รอยยิ้มสุภาพบุรุษที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างแเีของกฤต ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ทว่าภายในใจของเขากลับร้อนรุ่มไปด้วยความอิจฉาริษยา ชายหนุ่มพยายามจะสวมบทบาทเพื่อนแสนดีที่บังเอิญมาพบกัน และใช้โอกาสนี้แทรกซึมเข้ามาเป็มือที่สามเพื่อทำความรู้จักกับศัตรูหัวใจอย่างเนียนๆ
ทว่า... เพียงฟ้าไม่ใช่ผู้หญิงโง่ หรือลูกคุณหนูหัวอ่อนที่จะตามเกมของผู้ชายพรรค์นี้ไม่ทัน
หญิงสาวผู้กุมบังเหียนเครือบริษัทอุตสาหกรรมหนักอันดับหนึ่งของภูมิภาค ทอดสายตามองเพื่อนสมัยเด็กด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนที่ริมฝีปากอวบอิ่มซึ่งเคลือบด้วยลิปสติกสีสดจะค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมา... เป็รอยยิ้มที่งดงาม สง่างาม แต่กลับเย็นเยียบไปถึงกระดูกดำ
"คุณกฤตคะ..."
เพียงฟ้าเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยสรรพนามที่ห่างเหินและเป็ทางการที่สุด น้ำเสียงของเธอสุภาพ ไพเราะ แต่กลับแฝงไปด้วยการขีดเส้นแบ่งอาณาเขตอย่างชัดเจน "ขอบคุณมากนะคะ สำหรับความหวังดีและคำชวนของคุณ... แต่เดี๋ยวฟ้าคงจะต้องขอตัวก่อนนะคะ"
กฤตชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มแข็งค้าง
"พอดีว่าวันนี้..." เพียงฟ้าจงใจขยับตัวเข้าไปยืนชิดกับร่างสูงใหญ่ของธีร์มากยิ่งขึ้น หญิงสาวปรายตามองชายหนุ่มข้างกายด้วยแววตาที่อ่อนโยนลง ก่อนจะหันกลับมาตอกหน้ากฤตด้วยประโยคที่จงใจเน้นย้ำสถานะอย่างชัดเจนเต็มสองหู
"ฟ้ากำลังทำหน้าที่พา 'คู่หมั้น' ของฟ้า ออกมาเดินเที่ยวพักผ่อนน่ะค่ะ ฟ้าอยากจะใช้เวลาส่วนตัวพาเขาเดินดูนู่นดูนี่ เพื่อให้เขาคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยให้มากขึ้นสักหน่อย... เพราะว่า เขาไม่ได้เดินทางกลับมาที่นี่นานมากแล้วล่ะค่ะ"
เปรี้ยง!!
คำว่า 'คู่หมั้น' ที่ถูกกระแทกเสียงเน้นย้ำอย่างจงใจ เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยงลงมากลางแสกหน้าของกฤต!
ใบหน้าหล่อเหลาของนักธุรกิจหนุ่มชาวาบไปจนถึงใบหู รอยยิ้มสุภาพบุรุษที่เขาพยายามรักษาเอาไว้พังทลายลงไม่เป็ท่าในเสี้ยววินาที แม้เขาจะรู้ความจริงข้อนี้จากปากของเ้าสัวสิรินทร์และน้ำรินมาก่อนแล้ว แต่การที่ต้องมาได้ยินคำว่า 'คู่หมั้น' หลุดออกมาจากปากของผู้หญิงที่เขารักและเฝ้าทะนุถนอมมาตลอดชีวิต มันกลับสร้างความเ็ปและจุกเสียดในอกได้อย่างมหาศาล
กฤตจ้องมองใบหน้าเรียบเฉยของธีร์ ั์ตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชังและดูแคลนอย่างปิดไม่มิด
ชายหนุ่มนึกย้อนไปถึงข้อมูลที่เขาได้รับรู้มา... ไอ้หมอนี่คือหลานชายที่หายสาบสูญไปของคุณสิรินทร์ ที่เพิ่งจะถูกคนไปตามหาตัวจนเจอที่ 'ตะวันออกกลาง'...
