ตอนที่ 5
หลังจากที่ได้คุยกับครอบครัวแล้ว เฉินเยี่ยนฟาง จึงได้เข้าห้องของตัวเอง เพื่อที่จะได้พักผ่อน เธอมองห้องแคบๆ นี้อย่างปวดใจ จากคนสวยและรวยมากจนเป็ที่อิจฉา จากสาวๆ ทั้งประเทศ แต่ดูตอนนี้สิ แม้ห้องที่นอนยังเป็ห้องที่แคบมาก และยังไม่มีอะไรที่เหมาะกับการนอนเลยสักนิด นี่แหละนะ เขาถึงว่าไม่ให้ยึดติด เพราะอะไรก็ไม่แน่นอน จากรวยล้นฟ้า กลายเป็ยาจกติดดิน ยิ่งคิดยิ่งเศร้าในชะตาชีวิตของตัวเอง
แล้วเราจะทำยังไงดีนะ ถ้าอยู่ที่บ้านหลังนี้ คงเป็ทาสทำงานของบ้านไปจนตายแน่นอน ถ้าได้ออกจากบ้านนี้ไป เรายังสามารถที่จะไปทำอะไรก็ได้อีกมากมาย ไม่ต้องคอยฟังเสียงบ่น เสียงด่า และเสียงใช้งานจากทุกคนอีก ทุกคนทำเหมือนกับว่าพวกเราเป็ทาสของบ้านอย่างไรอย่างนั้น อยากจะยุให้แม่และพ่อของแยกบ้านก็ไม่กล้า เพราะรู้ว่าพ่อรักย่ามาก และก็ถือความกตัญญูเป็หลัก
และที่สำคัญ พ่อคงกลัวว่าจะไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูลูกและเมียให้ได้ดี เพราะคิดว่าตัวเองทำงานคนเดียว แต่พ่อคงลืมคิดไปว่า ถ้าได้ออกไปจากบ้านนี้คนอื่นก็สามารถทำงานหาเงินได้ เพราะไม่ต้องคอยรับใช้พวกเขาแล้ว
นอนคิดไปคิดมาและสายตาของเธอมาสะดุดกับปานแดงรูปหัวใจกลางฝ่ามือ มองดูด้วยความแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นปานแดงเป็รูปหัวใจมาก่อน จึงได้มองด้วยความชื่นชม แต่ว่าทำไมเราเพิ่งจะเห็นนะ เพราะจำได้ว่ามันไม่มีมาก่อนนี้นา ตอนที่เธอตื่นมา แต่ทำไมวันนี้มันถึงได้มีขึ้นมาได้กันนะ ยิ่งคิดยิ่งแปลกใจ
"แปลกจริงๆ มันมาได้ยังไงกันนะ ในเมื่อวันที่มาเราก็สำรวจหมดแล้วนี่นา ไม่เห็นมาก่อนเลย"
ด้วยความสงสัย จึงได้มองอยู่อย่างนั้น และเมื่อเพ่งมองดีๆ ทำให้ใเป็อย่างมาก เพราะข้างในปานแดงรูปหัวใจ ตอนนี้เธอมองเห็นเหมือนกับว่าเป็ห้างขายของ ของบ้านเธอเลย แต่จะเป็ไปได้ยังไงกัน มันไม่น่าจะอยู่ในนั้นได้นี่นา
"สงสัยจะตาฝาดล่ะมั้ง คงจะคิดถึงของกินของใช้มากเกินไป จึงได้เห็นอะไรอย่างนี้"
เฉินเยี่ยนฟาง คิดว่าตัวเองตาฝาด จึงได้หลับตา เพื่อที่จะไม่ได้เห็นสิ่งที่คิดว่าเป็ภาพลวงตานี้ แล้วจึงได้ลืมตาอีกครั้งหนึ่ง แล้วมองเพ่งไปใน ปานแดงรูปหัวใจอีกครั้ง และครั้งนี้เธอก็ยังคงเห็นห้างของเธอเช่นเดิม ทำให้ตอนนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที และลุกจากที่นอนแข็งๆ ทันที ด้วยความดีใจ และยังคงแปลกใจอยู่
