ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อา และอาสะใภ้พวกท่านพากันทบทวนคำพูดต่างๆของหมั่นโถวน้อย และปรึกษาพูดคุยกัน และจะต้องคอยสังเกตการณ์ถึงการใช้พลังพิเศษของหมั่นโถวน้อยอย่างระมัดระวังอีกด้วย
“ทีนี้พวกเราก็เลยรู้สาเหตุจริงๆของการที่ ทำไมฝนถึงได้ตกในวันนี้กัน??!!!”พ่อ
“ใช่..!!!”ปู่ย่า ตายาย แม่ อา และอาสะใภ้
“ถึงหมั่นโถวน้อยของพวกเราจะมีสีผมที่แปลกไป แต่ก็เป็การแลกเปลี่ยนที่ถือว่ายิ่งใหญ่มากนะคะ เพราะฝนตกมาแบบนี้มันหมายถึงอะไร??? น้ำค่ะ น้ำกินน้ำใช้ที่พวกเราขาดแคลนกันอยู่ทุกวันนี้”แม่
“จริง…..!!!”ปู่ย่า ตายาย แม่ อา และอาสะใภ้
“ถึงว่าสิคะจะมีอะไรที่ได้มาแบบที่ไม่ต้องเสียหรือจ่ายอะไรเลย???? คงจะไม่มีจริงๆ ฝนแลกกับการที่หมั่นโถวน้อยต้องมีสีผลที่แปลกไป!!!”แม่
“อือ……” “หงึก….หงึก…..”พวกท่านแต่ละคนเห็นด้วยจริงๆกับข้อนี้ ขนาดท่านเซียนบน์เมตตาส่งหมั่นโถวน้อยกลับมาแล้ว พร้อมกับพลังวิเศษเรียกฟ้าเรียกฝนได้แบบนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เกิดผลกระทบใดๆเลย
“แล้วแบบนี้หมั่นโถวน้อยเมื่อถึงเวลาที่จะเข้าเรียนเหมือนเด็กๆทั่วไป พวกเราจะกล้าปล่อยให้ไปเรียนรวมกับเด็กๆคนอื่นๆได้เหรอครับ ถ้ายังมีหัวเขียวๆแบบนี้??!!”พ่อ
“นี่แหละปัญหาใหญ่เลยล่ะ”ปู่
“จะคิดยาวไปถึงอนาคตก็ทำให้กลุ้มไปเปล่าๆนะคะ”ย่า
“ใช่ๆ พวกเราคิดแค่วันนี้และวันพรุ่งนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ให้หมั่นโถวน้อยของพวกเราไม่รู้สึกแปลกแยกไปจากพวกพี่น้อง หรือเด็กๆคนอื่นๆก็พอแล้วล่ะ”ยาย
“เพราะอย่างไรเสียสิ่งที่พวกเรากังวลต่างๆนาๆก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่ไหมคะแม่???”แม่
“ใช่จ้ะ…!!!”ยาย
“หมั่นโถวน้อย อายุเพียงแค่ 4 ปี ยังจะต้องเจออะไรอีกเยอะแยะเลย พวกเราทุกๆคนมาช่วยกันดูแล สั่งสอน และให้หมั่นโถวน้อยรู้จักเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆด้วยตัวเองด้วย นั่นก็คือสิ่งที่พวกเราสามารถจะทำได้แล้ว”ย่า
