หลังจากที่ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ข้างหน้าของผู้กล้าคืออาคารขนาดใหญ่ที่อยู่กลางที่ที่แห้งแล้งเป็อย่างมากชั้นในล้อมลอบด้วยกรงเหล็กที่มีไฟฟ้าแรงสูงชั้นนอกเป็กำแพงคอนกรีตเสริมแกร่งขนาดใหญ่ พอเข้าไปข้างในสิ่งที่เจอคือระบบที่ทันสมัยจนผู้กล้ายังต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า เพราะตัวผู้กล้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน จึงรู้สึกสนใจ
เจนแอบภูมิใจนิดหน่อยที่ผู้กล้าแสดงท่าทางตกตะลึงแม้จะเพียงเล็กน้อยออกมาเจนตั้งใจจะหยอกผู้กล้าแต่รู้สึกถึงความอันตรายจึงหยุดความคิดและคิดในใจ'เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ?'ในชั่วขณะนึงเจนพึ่งจะรู้สึกตัวว่าเธอไม่ได้กลัวผู้กล้าอีกต่อไป แต่รู้สึกราวกับว่าผู้กล้าเป็คนที่รู้จักและคุ้นเคยกันดีจนสามารถ หยอกล้อกันได้ เหมือนกับว่าผู้กล้ามีพลังบางอย่างที่ทำให้ตัวผู้กล้านั้นเป็คนที่่เป็มิตรและน่าเข้าหา'ชายคนนี้อันตราย'
หรือผู้กล้าจะไม้ได้น่ากลัวจริงๆงั้นหรอ? ก็ได้แต่คิดแต่ไม่ได้พูดออกไปไม่นานผู้กล้าก็กลับมามีสีหน้าบอกเ็าเหมือนเดิมเหมือนเดิม
"นำไปชั้นกักกัน"
เจนจึง พยักหน้าแล้วเดินนำไป ที่ลิฟท์หลังจากเจนเดินเข้าใจอยู่ในลิฟท์ผู้กล้าดูลังเลอยู่ครู่นึง เจนจึงอธิบายเกี่ยวกับลิฟท์นี้อย่างง่ายๆ
ผู้กล้าจึงเดินตามเข้ามาแบบไม่ติดใจอะไรหลังจากลงมาข้างล่างแล้ว เจนจึงเดินนำไปอีกระหว่างทางผู้กล้าก็ยังคงมองซ้ายทีมองขวาทีเจนจึงนึกขำในใจ
ระหว่างทางที่ผ่านมาผู้กล้ามองรอบตัวอยู่ตลอดเวลาจึงสามารถคำนวณระดับการรัษาความปลอดภัยได้ดังนี้ ผ่านประตูที่ทำจากเหล็กกล้ามาแล้วอย่างน้อย เจ็ดบาน แต่ละบานทำจากเหล็กกล้าเสริมแกร่งพิเศษ แต่ละประตูจะมีกองกำลังเฝ้าระวังอยู่ระหว่างประตูประมาณ 200-300 นาย ซึ่งถือว่าเป็การป้องกันที่เข้าขั้นต่ำมาก เพราะทหารแต่ละคนที่เฝ้าทางเข้าออกนั้น เป็เพียงทหารที่ไม่ได้มีฝีมืออะไรมากถ้าเทียบกับสิ่งที่ทางสถาบันได้กักกันไว้ ตัวผู้กล้าที่ผ่านสนามรบมามากมายสามารถคาดเดาได้คร่าวๆ ว่าถ้ามีหนึ่งใน ตัวที่พวกเขากักกันไว้หลุดออกมาละก็ ชีวิตของทหารพวกนี้ก็คงเป็แค่ต้นหญ้าข้างทางเท่านั้น
"ทำไมการป้องกันมันหละหลวมขนาดนี้? "
อยู่ๆผู้กล้าพูดขึ้นทำให้เจนใอยู่ ลึกๆ เพราะเจนไม่คิดว่าผู้กล้าจะเริ่มการสนทนาก่อน
