“ิจู วันนั้นเ้าจับกุ้งัได้อย่างไร ช่วยสอนข้าได้หรือไม่”
เด็กชายตัวผอมดำคนหนึ่ง เข้ามาถามฮั่วิจูด้วยความหวัง เกิดมาเขาไม่เคยจับกุ้งัได้เลยสักครั้ง แต่คนตรงหน้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านได้ไม่นาน กลับจับกุ้งัแสนหายากได้หลายตัว
“ตงจื้อ เ้าอย่าเข้าไปใกล้ิจู เดี๋ยวนางจะติดหวัดกับเ้า”
ไฉ่หงยืนเท้าสะเอวกันไม่ให้เด็กชายที่มีน้ำมูกไหลอยู่ตลอดเวลา เข้ามาใกล้สหายที่ร่างกายอ่อนแอ ท่านน้าคนงามบอกว่า ิจูคลอดก่อนกำหนดจึงทำให้ร่างกายอ่อนแอ ล้มป่วยได้ง่าย พวกตนจึงต้องช่วยกันดูแลนางให้ดี
“เ้าอย่ามารังเกียจข้านะ ข้าไม่ได้้าให้น้ำมูกไหลสักหน่อย”
ตงจื้อกระทืบเท้าด้วยความอับอาย เขาไม่ได้อยากมีน้ำมูกไหลอยู่ตลอดเวลาเสียหน่อย เหตุใดถึงต้องรังเกียจกันด้วย
ฮั่วิจูเห็นดวงตาแดงก่ำของตงจื้อก็เกิดสงสาร “เหตุใดเ้าถึงไม่ไปให้หมอตรวจอาการดูเสียหน่อยว่าเป็อะไร”
“ครอบครัวข้ามีเงินที่ไหนกัน ครอบครัวข้าเพิ่งแยกบ้านออกมา”
ตงจื้อก้มหน้าเศร้า เมื่อพูดถึงเื่หาหมอและเื่แยกบ้าน
“บ้านที่กำลังสร้างคือบ้านของเขา ครอบครัวของตงจื้อทะเลาะกับผู้าุโในบ้าน จากนั้นก็ถูกบังคับให้แยกบ้าน” เสี่ยวหม่านกระซิบข้างหูของฮั่วิจู
ฮั่วิจูเป็เพียงเด็ก นางมิอาจทำตัวเหิมเกริมตรวจอาการป่วยให้กับตงจื้อได้ จึง้าแนะนำให้ไปรักษากับท่านอาจารย์
ทว่าความยากลำบากมิเข้าใครออกใครเสียจริง ต่อให้ค่ารักษาแสนถูก คนไม่มีก็คือไม่มี บ้านตงจื้อกำลังเข้าตาจน แม้แต่อีแปะเดียวก็มีค่า
“เ้า้าให้ข้าสอนวิธีหากุ้งั เพื่อนำไปขายแลกเงินสินะ” ฮั่วิจูคิดว่านางรับรู้ถึงสิ่งที่ตงจื้อ้า
ตงจื้อยกมือขึ้นเกาศีรษะด้วยความเขินอาย มิวายพยักหน้ายอมรับความจริง
พรุ่งนี้เถ้าแก่เหลาอาหารจากในตัวอำเภอจะเดินทางมารับซื้ออาหารทะเล เขาจึงอยากลองให้นางช่วยสอนวิธีการหากุ้งั เพื่อจะได้นำเงินไปช่วยครอบครัวจ่ายค่าแรงให้กับชาวบ้าน หากเหลือก็จะได้ไปหาหมอรักษาจมูกที่เต็มไปด้วยน้ำมูกเสียที
“ได้ พรุ่งนี้เช้าข้าจะสอนพวกเ้าหากุ้งั แต่ไม่รับรองนะว่าจะหาพบหรือไม่ พวกเ้าอย่าได้เอ็ดไปล่ะ ถ้าคนรู้เยอะ พวกเ้าอาจไม่ได้สักตัว”
ฮั่วิจูสัญญากับเด็กในหมู่บ้าน ก่อนจะถึงพรุ่งนี้เช้า นางต้องพาตงจื้อไปให้ท่านอาจารย์ตรวจรักษาเสียก่อน เื่เงินนางจะออกให้ก่อน บนตัวนางตอนนี้มีเงินอยู่ทั้งหมดยี่สิบอีแปะ เป็เงินที่ท่านแม่คนงามให้ติดถุงเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
