-BAD FRIEND-
23
“รบเสร็จยะ...บีม!”
ฉันพูดไม่ทันจบสายตาก็เหลือบไปเห็นบีมเสียก่อน ตอนแรกเห็นแค่นักรบไง เพราะราวผ้ามันบัง ฉันก็นึกว่ามันยืนเลือกเสื้อผ้าเสียอีก แต่เปล่าเลย มันยืนจ้องหน้ากับบีมอยู่ต่างหาก ทำตัวไม่ถูกเลยคราวนี้
“เธอก็มาด้วยเหรอ” บีมละสายตาจากนักรบแล้วหันมาถามฉันพร้อมกับยิ้มให้
“อื้ม นายมากับใครเหรอ” ฉันถามโดยที่ไม่ได้สนใจคนที่กำลังยืนหน้าบูดอยู่ข้างๆ ฉันตอนนี้เลย
“มากับ...”
“บัวกลับ!” ยังไม่ทันที่บีมจะตอบฉันนักรบก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนพร้อมกับลากฉันให้ออกมาจากร้านด้วย
แม่งโคตรเสียมารยาทเลย!
“เดี๋ยวเจอกันนะบีม” ฉันหันไปบอกบีมก่อนจะโดนลากออกมาจากร้านแล้วตรงไปที่รถทันที
“อะไรของมึงเนี่ย!” ฉันสะบัดมือมันออกเมื่อมาถึงรถแล้ว
อะไรของมันอ่ะ คือกูยังไม่ได้เดินดูของอะไรเลยไง ได้แวะร้านเสื้อผ้าร้านเดียวก็โดนลากกลับมาแบบนี้เนี่ย หงุดหงิด!
“มึงจะไปไหน” มันถามฉันพร้อมกับมองหน้าฉันนิ่ง
“ไปไหนล่ะ มึงลากกูมาอยู่นี่ไง” ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าจะไปไหน
“กูหมายถึงว่ามึงจะไปไหนกับมัน”
อ่อ คงเป็ตอนที่ฉันบอกบีมว่าเจอกันแน่เลย แล้วมันมายุ่งอะไรกับฉันล่ะ ฉันจะไปไหนกับบีมมันก็เื่ของฉันนี่
“เื่ของกูป่ะ” ทีมันจะไปไหนกับใครฉันยังไม่เคยถามเลย ฉันทำทุกอย่างให้อยู่ในกรอบของคำว่าเพื่อนอย่างที่มัน้าเสมอ มีแต่มันที่กำลังล้ำเส้น แบบนี้แล้วจะให้ฉันทำยังไง
“มึงจะเอาอย่างนี้ใช่ป่ะ” มันมองหน้าฉันนิ่ง ฉันเองก็จ้องมันกลับเหมือนกัน
“แบบไหนล่ะ แบบเพื่อนอย่างที่มึง้าไง”
“...”
“มึงลองถามตัวเองนะรบ ว่าที่เป็อยู่ตอนนี้มันเป็อาการของคนที่เป็เพื่อนกันจริงๆ” ฉันพูดแค่นั้นแล้วเปิดประตูรถขึ้นมานั่งข้างในทันที
นักรบยังยืนอยู่แบบนั้นก่อนจะตามขึ้นมาแล้วขับรถออกไปทันที ที่ฉันพูดฉันอยากให้มันทบทวนตัวเองจริงๆ มันทำเหมือนหึงหวงฉันทั้งที่มันบอกว่าคิดกับฉันแค่เพื่อน แบบนี้มันไม่ดีต่อฉันไง ฉันที่กำลังตัดใจจากมัน ฉันยอมรับว่าโคตรจะหวั่นไหวที่เห็นมันเป็แบบนี้ ใช่ มันทำให้ฉันหวังไง หวังว่ามันจะมองฉันเป็ผู้หญิงคนนึงที่ไม่ใช่เพื่อนมัน และยิ่งตอนนี้มันย้ายมาอยู่กับฉันด้วย ทุกคนคงรู้ว่าคำว่าใกล้ชิดมันอันตรายขนาดไหน
