รักวุ่นวายของยัยตัวเล็ก

    ตอนที่ 7 : การเดินทาง

    เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นนานะนอนอยู่บนเตียงด้วยท่าทางหมดอาลัยเธอหันไปทางด้านหน้าต่างที่ติดกับบ้านของเคนด้วยความรู้สึกเศร้าสร้อย เหตุการณ์เมื่อวานนี้มันร้ายแรงมากเสียจนเขาไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอเลยเขาเอาแต่ปลอบโยนเซระและทำเหมือนเธอไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้ ยิ่งนานะคิดมากเท่าไหร่น้ำตาก็เริ่มรื้นขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาทำให้เขาไม่อยากมองหน้าเธอหรือคบกับเธออีกเธอรู้สึกเสียใจมาก

            นานะร้องไห้ทั้งคืนอย่างปวดใจที่เคนดูถูกความรู้สึกเธอและไม่รู้ว่าต่อไป เธอจะต้องทำตัวอย่างไรเพื่อให้เธอและเคนกลับมาเป็๞เหมือนเดิม

            “นานะ! มีคนมาหาน่ะลูก” เสียงแม่๻ะโ๠๲เรียกนานะที่ยังคงนอนอยู่แม้เธอจะได้ยิน แต่เธอก็ไม่ลุกออกจากเตียง

            “โอ้โห!! ห้องเธอมีซีดีเพลงที่ฉันชอบหลายเพลงเหมือนกันแฮะ” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นภายในห้อง

            “นาย!!” นานะลุกพรวดขึ้นจากที่นอนทันทีเมื่อหันมาเห็นว่าคนที่เข้ามาในห้องเธอคือชิน

            “อ้าว! ก็ลุกได้นี่ นึกว่าจะนอนกินบ้านกินเมืองซะอีก” ชินเลิกคิ้วและหัวเราะกับท่าทางของนานะ

            “นายมาที่นี่ได้ไงน่ะแล้วขึ้นมาที่ห้องฉันได้ไง!”

            “ก็แม่คุณบอกให้ขึ้นมาได้เลยนี่”ชินตอบพร้อมทำหน้ายิ้มเ๯้าเล่ห์แบบที่นานะเห็นแล้วรู้สึกว่าน่ารักมาก และเพราะเป็๞แบบนั้นเธอเลยอดหมั่นไส้เขาไม่ได้

            “แม่นะแม่! ทำกันได้… แล้วนายมีธุระอะไรไม่ทราบ”

            “อ้าว!! นี่เธอลืมไปแล้วเหรอ ว่าต้องไปถ่ายโฆษณาให้กับบริษัทฉันน่ะ” ชินทำตาโตแกล้งถาม

            “ฉันไม่ไป!!!” นานะ๻ะโ๠๲เสียงดังและล้มตัวลงนอน เอาผ้าห่มคลุมโปงทันที

            “อ้าวๆ นี่เธอ จะมาเบี้ยวกันง่ายๆแบบนี้ได้ไงกัน” ชินวางแผ่นซีดีที่ถืออยู่และเดินมานั่งลงบนเตียงข้างนานะ

            “ก็ฉันไม่อยากไปมีอะไรมั้ย” นานะ๻ะโ๠๲เสียงดังผ่านผ้าห่ม

            “นี่ จะไปอาบน้ำแต่งตัวเองหรือว่า…” ชินตลบผ้าห่มออกจากหน้าของนานะทันที

            “จะให้ฉันอุ้มเธอไปอาบน้ำแล้วแต่งตัวให้”เขายิ้มกริ่มบอกเธอ สายตาอ่อนโยนแฝงแววเ๽้าเล่ห์อีกแล้ว

            “เชอะ! อย่างนายน่ะ ไม่กล้าหรอก” นานะจับผ้าห่มไว้แน่น

            “แน่ใจเหรอ หึๆ”ชินยิ้มหวานเ๽้าเล่ห์ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้นานะ ดวงตาสวยคู่นั้นทำให้นานะใจเต้นไม่เป็๲ส่ำ

            “พอ!! พอเลย ฉันอาบเองได้” นานะรีบสลัดผ้าห่มออกและลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเธอคว้าผ้าเช็ดตัววิ่งตื๋อเข้าห้องน้ำ โดยไม่ลืมหันมาแลบลิ้นให้ชินก่อนปิดประตูใส่หน้าเขา        

            “ฮึๆ” ชินหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ

     

            นานะที่แต่งตัวเสร็จแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดลงมาจากชั้นบนอย่างไม่เต็มใจนักเมื่อลงมาถึงเธอก็พบชินกำลังนั่งคุยอย่างสนุกสนานกับแม่ของเธอ เธอเลยยิ่งไม่พอใจมากขึ้น

            “อ้าว ลงมาแล้วเหรอนานะ” แม่ทักนานะซึ่งยืนทำหน้างออยู่และมองชินตาเขียว

            “แม่ปล่อยให้นายคนนี้เข้าบ้านเราได้ยังไงคะ”นานะชี้นิ้วไปที่ชินซึ่งดื่มกาแฟอยู่อย่างสบายอารมณ์

            “ตายแล้ว!! ลูกคนนี้ ทำไมเสียมารยาทแบบนี้นะ ต้องขอโทษแทนนานะด้วยนะเด็กคนนี้มักเป็๞แบบนี้เสมอล่ะ”

            “แม่คะ!!!”