ในตอนแรก กฤตไม่รู้หรอกว่าไอ้หมอนี่ไปทำอาชีพอะไรอยู่ที่นั่น แต่เมื่อได้มาพิจารณาจากหน่วยก้าน รูปร่างที่หนาเตอะเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ และท่าทางที่ดูทื่อมะลื่อไร้การศึกษาของมันในตอนนี้... กฤตก็เดาได้ไม่ยากเลยว่า ไอ้ผู้ชายคนนี้ก็คงไม่พ้นไปทำงานเป็พวก 'กรรมกร' แบกหาม หรือเป็แรงงานชั้นต่ำอะไรสักอย่างที่ต้องใช้แต่กำลังกายในตะวันออกกลางแน่ๆ!
มันจะไปมีปัญญาทำอะไรได้นอกจากใช้แรงงานวะ! กฤตสบถด่าในใจด้วยความริษยา เศษขยะชั้นต่ำแบบนี้เนี่ยนะ ที่จะมาเป็คู่หมั้นของเพียงฟ้า!?
ยิ่งคิด กฤตก็ยิ่งรู้สึกรับไม่ได้และมองว่าผู้ชายตรงหน้า 'ไม่คู่ควร' กับนางพญาแห่งสิรินทรา กรุ๊ป เลยแม้แต่นิดเดียว
ในสายตาของเขา นอกจากการที่มันฟลุกเกิดมามีสายเืและเป็หลานแท้ๆ ของคุณสิรินทร์แล้ว ไอ้กรรมกรหน้าตายนี่ก็ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง! มันไม่มีทั้งการศึกษา ไม่มีทั้งชาติตระกูล ไม่มีแม้กระทั่งวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ!
มันต่างจากเขาอย่างลิบลับ! เขาคือ 'กฤต' ทายาทเพียงคนเดียวที่ถูกวางตัวให้เป็ผู้สืบทอดอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆ ของประเทศ บริษัทของเขามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับมหภาค... เขาต่างหาก คืออัศวินขี่ม้าขาวที่เพียบพร้อม เขาต่างหาก คือผู้ชายที่สามารถเดินเคียงคู่และเชิดหน้าชูตาไปพร้อมกับเพียงฟ้าในวงสังคมชั้นสูงได้อย่างสมศักดิ์ศรี... ไม่ใช่ไอ้เศษขยะที่ดีแต่ใช้แรงงานแบบนี้!
ทว่า... แม้ภายในใจจะเหยียดหยามอีกฝ่ายจนจมดิน แต่ด้วยความที่กฤตไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่า 'สายเืที่แท้จริง' ของเ้าสัวสิรินทร์ คือไพ่ตายใบสำคัญที่เขาจะประมาทหรือทำตัวเป็ศัตรูออกหน้าออกตาไม่ได้เด็ดขาด
นักธุรกิจหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็ปกติ ก่อนจะงัดเอาเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงขึ้นมาใช้อีกครั้ง หวังจะแยกเพียงฟ้าออกจากคู่หมั้นให้จงได้
"อ้อ... แบบนี้นี่เองครับ" กฤตแสร้งทำเป็พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเสนอตัวด้วยรอยยิ้มกว้าง "ถ้าอย่างนั้น เอาอย่างนี้ดีไหมครับฟ้า? ในเมื่อเขาเพิ่งจะกลับมาเมืองไทยและยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่... เดี๋ยวผมขออาสาเป็คนพาเขาเดินเที่ยว และแนะนำสถานที่ต่างๆ ให้เองดีกว่าครับ!"
กฤตหันไปมองธีร์ด้วยแววตาที่ท้าทาย "ไหนๆ พวกเราก็เป็ 'ผู้ชาย' เหมือนกัน... ไปด้วยกัน คุยกันแบบผู้ชาย มันน่าจะคุยอะไรกันได้ง่ายกว่าและสะดวกใจกว่านะครับ ฟ้าจะได้ไม่ต้องมาคอยเดินตามให้เหนื่อยด้วย... ดีไหมครับ?"
ข้อเสนอที่ฟังดูเหมือนจะหวังดี แต่แฝงไปด้วยเจตนาที่จะกันท่าอย่างชัดเจน ทำเอาเพียงฟ้ายกยิ้มเย็นเยียบขึ้นมาที่มุมปาก
"ขอบคุณมากนะคะ สำหรับความหวังดี..."
