี่เฟิงเฉิน” มู่ตานพูดงึมงำๆ มองตามหลังชายหนุ่มไป
“เฟิงเออร์เด็กดี งั้นเราไปเตรียมของสำหรับทำกระดาษรอพี่ชายเ้าเอาใบไผ่กลับมาให้ข้าดีหรือไม่” มู่ตานเอามือลูกหัวเล็กๆ ของเด็กสาวด้วยความเอ็นดู
“ดียิ่งเ้าค่ะ ข้าอยากรู้ว่ากระดาษหน้าตาเป็เช่นไร ถ้าพวกเราจะเอาไปติดที่หน้าต่างจะสวยกว่าหน้าต่างฟางอันเดิมของข้าหรือไม่ ข้าอยากมีหน้าต่างงามๆ ไว้ใช้เหลือเกินเ้าค่ะ ” รอยยิ้มที่สุขไปถึงดวงตาของเด็กน้อยทำให้มู่ตานรู้สึกมีความสุขขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยถือเสียว่าอยู่บ้านท่านเราต้องไม่นิ่งดูดายก็แล้วกัน
นางเริ่มมองหาวัสดุที่จะเอามาทำกระดาษ ก่อนอื่นต้องมีถังใบใหญ่ๆ สำหรับต้ม มีตะแกรงสำหรับตาก และอ่างสำหรับแช่ หากสิ่งใดไม่มีหรือไม่เหมาะ นางก็หาสิ่งอื่นมาทดแทนจนในที่สุดทุกอย่างก็เพียบพร้อม ตอนนี้รอเพียงใบไผ่จากเฟิงเฉินเท่านั้น
“พี่สาว พวกเราเอาขี้เถ้ามาทำกระดาษได้จริงหรือเ้าคะ” เด็กน้อยเอียงคอสงสัยสิ่งไร้ค่าที่นางต้องเทียวตักไปทิ้งอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่วันนี้กลับมีประโยชน์ถึงเพียงนี้เชียวรึ
“ถูกต้องแล้ว เราเอามาเป็ส่วนผสมเพื่อทำกระดาษได้ ของทุกสิ่งล้วนมีคุณหากเรารู้จักประโยชน์ของมันนะเฟิงเออร์” นางกล่าวอย่างเรียบรื่น พร้อมกับหยิบนั่นจับนี่ ตรวจดูสิ่งของที่ต้องใช้ให้ครบถ้วน เพราะหากใบไผ่ของนางมาเมื่อใด จะได้เริ่มลงมือทันทีมู่ตานคนใหม่คนนี้ไม่อยากนอนชมดาวแล้วเ้าค่ะ