บทที่ 14
ปะทะาาหมีอสูร
ลู่เฟิ่งพุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็ว ใช้เท้าของตนเองเตะเข้าไปที่ใบหน้าของาาหมีอสูรอย่างไม่ทันตั้งตัวห
“ ตรึง!!! ” แรงเตะรุนแรงทำให้ร่างของราชันย์หมีอสูรกระเด็นไปไกลหลายเมตร
ร่างกายของมันกระเด็นไปด้านหลัง ก่อนที่ในเซลล์วิทย์ต่อมามันจะะโขึ้นมาตั้งหลักอีกครั้ง เหล่าบุรุษและสตรีทั้ง 3 ที่กำลังวิ่งหนีหันมามองด้านหลัง
พวกเขาพบเจอเข้าลู่เฟิ่งที่เป็คนปริศนาที่ยื่นมือเข้ามาช่วย ลู่เฟิ่งมองาาหมีอสูรที่ลุกขึ้นมาตั้งหลักอีกครั้ง
บนใบหน้าของลู่เฟิ่งไม่มีความกังวลปรากฏออกมาเลยแม้แต่นิด ‘ อันที่จริงแล้วสำหรับคนที่อยู่ในขอบเขตรวมพลังก็ไม่น่าจะสามารถรับมือกับาาหมีอสูรได้หรอก ’
‘ โดยเฉพาะขอบเขตลมปราณขั้นต้นแบบค่าในตอนนี้ แต่ว่ามาสำหรับพวกคนฝึกฝนวรยุทธธรรมดาทั่วไป ’
ถ้าลองเปรียบเทียบแล้วขอบเขตความสามารถในระดับรวมพลังขั้นต้น แทบจะไม่มีโอกาสชนะอสูรที่อยู่บริเวณด้านหน้าเลย
ลู่เฟิ่งเองก็เพิ่งทะลวงขึ้นมาสู่ระดับนี้ได้ไม่กี่ชั่วยามที่ผ่านมา การจะปะทะกับเ้าสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับทั่วไป 8 ดาวมันเป็เื่ที่ยากเป็อย่างมาก
แต่ว่านั่นมันหลักการของผู้ฝึกยุทธธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธในรูปแบบเดียวกับลู่เฟิ่ง
ลู่เฟิ่งนำเอากระบี่ของตนเองยกขึ้นพร้อมกับใช้ฝ่ามือของตนเองอีกข้างหนึ่งแตะเข้าไปที่กระบี่
ทันทีที่ฝ่ามืออีกข้างหนึ่งแตะเข้าไปที่คุมกระบี่ ลู่เฟิ่งก็ได้สั่งให้หนอนเยือกแข็งปล่อยไอเย็นของมันปกคลุมกระบี่เอาไว้
‘ เท่านี้ดาบก็ปกคลุมไปด้วยพิษไอเย็นของหนอนเยือกแข็งที่เป็สัตว์ทางสูตรระดับขุนพล หมีอสูรที่เป็สัตว์อสูรระดับทั่วไปไม่มีทางต้านทานพิษเยือกแข็งระดับนี้ได้อย่างแน่นอน ’
ลู่เฟิ่งรู้เกี่ยวกับวิธีการประยุกต์ในการต่อสู้เป็อย่างดี แน่นอนว่าสำหรับการใช้หนอนเยือกแข็งนี่เองก็เป็อีกหนึ่งวิธีในการใช้งานมัน
หนอนเยือกแข็งสามารถปล่อยพิษไอเย็นออกมาจากตัวของมันได้ เขาสามารถนำเอาของพวกนั้นมาปกคลุมอาวุธที่ถืออยู่ได้
พิษไอเย็นของหนอนเยือกแข็งไม่มีทางทำร้ายเขา แต่ว่าสำหรับศัตรูที่โดนเข้าไปมันก็อีกเื่นึง
ลู่เฟิ่งเตรียมพร้อมการโจมตีที่พุ่งทะยานเข้ามา หมีอสูรที่มันโดนการโจมตีเข้าไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ในตอนนี้มันกำลังบ้าคลั่งเลยทีเดียว
ร่างกายของมันพุ่งตรงเข้าใส่ลู่เฟิ่ง กรงเล็บอันแหลมคมของมันตวัดเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ลู่เฟิ่งยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ลู่เฟิ่งะโหลบไปด้านข้างก่อนจะใช้กระบี่ฟัันเข้าไปที่ร่างกายของหมีอสูร
“ ฉึบ!!! ฉึบ!!! ”
“ เริ่มต้นด้วยสองาแ ” ลู่เฟิ่งะโออกมารักษาระยะห่างอีกครั้ง