"มันไม่ได้หละหลวมเลยนะค่ะคุณผู้กล้า มีประตูนิรภัยที่ทำจากเหล็กกล้าเสริมแกร่ง ถึงแปดบาน ระหว่างประตูยังมีเ้าหน้าที่ที่ฝึกมาอย่างดี อยู่ระดับแนวหน้า อีกถึง 300 คนเลยนะค่ะ"
"ไม่ต้องบอกเื่แค่นั้นข้าดูออกเจน แค่นี้มันพอที่ไหนละถือว่าหละหลวมมากข้าเดินเข้ามาตัวเปล่ายังเข้ามาได้แบบไม่เจ็บตัวเลยด้วยซ้ำ"
เจนรู้สึกหมดคำพูดจึงทำได้เพียงยิ้มแห้งๆ ออกมา
หลังจากเดินมานานเจนได้นำไปสถานที่กักกัน T-001 มีขนาดคือสิบคูณห้ากิโลเมตร เพดานสูงห้ากิโล ข้างในมีระบบนิเวศของมันเอง เป็ระบบนิเวศที่ถูกจำลองขึ้นเพื่อให้เหมือนกับป่าเขตร้อนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากเดินมาถึงสถนาที่กักกันT-001แล้วเจนก็ได้เจอกับพวกนักวิทยาศาสตร์อีก2-3 คนที่กำลังสังเกตุและทำการจดบันทึกกิจวัตรประจําวัน ของพวก T-001อยู่ อย่างตั้งอกตั้งใจเพื่อที่จะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิจัยเพื่อหาทางกำจัด ที่ง่ายที่สุด
แต่เท่าที่ดูคงจะยังไม่สำเร็จสินะ
"สวัสดีทุกๆท่าน ทุกท่านคงรู้จักฉันอยู่แล้วสินะ"
เจนพูดขึ้นนักวิททุกคนจึงละสายตาจากสิ่งที่ทำแล้วมองมาทางเจน เมื่อเห็นเจนมาพวกเขาจึงเข้าใจว่าเจนมาถามความคืบหน้าของสิ่งที่พวกเขากำลังวิจัยอยู่ จึงมีนักวิท คนนึงยื้นเอกสารมาให้เพื่อที่เจนจะได้จำไปให้ผู้นำองค์กร SCP
แต่สิ่งที่ได้คือเจนส่ายหน้าน้อยๆ เพื่อปฏิเสธ และพูดต่อ"วันนี้ฉันพาผู้กล้า มาดูที่สถาบัน SCP เราหนะเพราะหลังจากนี้เขาจะมาทำงานกับเราในสถานะ ผู้กวาดล้าง"
"หะ...ว่าไงนะผู้กวาดล้างหรอ เป็ไปไม่ได้"
มีนักวิทยาศาสตร์คนนึงโผล่งขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เพราะหน้าที่ของผู้กวาดล้างก็คือการจำจัดภัยระดับโลก ที่ทางสถาบันได้ทำการกักกันไว้
"อย่างไอหน้าหล่อนี้หนะหรอ ที่จะเป็นักกวาดล้าง เจนคุณเรียกไอหน้าหล่อนี้ว่าผู้กล้าเลยงั้นหรอ....เหอะน่าขำ ไหนละทีมของคุณ?"คนที่พูดขึ้นคือนักวิท หนุ่มคนนึง เขากวาดตามองผู้กล้าเพียงเล็กน้อยก็เค้นเสียงอย่างดูถูก เพราะเขาคิดว่าไม่ว่ายังไงมองแล้วไอหน้าหล่อนี้ ก็เป็แค่ทหารชั้นเลวที่ทางสถาบันเสียเงินจ้างเพื่อปกป้องนักวิท อย่างตัวเขาอยู่แล้วแน่นอน
"...."ผู้กล้าไม่ตอบ เพราะตัวผู้กล้าไม่สนใจที่จะคุยกับคนแบบนี้ให้เปลืองน้ำลาย อยู่แล้วถ้าเป็ปกติผู้กล้าคงฆ่าคนปากดีแบบนี้ไปแล้วแต่ตัวผู้กล้าได้ทำสัญญาไว้แล้วว่าตราบที่ยังไม่เส้นที่ผู้กล้าได้ขีดเอาไว้ ไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่ลงมือเด็ดขาด