ทางด้านฮั่วหนานอัน ตอนนี้บ่าของเขารับน้ำหนักไม้ที่กำลังจะทำเป็เสาบ้าน ผู้ใดจะคิดว่านายท่านสาม บุตรชายของเหลียงอ๋องผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็เทพแห่งครามที่ผู้คนในต้าฉีนับถือ จะต้องมาแบกไม้สร้างบ้านอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ
“เ้าหนุ่ม เดินให้มันดีหน่อย อย่าเดินเหมือนเป็ด”
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งบอกกับฮั่วหนานอันที่เดินซวนเซคล้ายกับเป็ด เสาต้นใหญ่ต้องใช้แรงงานแบกหามหลายคน ถ้าเกิดมีคนหนึ่งล้มลงไป คนที่เหลือคงล้มตามไปด้วย
ฮั่วหนานอันกัดฟันสู้กับการแบกเสาต้นใหญ่ ทั้งที่ภายในใจตำหนิบิดาผู้โหดร้าย ป่านนี้ท่านแม่จะได้รับจดหมายที่เขาส่งไปแล้วหรือยัง
ณ เวลานี้ สิ่งที่ฮั่วหนานอัน้าทำ คือการคุกเข่าอ้อนวอนกอดขามารดา แล้วร้องห่มร้องไห้ว่าตนสำนึกผิดแล้ว ได้โปรดเจรจากับท่านพ่อ แล้วเรียกครอบครัวเขากลับเมืองหลวงเสียที
ตกเย็นมา เสี่ยวเฟิงประคองร่างของเ้านายเดินกลับบ้าน วันนี้ฮั่วหนานอันแบกไม้จนหลังเคล็ด เพื่อแลกค่าแรงเพียงสิบอีแปะที่ยังไม่ได้มา
เงินค่าแรงจะได้ก็ต่อเมื่อสร้างบ้านเสร็จ แค่เพียงวันเดียวร่างกายก็ทรุดขนาดนี้ กว่าจะสร้างบ้านเสร็จเขาไม่หลังหักเลยหรือ
“ท่านพ่อ ท่านแม่เตรียมน้ำอุ่นเอาไว้ให้ท่านแช่คลายอาการปวดเมื่อยเ้าค่ะ”
ฮั่วิจูเผยรอยยิ้มสดใสต้อนรับบิดากลับบ้าน หลังจากต้องออกไปน้ำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว
ท่าทางการเดินราวกับงูเลื้อยของฮั่วหนานอันเมื่อสักครู่ ถูกโยนทิ้งไป เขารีบยืดหลังตรงทั้งที่เจ็บเอวแทบตาย แต่เพื่อรักษาหน้าตามิให้บุตรสาวและภรรยามองว่าตนอ่อนแอพึ่งพาไม่ได้ จำต้องฝืนทนกับความเ็ป
“ข้าไม่ได้เมื่อยอะไรมากมาย งานวันนี้ไม่หนักแม้แต่น้อย สบายมาก! ข้าอดทนรอลุกขึ้นไปทำงานในวันพรุ่งนี้แทบไม่ไหว” ยืนหน้าเชิดเอามือไพล่หลังเพื่อพูดคุยกับคนในครอบครัว
หวังซื่อกักเก็บอาการไม่ให้ขำออกมา ปากบอกว่าไม่เมื่อย อดทนรอลุกขึ้นไปทำงานในวันพรุ่งนี้แทบไม่ไหว แต่มือประคองแผ่นหลังไม่ห่าง
คอยดูคืนนี้เถิด ท่านจะได้นอนร้องไห้จนหมอนเปียกปอนเพราะถูกความปวดเมื่อยเล่นงาน
“ถึงจะไม่เมื่อย แต่ร่างกายเหนียวเหนอะหนะจนน่าโมโห ได้แช่น้ำอุ่นสักพักก็ดีเหมือนกัน”