ระหว่างทางไม่มีบทสนทนาของเราสองคนเกิดขึ้น เราแทบไม่มองหน้ากันเลยด้วยซ้ำจนมาถึงคอนโด ต่างคนก็ต่างเข้าห้องของตัวเอง ฉันไม่ได้อยากจะพูดตรงๆ แบบนั้นหรอก แต่ฉันแค่อยากปกป้องหัวใจตัวเองบ้าง
ฉันเข้ามาในห้องแล้วเพิ่งนึกได้ว่าจะต้องไปช่วยมันจัดห้อง ไม่รู้ว่าตอนนี้มันจะยังอยากให้ฉันช่วยอยู่หรือเปล่า ฉันเองก็ไม่อยากผิดคำพูดหรอกนะ เพราะมันเลี้ยงชาบูไปแล้วไม่ใช่ไรหรอก อีกอย่างก็ไม่อยากให้เรามาเงียบใส่กันแบบนี้ด้วย เพราะตอนนี้ก็อยู่ด้วยกันแล้ว ฉันเคยบอกแล้วไงว่าไม่ชอบให้อะไรมันค้างคา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ฉันเดินไปเคาะห้องมัน ไม่นานมันก็ออกมาเปิดประตู
“มีอะไร” มันถามเสียงเรียบ ก็รู้แหละว่ายังไม่พอใจเื่นั้นอ่ะ แต่ฉันพูดเพราะอยากเตือนมันไง ฉันผิดอะไรล่ะ
“จะมาช่วยจัดของไง จะให้ช่วยไหมล่ะ” ฉันบอก
มันไม่ตอบอะไรแต่ก็ยอมหลีกทางให้ฉันเดินเข้าไปข้างใน ฉันสำรวจดูห้องที่ไม่ค่อยได้ใช้เพราะฉันอยู่คนเดียวจะให้นอนสองห้องหรือไงล่ะ จะใช้ก็เวลาพวกมันมากินเหล้าแล้วกลับไม่ไหวเท่านั้นแหละ แต่ตอนนี้มันมีเ้าของแล้ว ไม่รู้มันขนอะไรมาเยอะแยะ นี่เหรอที่บอกว่ามีของนิดเดียว
“ยืนมองแบบนั้นมันจะเสร็จไหมล่ะ” มันบอกเมื่อเห็นว่ายังคงยืนมองโดยที่ไม่เริ่มจับอะไรสักอย่าง
“พูดดีๆ ก็ได้มั้ง” ไม่เห็นจะต้องแดกดันกูเลย
“ทีมึงยังพูดไม่ดีกับกูเลย” มันมองค้อนฉัน เดี๋ยวนะ ต้องเป็ฉันที่ทำหรือเปล่า เชื่อมันเลยจริงๆ
“กูพูดไม่ดีตรงไหน” ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรมันสักคำเลยนะ ถ้าจะหมายถึงเื่นั้นฉันก็แค่บอกป่ะ ไม่ได้ว่าหรือด่ามันสักคำอ่ะ
“ข่างมันเถอะ” หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย ฉันรีบช่วยมันจัดของเพราะไม่อยากอยู่ในห้องมันนานนัก เมื่อเสร็จฉันก็กลับมาที่ห้องตัวเอง
ถึงเราจะไม่ค่อยได้คุยกันแต่ก็ยังไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเดิม ไปเรียนพร้อมกันกินข้าวพร้อมกัน บางวันก็ออกไปกินข้างนอกบางวันมันก็ทำกินเอง ั้แ่มันย้ายเข้ามาตู้เย็นของฉันก็ไม่ว่างอีกต่อไปเพราะนักรบซื้อพวกของสดมาไว้เต็มไปหมด ย้ำว่านักรบเป็คนทำเพราะฉันทำกับข้าวไม่เป็ เคยทำให้พวกมันกินครั้งนึงหลังจากนั้นพวกมันก็ไม่ให้ฉันเข้าไปยุ่งในครัวอีกเลย แค่จะต้มมาม่ามันยังไม่ให้ฉันทำเลย คิดดูว่ามันห่วยแตกขนาดไหน