เมือเห็นผู้กล้าไม่โต้ตอบนักวิทหนุ่มยิ่งได้ใจใหญ่ "หรือว่าผู้กวาดล้างจะมีแค่คุณคนเดียว? นี้คุณมาเดินเล่น คุณรู้ไหมว่ากว่าจะฆ่า T-001 ได้สักหนึ่งตัว ต้องเสียทหารชั้นเลวกับยานเกราะไปมากแค่ไหน? แล้วแค่คุณคนเดียวจะฆ่าพวกมันได้สักตัวรึป่าวเถอะ รู้ตัวเอาไว้ด้วยว่าตอนที่คุณอยู่ที่นี้คุณก็เป็ได้แค่ขยะที่รอวันเผาเท่านั้น"
"พอได้แล้ว! ฉันยังอยู่ตรงนี้นะคะ กรุณาให้เกียรกันด้วยค่ะ ที่สำคัญที่นี้ไม่มีทหารชั้นเลวที่ถูกส่งไปตายอะไรทั้งนั้น มีแต่ทหารผู้กล้าที่ถูกฝึกมาอย่างดีเพื่อรับกับเหตุการที่เลวร้าย พวกเขาต้องเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อความปลอดภัยของพวกคุณทุกคนและโลกค่ะ กรุณาปรับความเข้าใจใหม่ด้วยค่ะ" เจนโผล่งขึ้นมาเนื่องจากไม่อาจทนฟังได้ไหวภาพและเหตุการต่างๆได้ไหลกลับเข้ามาในหัวเกี่ยวกับทหารกล้าทั้งหลายที่เธอต้องเห็นพวกเขาตายไปในภารกิจเสี่ยงตายต่างๆนั้นคือเหตุผลหลักส่วนเหตุผลรองคือหวาดกลัวว่าคำถ้าพูดพวกนี้ทำให้ผู้กล้าโกรธขึ้นมาจริงๆ ที่นี่คงรับความโกรธของผุ้กล้าไม่ไหวแน่นอน
"เงียบไปนังหมูตัวเมีย แกยังสามารถพูดอยู่ดีอยู่ได้เพราะแกเป็เลขาคนโปรดของผู้นำองค์กร เท่านั้น รอก่อนเถอะเมื่องานวิจัยของฉันสำเร็จเมื่อฉันมีความดีความชอบมากพอฉันจะทำให้เธอต้องร้องครวนคลางอยู่ใต้หว่างขาของฉัน" นักวิทหนุ่มพูดออกมาโดยไม่ไว้หน้าเจนเลยสักนิดเดียวนั้นทำให้โมโหมาก แต่ก็มีบ้างสิ่งเกิดขึ้นก่อนที่เจนจะได้พูดโต้ตอบไป
หวืด
แกร็ก
"เ้าล้ำเส้นไปแล้ว"เสียงนี้ดังขึ้นพร้อมกับมืออันแข็งแกร่งของผู้กล้าจับไปที่คอของนักวิทหนุ่มพร้อมกับยก เขาลอยให้จากพื้นอย่างกับตัวนักวิทหนุ่มนั้นไม่มีน้ำหนัก ในจังหวะนั้นผู้กล้าก็หักคอของนักวิทหนุ่มทิ้ง ทำให้นักวิทหนุ่มถึงแก่ความตายในทันที
อึก
เข้าถึงตัวและปลิดชีพในเสี่ยววิ นี้มัน..ไม่ใช่คนแล้ว!! ประโยคนี้ดังขึ้นในใจของทุกคน
ทุกคนที่อยู่ในห้องอยู่ๆก็รู้สึกว่าอากาศมันเยือกเย็นขึ้นมา ทุกคนจ้องไปที่ผู้กล้า มีคนกำลังจะกรีดร้องแต่ผู้กล้าพูดขึ้นมาก่อนว่า
"ล้ำเส้น ตาย"
พูดจบผู้กล้าก็หันหลังกลับและเดินนำออกไปโดยไม่สนใจนักวิทที่เหลืออีก
ทางเจนนั้นกำลังใกับเหตุการที่เกิดขึ้นตรงหน้าก็ได้ยินเสียงของผู้กล้ากล่าวว่า"เจนนำทาง"
"ค่ะ จะนำไปค่ะ"เจนเดินตามหลังผู้กล้าไปอย่างรวดเร็ว
"ขอบคุณมากเลยนะคะ"เจนพูดขณะที่เดินข้างผู้กล้า