ฮั่วหนานอันเดินหลังตรงเข้ามาในห้อง พอประตูปิดลง เขารีบทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงทันที สีหน้าที่พยายามปั้นแต่งไม่ให้แสดงความเ็ปออกมา บัดนี้บิดเบี้ยวจนดูไม่ได้
“ให้ข้าไปเลี้ยงม้ายังง่ายกว่ามาสร้างบ้าน เจ็บจะตายอยู่แล้ว”
ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงโดยไม่สนความสะอาด นอนอยู่สักพักก็ลุกขึ้นไปแช่น้ำที่อยู่ในถัง
น้ำอุ่นๆ ช่างคลายความเมื่อยขบได้ดีเสียจริง ระหว่างที่ฮั่วหนานอันนั่งหลับตาแช่น้ำอุ่นอยู่ หวังซื่อก็ถือถังน้ำร้อนเข้ามาเติมน้ำในถังไม่ให้เย็น
ฮั่วหนานอันคิดว่าเป็เสี่ยวเฟิง จึงทุบไปที่ไหล่ บ่งบอกว่า้าให้นวดบริเวณไหล่
เปลือกตาที่ปิดสนิทลืมขึ้น นิ้วเรียวและเนียนนุ่มหาใช่นิ้วของบ่าวที่อยู่ด้วยกันกับตนมาั้แ่เด็ก หันศีรษะกลับหลังเผชิญหน้ากับผู้เป็เ้าของมือ หัวใจของฮั่วหนานอันเต้นโครมครามผิดจังหวะ แก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อ
นั่งตัวเกร็งอยู่ในถังน้ำอุ่น ปิดเปลือกตาลงเพื่อไม่ให้เปิดเผยแววตาเขินอายให้กับภรรยาเห็น การอาบน้ำวันนี้จึงเป็ไปอย่างสงบ
หวังซื่อนวดบ่าให้โดยไม่ปริปากบ่นแต่อย่างใด นวดไปสักพักก็หยุดมือ หยิบหินขึ้นมาขัดหลังให้กับเขา งานพวกนี้นางไม่เคยลงมือทำเองเลยสักครั้ง เกิดมาก็มีบ่าวรับใช้ทำให้
แต่เพราะความยากลำบากที่ต้องเผชิญสอนให้นางรู้จักช่วยเหลือตัวเอง จนตอนนี้สามารถทำสิ่งที่ไม่เคยทำได้หลายอย่าง
ฮั่วหนานอันนั่งให้ภรรยาขัดหลังให้อย่างมีความสุข อาการเมื่อยล้าเหมือนจะหายไป พอภรรยาหยุดมือแล้วเดินออกไปจากห้อง ความเสียดายปรากฎขึ้นบนใบหน้า
รอคอยให้ถึงเย็นวันพรุ่งนี้แทบไม่ไหว หวังว่าภรรยาจะเข้ามาบีบนวดและขัดหลังให้ตนอีก
อาหารมื้อเย็นอบอวลไปด้วยความสุข ฮั่วหนานอันโพ้ยข้าวในถ้วยราวกับคนหิวโหยมาเป็ชาติ
อาหารเที่ยงที่เ้าของบ้านทำเลี้ยงเป็เพียงหมั่นโถวจากธัญพืชหยาบ ฝีมือทำอาหารเทียบกับอาหารที่บ้านไม่ได้แม้แต่น้อย
บุตรสาวทั้งสองผลัดกันคีบเนื้อใส่ถ้วยให้ ฮั่วหนานอันเกือบน้ำตาไหล ตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้ถึงวันพรุ่งนี้โดยเร็ว เสียงหัวเราะบนโต๊ะอาหารเป็ภาพแปลกใหม่ ตอนอยู่ที่สกุลฮั่วไม่เคยมีภาพแบบนี้เกิดขึ้นเลยสักครั้ง
ท้องนภามืดลง ทุกบ้านดับตะเกียงเตรียมพร้อมเข้านอน ฮั่วิจูผลักประตูห้องบิดา แล้วยื่นหัวเข้าไปสำรวจในห้องก่อนเป็อันแรก
“ท่านพ่อ”