“เพราะพวกเราไม่สามารถที่จะให้หมั่นโถวน้อยอยู่แต่ในบ้านได้ตลอดชีวิตไปนะ ทำแบบนั้นพวกเราจะทนได้อย่างงั้นเหรอ???”ยาย
“ไม่ค่ะ!!!” “ไม่ครับ!!!” พ่อแม่ อา และอาสะใภ้
“ตอนนี้ทำได้เพียงแต่ว่าให้หมั่นโถวน้อยพกหมวกติดตัวตลอดเวลาเพียงเท่านี้ก่อน”แม่
“อือ…..” “หงึก….หงึก….”ปู่ย่า ตายาย พ่อ อา และอาสะใภ้
“แล้วหมวกเ้าตัวเล็กของพวกเรามี 2 ใบใช่ไหมกุ้ยฮวา???”พ่อ
“ใช่ค่ะ มีหมวกไหมพรมที่กุ้ยฮวาถักให้ลูกใช้ 2 ใบ”แม่
“ดีนะที่พวกเรามีหมวกไหมพรมให้หมั่นโถวน้อยน่ะ เพราะหมวกไหมพรมใส่แล้วแนบหัวดีกว่าหมวกแบบอื่นๆ และน่าจะปลอดภัยที่สุดแล้วสำหรับการหลุดน่ะ”ยาย
“ใช่ๆ หมวกใบพรมน่ะน่าจะปลอดภัยในการใส่ที่สุดแล้ว โดยเฉพาะพวกเด็กๆทีอยู่ในวัยซนแบบนี้ อยู่เฉยไม่ได้เสียด้วยสิ!!!”ย่า
“ต้องคอยบอก คอยเตือนหมั่นโถวน้อยบ่อยๆเื่การใส่หมวกให้เคยชินค่ะ”แม่
“ใช่ๆ….”ปู่ย่า ตายาย พ่อ อา และอาสะใภ้
พวกผู้ใหญ่ในบ้านพวกท่านยังคงคุย และปรึกษาเกี่ยวกับเื่ของหมั่นโถวกันยาวเลยทีเดียว ไม่ได้เร่งรีบจะไปทำเื่กักเก็บน้ำ เพราะหมั่นโถวน้อยเป็คนบอกเองว่ามีเวลาถึง 7 วันหรือ 1 อาทิตย์ในการที่ฝนตกลงแบบนี้อย่างต่อเนื่อง
ในตอนนี้เื่ของหมั่นโถวน้อยสำคัญกว่าอย่างอื่นจะต้องพูด และทำความเข้าใจกันให้ดีก่อนเพื่อความปลอดภัยของหมั่นโถวน้อยนั่นเอง !!!
และพวกผู้ใหญ่เองก็เรียกพวกเด็กๆให้มาคุยด้วยกันอีกรอบหนึ่ง และสั่งกำชับถึงเื่หมวกที่หมั่นโถวน้อยจำเป็จะต้องมีใส่อยู่ให้เคยชิน เหมือนเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตและร่างกายของเธอเลยทีเดียว!!!
“เด็กๆมาทางนี้หน่อยลูกมา”แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคนส่งเสียงเรียกลูกๆหลานๆอีกครั้งหนึ่ง
“ค่ะ” “ครับ”พวกเด็กๆ
แน่นอนว่าตอนนี้ปู่ ตา พ่อ อาผู้ชายทั้งสองคนยังคงยืนอยู่ติดหน้าประตูบ้าน เข้ามาภายในตัวบ้านไม่ได้เพราะเนื้อตัวเปรอะเปื้อน เปียกชื้นอยู่!!!