"ก็แค่ไม่สบอารมณ์เท่านั้น"ผู้กล้าพูดในขณะที่ถอยห่างจากเจนเล็กน้อย
หลังจากนั้นเจนก็นำไปดูอีกหลายที่กักกัน
ก็มีตั่งแต่ T-002 T-050 T-110 T-220
แต่ละตัวมีความสามารถที่ต่างกัน ยากต่อการรับมือในแบบของมัน ตอนนี้ผู้กล้ากำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ว่ามีตัวบ้างแต่ที่น่าสังเกตุคือหลังจากผ่านเขตกักกันของ T-001 มาแล้วก็ไม่เจอเขตกักกันที่มีขนาดใหญ่อีก โดยส่วนมากนั้นจะเป็เขตกักกันขนาดไม้่ใหญ่มาก บางที่ก็เป็เพียงห้องแคบๆ เท่านั้น จากทางเดินที่เดินมามีความซับซ้อนราวกับเป็เขาวงกต จากที่ผู้กล้าลองฟังและสำรวจด้วยตัวเองดูเท่าที่เห็นก็มีประมาณนี้
สไลม์ กับพวกตัวน่ารำคาญอีกเยอะ แม้แต่ัยังมีที่ถูกกักกันไว้ในที่นี่ แต่ละห้องกักกันจะอยู่ห่างกันระยะทางครึ่งกิโลเมตร โดยประมาณ
หลังจากเจนนำไปหลายที่เจนก็เริ่มผ่อนคลายลงเนื่องจากผู้กล้าไม่มีท่าทีที่ไม่พอใจอยู่อีกแล้วเหลือแต่ท่าทีที่ครุ่นคิดและดูเหมือนกำลังคำนวนอะไรสักอย่างอยู่ เจนลอบมองหน้าของผู้กล้า ไม่ว่าจะมองยังไงดวงตาสีครามของผู้กล้าก็ช่างเด่นและดูลึกลับเหลือเกิน มีสีครามราวกับน้ำทะเล แต่พอมองเข้าไปแล้วกลับให้ความรู้สึกลึกล้ำราวกับกำลังมองจักรวาลที่ไม่มีที่สิ้นสุดอยู่อย่างนั้น
ในขณะที่เจนกำลังมองอยู่นั้น ก็มาถึงสถานที่กักกันที่ T-1000 ในที่กักกันนี้ไม่ถือว่าใหญ่มาก ขนาดประมาณ สิบคูณสิบเมตร กำแพงเป็สีขาวแต่พื้นกลับเป็พื้นถ้ำแปลกๆ ตรงกลางห้องมีอะไรแท่นอะไรสักอย่างที่มีดาบปักออยู่สองเล่ม และ ตรงมุมห้องมีเด็กผู้หญิงอยู่ สองคน เจนกำลังจะอธิบายแต่พอหันมาทางผู้กล้าเจนต้องนิ่งไป
เพราะตอนนี้ผู้กล้ามีท่าทางที่แปลกมาก สีหน้าของผู้กล้าดูเหมือนจะเ็ปมาก เขายกสองมือขึ้นปิดหูของตน ท่าทางของเขาราวกับกำลังต่อต้านไม่ให้อะไรบางอย่างออกมา
.
.
.
"พวกมันกล้าทำแบบนี้งั้นหรอ!!!"มีเสียงนึงดังก้องอยู่ในหัวของผู้กล้าจนต้องปิดหู ด้วยความเ็ป
"คุณผู้กล้าเป็อะไรหรือป่าวค่ะ"
เจนยืนมองอยู่ข้างๆด้วยความสงสัยจึงพูดขึ้นด้วยความเป็ห่วงแต่ก็กลัวจนถอยห่างออกไปเพราะอยู่ๆผมของผู้กล้าก็เริ่มเปลี่ยนสีจากสีดำสนิทจนเริ่มมีสีแดงแทรกออกมาดวงตาจากสีฟ้าเริ่มเปลี่ยนไป จนในที่สุดผมของผู้กล้าซีกหนึ่งก็กลายเป็สีแดงจนหมด และดวงตาสีฟ้าของผู้กล้าข้างหนึ่งก็เปลี่ยนเป็สีแดงด้วยเช่นกัน
"พวกแกกล้าดียังไงมากักขังน้องสาวข้า!!!!!!!!!!!!"