"มันยังอยู่ แล้วเราเห็นได้ยังไงกัน น่าแปลกจริงๆ"
เธอนั่งมองมันอยู่อย่างนั้น แม้ว่าจะเห็นแล้วจะทำอะไรได้ คงทำได้แค่มองเท่านั้น แล้วจะให้เห็นทำไมให้ปวดใจกันนะ ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้าใจ แม้จะอยากหยิบอะไรออกมา แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
"จะให้เราเห็นทำไมกันนะ ไม่เห็นยังจะดีเสียกว่า"
ยิ่งมองยิ่งปวดใจ ยิ่งคิดถึง ตอนนี้ความคิดสับสน ตีกันจนวุ่นวายไปหมด แม้ใจจะบอกว่าให้เห็นทำไม่ แต่ก็ไม่ยอมที่จะหยุดมองแม้แต่น้อย เพราะในใจก็ยังอยากที่จะััพวกมันด้วยความคิดถึง ดูสิถ้าได้ของพวกนั้นมาให้พ่อ แม่ และน้องชายได้กิน เธอคงจะมีความสุขมาก แต่ตอนนี้ทำได้เพียงมองตาละห้อยเท่านั้น
"ถ้าเข้าไปในห้างได้ก็ดีสินะ"
แล้วหลังจากพูดว่า้าเข้าห้างเท่านั้นล่ะ เฉินเยี่ยนฟาง กลับเข้าไปยืนในห้างได้จริงๆ และตอนนี้เธอมายืนอยู่ที่ร้านค้าที่ขายอาหารที่ชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอาหารให้เลือกมากมาย ด้วยอาการงงๆ กับเื่ที่เกิดขึ้น
แต่ตอนนี้เธอไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น เพราะกำลังทั้ง งง ทั้งแปลกใจ และใ ความคิดตอนนี้สับสนไปหมด ว่าเธอเข้ามาได้ยังไงกัน หรือว่าตอนที่บอกว่าจะเข้ามา มันเลยพาเธอเข้ามาในนี้
"มันจะมหัศจรรย์เกินไปแล้ว"
ไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะเป็ไปได้ หรือว่าในนี้มันเป็มิติ อย่างที่เพื่อนของเธอที่ชอบอ่านนิยายเป็ชีวิตจิตใจ และเล่าให้ฟังเป็ประจำ ที่นางเอกมักจะทะลุมิติ และมักจะมีมิติติดตัวไปด้วย อย่าบอกนะว่าเราเป็เหมือนกับนางเอกในนิยาย แม้ว่าจะเป็เื่เหลือเชื่อ แต่ว่าถ้าเื่นี้เป็เื่จริง เธอจะขอบคุณมากเลย
"แล้วเราเข้ามาได้อย่างนี้ แล้วเราสามารถเอาของออกไปข้างนอกได้หรือเปล่านะ อยากรู้จัง"
ในเมื่อสามารถเข้ามาได้แล้ว เธอจึงหวังที่จะสามารถนำของออกไปข้างนอกได้ด้วย
"ขอให้เอาออกไปได้ด้วยเถอะ"
พูดพร้อมทั้งยกมือท่วมหัว ไม่รู้ล่ะ ในเมื่อ ไม่มีคนเลย แล้วจะต้องอายอะไร
"ลองเอาขนมจีบ ออกไปดูสักหน่อยแล้วกัน แค่เห็นก็อยากกินแล้ว จะได้รู้ด้วยว่าสามารถนำออกไปได้หรือเปล่า แล้วจะไปยังไงล่ะ"
เมื่อคิดว่าจะออก แต่ตอนนี้ติดปัญหาว่าไม่รู้วิธีนำออกไปข้างนอกนี่สิ ไม่รู้ว่าจะออกจากห้างในมิติแห่งนี้ยังไงดี จึงได้คิดว่าตอนเข้ามาเราพูดว่าเราจะเข้า อย่างนั้น ตอนออกคงจะเป็เหมือนกันแน่เลย ลองก็แล้วกัน จะได้รู้ด้วยว่าจะทำได้หรือเปล่า ตอนนี้เธอรู้สึกตื่นเต้น พร้อมกับลุ้นไปด้วย ว่าจะสามารถนำของในห้างแห่งนี้ออกไปด้วยได้ไหม