เพียงฟ้าเอ่ยตอบด้วยความสุภาพ แต่เป็การปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยที่สุด "แต่คงไม่ต้องรบกวนคุณกฤตหรอกค่ะ เพราะพอดีว่าวันนี้... ฟ้าตั้งใจและมีความประสงค์ที่จะพาเขาออกทัวร์ด้วยตัวของฟ้าเอง... ในฐานะ 'คู่หมั้น' ของเขาน่ะค่ะ"
นางพญาสาวจงใจเน้นคำว่า 'คู่หมั้น' กระแทกใส่หน้าเขาเป็ครั้งที่สอง!
รอยยิ้มของกฤตเจื่อนสนิท ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก สันกรามของเขาบดเข้าหากันแน่นจนเป็สันนูน เมื่อถูกหญิงสาวขีดเส้นกั้นและตอกฝาโลงปฏิเสธความหวังดีของเขาต่อหน้าศัตรูหัวใจอย่างไร้ความปรานี
"อ่า... ถ... ถ้าอย่างนั้น" กฤตพยายามเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ถอยทัพอย่างผู้ปราชัย "เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะครับ"
เพียงฟ้าไม่ได้ตอบรับคำบอกลานั้น หญิงสาวทำเพียงแค่ปรายตามองเขาด้วยหางตา ก่อนจะหันกลับมาหาชายหนุ่มที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงนิ่งเงียบอยู่ข้างๆ ตู้เกม
หมับ!
มือเรียวบางที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดงาม เอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาของอดีตทหารรับจ้าง ก่อนที่ซีอีโอสาวจะออกแรงดึงร่างของเขาให้เดินตามเธอออกไปจากบริเวณ Game Center ทันที โดยไม่หันกลับไปมองเพื่อนสมัยเด็กที่ยืนหน้าชาเป็หมาหงอยอยู่เื้ัอีกเลย
...
สำหรับธีร์ ผู้ซึ่งเป็ถึงร้อยโทแห่งหน่วยรบพิเศษวูลฟ์แฟง (Wolf Fang) ชายหนุ่มผู้มีพละกำลังมหาศาลและเชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด (CQC) การที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ บอบบางอย่างเพียงฟ้ามาจับข้อมือและออกแรงลากเขาแบบนี้ ถ้าเป็ในสถานการณ์ปกติ เขาคงจะสะบัดหลุดได้อย่างง่ายดายราวกับปัดฝุ่น
แต่ทว่า ในเวลานี้... หมาป่าเดนตายกลับทำตัวอ่อนปวกเปียกยอมสิโรราบอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มปล่อยให้มือนุ่มนิ่มของเธอจับจูงข้อมือของเขาเอาไว้แน่น และยอมเดินก้าวตามแรงลากของนางพญาสาวไปอย่างเงียบเชียบ โดยไม่ได้ปริปากบ่น หรือขัดขืนเลยแม้แต่น้อย
เพียงฟ้าลากจูงคู่หมั้นหนุ่มเดินลิ่วๆ ออกมาจากห้างสรรพสินค้า จนกระทั่งมาถึงบริเวณลานจอดรถซูเปอร์วีไอพี
ปึก!
หญิงสาวปล่อยมือจากเขา ก่อนจะเดินกระแทกส้นสูงปึงปังไปเปิดประตูรถซูเปอร์คาร์สีดำด้านฝั่งผู้โดยสาร แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะหนัง Alcantara ด้วยท่วงท่าที่กระแทกกระทั้น บ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังขุ่นมัวและคุกรุ่นอยู่ภายในใจอย่างชัดเจน
ธีร์มองอาการฟึดฟัดของหญิงสาวด้วยความงุนงง ชายหนุ่มเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งคนขับ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่พวงมาลัย เขาเสียบกุญแจสมาร์ทคีย์ สตาร์ตเครื่องยนต์ V12 จนมันครางกระหึ่มขึ้นมา
หมาป่าหนุ่มหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่กำลังนั่งกอดอก นิ้วเรียวเคาะแขนตัวเองรัวๆ เป็จังหวะ
"แล้วนี่... เราจะกลับคฤหาสน์กันเลยไหมครับ?" ธีร์เอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบ
เพียงฟ้าไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที หญิงสาวหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนทรวงอกอวบอิ่มกระเพื่อมไหว พยายามระงับสติอารมณ์และกดข่มความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจให้สงบลง
เมื่อครู่นี้... ตอนที่เธอเดินเข้ามาเห็นกฤตยืนจ้องหน้าธีร์ด้วยสายตาหาเื่ แถมยังพูดจาโอ้อวดสรรพคุณตัวเองเพื่อข่มคู่หมั้นของเธอ เธอคาดหวัง... คาดหวังอย่างสุดหัวใจว่า ผู้ชายที่ดุดันและแข็งแกร่งอย่างธีร์ จะต้องมีปฏิกิริยาตอบโต้ จะต้องแสดงความหึงหวง หรืออย่างน้อยๆ ก็ควรจะแสดงความเป็เ้าข้าวเ้าของ ปกป้องเกียรติของตัวเองและเกียรติของเธอในฐานะคู่หมั้นบ้าง!