อยู่ๆผู้กล้าก็ะโออกเสียงของมันดังก้องไปทั่วสถาบัน ทั้งดังและรุนแรงมากซะจนทำให้กระจกนิรภัยถึงกับร้าว ห้องที่ทำจากคอนกรีตเสริมแกร่งมีรอยร้าวราวกับใยแมงมุมขยายไปทั่วห้อง เจนที่อยู่ใกล้จุดกำเนิดเสียงรีบเอามือปิดหูด้วยความเจ็บปวแต่ก็ยังมีเืไหลออกจากหู และยังไม่วายถูกแสงกระแทกของคลื่นเสียงผลักให้ร่างเธอลอยไปชนกับกำแพง ยังดีที่แรงกระแทกไม่มากนัก
"หยุดก่อนจอมมารเ้าสัญญากับข้าแล้วว่าเ้าจะไม่ออกมาถ้าข้ายังไม่ตาย"
ผู้กล้าพูดขึ้นพร้อมกับหอบหายใจอย่างรุงแรง
"พวกมันกล้ากักขังน้องสาวข้า!!"
ผู้กล้าได้ะโขึ้นอีกครั้งเสียงดังสนั่นไปทั่วพื้นที่กักกันที่ T-1000
"ไม่ต้องห่วงจอมมารใจเย็นๆก่อนเราเจอพวกนางแล้ว พวกนางจะไม่ถูกกักขังอีก"
หลังจากประโยคนั้นตัวผู้กล้าก็สงบลงผมที่เปลี่ยนเป็สีแดงกลับมาเป็สีดำสนิทเหมือนเดิม ดวงตาที่เป็ไปก็กลับมาเป็สีฟ้าครามเหมือนเดิม
ผู้กล้าก็หันไปมองเจนและค่อยๆเดินเข้าไปหา พร้อมกับกล่าวขอโทดจากใจ ที่ทำให้เกิดเื่แบบนี้
"ขอโทษด้วย"
เจนมองหน้าผู้กล้าพร้อมกับพยักหน้าแบบกล้าๆกลัวๆ ผู้กล้ายื่นมือไปหาเจนแต่เจนกลับส่ายหน้าและถอยห่างจากผู้กล้า
ในตอนนั้นเองที่มีทหารกลุ่มนึงเข้ามาในห้องพบกับร่องรอยความเสียหายที่ผู้กล้าเป็จุดศูนย์กลาง
"หยุดอยู่ตรงนั้นห้ามขยับ นี้คือคำเตือน!"
ผู้กล้ามองคนพวกนั้นแล้วไม่ได้ว่าอะไรนอกจากโบกมือเบาๆพังปืนของคนพวกนั้นทิ้ง
"พวกเ้านั่นละหยุด พาข้าลงไปหาพวกนาง"
ผู้กล้าพูดพรางชี้นิวไปหาเด็กสาวทั้งสองคนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องกักกัน
พวกทหารจึงมองไปทางเจนสื่อความหมายว่า ควรทำอย่างไงดี เจน จึงพยักหน้า
"พะ...พาเขาลงไป เขาคือผู้กวาดล้าง เพียงคนเดียวที่เรามีพึ่งจะรับตำแหน่งวันนี้ เขาคือผู้ชนะา ห้ามทำอะไรที่ขัดคำสั่งเขาเด็ดขาด"
เจนอธิบายสถานะการให้พวกทหารฟังแล้วปล่อยให้ทหารดูแลต่อเพราะเธอต้องไปห้องพยาบาลเนื่อง จาก าเ็ที่แก้วหู และยังโชคดีไม่น้อยที่หูยังไม่หนวก
_________________________________________________________________________________________________________