เช้าตรู่ของวันถัดมา อากาศในเรือนยังเย็นสบายแทรกกลิ่นใบเตยที่แป้นต้มน้ำไว้สำหรับเช็ดหน้าให้ท่านหญิง แต่ญาดาไม่ได้สนใจกลิ่นหอมใด ๆ ในตอนนี้เลย
เธอกำลังกลิ้งไปกลิ้งมาบนฟูกนอน สะบัดผ้าห่มราวกับตัวเองเป็แซลมอนติดเบ็ด
“อ๊ากกก! ฉันพูดอะไรออกไปเมื่อคืนเนี่ยยยย!!!”
เสียงโอดครวญถูกกลบด้วยหมอนที่เธอกดหน้าลงไป
แป้นที่ยืนถือขันน้ำเดินผ่านมาเงียบ ๆ แล้วหันมาถามเสียงเบา
“ท่านหญิงเ้าขา...นางญาดาโดนิญญาบ้าอะไรเข้าสิงหรือเ้าคะ?”
ท่านหญิงอัญชลียังไม่เงยหน้า
ญาดา “บางที...อาจเป็ิญญาแห่งความรักก็ได้”
แป้นสะดุ้ง
“โอ๊ะ...ตายจริง! ข้ารู้แล้ว...นางเริ่มตกหลุมท่านหญิงแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ!”
“ญาดา …ตกแล้วหรือเปล่า...ข้าไม่แน่ใจ”
หญิงอัญชลีวางพู่กันช้า ๆ
เธอหยุดเล็กน้อยก่อนพูดเบา ๆ
“แต่ที่แน่ ๆ ข้าเอง...ก็ไม่ได้รำคาญเ้าหญิงเสียงดังผู้นี้เลย”
่บ่าย ณ สวนในเรือน
“ท่านหญิงขาาาา!” ญาดาวิ่งปรื๊ดเข้ามา ทำเอาท่านหญิงต้องหลบพัดมือเล็กน้อย
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ข้า...คือ...ข้าคิดไว้ว่า เราควรจะออกไปเที่ยวกันค่ะ!”
ท่านหญิงเลิกคิ้ว
“เที่ยว?”
“ใช่! ท่านหญิงไม่เบื่อบ้างเหรอคะ อยู่แต่ในวัง เจอแต่พิธี งานเลี้ยง บ่าวไพร่ เอานี่! ข้ามีลิสต์แล้วค่ะ ไปตลาดน้ำ ไปสวนบัว ไปกินขนมเบื้อง ไปดูละครเร่!”
ท่านหญิงจ้องหน้าเธอ
“…เ้าคิดว่าข้าเป็แม่หญิงทั่วไปหรือ?”
ญาดาทำหน้าแบ๊วใส่
“ข้าคิดว่าท่านหญิงเป็อะไรก็ได้ ถ้าอยู่กับข้า...เอ๊ย ถ้าอยู่กับสิ่งที่ทำให้ท่านยิ้มได้บ้างไงคะ”
คราวนี้หญิงอัญชลีหน้าแดงจาง ๆ
แต่ก็ยังพยักหน้าเบา ๆ
“…เช่นนั้นก็เตรียมตัวไป”
ณ ตลาดน้ำ
ญาดากำลังลองเล่นโยนห่วงที่บูธงานวัด “โยนห่วงให้ได้แหวนทอง”
“ถ้าข้าโยนเข้า...ท่านต้องเลี้ยงขนมข้านะคะ!”
โยน!
ตุ้บ! ห่วงตกน้ำกระเด็นใส่ป้าแม่ค้าจนเ้าตัวร้อง “โอย!” แล้วหัวเราะ
“เ้าโยนเหมือนจะตีหัวคนมากกว่านะ”
ท่านหญิงพูดเรียบ ๆ แล้วรับห่วงมาโยนบ้าง
เป๊ะ! เข้าเป้าในทีเดียว
“ว้าวววว ท่านหญิงเก่งมากกกก!”
“ข้าเลี้ยงขนมเ้าแล้วนะ” ท่านหญิงพูดขณะหยิบขนมไทยมาใส่ตะกร้า
ญาดาหันมามองอย่างตาโต
“ข้าแค่ล้อเล่นนะคะ...แต่ขอบคุณนะ”
ท่านหญิงยิ้มน้อย ๆ
“ถือว่าค่าห่วง...ที่เ้าทำตกน้ำแล้วเฉี่ยวหัวแม่ค้า”
คืนวันเดียวกัน
ญาดานั่งมองจันทร์กลางคืนอยู่ริมชาน เธอกำลังบ่นกับตัวเองเบา ๆ
“ทำไมใจมันเต้นแรงทุกทีที่ท่านหญิงยิ้มให้เราเนี่ย...”
ท่านหญิงอัญชลีเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังเธอเงียบ ๆ แล้วพูดขึ้น
“หากใจเ้าเต้น...ก็เพียงแค่ปล่อยให้มันเต้น”
เสียงของเธอนุ่มกว่าคืนไหน ๆ
“…บางที ใจข้า...ก็อาจเต้นอยู่เหมือนกันก็ได้”
ญาดาหันไปมองตาค้าง
ท่านหญิงยิ้มบาง ๆ ให้
ก่อนจะเดินกลับเข้าห้อง ทิ้งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผ้าและดอกลีลาวดีไว้ให้ญาดาหัวใจวูบวาบไปอีกคืน