บทที่ 2 ออกจากบ้านมือเปล่า
ลู่เฉิงเฟิงมองนาฬิกาบนข้อมือ วันนี้ชายหนุ่มมีภารกิจลอบสังหารในยามราตรี
เปิดลิ้นชัก หยิบเอกสารการหย่าร้างออกมา แล้วโยนมันใส่ลั่วจื่อถงพร้อมกับปากกา
“ฉันเตรียมสัญญาหย่าไว้แล้ว รีบเซ็น แล้วออกไปจากที่นี่ซะ”
ลั่วจื่อถงใช้มือข้างหนึ่งปิดแก้มแดงช้ำของหล่อนเอาไว้ มืออีกข้างเปิดเอกสารหย่าร้าง พลางอ่านเนื้อหาอย่างละเอียด ั์ตาไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
แม่ของหล่อนก็ใช้มือข้างหนึ่งปิดแก้มบวมเป่ง ชำเลืองมองเอกสารหย่าร้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “แกจะให้ถงถงออกจากบ้านมือเปล่าได้ยังไง!”
“เพราะมันสารเลวยังไงล่ะ รู้จักคำว่า ‘สารเลว’ ใช่ไหม? รู้ใช่มั้ยไอ้คำว่าราคาถูกมันหมายความว่าอะไร? หมายถึงไร้ค่าไง แต่สำคัญที่สุดคือ… กำปั้นของฉันแข็งกว่าปากของเธอ เชื่อไหม?”
เหมียวซู่ฉินมองลู่เฉิงเฟิงด้วยสายตาหวาดกลัว ปกติเ้าหล่อนมักจะปากร้าย และชอบเอาเปรียบคนอื่นอยู่เสมอ
ลู่เฉิงเฟิงมองเห็นความคิดอีกฝ่ายในพริบตา เขาหยิบมีดปอกผลไม้บนโต๊ะขึ้นมา เสียบเข้าไปในแอปเปิ้ล พลางเยาะเย้ย “ถ้าแกกล้าะโ ฉันตัดลิ้นของแกแน่”
เมื่อเห็นแววตาเ็าของลู่เฉิงเฟิง เธอก็ตัวสั่นด้วยความกลัว น้ำเสียงตะกุกตะกัก “แก… แก… แกอย่ามาขู่ฉันนะ! ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาพยายามฆ่า!”
“เอาเลย ถ้าแกกล้าโทร ฉันจะฆ่าลูกชายของแกด้วยรถของฉัน จุดไฟเผาบ้านของแก ขุดหลุมศพบรรพบุรุษของแกขึ้นมา เป่าหูเพื่อนบ้านที่แกเคยปากร้ายใส่ว่าพวกแกเผชิญกับหายนะเพราะแกปากไม่ดี แถมลูกสาวของแกยังกล้าขโมยของของคนอื่นที่ไม่ควรล่วงเกิน... "
“ไม่ใช่นะ! แก… แก… แก… แกใส่ร้ายฉัน! ฉันฟ้องแกฐานิ่ประมาทได้นะ!”
“ใช่ ก็แค่การใส่ร้าย แล้วมันยังไงล่ะ? คิดว่าจะมีใครสนใจความจริงงั้นเหรอ? นี่มันยุคแห่งสื่อ ทุกคนก็แค่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเชื่อเท่านั้น... บางทีพวกแกอาจจะโด่งดังเพราะเื่นี้ แล้วกลายเป็เน็ตไอดอลก็ได้นะ ฉันคิดชื่อให้เรียบร้อยแล้ว ใช้ชื่อว่า ‘ชีวิตเหม็นอับของด้วงมูลสัตว์’*[1] เป็ไง”
ทันใดนั้น สีหน้าของลู่เฉิงเฟิงก็แปรเปลี่ยน มีดผลไม้ในมือแทงโต๊ะตรงหน้า มีดผลไม้เปราะบางกลับแทงทะลุโต๊ะหินอ่อนอย่างแรง
ทุกคนใจนร่างสั่นเทา ใบหน้าซีดเซียว
ั์ตาไร้อารมณ์ของลู่เฉิงเฟิงจ้องลั่วจื่อถง “ความอดทนของฉันมีจำกัด ถ้าแกไม่เซ็น ฉันจะทำให้พี่ชายแกกลายเป็ขยะที่สืบสายเืเลวทรามของตระกูลลั่วไม่ได้อีก!”