เสียงคล้ายกับลูกแมวร้องเรียก ฮั่วหนานอันที่กำลังนอนคว่ำหน้ากับหมอนหันมองไปทางประตู จึงพบเข้ากับบุตรสาวที่อยู่ในชุดนอนสีขาวยาวกรอมเท้า ปล่อยผมให้ทิ้งตัวลงปกแผ่นหลัง
“เ้าไม่หลับไม่นอนหรืออย่างไร”
เด็กน้อยฮั่วิจูปีนขึ้นมาบนเตียงของบิดา เท้าน้อยๆ ก้าวเข้าไปยืนบนแผ่นหลังแกร่ง แล้วย่ำไปย่ำมา
“ข้าจะนวดให้ท่านพ่อนะเ้าคะ”
ฮั่วหนานอันหลับตาพริ้ม ปล่อยให้บุตรสาวเดินย่ำบนแผ่นหลัง ผ่านไปสักพักฝีเท้าที่ขยันขันแข็งในตอนแรกก็ช้าลง ดูท่าคงเมื่อยเป็ที่เรียบร้อย
“เ้ามีอันใดก็พูดออกมา”
มีหรือที่บิดาจะไม่รู้ใจบุตร ยามเข้านอนกลับโผล่มาหา และยังเอาใจโดยไม่กล่าวอะไร มิใช่วิสัยของเด็กน้อยผู้นี้
“พรุ่งนี้เช้าเถ้าแก่จากเหลาอาหารในตัวอำเภอมารับซื้ออาหารทะเล ข้าอยากออกไปหาอาหารทะเลมาแลกเงินเ้าค่ะ ขอท่านพ่อได้โปรดอนุญาต”
ขออนุญาตด้วยน้ำเสียงแ่เบา ระหว่างรอคำตอบเท้าเล็กๆ ก็ย่ำแผ่นหลังแรงขึ้นอีก
“แม่ของเ้าเห็นด้วยหรือไม่”
“ท่านแม่ยังไม่ให้คำตอบ บอกให้ข้ามาขออนุญาตท่านพ่อ”
ฮั่วิจูเอ่ยขอร้องมารดาอยู่นาน ทว่ามารดาใจแข็งดุจหินผา ไม่ยอมรับปาก โยนให้นางมาขออนุญาตบิดา
“แม่เ้าไม่ให้คำตอบ เ้าก็น่าจะรู้ผลลัพธ์อยู่แล้วมิใช่หรือ”
เขาจะกล้าเห็นต่างจากภรรยาได้อย่างไรกัน ขืนเห็นต่างคงต้องถูกนางมองด้วยสายตาเชือดเฉือน
ฮั่วิจูรู้อยู่แล้วว่าท่านพ่อกลัวท่านแม่ คงไม่อนุญาตให้นางไปตามนัดกับสหาย ในเมื่อขออนุญาตดีๆ แล้วท่านพ่อไม่ยอม เด็กน้อยจึงทำตามแผนการที่คิดเอาไว้ั้แ่ก่อนรับปากบรรดาสหาย
“ท่านพ่อ ข้ามีอะไรบางอย่างอยากจะบอกท่าน”
“หืม เ้ามีอันใดหรือ” นอนหลับตารอฟังว่าบุตรสาวจะมีเล่ห์อันใด
ฮั่วิจูพยายามอึกอัก ทำตัวให้ลึกลับ เพื่อกระตุ้นความสนใจของบิดา “พรุ่งนี้ท่านแม่กับพี่สาวจะออกไปเก็บอาหารทะเลขาย”
“อืม แม่เ้าบอกพ่อแล้ว”
หลังมื้อค่ำภรรยาก็บอกกับตนว่าจะพาบุตรสาวคนโตออกไปหาเก็บอาหารทะเลเพื่อนำไปแลกเงิน เขาห้ามปรามนางก็หาได้สนใจ ยืนยันว่าจะออกไปทำงาน ในเมื่อห้ามไม่ได้ก็ปล่อยเลยตามเลย
“ท่านพ่ออาจไม่รู้ว่า…เถ้าแก่เหลาอาหารในตัวอำเภอเหมือนจะชื่นชอบท่านแม่”
ฮั่วหนานอันพลิกร่างกายเร็วพลัน มือทั้งสองข้างรับร่างบุตรสาวตัวน้อยที่ตกจากแผ่นหลัง แล้ววางร่างนางให้นั่งลงบนเตียงนอน
“เ้ารู้อะไรพูดออกมาให้หมด”
ฮั่วิจูพยายามซ่อนรอยยิ้ม “ท่านพ่อไม่ต้องกังวลนะเ้าคะ เถ้าแก่เหวินแค่ตกตะลึงในความงามของท่านแม่ จึงเลียบเคียงถามเื่ส่วนตัว เป็ข้าที่กระโจนออกไปปกป้องท่านแม่แทนท่าน เถ้าแก่เหวินถึงได้รู้ว่าท่านแม่นั้นมีสามีและบุตรที่น่ารักถึงสองคน”