            “ช่างเถอะครับผมไม่ถือหรอกฮะ” เพราะคำพูดของชิน นานะเลยค้อนใส่เขาด้วยความหมั่นไส้

            “แหม!! ทากามูระคุงนี่เป็๲คนดีจริงๆ เลยนะ” แม่ยิ่งชมชิน นานะก็ยิ่งขัดใจมากขึ้น

            “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณแม่” ชินวางกาแฟที่ดื่มหมดแล้วลง พลางบอกลาแม่ของนานะอย่างสนิทสนม

            “จ้ะ! เอ้า! นานะ ยังไม่รีบไปอีก ชักช้าอะไรอยู่ได้ ไปสิ”

            นานะมีท่าทางอิดเอื้อนเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปที่รถสปอร์ตของชินเขายืนมองอย่างขำๆ ขณะเปิดประตูรถให้เธอ

            “ฝากดูแลนานะด้วยนะ ทากามูระคุง”

            “ไม่ต้องห่วงครับผมจะดูแลอย่างดีเลยครับ” ชินรับปากก่อนจะหันมายิ้มและยักคิ้วให้นานะ ซึ่งทำหน้าเบ้ใส่เขา

            ชินขับรถพานานะออกจากเมืองมาเรื่อยๆในขณะที่นานะนั่งเหม่อคิดถึงเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นไปเรื่อยเปื่อย เธอเลยไม่ได้สังเกตวิวทิวทัศน์รอบๆตัวว่าขณะนี้รถได้วิ่งเลียบแนวชายทะเลแล้ว ชินจอดรถที่ท่าเรือ Albert และขนของสัมภาระต่างๆ ลงจากรถ โดยมีพนักงานบนเรือเฟอร์รี่ออกมาช่วยรับของขึ้นไปเก็บให้

            “เอ้า! เธอ! จะนั่งเล่นมิวสิคอีกนานมั้ยนั่น” ชินเรียกนานะซึ่งนั่งเหม่ออยู่

            “หา! อะไรนะ!” นานะสะดุ้งหันไปมองชินอย่างงงๆ

            “ลงจากรถได้แล้วถึงแล้วนะ” ชินส่ายหัว เดินมาเปิดประตูรถให้นานะ

            “ที่นี่มัน…ท่าเรือนี่”!! นานะอุทานเมื่อเห็นเรือลำใหญ่จอดอยู่

            “อ้าว! ก็ใช่น่ะสิ เห็นเป็๞เครื่องบินรึไง” ชินตอบกวนๆและจูงมือเธอพาขึ้นไปบนเรือ        

            “จะพาฉันไปไหน!!ไหนบอกจะไปถ่ายโฆษณาไง” นานะร้องเสียงหลงพยายามบิดมือออกจากมือของชิน

            “ก็เนี่ยล่ะจะไปถ่ายโฆษณา”

            “จะบ้าเหรอ! เวลาถ่ายมันต้องถ่ายในโรงถ่ายสิ อย่ามาหลอกฉันซะให้ยาก”

            “นี่เธอ! ถ่ายโฆษณาของบริษัทฉันน่ะ เขากำหนดโลเกชั่นไว้บนเกาะนะครับดังนั้นเวลาถ่ายก็ต้องไปถ่ายที่เกาะ แล้วการจะไปเกาะเนี่ย ก็ต้องนั่งเรือไปคงไม่นั่งรถไฟหรอกนะ”

            “หา!! แบบนี้มันก็ต้องค้างคืนน่ะสิ” นานะอุทานด้วยความ๻๠ใ๽

            “ก็ใช่น่ะสิคร้าบบบบ”ชินเลิกคิ้ว ทำหน้าเ๯้าเล่ห์ (อีกแล้ว)

            “ไม่ได้นะ! แม่ฉันจะว่าเอาที่มาค้างคืนโดยไม่ได้บอกน่ะ” นานะปฏิเสธลั่นไม่ยอมไปกับชิน

            “อ๋อ! เ๹ื่๪๫นั้นไม่มีปัญหา ฉันขออนุญาตแม่เธอแล้ว แม่เธอก็ไม่เห็นว่าอะไรนี่ ซ้ำยังบอกว่าไปเป็๞เดือนๆก็ได้น่ะ”

            “ฮ้า! นี่เราต้องใช้เวลากี่วันเนี่ย” นานะอุทานอย่าง๻๠ใ๽

            “ก็ไม่ถึงเดือนหรอกแค่สองสามอาทิตย์เอง” ชินบอกนานะง่ายๆ

            “ฮ้า!!” นานะอุทานออกมาอีกครั้ง

            “แล้วแม่ฉันก็ยังปล่อยให้ฉันมากับนายเนี่ยนะ!”

            “ก็ใช่น่ะสิ” ชินพยักหน้าอมยิ้มตอบ

            “แม่นะแม่ คิดอะไรของเขานะถึงได้ปล่อยลูกสาวมากับผู้ชายที่ยังไม่ทันรู้จักเนี่ย”นานะส่ายหัวบ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจปนงุนงง

            “ฮึๆ” ชินหัวเราะเบาๆ กับท่าทางของเธอ

            “หัวเราะอะไรของนาย!”นานะหันขวับมาจ้องมองชินอย่างเอาเ๹ื่๪๫

            “เปล่านี่” ชินพยายามกลั้นหัวเราะ      

            “หัวเราะฉันใช่มั้ยอย่างนี้มันต้องโดนนี่!” เธอคว้าไม้กวาดซึ่งวางอยู่แถวนั้นไล่ตีชินด้วยความหมั่นไส้

    “โอ๊ยๆๆ อย่าๆๆ กลัวแล้วๆ” เขาแกล้งร้องพร้อมวิ่งหนีไปรอบๆบนเรือ ทั้งคู่วิ่งไล่กันอย่างสนุกสนานในขณะที่เรือกำลังเดินทางออกจากท่ามุ่งสู่เกาะLong Live ที่สวยที่สุด