“วันนี้จะออกไปข้างนอกนะ” ฉันบอกนักรบในขณะที่เรากำลังกินข้าวเช้ากันอยู่ ถ้าอยู่คนเดียววันหยุดแบบนี้ป่านนี้ฉันยังไม่ตื่นหรอก แต่มันบอกว่าข้าวเช้าสำคัญถึงปลุกให้ฉันมากินทุกวันจนฉันติดนิสัยตื่นเช้าไปแล้ว
“อืม” มันตอบแค่นั้น ก่อนที่เราจะกินข้าวเงียบๆ ทุกวันมันก็จะเป็แบบนี้แหละ ถามใครตอบคำ แต่ถึงจะเป็แบบนี้มันก็ยังดูแลฉันเป็อย่างดีนั่นแหละ
พอตอนบ่ายฉันก็มาที่ร้านกาแฟหน้ามหาลัยเพราะนัดกับบีมไว้ ั้แ่ที่กลับมาเราก็ยังไม่มีโอกาสมาเจอกันเลย เพราะฉันงานเยอะน่ะสิ ขาดเรียนไปหลายวันก็ต้องมาตามงานเยอะแยะเลยบวกกับนักรบก็ไม่ได้เข้าเรียนไงเลยไม่มีใครจดเลกเชอร์ไว้จนต้องไปตามจากเพื่อนคนอื่นอีกที พอมีเวลาว่างเราเลยนัดมาเจอกันที่นี่ แต่เราก็คุยกันทุกวันนะ ตอนแรกเขาจะไปรับแหละแต่ฉันปฏิเสธไป ไม่อยากให้เขาลำบาก ไปรับก็ต้องไปส่งอีก
“มานานยัง” ฉันถามพร้อมกับนั่งลงตรงข้ามกับเขาที่มานั่งอยู่ก่อนแล้ว
“เพิ่งมาเหมือนกัน” เขาบอกก่อนจะยื่นเมนูมาให้
“เป็ไงบ้าง เสียใจเื่แม่ด้วยนะ” เราเราสั่งอาหารเสร็จเขาก็ถามฉัน
“โอเคแล้วแหละ โทษนะที่ตอนนั้นไม่ได้ไปทักเลย” ฉันหมายถึงตอนที่เขาไปที่บ้านฉันน่ะนะ
“ไม่เป็ไรหรอก ฉันเข้าใจ” ฉันยิ้มให้เขาที่ยิ้มตอบกลับมาแต่สายตามองเลยฉันไปจนฉันอดที่จะหันไปดูด้วยไม่ได้
พอฉันหันไปก็ไปสบตากับคนที่เพิ่งเดินเข้าร้านมาพอดี คนที่ไม่ค่อยได้คุยกันไง ให้ตายเถอะ โลกจะกลมไปไหน นักรบเดินมาทางโต๊ะที่เรานั่งอยู่ จนฉันคิดไม่ทันว่าควรจะทำตัวยังไง จะทักมันดีหรือเปล่า แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรมันก็เดินเลยโต๊ะฉันไปนั่งโต๊ะที่ถัดจากโต๊ะฉันไปประมาณสองโต๊ะโดยที่ไม่หันมามองฉันเลยสักนิด เหอะ คิดว่าสนหรือไง นี่ก็ผ่านมาเป็อาทิตย์แล้วไม่รู้จะเคืองอะไรฉันนักหนา ยิ่งมันเป็แบบนี้ก็ยิ่งทำให้ฉันคิดเข้าข้างตัวเองไปอีก
“เธอสองคนทะเลาะกันเหรอ” บีมถามเมื่อเห็นว่าเราสองคนทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน
“เื่ไร้สาระน่ะ” ฉันบอกปัดๆ ไปพร้อมกับอาหารที่เราสั่งไปได้พอดี เราเลยไม่ได้คุยอะไรต่อ ส่วนฉันก็แอบมองนักรบมันตลอด มีบ้างที่มันก็มองมาที่โต๊ะเราเหมือนกันเพราะเราดันนั่งหันหน้าเข้าหากันน่ะสิ แต่มันนั่งมาสักพักแล้วแต่ไม่เห็นจะสั่งอะไรมากินเลย แล้วฉันจะไปสนใจมันทำไมล่ะ