“ดีมาก สมกับเป็บุตรของฮั่วหนานอันผู้นี้”
วางมือลงบนศีรษะน้อย ๆ ของบุตรสาวด้วยความพึงพอใจ บุตรสาวตนรู้ความยิ่งนัก
“แต่…”
“ยังมีแต่อีกหรือ!” ฮั่วหนานอันตะลึงพรึงเพริดกับประโยคต่อมา
“เถ้าแก่เหวินผู้นี้สูญเสียภรรยาไปหลายปีแล้ว เหลือเพียงบุตร เขาจึงมองหาคนที่จะไปเป็ภรรยา ขนาดรู้ว่าท่านแม่มีสามีกับบุตรแล้ว เถ้าแก่เหวินยังมีท่าทางสนใจ
ท่านพ่อก็รู้ว่าท่านแม่ถูกจัดว่าเป็หญิงงามแห่งเทียนอัน พวกบุรุษที่อยู่ในเมืองเล็กๆ ต้องตกตะลึงกับความงามเป็ธรรมดา ขนาดคนพวกนั้นยังไม่รู้ว่าท่านแม่เป็บุตรของใคร พวกเขายังสนใจ
ถ้าพวกเขารู้ว่าท่านแม่เป็บุตรสาวของท่านยายกับท่านตา ข้าไม่อยากคิดเลยว่าจะเกิดอันใดขึ้น การเป็บุตรเขยขององค์หญิงใหญ่ต่อให้ท่านแม่เคยแต่งงานมีบุตรแล้ว คนพวกนั้นก็สามารถมองข้ามไปได้”
ฮั่วิจูเล่นกับความกลัวของบิดา นางรู้ว่าชาตินี้มารดาคงไม่ชายตาแลบุรุษอื่น แต่เพื่อให้สมปรารถนาจึงต้องหยิบยกเื่นี้ขึ้นมาเป็ข้ออ้าง
เห็นบิดามีท่าทางครุ่นคิด ฮั่วิจูจึงทำตัวเป็บุตรแสนดีต่อ “ท่านพ่อไม่ต้องกังวลไป ท่านแม่ไม่เคยพูดหรือให้ความหวังเถ้าแก่เหวินแม้แต่น้อย แต่กระนั้นก็ไว้ใจไม่ได้ ถ้ามีข้าไปด้วย ท่านพ่อจะได้หายห่วง”
ยกแขนเล็กๆ ขึ้นเบ่งกล้าม ให้บิดาเห็นว่านางปกป้องมารดาได้
“เ้าเด็กนี่! เหตุใดถึงได้รู้ความสัมพันธ์ของพวกผู้ใหญ่ ผู้ใดเอาเื่เหล่านี้มายัดใส่หัวเ้า”
ฮั่วหนานอันดึงแก้มย้วยด้วยความมันเขี้ยว ไม่รู้ทำไมบุตรสาวจึงได้เฉลียวฉลาด คำพูดคำจาราวกับผู้ใหญ่
หวังซื่อมองบุตรสาวที่ะโกลับมายังห้องนอน ฮั่วเจินจูกำลังนอนเล่นกับเถียนเถียนกวักมือเรียกน้องสาวให้ขึ้นมาบนเตียง
“อารมณ์ดีเพียงนี้ ท่านพ่ออนุญาตเ้าหรือ”
“แน่นอนเ้าค่ะ ข้าน่ารักขนาดนี้ ท่านพ่อจะใจร้ายกับข้าลงได้อย่างไรไหว”
ทิ้งตัวนอนลงบนเตียง วางมือลงบนตัวเถียนเถียนที่ขึ้นมานอนบนเตียงกับพวกตน ั้แ่มีเถียนเถียนมานอนอยู่ข้างๆ ฮั่วิจูก็ไม่ร้องไห้ตอนกลางคืนอีกเลย ท่านแม่จึงอนุญาตให้มันขึ้นมานอนได้
“ฮึ!”
หวังซื่อแค่นเสียงขึ้นสูง บุตรสาวคนเล็กนับวันจะยิ่งเ้าเล่ห์และยังชอบกล่าวประโยคเหลวไหลหลอกคนซื่อบื้อนั่น
เถียนเถียนมุดเข้ามาในอ้อมแขนของนายท่านผู้ไม่รู้เลยว่าถ้อยคำที่นางใช้หลอกล่อบิดา ถูกมารดาได้ยินหมดทุกคำ