แต่เปล่าเลย! ไอ้ทหารหน้าตายคนนี้กลับเอาแต่นั่งเล่นเกมรถแข่ง แถมยังปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นมาพูดจาข่มขวัญฉอดๆๆ อยู่ได้ตั้งนานสองนาน โดยที่ไม่ปริปากด่า หรือแม้แต่จะหันไปสนใจเลยสักนิด!
มันน่าน้อยใจนัก! นี่เขาไม่ได้มีความรู้สึกหวงแหน หรือหึงหวงเธอเลยแม้แต่น้อยนิดเลยเหรอ!?
เพียงฟ้าลืมตาขึ้น ั์ตาสีเข้มดุจนางพญาที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและหงุดหงิด ตวัดหันขวับมาจ้องหน้าชายหนุ่มที่กำลังจับพวงมาลัยรถอยู่ ก่อนที่หญิงสาวจะตัดสินใจยิงคำถามตรงประเด็น ไม่อ้อมค้อม ไม่อาศัยชั้นเชิงใดๆ ทั้งสิ้น
"นี่คุณ..." เพียงฟ้าเอ่ยเสียงเรียบ "เมื่อกี้... คุณไม่รู้สึก 'หึง' ฉันเลยเหรอคะ!?"
คำถามที่พุ่งตรงแสกหน้า ทำเอาอดีตแนวหน้าทะลวงฟันแห่งตะวันออกกลางถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
ธีร์กะพริบตาปริบๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น ชายหนุ่มทำหน้างุนงงราวกับเพิ่งได้ยินคำศัพท์ภาษาต่างดาวที่เขาแปลไม่ออก
"หึง?" ธีร์ทวนคำเสียงหลง "หึง... อ๋อ... คุณหมายถึงเื่ของผู้ชายคนเมื่อกี้นี้... สินะครับ? เขาชื่ออะไรนะ..."
เพียงฟ้ากัดฟันกรอด แทบจะพ่นไฟออกมาจากปาก "กฤตค่ะ! เขาชื่อ กฤต! เป็เพื่อนสมัยเด็กของฉันเอง!"
เสียงตวาดแหวที่ดังลั่นออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม ทำเอาบรรยากาศภายในห้องโดยสารของซูเปอร์คาร์ที่เงียบสงบอยู่แล้ว ยิ่งดูอึดอัดขึ้นไปอีก
ทว่า ธีร์ที่ใช้สองมือจับพวงมาลัยหุ้มหนัง Alcantara เอาไว้หลวมๆ กลับไม่ได้มีท่าทีสะดุ้งะเื หรือแสดงความโกรธเคืองตอบโต้แต่อย่างใด ชายหนุ่มเพียงแค่ปรายตาคมกริบมองใบหน้าสวยหวานที่กำลังงอง้ำของคู่หมั้นสาว ก่อนจะเอ่ยแสดงความคิดเห็นออกมาตามหลักเหตุผลและการประเมินสถานการณ์อย่างซื่อตรงที่สุด
"ความจริงแล้ว... เขาก็ดูเหมาะสมกับคุณดีนะครับ ฟ้า"
ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความประชดประชันใดๆ เจือปน "ผู้ชายคนนั้นดูภูมิฐาน การแต่งตัวและบุคลิกก็ดูเหมือนเป็นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แถมเขายังบอกเองด้วยว่าเป็เพื่อนสมัยเด็กของคุณ โตมาด้วยกัน... เขาก็คงจะรู้จักนิสัยใจคอและตัวตนของคุณเป็อย่างดี ไม่น้อยไปกว่าใครเลยทีเดียว"
ชายหนุ่มเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ั์ตาของเขาทอดมองออกไปนอกกระจกหน้ารถ "และที่สำคัญ... ดูท่าทางแล้ว เขาคงจะ 'ชอบ' และรักคุณมากเลยนะครับ... ขนาดเพิ่งเคยเจอหน้าผมเป็ครั้งแรกแท้ๆ เขายังแสดงสีหน้าและแววตาไม่พอใจ รังเกียจ และมองผมเป็ศัตรูออกหน้าออกตาขนาดนั้น"
คำวิเคราะห์ที่ตรงไปตรงมาและแสนจะซื่อบื้อในเื่ของความรัก ทำเอาเพียงฟ้าที่กำลังโกรธจัดถึงกับอ้าปากค้าง หญิงสาวจ้องมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหมาป่าหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ทั้งเหลือเชื่อและหงุดหงิดใจ
นี่เขาไม่รู้ตัวจริงๆ หรือว่าแกล้งโง่กันแน่!? มีผู้ชายที่ไหนบนโลกบ้าง ที่เอาศัตรูหัวใจมาพูดยกยอชื่นชมให้คู่หมั้นของตัวเองฟังหน้าตาเฉยแบบนี้!