“ไปดูหนังต่อป่ะ” ฉันละสายตาจากมันมามองบีมที่ชวนไปดูหนัง เมื่อเราเริ่มอิ่มกันแล้ว หมายถึงของคาวนะเพราะอีนี่เพิ่งสั่งของหวานไป กินคาวไม่กินหวานได้ไงล่ะ
"เลี้ยงป่ะ" ฉันแกล้งถามไปงั้นแหละ แต่ถ้าเลี้ยงก็ดี บอกแล้วไงอีบัวชอบของฟรี5555
"นี่ใคร ป๋าบีมสายเปย์นะครับ" เขาบอกพร้อมกับยักคิ้วให้
“ไปดิ ไม่มีอะไรทำเหมือนกัน ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันส่ายหัวไปมาให้กับท่าทางของเขาก่อนจะขอตัวไปห้องน้ำ บีมพยักหน้ารับก่อนที่ฉันจะลุกออกมา
เมื่อเข้าห้องน้ำเสร็จสัพฉันก็เดินกลับมาที่โต๊ะ แต่สายตาฉันกลับมองเลยโต๊ะตัวเองไปน่ะสิ ฉันชะงักทันทีเมื่อเห็นว่าโต๊ะนั้นมันไม่ได้มีแค่คนเดียวอีกแล้วแต่กลับมีผู้หญิงมานั่งอยู่ด้วยซึ่งฉันไม่รู้ว่าใครเพาะนั่งหันหลังให้ฉัน แบบนี้หรือเปล่าที่ไม่ยอมสั่งอะไรเพราะรอคนที่มาด้วยนี่เอง
ภาพตรงหน้าฉันคือผู้ชายที่กำลังนั่งยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข ต่างจากเวลาที่อยู่กับฉันนัก ฉันควรจะรู้สึกยังไงเหรอ
“บัว เป็อะไรหรือเปล่า” บีมเรียกฉัน คงจะเห็นว่าอยู่ๆ ฉันยืนนิ่งไปแบบนั้น
เมื่อรู้สึกตัวฉันจึงรีบส่ายหน้าแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเองทันที ฉันไม่รู้เลยว่าตอนนี้ควรจะรู้สึกยังไง นี่คือสิ่งที่ฉันบอกให้มันกลับไปทบทวนเหรอ แบบนี้ใช่ไหมคือคำตอบของมัน เป็ฉันเองต่างหากที่ต้องทบทวนตัวเอง
“เธอชอบมันใช่ไหม”
“นายหมายถึงอะไร” ฉันถามเพราะงงที่อยู่ๆ เขาก็ถามออกมาแบบนี้
“ไอ้นักรบไง เธอชอบมันใช่ไหม” ประโยคต่อมาของเขาทำให้ฉันที่กำลังเขี่ยเค้กไปมาชะงักทันที
“ทะ ทำไมถึงได้ถามแบบนี้” ฉันแสดงออกขนาดนั้นเลยหรือไง
“สายตาเธอมันฟ้องไง” บีมมองเข้ามาในดวงตาของฉันจนฉันต้องก้มหน้าลงหลบสายตาของเขา
“เอ่อ คือ...” ฉันไม่รู้จะควรพูดอะไร ฉันไม่แน่ใจว่าคำตอบของฉันจะไม่ทำให้เขาเ็ป
“เธอมักจะเป็แบบนี้เสมอเวลาที่เห็นมันอยู่กับผู้หญิงคนอื่น”
คำพูดของเขามันจริงทุกอย่างจนฉันไม่รู้จะปฏิเสธมันยังไง
“เป็ฉันไม่ได้เหรอที่จะอยู่ในสายตาของเธอ”
“ฉะ ฉัน...” กำลังพยายามอยู่ แต่มันไม่ง่ายเลย ไม่ง่ายเลยสักนิด
“ฉันไม่สนหรอกนะ ในเมื่อเธอเลือกที่จะให้โอกาสฉันแล้ว”
“...”