“อย่าสงสัยคำพูดของฉัน ไม่อย่างนั้นแกจะต้องเสียใจแน่”
ลั่วจื่อถงวางแผนนี้มานาน แต่กลับไม่ได้เงินสักแดง เธอย่อมไม่เต็มใจ ทว่าเมื่อเห็นแววตากระหายเืของลู่เฉิงเฟิง ร่างของหญิงสาวตัวสั่นเทาเหน็บหนาวไปถึงกระดูก สายตาคู่นั้นน่ากลัวมาก ราวกับกำลังจับจ้องซากศพ
หญิงสาวหวาดกลัว ไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อย เขียนชื่อตัวเองลงไปด้วยมือที่สั่นระริก
ลู่เฉิงเฟิงหยิบเอกสารหย่าร้างขึ้นมาดู "พรุ่งนี้เช้าสิบโมง เจอกันที่หน้าสำนักงานเขต เอาใบหย่าไปด้วย ส่วนตอนนี้ รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"
ครอบครัวลั่วไม่กล้ารอช้า มือปิดแก้ม กุมศีรษะเอาไว้ พลางเดินโซซัดโซเซไปที่ประตู
“ลั่วจื่อถง”
จู่ ๆ ลู่เฉิงเฟิงก็พูดขึ้น
ลั่วจื่อถงตัวแข็งค้าง มองกลับไปด้วยความกลัวสุดขีด
ริมฝีปากบางของชายหนุ่มยิ้มเยาะ หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยออกมาเพียงสามคำอย่างแ่เบา "ไปให้พ้น"
เดิมทีเขาตั้งใจบอกลั่วจื่อถงว่าแท้จริงเขารวยมาก ทั้งบ้านและรถ ล้วนซื้อด้วยเงินสดเต็มจำนวน
ก่อนหน้านี้ที่ไม่บอกความจริงเหล่านี้ ไม่ใช่เพราะเขาระแวง แต่เป็เพราะเธอบอกว่าไม่ได้คบกับเขาเพราะเงิน ทั้งยังบอกว่าตัวเองไม่ชอบคนรวย และความรักสำคัญกว่าเงิน
ในตอนนั้นเขาเชื่อสุดใจ ทว่าตอนนี้กลับคิดว่ามันเป็เพียงกลยุทธ์ของผู้หญิงคนนี้ ล่าถอยก่อนเพื่อก้าวไปข้างหน้า
เดิมทีลู่เฉิงเฟิงตั้งใจบอกความจริง และทำให้หญิงสาวอับอายอย่างรุนแรง แต่เมื่อคิดทบทวนอีกทีว่าเขายังไม่ได้รับใบหย่า การบอกเธอตอนนี้อาจทำให้เกิดปัญหาได้ อดใจรอจนกว่าเขาจะได้รับใบหย่าก่อน แล้วค่อยเอาความจริงนี้ไปตบหน้าผู้หญิงคนนั้น
“ผู้เฒ่าลั่ว ดูเมล็ดพันธุ์ของคุณสิ พวกมันล้วนเหมือนกับคุณ สายพันธุ์ชั่วร้ายที่ทำให้ถูกหลอกเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว สิบห้าปีให้หลัง ก็ยังถูกหลานสาวของคุณหลอกอีกครั้ง ฉันเคยเป็หนี้ครอบครัวของคุณั้แ่ชาติก่อนรึไง?”
ลู่เฉิงเฟิงพึมพำกับตัวเอง เหลือบมองนาฬิกา เห็นว่าได้เวลาแล้วก็ปรับอารมณ์ เก็บข้าวของและออกไป
ตรงทางเข้าหมู่บ้าน มีรถตู้สีกระดำกระด่างจอดอยู่ในเงามืดตรงหัวมุม
เมื่อเปิดประตู ลู่เฉิงเฟิงก็ะโเข้าไปในรถ รถก็เคลื่อนตัวออกไป
คนขับเป็ชายวัยกลางคน แก้มผอมตอบ ั์ตาคมกริบ ใบหน้าซื่อสัตย์ เป็ผู้ชายประเภทที่ไม่โดดเด่นหากอยู่ท่ามกลางฝูงชน ทว่ากลับเป็นักฆ่าระดับ S ฉายาในวงการ ‘ปลายข้าวสาลี’
นักฆ่าระดับต่ำสุดคือระดับ D ตามด้วยระดับ C ระดับ B ระดับ A และระดับ S
