บทที่ 37 คุณสืบเรื่องฉันเหรอ?
เสิ่นเมิ่งชะงักอยู่กับที่ ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปยังหมายเลขโทรศัพท์บนหน้าจอ เธอเบิกตากว้างราวกับเห็นภาพใบหน้าอันหล่อเหลาและดุดันของชายคนนั้นลอยเข้ามาในหัว พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่แฝงไว้ด้วยความโกรธเคือง
และประโยคที่เขากัดฟันพูดข้างหูเธอขณะที่มือก็กำลังกระชากเสื้อผ้าของเธอออก “คนอื่นเล่นได้ ทำไมฉันจะเล่นไม่ได้?”
ไอ้สารเลว! ไม่ได้บอกแล้วเหรอว่าต่างคนต่างอยู่ ชาตินี้จะไม่ข้องเกี่ยวกันอีกแล้ว? ทำไมเขายังโทรหาเธออีก?
“เมิ่งเมิ่ง โทรศัพท์เธอน่ะ ทำไมไม่รับล่ะ?” เสียงสั่นของโทรศัพท์บนโต๊ะทำงาน ทำให้เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมาสะกิดเตือน
เสิ่นเมิ่งได้สติ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดปุ่มวางสายทันที ทว่าไม่ถึงห้าวินาที หมายเลขนั้นก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจออีกครั้ง
เขายังไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ!
เฉินเมิ่งขมวดคิ้ว มือกำโทรศัพท์ไว้แน่น เดินไปยังมุมห้อง ก่อนจะกดรับสาย แม้จะพยายามกดเสียงให้เบาที่สุด แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในน้ำเสียง
“คุณอวิ๋น ฉันบอกแล้วไงว่าเราจบกันไปแล้ว ต่างคนต่างอยู่ คุณทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?”
“...”
ปลายสายเงียบสนิท เสิ่นเมิ่งเอาหูแนบโทรศัพท์แน่น ได้ยินเพียงเสียงหายใจแผ่วเบาของชายหนุ่ม
ผ่านไปเนิ่นนาน ขณะที่เสิ่นเมิ่งกำลังจะกดวางสาย ปลายสายก็หัวเราะเยาะออกมา “โทรศัพท์พัง ๆ เครื่องนั้น มันมีความลับอะไรซ่อนอยู่เหรอ?”
“อะไรนะ?” เสิ่นเมิ่งตอบกลับอย่างไม่ทันคิด น้ำเสียงยังคงเต็มไปด้วยความรำคาญ แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา เธอก็เข้าใจความหมายของเขาในทันที
“คุณหนูเสิ่นเวลาซื้อของอะไรก็มักจะใจกว้าง แล้วทำไมถึงต้องเอาโทรศัพท์เครื่องเก่าที่พังยับเยินไปซ่อมที่ร้านซ่อมโทรศัพท์ด้วยล่ะ?” เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดังเล็ดลอดออกมาจากโทรศัพท์ ราวกับงูพิษที่เลื้อยพันจากหูไปยังลำคอของเธอ
“บอกผมมาสิ ว่าโทรศัพท์เครื่องนั้นมีความลับอะไรซ่อนอยู่?”
“คุณสืบเรื่องฉันเหรอ?” เสิ่นเมิ่งพูดโพล่งออกมา
ความหวาดกลัวและความเย็นยะเยือกที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง เธอจินตนาการถึงสีหน้าของผู้ชายคนนั้นที่อยู่ปลายสายได้เป็นอย่างดี
เขาต้องกำลังยิ้มอยู่แน่ ๆ รอยยิ้มที่แสนเย็นชาและน่ารังเกียจ
“โทรศัพท์เครื่องนั้นราคาถูกมาก แถมยังเป็นเครื่องเก่าที่ใช้มาสองสามปีแล้ว ผมเดาว่านี่คงไม่ใช่โทรศัพท์ของคุณหนูเสิ่นหรอก” เสียงของชายหนุ่มยังคงเนิบนาบ “แล้วตกลงว่ามันเป็นโทรศัพท์ของใครกันล่ะ? อ๋อ ผมยังได้ยินมาอีกว่า เมื่อวานนี้ในงานแถลงข่าวของตระกูลเสิ่นมีพยาบาลสาวคนนึงที่เป็นพยาน โทรศัพท์ถูกทุบจนพัง…”
“อวิ๋นโม่เทียน! คุณต้องการอะไรกันแน่?”
เสิ่นเมิ่งตะคอกเสียงลั่น ร่างกายของเธอสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว ฝ่ามือเย็นเฉียบไปด้วยเหงื่อ
ผู้ชายคนนี้น่ากลัวมาก! สายตาของเขาราวกับอยู่รอบตัวเสิ่นเมิ่ง มองเห็นทุกการกระทำของเธอ
แต่ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ เขาต้องการจะข่มขู่เธออย่างงั้นเหรอ?! หรือเป็นเพราะเมื่อคืนนี้ที่เธอตบหน้าเขา
เสียงของชายหนุ่มเงียบหายไป ชั่วครู่ต่อมาก็หัวเราะเบา ๆ “คุณหนูเสิ่นไม่น่าจะโง่นะ คุณน่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าผมต้องการอะไร? ห้อง 805 โรงแรมหย่าเส่อ บ่ายสองโมง เจอกัน”
“ว่าไงนะ ทำไมต้องเป็นที่โรงแรม?” เสิ่นเมิ่งถามออกไปโดยไม่ทันคิด แต่ปลายสายก็ถูกตัดไปแล้ว เหลือเพียงเสียงตู๊ด ๆ ในโทรศัพท์
สมองของเธอว่างเปล่า มีเพียงแค่หัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอถึงได้สติกลับมา
อวิ๋นโม่เทียน!! ผู้ชายนี่มันร้ายกาจจริง ๆ เหตุผลที่เขาทำแบบนี้คงเพราะเรื่องที่เธอตบหน้าเขาเมื่อวานนี้สินะ!
แล้วทำไมล่ะ!
เขาทำร้ายเธอได้ เหยียดหยันเธอได้ แต่เธอไม่มีสิทธิ์จะโต้ตอบกลับอย่างนั้นเหรอ?! เขามีสิทธิ์อะไรมาสืบเรื่องเธอ แล้วก็ข่มขู่ให้เธอไปเจอเขาที่โรงแรม
เขามันหยิ่งยโส ไม่เคยมองใครอยู่ในสายตาจริง ๆ สินะ!
แม้ในใจเสิ่นเมิ่งจะด่าทอชายคนนี้อย่างรุนแรง แต่เท้าของเธอกลับก้าวไปที่โต๊ะทำงาน หยิบกระเป๋าและเสื้อโค้ทขึ้นมา ก่อนจะรีบร้อนออกไป…