"แล้วในเมื่อคุณรู้แบบนั้น..." เพียงฟ้าเค้นเสียงถาม ั์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ทำไมเมื่อกี้นี้ คุณถึงไม่ได้ตอบโต้อะไรเขาไปเลยล่ะคะ!? ปล่อยให้เขามายืนพูดจาข่มขวัญฉอดๆ อยู่ได้ยังไง!"
ธีร์หันมาสบตาเธอ ก่อนจะตอบด้วยความสัตย์จริง "ก็ผม... ไม่รู้จะตอบอะไรเขาไปนี่ครับ"
สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับความเป็ความตายในสนามรบ การต่อปากต่อคำเพื่อแย่งชิงความโดดเด่นในวงสังคม มันเป็เื่ที่ไร้สาระและเปล่าประโยชน์ที่สุด ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ชักอาวุธ หรือพุ่งเข้ามาทำร้าย เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปเสียเวลาตอบโต้
คำตอบที่แสนจะทื่อมะลื่อนั้น ทำเอาเพียงฟ้าถึงกับพูดไม่ออก หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมายาวๆ ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ พยายามจะทำความเข้าใจตรรกะอันแสนประหลาดของผู้ชายคนนี้
ธีร์ก้มหน้าลงมองพวงมาลัยรถเล็กน้อย ความเงียบโรยตัวลงมาครอบคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่เขากำลังคิดทบทวนอยู่ออกมา
"ความจริงแล้ว..." ธีร์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาอ่อนลงและแฝงไปด้วยความจริงจัง "เขาก็ดูรักคุณดีนะ ดูเหมาะสมและคู่ควรกับคุณทุกอย่างด้วย... ทำไมคุณถึงไม่ยอมให้โอกาสเขาล่ะครับ?"
เพียงฟ้าชะงักมือที่กำลังนวดขมับ หญิงสาวหันขวับมามองหน้าเขา แววตาของเธอเริ่มเปลี่ยนจากความหงุดหงิด เป็ความไม่พอใจอย่างรุนแรง
"เพราะฉันสัญญากับคุณปู่เอาไว้แล้วไงคะ!" เพียงฟ้าตอบเสียงแข็ง ย้ำเตือนถึงพันธนาการที่ผูกมัดเธอเอาไว้ "ฉันรับปากท่านไปแล้ว ว่าฉันจะแต่งงานและดูแลหลานชายของท่าน!"
"ถ้าเป็เื่คำสัญญานั่นล่ะก็..." ธีร์สวนกลับทันทีอย่างไร้ความลังเล "เดี๋ยวผมกลับไปคุย และอธิบายกับคุณปู่ให้เองก็ได้ครับ... ปู่ท่านรักผม ท่านคงยอมฟังเหตุผล... ถ้าผู้ชายคนนั้นเขารักคุณเหมือนที่เขาบอกจริงๆ คุณก็ไปกับเขาเถอะครับ แล้วส่วนเื่บริษัท หรือทรัพย์สมบัติทั้งหมดนี่... คุณจะเอาทุกอย่างไปเลยก็ได้นะ ผมไม่ติดใจอะไรหรอก"
กึก!
ราวกับมีเส้นความอดทนขาดผึงอยู่ภายในหัวของเพียงฟ้า!
หญิงสาวกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ั์ตาสีเข้มของเธอวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธจัดที่ถูกจุดประกายขึ้นมา การที่เขาพูดจาผลักไสไล่ส่งเธอให้ไปหาผู้ชายคนอื่น แถมยังเอาเื่เงินๆ ทองๆ มาเสนอให้แบบนี้ มันเป็การดูถูกศักดิ์ศรีของเธออย่างร้ายกาจที่สุด!
"นี่คุณพูดเื่แบบนี้ขึ้นมาอีกแล้วนะ!" เพียงฟ้าตวาดเสียงสั่น น้ำตาแห่งความน้อยใจรื้นขึ้นมาที่ขอบตา "คุณพูดเหมือนกับว่า... ที่ฉันยอมทำตามสัญญา ยอมแต่งงานกับคุณ ก็เพราะว่าฉัน '้าทรัพย์สิน' ของคุณอย่างนั้นแหละ! คุณมองฉันเป็ผู้หญิงหน้าเงิน หวังฮุบสมบัติรึไงคะ!?"
"ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น!"
ธีร์รีบหันมาปฏิเสธเสียงแข็ง ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังตีความเจตนาของเขาผิดไปไกลลิบ "ผมไม่ได้คิดว่าคุณหวังสมบัติเลยสักนิด... ที่ผมพูดไป ผมหมายความว่า ตัวคุณน่ะ... 'เหมาะสม' ที่จะและดูแลสิ่งเหล่านี้... ไม่ใช่ผมต่างหาก!"
เพียงฟ้าสูดลมหายใจลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ "แต่สิ่งทุกอย่างนี้... มันเป็ของคุณนะคะ ธีร์! ทั้งบริษัท ทรัพย์สมบัติ อำนาจ... ทุกๆ อย่างที่คุณปู่สร้างมา มันคือสิทธิโดยชอบธรรมของคุณเพียงคนเดียว!"
ธีร์ทอดสายตามองความยึดมั่นและเด็ดเดี่ยวของหญิงสาว ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาแ่เบา เขาเอนแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพิงเข้ากับพนักเบาะรถหนัง Alcantara ค่อยๆ หลับตาลง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง...
ทว่า ครั้งนี้ มันไม่ใช่ความเงียบของการเมินเฉย แต่มันคือความเงียบที่ชายหนุ่มกำลังรวบรวมความกล้า เพื่อเปิดเผยาแที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ
"ผมจะเล่าอะไรให้ฟังนะ... แล้วผมก็ไม่ได้เล่าเพื่อให้คุณมารู้สึกสงสาร หรือเวทนาอะไรผมด้วย"
เสียงทุ้มต่ำของอดีตทหารรับจ้างดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ มันราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเ็ปที่ตกตะกอนมาเนิ่นนาน "ั้แ่ตอนที่ผมยังเป็แค่เด็ก... เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่ต้องยืนมองแผ่นหลังของ 'แม่' ตัวเอง เดินจากไปเพื่อหนีไปแต่งงานใหม่ มีครอบครัวใหม่..."
เพียงฟ้าชะงักไปทันที ความโกรธที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความตกตะลึงและตั้งใจฟัง
"ตอนนั้น... เธอสัญญากับผมเป็มั่นเป็เหมาะ ว่าเธอจะกลับมารับผม..." ธีร์เค้นหัวเราะในลำคอ เป็เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและขมขื่นที่สุด "แต่สุดท้าย... เธอก็ไม่เคยกลับมาเลย ไม่เคยเลยสักครั้ง... ผมถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด คุ้ยขยะหาของกิน ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องอดตายอยู่ข้างถนน..."