นักฆ่าระดับ S ถือเป็นักฆ่าที่มีชื่อเสียงในวงการแล้ว แน่นอนว่าระดับ S ก็ถูกแบ่งออกเป็แยกย่อยอีก เช่น ลู่เฉิงเฟิงคือระดับ SSS เป็บุคคลที่มีชื่อเสียงอันดับต้นในรายชื่อนักฆ่า
ภารกิจนี้ถูกองค์กรจัดให้ทำงานร่วมงานกันทั้งหมดห้าคน นอกจาก ‘ปลายข้าวสาลี’ ที่เป็คนขับรถแล้ว ยังมีนักฆ่าระดับ A อีกสองคน คนแรกมีฉายา ‘เคียวปลิดิญญา’ ส่วนอีกคนฉายา ‘เงามรณะ’
ส่วนฉายาในวงการนักฆ่าของลู่เฉิงเฟิงคือ ‘ัะเืเวหา’
ฉายา ‘ัะเืเวหา’ ผู้เฒ่าลั่วเป็คนตั้งให้ ตอนนั้นลู่เฉิงเฟิงไม่อยากได้ชื่อนี้เลย เพราะรู้สึกว่ามันแปลกมาก… ดูชื่อคนอื่นสิ พวกเขาเรียกตัวเองว่า หนามพิฆาต ิญญารัตติกาล เงามายา ฯลฯ แต่ชื่อของเขากลับคล้ายพวกที่ตั้งชื่อว่าเหล่าจาง หรือเหล่าหวังเลย
เวลาคนอื่นถามว่า ใครคือนักฆ่าที่เก่งที่สุดในวงการ... โอ้ เหล่าหวังยังไงล่ะคือผู้ที่ทรงพลังที่สุด... คิดดูสิ ว่ามันฟังดูห่วยบรมแค่ไหน
แต่ตอนนี้เขาเข้าใจความหมายของชื่อนี้แล้ว แม้ว่าผู้เฒ่าลั่วจะเป็คนขี้หลอกลวง ทว่าความสามารถของชายชราหาใครเทียบได้ยาก แถมชายชรายังฝึกฝนกลุ่มนักฆ่าชั้นนำลับหลังสำนักงานใหญ่รวมทั้งหมด 12 คน เรียกรวมกันว่าสิบสองนักษัตรทมิฬ
ลู่เฉิงเฟิงก็เป็หนึ่งในนั้น
แต่เมื่อผู้เฒ่าลั่วเสียชีวิต เขาก็มอบสิบสองนักษัตรทมิฬทั้งสิบสองราศีแก่ลู่เฉิงเฟิง
“ัะเืเวหา แกมาสายไปหนึ่งนาที”
ชายที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับพูดขึ้นทันที อีกฝ่ายเป็ชาวตะวันตกรูปงาม รูปร่างสูงใหญ่ ผมหยิกสีบลอนด์ ั์ตาสีฟ้า มาพร้อมรอยยิ้มน่าขนลุก มีฉายาว่า ‘ฮาเดส’ เป็คนคุมภารกิจในครั้งนี้
ลู่เฉิงเฟิงพ่นลมหายใจ และเตือนในเวลาเดียวกัน "วันนี้อารมณ์ฉันไม่ดี อย่าหาเื่"
ฮาเดสก็เป็นักฆ่าระดับ SSS เช่นเดียวกับลู่เฉิงเฟิง เสือสองตัวย่อมอยู่ในูเาเดียวกันไม่ได้ พวกเขามักมีเื่ขัดแย้งกัน มากมาย ฮาเดสยั่วยุลู่เฉิงเฟิงหลายครั้ง แต่เขาไม่เคยลงมือ
ฮาเดสเยาะเย้ย “หักหนึ่งล้าน”
ทันใดนั้น แสงเย็นเยียบก็สว่างวาบ
ฮาเดสตัวแข็งค้าง คลายมือที่จับปืนอย่างเชื่องช้า พลางยกมือยอมแพ้ เพราะมีมีดสั้นเล่มหนึ่งจ่ออยู่ที่เส้นเืใหญ่บนคอของเขา ััเย็นเยียบทำให้ขนทั่วร่างลุกชัน
เคียวปลิดิญญาและเงามรณะที่นั่งอยู่เบาะหลังเผลอลงมือโดยสัญชาตญาณ พวกเขาคือสุนัขรับใช้ของฮาเดส
ทว่า สีหน้าทั้งคู่ก็เปลี่ยนเป็ซีดเผือด ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ ที่แขนเสื้อของพวกเขาถูกปักตรึงไว้กับพนักพิงด้วยมีดสั้นเล่มหนึ่ง
“ฉันบอกแล้วไงว่าวันนี้ฉันอารมณ์ไม่ดี ถ้ายังกล้ากวนประสาทฉันอีก ฉันจะจัดการพวกแกก่อนที่จะจัดการเป้าหมาย”
ลู่เฉิงเฟิงค่อย ๆ เก็บมีดสั้นกลับเข้าไป
มีดสั้นของลู่เฉิงเฟิงใบมีดคมกริบ บางเฉียบราวกับกระดาษ รูปร่างคล้ายใบต้นหลิว มันถูกเรียกว่ามีดหมอ