“มีอะไรเหรอคะแม่???”หมั่นโถวน้อย
“ตอนนี้ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อา และอาสะใภ้้าคุยกับหมั่นโถว และพวกพี่ๆเพิ่มเติมน่ะลูก”แม่
“อ้อ….ได้เลยค่ะ”หมั่นโถวน้อย
“ต่อจากนี้ไปหมั่นโถวหนูจะต้องจำเอาไว้นะคะ นอกเหนือจากเื่ที่เราเรียกฟ้าเรียกฝนได้แล้ว ลูกจะต้องใส่หมวกทุกๆครั้งเวลาออกนอกบ้าน ห้ามลืมอย่างเด็ดขาดเลยนะลูกนะ”แม่
“ค่ะแม่”หมั่นโถวน้อย
“ส่วนพวกพี่ๆ พวกหนูจะต้องคอยดูแลน้องหมั่นโถวน้อยของพวกหนู โดยการจะต้องกำชับให้น้องอย่าลืมนำหมวกติดตัวไปด้วยทุกครั้ง และห้ามถอดออกอย่างเด็ดขาดเลยเวลาอยู่นอกบ้าน เื่นี้สำคัญมากๆเพื่อปกปิดสีผมสีเขียวของหมั่นโถวน้อยในตอนนี้ เข้าใจไหมคะ???”แม่
“เข้าใจค่ะ” “เข้าใจครับ”พี่สาว และพี่ชาย
“หมั่นโถวน้อย หนูจะต้องคิดเสียว่าหมวกไหมพรมที่ให้หนูใส่นี้ เปรียบเสมือนร่างกายส่วนหนึ่งของหนูไปเลยนะลูกนะ เพราะมันจำเป็ที่สุดเลยถ้าหากหนูยังคงมีสีผมที่เปลี่ยนแปลงไปแบบนี้นะลูกนะ”แม่
“ได้ค่ะ หมั่นโถวจะจำเอาไว้”หมั่นโถวน้อยรับปากแม่อย่างหนักแน่น เพื่อคลายความกังวลใจของพวกผู้ใหญ่ทุกๆคนในบ้านที่กำลังมองมาทางเธอ ว่าเธอเข้าใจสิ่งที่พวกท่านบอกหรือไม่กัน??
แต่ทางด้านพวกพี่ชายนี่น่ะสิ กำลังเหมือนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่แบบงุนงงกัน
“โอ้….ทำเหมือนเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายงั้นเหรอ???”พวกพี่ชาย พึมพำและพยายามตีความ ของความหมายของคำว่า
“เปรียบเสมือนร่างกายส่วนหนึ่งของน้องหมั่นโถวน้อยของพวกเขา”!!!
“แล้วจะเปรียบเหมือนอะไรของร่างกายน้องหมั่นโถวน้อยกันล่ะ ผมไม่เข้าใจเลย???”พี่ชายอิ่วก้วย
“ให้เหมือนกับร่ายกายส่วนใดส่วนหนึ่งอย่างนั้นเหรอ??? ป้าพูดแบบนั้นล่ะ”พี่ชายส่านจือ
“มีใครรู้บ้างครับว่ามันหมวกไหมพรมนี่จะเป็ส่วนไหนของร่างกายได้กันล่ะ???”ม่ายปิ่ง
“อือ…..กำลังคิดอยู่อ่ะ…ยังนึกไม่ออกเลย!!”อิ๋วปิ่ง
“พี่ใหญ่ว่าอย่างไรดีล่ะ พวกเราจะต้องคอยช่วยน้องหมั่นโถวน้อยสำหรับเื่นี้นะพี่ใหญ่ มันสำคัญมากจริงๆ”พี่รองเปาจี
พวกพี่ชายคนอื่นๆ มอบความหวังมาทางพี่ใหญ่ซึ่งท้อที่อายุเยอะกว่าใครเพื่อนเลย เพราะพี่ใหญ่ซึ่งท้ออายุ 10 ปีมากกว่าพี่ชายคนอื่นๆ 1-2 ปีเลยทีเดียว
“อ้า…พี่ใหญ่นึกออกแล้ว!!!”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ
“อะไรเหรอพี่ใหญ่???!!!”พวกพี่ชายคนอื่นๆ
ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มพวกพี่ชายที่จับกลุ่มคุยกันอยู่ในตอนนี้ ทางหมั่นโถวน้อยเองก็หันมามอง และคิดเลยว่าอย่าได้ออกความคิดเห็นใดๆอีกเลยหมั่นโถวล่ะกลัวใจพวกพี่ชายเธอจริงๆ มักมีความคิดแปลกแหวกแนวเหลือเกิน!!!!