ชายหนุ่มลืมตาขึ้น ั์ตาคมกริบที่เคยมั่นคง บัดนี้ไหวระริกไปด้วยร่องรอยของอดีต "ถ้าผมบอกคุณว่า... ในตอนนั้น ผมไม่เคยอยากมีเงิน ไม่เคยอยากมีทรัพย์สมบัติมากมายแบบนี้เลย... ผมก็คงจะ 'โกหก' หน้าตายเลยล่ะครับ"
เพียงฟ้านั่งนิ่ง รับฟังความเ็ปของเขาด้วยหัวใจที่บีบรัด เธอเพิ่งจะได้เห็นมุมที่เปราะบางที่สุดของหมาป่าหนุ่มเป็ครั้งแรก
"แต่ว่านะ ฟ้า..." ธีร์หันหน้ามาสบตากับเธอ ั์ตาของเขาเต็มไปด้วยสัจธรรมที่ถูกหล่อหลอมมาจากสมรภูมิเื "การที่ผมต้องระเห็จไปใช้ชีวิตอยู่ที่ตะวันออกกลาง... การที่ต้องตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงปืน และใช้ชีวิตอยู่กับ 'ความตาย' ที่พร้อมจะมาเคาะประตูเรียกเราได้ทุกวินาที... ในสถานที่แบบนั้น เงินทองหรือสมบัติ มันไม่มีค่าอะไรเลยสักนิด... แต่มันกลับทำให้เราได้มีเวลาคิดทบทวนถึงแก่นแท้ของชีวิต"
ชายหนุ่มเว้นจังหวะ เอื้อมมือหนาไปวางทับลงบนหลังมือบางของเพียงฟ้าที่วางอยู่บนตัก ััของเขาหยาบกร้าน แต่มันกลับแผ่ซ่านความอบอุ่นและความจริงใจออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
"บางครั้ง... การได้ใช้ชีวิตอยู่กับใครสักคน... คนที่เขารู้จักตัวตนของเราจริงๆ คนที่ยอมรับในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเป็ และ 'พร้อมที่จะเดินเคียงข้าง' ไปกับเรา... สิ่งเ่าั้น่ะ มันมีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สมบัติ หรืออำนาจล้นฟ้าใดๆ บนโลกใบนี้ซะอีกนะครับ"
น้ำเสียงของธีร์หนักแน่นและจริงใจ "ผมถึงได้บอกไงครับ... ว่าผมไม่อยากให้คุณ เอาไอ้ 'คำสัญญา' ที่มีต่อคุณปู่ มาเป็โซ่ตรวน ปิดกั้นอิสระและทางเลือกในชีวิตของตัวเอง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว คุณมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า... มีผู้ชายที่พร้อมจะดูแลคุณได้ดีกว่าคนป่าเถื่อนอย่างผม"
"..."
"ผมบอกคุณไปหลายครั้งแล้ว... และผมก็จะขอย้ำอีกครั้ง ว่าผมไม่เคยคิดเลยสักนิด ว่าที่คุณทำดีกับผม มันเป็เพราะคุณหวังทรัพย์สมบัติ" ธีร์ส่งยิ้มบางๆ ให้เธอ "และผมก็มั่นใจเต็มร้อยเลยว่า... ถ้าคุณเป็คนได้รับบริษัทและสืบทอดสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดไป... คุณจะต้องดูแลและบริหารมัน ได้ดีกว่าทหารรับจ้างที่จับเป็แต่ปืนอย่างผม แน่นอนครับ"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากใจจริงของชายหนุ่ม ทำเอาเพียงฟ้านิ่งอึ้งไปอย่างสมบูรณ์แบบ
ดวงตากลมโตของหญิงสาวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้มของเขา ท่ามกลางภาพลักษณ์ที่ดุดัน เ็า และพูดจาทื่อมะลื่อ... ภายในจิตใจของผู้ชายคนนี้ กลับซุกซ่อนความเสียสละ ความบริสุทธิ์ใจ และความนึกถึงผู้อื่น เอาไว้อย่างลึกซึ้งจนเธอคาดไม่ถึง
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เพียงฟ้าเติบโตมาในโลกของธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี ผู้ชายทุกคนที่เข้าหาเธอ ล้วนแต่ใส่หน้ากาก หวังผลประโยชน์ หวังอำนาจ และ้าจะเธอเพื่อเป็บันไดก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่... แต่กับผู้ชายคนนี้ เขากลับพร้อมที่จะโยนความยิ่งใหญ่และทรัพย์สมบัติมหาศาลทิ้งไปอย่างไม่ไยดี เพียงเพื่อให้เธอได้มี 'อิสระ' ในการเลือกชีวิตของตัวเอง
ความประทับใจและความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เริ่มก่อตัวขึ้นและหยั่งรากลึกลงไปในหัวใจของนางพญาสาว