ร่างกายของสัตว์อสูรไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่หลังจากนั้นมันก็พุ่งเข้ามาโจมตีอีก ลู่เฟิ่งใช้ท่าทีที่สงบนิ่งหลบการโจมตีแล้วก็ฟันมันไปอีกหลายแผล
หลังจากที่ฝันได้ก็หลบออกมา และการโจมตีในรูปแบบเดิมก็เกิดขึ้นอีก ลู่เฟิ่งก็มอบาแให้กับมันอีก
ในตอนนี้ร่างกายของสัตว์อสูรตัวนี้มีาแจากรอยกระบี่นับ 10 าแแล้ว หลังจากที่มันโดนโจมตีไปขนาดนั้น
ในตอนนี้ร่างกายของเ้าหมีอสูรที่ตอนแรกยังเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมันเริ่มมีบางอย่างที่ผิดปกติปรากฏออกมา
การเคลื่อนไหวของมันเริ่มช้าลงเรื่อยๆจนเห็นได้ชัดเจนมาก ลู่เฟิ่งแสดงใบหน้าจริงจังเห็นการเคลื่อนไหวของศัตรูที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเอง
ลู่เฟิ่งได้โอกาสพุ่งทะยานเข้าไปพร้อมกับใช้กระบี่ของตนตัดาาหมีอสูรอย่างง่ายดาย “ ฉึบ!!!! ”
ร่างของาาเมียอสูรล้มลงไปกระแทกพื้นจนเกิดกลายเป็เสียงดัง กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังแรงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกใ
พวกเขากำลังตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเองพบเห็นในตอนนี้ าาหมีอสูรที่พวกเขานั้นต่อสู้อย่างยากเย็นกลับโดนสังหารตายได้อย่างง่ายดาย
ดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถามกำลังจ้องมองไปที่บุรุษหนุ่มที่อยู่บริเวณด้านหน้า “ อะไรกันคนนี้อายุเพียงแค่นี้กับสามารถสังหาราาหมีอสูร ”
ลู่เฟิ่งหลังจากที่สังหารสัตว์อสูรได้สำเร็จตัวของมันยืนอยู่บนร่างกายของาาหมีอสูร ดวงตาหันกลับไปมองคนที่อยู่บริเวณด้านหลัง
ลู่เฟิ่งพูดออกไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ ไม่รู้หรอกนะว่าเข้ามาป่าแห่งนี้เพื่ออะไร ”
“ แต่ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่คนที่คิดว่าจะเอาชีวิตมาทิ้งเข้ามาหรอกนะ ”
“ แถบนี้ไม่ค่อยจะมีพวกสัตว์อสูรสักเท่าไหร่แถมยังมีทางออกอยู่ด้วย ”
“ เดินไปทางนั้นไม่นานก็คงจะถึงทางออก ” ลู่เฟิ่งรีบแนะนำอย่างรวดเร็ว
“ ขอบคุณคุณชายขอรับที่ยื่นมือเข้ามาช่วยพวกข้า ” หนึ่งในบุรุษก้าวเท้ามาด้านหน้าก้มศีรษะขอบคุณเป็มารยาท
“ ไม่ทราบว่าคุณชายมีนามว่าอันใดยังงั้นหรือขอรับ? ”
ลู่เฟิ่งตอบกลับไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ ไม่จำเป็จะต้องรู้ข้าเพียงแค่คนคนนึงที่กำลังล่าอสูรอยู่ภายในป่าแห่งนี้เท่านั้น ”
“ แล้วก็ผ่านทางมา… ”
“ แล้วก็นะสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่นถ้าพวกเ้าคิดว่าตนเองไม่สามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรได้ ”
“ พวกเ้าเองก็ไม่ควรจะก้าวเดินเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ ข้าไม่อยากให้ภายในสถานที่แห่งนี้มีศพเพิ่มขึ้นหรอกนะ ” ลู่เฟิ่งจ้องมองไปที่สตรีที่อยู่บริเวณด้านหลังของชายผู้นั้น