แต่ก็ไม่ทันที่จะคิดอะไรมากไปกว่านี้ ก็ได้ยินชัดเจนเต็มสองหูเลยว่าพวกพี่ชายพูดว่าอะไรกัน…..!!!
“ก็หมวกไหมพรมทีว่าที่น้องหมั่นโถวน้อยจะต้องทำเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายน่ะ มันก็คือหัวอีกหัวหนึ่งของน้องอย่างไรล่ะพวกเรา!!!!”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ
“.............!!!”หมั่นโถวน้อย ที่ไม่อยากได้ยินอะไรเลยจริงๆ
“อ้า……..”พวกพี่ชายอีก 5 คนที่เหลือได้คำตอบแล้วแต่ก็ยังไม่กระจ่างแจ้งดีนัก พี่ใหญ่ซึ่งท้อเลยอธิบายให้ละเอียดกว่านี้อีกว่า……
“หมวกไหมพรมใส่ปกปิดหัวเชียวน้องหมั่นโถวใช่ม๊า???”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ
“.............!!!”หมั่นโถวน้อย
“ใช่ๆ…” “หงึก…หงึก….”พวกพี่ชาย
“ก็นั่นไงล่ะ หมวกไหมพรมใส่ที่หัวมันก็ต้องเป็อีกหัวหนึ่งของน้องหมั่นโถวน้อยอย่างไรล่ะพวกเรา!!!”พี่ใหญ่ซึ่งท้อ
“จริงด้วยสิ หัวอีกหัวของน้องหมั่นโถวล่ะ!!!”พวกพี่ชาย
“เท่ากับว่าน้องหมั่นโถวน้อยจะมีหัวสองหัวแล้ว”พี่รองเปาจี
“.............!!!”หมั่นโถวน้อย
“แค่เตือนน้องหมั่นโถวอย่าลืมหัวที่สอง ใช่แล้ว!!!”พี่ชายอิ่วก้วย
“ใช่ๆ…!!!”พวกพี่ชาย
“น้องหมั่นโถว น้องอย่าลืมหัวที่สองของน้องนะ”พวกพี่ชาย ทีนี้ก็ประสานเสียงตอบน้องหมั่นโถวน้อยอย่างมั่นใจกันไปเลย
“.............!!!”หมั่นโถวน้อย
พวกพี่ชายเหมือนลองซ้อมกับน้องหมั่นโถวน้อยของพวกเขา แต่ไม่ได้ดูสีหน้าของน้องสาวคนเล็กของตัวเองเลยว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง!!
“ฮ่า….ฮ่า…..”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชายและอาสะใภ้ทั้งสองคน ต่างพากันหลุดหัวเราะเสียเสียงดังกันไปเลยกับการได้ยินพวกเด็กๆในบ้านคุยกัน ช่างน่าตลกจริงๆ
“ให้มันได้อย่างนี้สิ กลายเป็หมั่นโถวหัวเขียว 2 หัวเขียวไปแล้วในสายตาพวกพี่ชายเนี่ย!!!! หมั่นโถวเอ๊ย”หมั่นโถวน้อย
และก็ทำให้นึกอย่างหวาดระแวงเป็ไม่ได้ว่า แล้วไอ้หมวกไหมพรมที่ว่านี้ มันเป็หมวกไหมพรมสีอะไรกันบ้างล่ะเนี่ย!!!??? คงจะไม่ใช่ว่ามีสีเขียวจริงๆหรอกนะ เพราะแค่พูดเล่นๆว่าตัวเองคงมีหัวเขียว 2 หัวน่ะ!!!!