เพียงฟ้าค่อยๆ พลิกฝ่ามือของตนเองขึ้นมา กอบกุมมือที่หยาบกร้านของเขาเอาไว้เบาๆ หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมา เป็รอยยิ้มที่งดงาม อ่อนโยน และปราศจากการปั้นแต่งใดๆ ทั้งสิ้น
"ขอบคุณมากนะคะ... สำหรับความหวังดีและความจริงใจของคุณ"
เพียงฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่ธีร์เคยได้ยิน "แต่ว่า... คำสัญญาที่ฉันให้ไว้กับคุณปู่ มันก็คือ 'ชีวิต' ของฉันเหมือนกันค่ะ... เพราะฉันเป็แค่เด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาเลี้ยง การทำตามความประสงค์ของท่าน จึงเป็สิ่งเดียวที่ฉันจะสามารถตอบแทนพระคุณอันใหญ่หลวงของคุณปู่ได้ค่ะ"
หญิงสาวเว้นจังหวะ ั์ตาสีเข้มทอประกายหยอกเย้าเล็กน้อย "และอีกอย่างนะคะ... หลังจากที่ได้ฟังความคิดของคุณแล้ว... ฉันก็คิดว่า ตัวคุณเอง ก็ไม่ได้ 'เลวร้าย' อะไรเลยนะคะ ธีร์"
"หือ?" ธีร์เลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของเธอนัก
เพียงฟ้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "คุณลองคิดดูสิคะ... ถ้าเหตุการณ์เมื่อกี้นี้ มันเกิดขึ้นกับผู้ชายคนอื่น หรือพวกลูกเศรษฐีหน้าบางล่ะก็... พวกเขาคงจะแสดงอาการโกรธเกรี้ยว อาละวาด หึงหวง หรือไม่ก็แสดงอาการหวงก้าง เพราะกลัวว่าสมบัติของตัวเอง หรือผู้หญิงของตัวเอง จะถูกคนอื่นแย่งไปแล้วล่ะค่ะ"
หญิงสาวบีบมือเขาเบาๆ "แต่คุณ... กลับไม่ได้นึกถึงเื่ผลประโยชน์ของตัวเองเลยสักนิด ในหัวของคุณ... มีแต่เื่ที่คิดถึงอิสระ และความสุขของ 'ฉัน' อยู่เสมอเลยนะคะ"
ตึกตัก... ตึกตัก...
ทันทีที่ได้ยินประโยคบอกความในใจที่แสนจะตรงไปตรงมานั้น ก้อนเนื้อในอกซ้ายของอดีตทหารรับจ้างผู้เ็าก็พลันกระตุกเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ชายหนุ่มผู้ซึ่งมีไอคิวและอีคิวสูงลิบลิ่วในการเอาชีวิตรอด แต่กลับสอบตกอย่างย่อยยับในเื่ของความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ถึงกับทำตัวไม่ถูก ใบหน้าคมคายเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมานิดๆ เขาไม่คุ้นชินกับการถูกผู้หญิงสวยๆ มาพูดจาชื่นชมและส่งสายตาหวานซึ้งให้แบบนี้เลยสักนิด
"อ... เอ่อ..."
ธีร์อึกอัก รีบชักมือของตนเองกลับมาจับพวงมาลัยรถ หันขวับหลบสายตาของหญิงสาว มองตรงไปข้างหน้าด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน ก่อนจะงัดเอาไม้ตายเดิม นั่นคือการ 'เปลี่ยนเื่' ขึ้นมาใช้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"ล... แล้วนี่... สรุปว่าเราจะเดินทางไปที่ไหนกันต่อดีครับ?" ธีร์เอ่ยถามเสียงแข็ง พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
เพียงฟ้าเห็นอาการเสียเซลฟ์และไปไม่เป็ของหมาป่าหนุ่ม ก็แอบลอบยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู ความขุ่นมัวในใจมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกสนุกและอยากจะค้นหาตัวตนของผู้ชายคนนี้ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
หญิงสาวขยับตัวนั่งหลังตรง ปรับโหมดกลับมาเป็นางพญาสาวผู้ทรงเสน่ห์อีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยบอกจุดหมายปลายทางต่อไปด้วยน้ำเสียงที่สดใสและแฝงความนัย
"เราจะไปที่... 'สำนักยูโด' กันค่ะ ธีร์"
เพียงฟ้าหันมาส่งยิ้มเ้าเล่ห์ให้เขา ก่อนจะจงใจเน้นย้ำคำศัพท์บางคำอย่างชัดเจน "เราจะไปหา... 'เพื่อน' ของฉันกันค่ะ"