"ออกจากห้าง"
หลังจากพูดจบ เธอก็ออกมาอยู่ในห้องที่แคบของตัวเองได้สำเร็จ และสิ่งที่เธอคิดหวังเอาไว้ก็เป็จริงอีกด้วย เพราะตอนนี้ในมือของเธอมีจานขนมจีบ ที่ถือออกมาจากห้าง และมันสามารถนำออกมาด้านนอกได้
เธอยิ้มอย่างมีความสุข และคิดว่าเธอไม่อดตายแล้ว และเธอคิดว่าไม่อดตายไม่พอ ต่อไปเธอจะต้องสามารถนำมันไปหาเงินได้ด้วย ในที่สุดก็มีวิธีที่จะทำให้ครอบครัวสบายได้แล้ว แม้ตอนนี้จะไม่รู้ว่าจะทำอะไรก็ตาม แต่แค่มีห้าง ที่สามารถนำของออกมาได้ เธอก็ถือว่าเป็สิ่งที่ดีมากแล้ว
ตอนนี้จึงยังไม่ได้คิดจะทำอะไรต่อ เพราะตอนนี้เธอกำลังจัดการกับขนมจีบ ที่ได้นำออกมาเสียก่อน แม้จะคิดอยากให้พ่อ แม่ และน้องชายได้กินด้วย แต่ตอนนี้คงยังไม่ได้ แต่เธอต้องเอาออกมาให้พวกเขากินอย่างแน่นอน
เมื่อจัดการหมดแล้ว เธอได้เข้าไปในห้างอีกครั้งและนำจานที่ใส่ไปทิ้งในถังขยะ เพราะไม่สามารถเอาไว้ข้างนอกได้ เพราะว่ามันแตกต่างเกินไป และเริ่มเดินสำรวจไปทั่วห้าง ว่ามีอะไรบ้าง ถึงแม้ว่าเป็ห้างที่บ้านเธอก็จริง แต่เธอก็แทบไม่ได้มาเดินเลยด้วยซ้ำ จึงไม่ได้รู้ว่ามันมีอะไรขายบ้าง แต่เท่าที่เดินดู มีของที่จำเป็ทุกอย่างอยู่ในนี้เลย
ตอนนี้ใจที่เคยหนักอึ้งได้คลายลงมากแล้ว เมื่อเห็นของที่มีอยู่ แค่ตอนนี้ต้องคิดว่าจะจัดการอย่างไรเสียมากกว่า เมื่อสำรวจหมดแล้ว จึงได้นำที่นอนพับเล็กๆ ผ้าห่ม สบู่ ยาสระผม แปรงสีฟันและยาสีฟัน ที่เป็ชิ้นเล็กๆ ออกไป เพื่อที่จะสามารถใช้ได้ก่อน แล้วค่อยหาทางให้คนอื่นๆ ได้ใช้ทีหลัง แต่เธอขอใช้ก่อนแล้วกัน เพราะคนเคยใช้ของที่ดีมาก่อน แล้วแทบไม่ใช้อะไรเลย จึงรู้สึกไม่อยากจะทนอีกต่อไป
เมื่อได้ของที่้าแล้ว จึงได้เก็บเอาไว้ ให้ห่างตาคนที่เข้ามาในห้องก่อน และทำการปูที่นอน เพราะตอนนี้ขอนอนอย่างมีความสุขก่อนแล้วกัน และคิดว่าอย่าให้เป็เพียงความฝันเลย ไม่ใช่ว่าตื่นมาทุกอย่างที่เห็นนี้ไม่มีอยู่จริงหายไปหมด เธอไม่อยากจะให้เป็อย่างนั้น
"ขอบคุณมากนะคะ หนูไม่รู้ว่าใครที่มอบมิติห้างนี้มา แต่ขอบคุณเป็อย่างมากเลยค่ะ"
และวันนี้จึงเป็วันที่เธอนอนหลับได้สบายเป็วันแรกหลังจากที่ได้ทะลุมิติมาเลยก็ว่าได้ จึงนอนยิ้มอย่างมีความสุข และฝันดีตลอดทั้งคืนอีกด้วย
(ฝากกดติดตามด้วยนะคะ )