ลู่เฟิ่งยกกระบี่ของตนขึ้นชี้ตรงไปที่สตรีผู้นั้น “ นั่นน่ะป้ายของตระกูลขุนนางใช่หรือเปล่า ”
ลู่เฟิ่งมองเห็นบริเวณเอวของนางมีป้ายของตระกูลขุนนางอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าเป็ตระกูลขุนนางใดแต่ก็คาดเดาได้ว่าไม่น่าจะมีฐานะธรรมดา
ชายสองคนนี้น่าจะเป็ผู้คุมการส่วนนางเองก็น่าจะเป็คุณหนูของตระกูลใดสักแห่ง
อันที่จริงแล้วถ้าเกิดว่าลู่เฟิ่งเขาไม่เห็นป้ายขุนนางก็คงจะเดินเข้ามาช่วยหรอก ‘ ถ้าเกิดว่ามีคนของตระกูลขุนนางถ้าตายภายในป่าแห่งนี้ ’
‘ พวกตระกูลขุนนางก็คงจะจ้างคนจำนวนมากเข้ามาเพื่อตามหาศพภายในสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน ’
‘ หุบเขาสายหมอกจะวุ่นวายและตัวของข้าจะสามารถพัฒนาฝีมือได้ช้าขึ้นไปอีก เพราะแบบนั้นจึงจำเป็จะต้องยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเขา ’
การกระทำของลู่เฟิ่งล้วนแล้วมีเหตุผลทั้งนั้น เขาทำแบบนี้ไม่ได้เพราะว่าอยากจะช่วยพวกคนเหล่านี้แต่เพราะมันจะมีผลกระทบกับตนเองในอนาคต
ลำพังถ้าเป็คนธรรมดาทั่วไปถ้ามาตายภายในป่าแห่งนี้ ก็คงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดว่าเป็พวกขุนนางหรือว่าชนชั้นสูงแล้วก็มันจะแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน
คนพวกนั้นอาจจะส่งคนเข้ามาตามหาภายในหุบเขาสายหมอก แล้วมันจะทำให้หุบเขาสายหมอกแห่งนี้วุ่นวาย
ลู่เฟิ่งเพียงแค่้าความสงบในการพัฒนาฝีมือของตนเองใน่นี้ก็เท่านั้น
“ ขอบคุณคุณชายมากขอรับ ”
“ ถ้าเช่นนั้นตัวของข้ากับคุณหนูจะรีบออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ” ชายผู้นั้นดูเหมือนว่าจะพูดรู้เื่กว่าที่คิด
อีกอย่างการพบเจอสัตว์อสูรก่อนหน้านี้คนพวกนี้เองก็น่าจะสามารถตระหนักได้ถึงความต่างของพลัง พวกเขาการที่จะอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้คงจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดี
ลู่เฟิ่งรู้ดีหุบเขาอสูรแต่ละแห่งมันจะมีพวกชนชั้นสูงที่มั่นใจในฝีมือของตนเองมักเถอะเดินทางเข้ามาทดลองอยู่บ่อยครั้ง
ส่วนใหญ่แล้วมากกว่าครึ่งที่พวกมันเดินทางเข้ามาโดยที่ไม่มีผู้ติดตามจะตายโดยที่ไม่สามารถออกไป
ถ้าเกิดว่าเป็คุณหนูของตระกูลใหญ่การคุ้มกันที่มีเพียงแค่ผู้ติดตามขอบเขตรวมพลัง 2 คนถือว่าเป็การป้องกันที่น้อยเป็อย่างมาก
โดนสัตว์อสูรโจมตีถ้าเกิดว่าเมื่อกี้เขาไม่ยื่นเข้ามาช่วยก็คงจะตายอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ คนพวกนั้นค่อยๆเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างช้าๆ
ลู่เฟิ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา “ เฮ้อ… ”
“ หมดปัญหาสักทีเท่านี้ก็เดินหน้าต่อได้แล้ว ”
15 วันผ่านไป
จบบท