หมั่นโถวน้อยพยายามนึกถึงความทรงจำเก่าๆ ว่าเคยมีหมวกไหมพรมสีอะไรกันบ้าง
“พี่เปาจื่อ หมั่นโถวมีหมวกสีอะไรบ้างนะ???คงไม่ใช่มีสี…….”หมั่นโถวน้อย
“ไม่มีสีเขียวหรอกน้องหมั่นโถวน้อย ไม่ต้องกังวลไปนะ หมวกไหมพรมของน้องมีสีม่วง กับสีน้ำตาลน่ะ”พี่สาวเปาจื่อ
“ฟู่……ฟุู่…….”หมั่นโถวน้อยเป่าปากอย่างโล่งอกโล่งใจมากจริงๆ
“ค่อยโล่งอกหน่อยนะเนี่ย”หมั่นโถวน้อย
“อิ…..อิ….”ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ทั้งสองคนแอบหัวเราะกันที่สองสาวน้อยของบ้านแอบปรึกษากันเื่สีหมวกของไหมพรม
“แต่พี่สาวชอบสีผมของหมั่นโถวน้อยมากๆนะ มันสวยมากๆเลย พี่สาวเองก็อยากมีสีผมสีเขียวบ้างนะ แถมมีหน้าม้าสีดำแบบนี้อีกด้วยน่ารักที่สุดเลย จุ๊บ…..จุ๊บ…..”พี่สาวเปาจื่อ ปลอบใจและชื่นชมน้องหมั่นโถวน้อยเต็มที่เลย
“ไม่ต้องไปสนพวกพี่ชายหรอก พวกพี่ชายน่ะไม่รู้จักเื่ความสวย ความน่ารัก ความงดงามของสาวๆแบบพวกเราหรอกน้องหมั่นโถวน้อย และไม่รู้จักใช้คำพูดที่น่าฟังให้สาวๆประทับใจอีกด้วย เฮ้อ……..”พี่สาวเปาจื่อ
“...............!!!”พวกพี่ชาย
“แบบนี้พวกพี่ชายคงจะหาสาวๆเป็แฟนยากแน่นอนล่ะพี่เปาจื่อ แค่พูดให้น้องสาวสุดน่ารักแบบพวกเราฟังยังทำไม่ได้เลยนะ น่าสงสาร น่าสงสารจริงๆเลย”หมั่นโถวน้อย
“...............!!!”พวกพี่ชาย
“ฮ่า….ฮ่า…ฮ่า…….”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อาผู้ชาย อาสะใภ้ ต่างพากันหัวเราะเสียงดังกันอีกครั้งแล้ว
“นั่นไงล่ะไม่มียอมเสียล่ะแม่สาวน้อยของพวกเราน่ะค่ะ”แม่
“ใช่ค่ะพี่กุ้ยฮวา….”อาสะใภ้ทั้งสองคน
“เห็นแบบนี้แล้วค่อยวางใจหน่อยนะคะ น้องเล็กของพวกพี่ๆยังคงร่าเริง แบบนี้ไม่ได้คิดน้อยใจหรือเสียใจอะไรกับการที่ตัวเองมีสีผมแปลกประหลาดไม่เหมือนคนอื่นๆเขากัน”แม่
“ภายใน 7 วัน พวกเราคงจะต้องรอดูว่าสีผมสีเขียวในตอนนี้จะเปลี่ยนกลับไปเป็สีดำเหมือนเดิมหรือไม่กันนะคะ”อาสะใภ้ต้งฝู่
“ใช่….!!”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อา และอาสะใภ้
“อีกเพียงแค่ 6 วันหลังจากนี้พวกเราก็จะรู้กันค่ะ”เจียนตุย
“อือ………”ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ อา และอาสะใภ้ หันไปมองทางพวกเด็กๆที่พากันหัวเราะ เล่นกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับสีผมของหมั่นโถวน้อยเลยแม้แต่นิดเดียว
************
หมั่นโถวน้อยต่อจากนี้ไปเวลาออกจากนอกบ้านจำเป็จะต้องใส่หมวกตลอดเวลาเสียด้วย เพื่อปกปิดผมสีเขียวของตัวเองเอาไว้