“หวังว่าสักวันเธอคงจะมีฉันอยู่ในหัวใจบ้าง”
ฉันเงยหน้ามองเขาทันทีที่พูดจบ แววตาที่เหมือนจะสั่นไหวแต่ก็แน่วแน่จนฉันได้แต่พยักหน้ารับ ฉันไม่อยากเป็แบบนี้เลย ไม่อยากให้เขาต้องมารับรู้อะไรแบบนี้ สุดท้ายฉันก็ทำให้เขาเ็ปจนได้
เมื่อเรากินเสร็จบีมก็พาฉันมาดูหนังต่ออย่างที่พูดไว้ โดยที่เอารถเขามาคันเดียว ส่วนรถฉันก็จอดอยู่ที่ร้านเหมือนเดิมอ่ะแหละขากลับค่อยแวะมาเอา แทนที่จะให้เขาไปรับแต่แรกจะได้ไม่ต้องมาคอยเทียวไปเทียวมา บ้าจริงๆ เลยฉัน
ตอนออกมาฉันไม่กล้ามองไปที่โต๊ะของนักรบเลยกลัวจะเจอภาพที่มันบาดตาอีกและกลัวจะเผลอแสดงอาการอะไรออกไปแล้วจะทำให้บีมรู้สึกไม่ดีอีก ฉันไม่รู้ว่ามันทำแบบนั้น้าประชดฉันหรือว่าอะไร แต่ยอมรับว่ามันมีอิทธิผลกับใจของฉันมากเลยทีเดียว
เราจองตั๋วหนังรอบสองทุ่มไว้เพราะเื่ที่ฉันอยากดูมีฉายรอบเดียวไง ก็หนังมันเข้าโรงมาสักพักแล้วแล้วฉันก็เพิ่งว่างมาดูเนี่ยแหละดีนะที่ยังได้ดูอ่ะ ระหว่างรอให้ถึงเวลาบีมก็พาฉันไปเดินเล่นก่อน แต่ที่ชอบที่สุดก็คงจะเป็ตอนที่เขาพาไปเล่นเกมนี่แหละ มันทำให้ฉันสนุกมากและหัวเราะออกมาได้ โดยที่ฉันลืมเื่ที่เจอมันวันนี้ไปเลย
“ไปกินไรก่อนไหม จะได้ไม่ไปหิวในโรงหนัง” บีมถามฉันเพราะมันเหลือเวลาอีกประมาณชั่วโมงนึงก่อนหนังจะฉาย
“เอาดิ นายอยากกินอะไรเลือกเลย ฉันกินได้หมด” เอาจริงๆ ก็หิวแหละ เพราะนี่ก็ทุ่มนึงแล้วถ้ารอให้หนังจบก่อนฉันต้องทนไม่ไหวแน่
“งั้นไปกินอาหารญี่ปุ่นกัน” พอฉันพยักหน้ารับเขาก็จูงมือฉันให้เดินตามเขาไปทันที
วันนี้ทั้งวันเขาก็จับมือฉันไว้ตลอดซึ่งฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร เหมือนวันนี้เรามาเดทกันแหละ ฉันได้รู้จักเขามากขึ้น ได้เห็นในมุมที่คิดว่าไม่มีวันจะได้เห็น เขาเป็คนที่น่ารักมากเลยนะ ถึงภายนอกจะดูแบดๆ ก็เถอะ ในเมื่อฉันเลือกที่จะให้โอกาสเขาแล้วฉันก็ไม่ควรจะผิดคำพูดจริงไหม
เมื่อเรากินเสร็จก็ได้เวลาหนังฉายพอดี ดีหน่อยที่รอบนี้คนไม่ค่อยเยอะเลยทำให้ดูได้แบบสบายๆ พอหนังจบบีมก็พาฉันมาเอารถที่จอดทิ้งไว้ แถมยังขับตามไปส่งอีกด้วยเหตุผลที่ว่าตอนนี้มันดึกแล้วเขาเลยไม่ไว้ใจให้กลับคนเดียวแล้วฉันจะไปขัดอะไรเขาได้ล่ะ สุดท้ายก็เหมือนเขาต้องมาคอยรับส่งฉันอยู่ดีนั่นแหละ
“ถึงแล้วไลน์บอกด้วย” ฉันบอกบีมที่ลงจากรถมาหาฉันเมื่อมาถึงหน้าคอนโดแล้ว
“อืม ขึ้นไปสิ”
“ขับรถดีๆ นะ” ฉันบอกแค่นั้นก่อนจะโบกมือให้เขา เขามักจะรอให้ฉันขึ้นไปบนห้องก่อนเสมอ ไม่ครั้งไหนเลยที่เขาจะกลับก่อน แม้หลายๆ คนจะบอกว่าเขาเป็คนไม่ดีแต่เขาไม่เคยทำมันกับฉันไง แบบนี้จะให้ฉันใจร้ายกับเขาได้ไงล่ะ
-TBC-