ฮาเดสหน้าซีดเผือด ั์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น แต่เขาไม่กล้ายั่วยุลู่เฉิงเฟิงอีก เพราะเขารู้ดีว่าในพื้นที่คับแคบนี้ ปืนของเขาไม่มีทางเร็วไปกว่ามีดสั้นของลู่เฉิงเฟิงอย่างแน่นอน แต่เขาจะจดจำความแค้นในครั้งนี้เอาไว้ในใจ
ลู่เฉิงเฟิงหันกลับไปมองเคียวปลิดิญญาและเงามรณะที่นั่งอยู่ข้างหลัง แล้วค่อย ๆ ยื่นมือออกไป
สีหน้าของทั้งคู่ซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว รีบดึงมีดสั้นออก แล้วส่งให้ลู่เฉิงเฟิงอย่างเชื่อฟัง
ลู่เฉิงเฟิงพ่นลมหายใจ ก่อนจะเงียบไป และหลับตาเพื่อพักผ่อน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถก็หยุดบนถนนบนูเาที่คดเคี้ยว
ลู่เฉิงเฟิงลืมตาขึ้น มองออกไปนอกหน้าต่าง นี่คือถนนที่มุ่งหน้าไปยังูเาหวังเจียง
ูเาหวังเจียง สองข้างทางปกคลุมไปด้วยต้นไม้เขียวขจี อีกด้านล้อมรอบด้วยน้ำ เป็เขตที่พักอาศัยของคนรวยในเมืองเหยียนเฉิง คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ล้วนร่ำรวยและมีอำนาจ ดูเหมือนเป้าหมายในค่ำคืนนี้จะเป็พวกเศรษฐี
ไม่รู้เลยว่าพวกคนรวยพวกนี้คิดอะไร? การอาศัยอยู่บนูเาแบบนี้ มันทำให้ดูเหนือกว่าคนอื่นหรือไง? ทำไมไม่ไปอยู่บน์ซะเลยล่ะ? ถนนบนูเาที่คดเคี้ยวสายยาวนี้ ทั้งสูงชัน และอันตรายมาก ลู่เฉิงเฟิงบ่นพึมพำในใจ
ตอนนี้เป็เวลาเที่ยงคืนแล้ว ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก ดวงดาวระยิบระยับมีเพียงเล็กน้อย
รถสองคันแล่นขึ้นมาจากเชิงเขา ไฟหน้ารถสว่างไสวสะดุดตาในท่ามกลางความมืดมิด
“มาแล้ว จำไว้ว่าเป้าหมายเป็ผู้หญิง จับเป็เท่านั้น”
ฮาเดสเอ่ยเสียงเข้ม
ลู่เฉิงเฟิงเลิกคิ้ว จับเป็งั้นเหรอ? ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่การลอบสังหารธรรมดา คงมีจุดประสงค์อื่นแน่
“ัะเืเวหา แกนั่งทำอะไรอยู่?”
ฮาเดสและคนอื่นพร้อมแล้ว เหลือเพียงลู่เฉิงเฟิงที่ยังคงนั่งพิงเบาะหลังอย่างเกียจคร้านและไม่ขยับ
ลู่เฉิงเฟิงหรี่ตาลง พูดอย่างเกียจคร้าน "อีกฝ่ายมีกี่คน?"
“บอดี้การ์ดสี่คน ฆ่าให้หมด”
“งั้นพวกแกสี่คนลงมือก็พอแล้ว… ถ้ามันจำเป็ ฉันจะลงมือเอง”
การลอบสังหารระดับนี้ เขาไม่รู้สึกสนใจเลย แม้แต่จะถามว่าเป้าหมายคือใคร เขายังไม่อยากรู้เลย?
แววตาฮาเดสเ็าราวกับงูพิษในยามราตรี “แกไม่อยากได้เงินค่าจ้างแล้วใช่ไหม?”
“ถ้าส่วนแบ่งของฉันขาดไปแม้แต่หนึ่งหยวน ฉันจะใช้ชีวิตของแกมาจ่ายทบ”
*[1] ด้วงมูลสัตว์ คือ แมลงปีกแข็งจำพวกด้วงแรด ทำหน้าที่ย่อยสลายของเสียในสิ่งแวดล้อม อาศัยอยู่บนผิวกองมูลของสัตว์ โดยจะกินมูลสัตว์จากกองและวางไข่ตรงนั้น