บรรยากาศภายในรถเย็นะเืดุจถ้ำน้ำแข็งแม้จะกว้างขวางแต่กลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
เตวิทย์นั่งเงียบไม่พูดอะไรออกมาสักคำสายตามองออกไปข้างนอกรถเหมือนกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ความโกรธจนถึงที่สุด...ยอมรับว่าตัวเองไม่มีเหตุผล แต่มันรู้สึกไม่พอใจจริงๆที่เห็นเด็กของเขายอมให้ผู้ชายคนอื่นจับมือลูบแขนแบบนั้น
กันต์ทำหน้าที่ขับรถตาเรียวเหลือบมองผู้เป็นายกับเด็กสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังผ่านกระจกมองหลังเป็ระยะโดยกรนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับก็แอบเกร็งด้วยเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้น”เสียงเข้มดังมาจากคนข้างหลัง
“คือ...” กันต์กำลังจะพูดต่อ
“หุบปาก!ยังไม่ถึงเวลาของแก” เตวิทย์ช้อนตาขึ้นสบกับคนในกระจกสายตาที่แหลมคมราวเหล็กขุดเจาะทำเอากันต์ใจนเกือบควบคุมพวงมาลัยเอาไว้ไม่อยู่
“ว่าไง”ใบหน้าหล่อเหลาหันมาถามคนข้างๆ ข้อมือเล็กบางที่เขากำไว้แน่นมีอาการสั่นน้อยๆจนััได้
เฟื่องก้มหน้าน้ำตาคลอด้วยความเจ็บแสบแผลที่ข้อมือพยายามบอกเขาก็ไม่ฟังและยังบีบแรงขึ้นอีก
“เป็อุบัติเหตุค่ะวินวิ่งมาชนเฟื่องจนล้ม แล้วมีแผลถลอกที่ข้อมือ วินก็เลยจะพาไปทำแผลใส่ยาให้ค่ะ”
“หือ!?” พอได้ยินว่ามีแผล เตวิทย์จึงรีบจับมือเล็กขึ้นมาพิจารณาทันทีแม้แสงไฟในรถจะไม่สว่างนักแต่ก็พอมองเห็นรอยแดงที่มีเืซิบเป็ทางยาวได้รางๆหัวใจดวงแกร่งชาหนึบเมื่อเห็นว่าเธอได้รับาเ็ คิ้วหนาขมวดแน่นกว่าเดิม แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
“าเ็ตรงไหนอีกหรือเปล่า”เสียงที่แข็งกระด้างเปลี่ยนเป็อ่อนลงเล็กน้อย มือใหญ่ลูบคลำไปทั่วร่างบาง
“ไม่มีแล้วค่ะ”
เตวิทย์รวบยกเด็กสาวให้ขึ้นมานั่งบนตักในท่าหันหน้าเข้าหากัน เรียวขาเล็กคล่อมอยู่ข้างสะโพกแกร่งของชายหนุ่มทำให้กระโปรงที่สั้นอยู่แล้วร่นขึ้นไปจนถึงโคนขา้า มือหนาปาดเช็ดน้ำตาที่ดวงตาหวานเบาๆส่วนมืออีกข้างลูบไล้ผิวเนื้อเนียนนุ่มที่ต้นขาของเด็กสาว
“คุณเต… โกรธเฟื่องหรือคะ” ตาคู่สวยสบประสานกับดวงตาเย็นเยียบหัวใจดวงน้อยมีความประหวั่นหวาดกลัวลนลาน ด้วยท่านั่งที่ดูจะล่อแหลมและแแ่กว่าครั้งไหนๆปกติเธอจะนั่งพาดบนตักหันข้างให้เขากอด แต่ไม่เคยต้องคล่อมไปบนตัวเขาแบบนี้
“พูดใหม่สิ๊” เตวิทย์บอกพร้อมทั้งกดฉากกั้นให้เลื่อนขึ้นมาสร้างความเป็ส่วนตัว
กรและกันต์ลอบส่งสายตาให้กันอย่างโล่งใจ เหมือนว่าพายุเริ่มจะสงบลงแล้ว
“พี่เต… อ๊ะ อื้อ!” ยังพูดไม่ทันจบเตวิทย์ก็ฉกริมฝีปากวูบลงมาปิดทับกลีบปากอิ่มขบเม้มสอดแทรกปลายลิ้นที่เจือด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์เข้าไปในโพรงปากนุ่มเกี่ยวกระหวัดพันลิ้นเล็กดูดดึงกลืนกินอย่างร้อนแรงตะกรุมตะกราม
ผ่านไปหลายวินาทีแม้จะยังไม่หนำใจแต่ก็ต้องยอมปล่อยให้ร่างบางได้หายใจ
“อึก!” เฟื่องหอบเอาอากาศเข้าปอดอึกใหญ่ ร่างเล็กบอบบางสั่นเทิ้มไม่หยุด
“...ฉันหวง” เตวิทย์จับเชยคางมนขึ้นมาสบตา “แล้วฉันก็ไม่อยากเห็นผู้ชายคนอื่นอยู่ใกล้เธอด้วย” รู้ว่าไม่มีเหตุผลแต่เขาก็เป็คนแบบนี้แหละ
“แต่วินเป็แค่เพื่อนจริงๆ นะคะ” เธอรู้แล้วว่าเขาไม่พอใจเื่อะไร
“เธอเป็ของฉันนะเฟื่อง... เป็ของฉันคนเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม”
ฝ่ามือร้อนลูบไล้บีบคลึงต้นขาเรียวงามไปมา เฟื่องใไปหลายวินาทีก่อนที่ใบหน้าจะแดงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้าใจความหมายในประโยคนั้น
“เข้าใจค่ะ” เฟื่องกัดริมฝีปากเพราะเธอเป็ของเล่นที่เขาซื้อมาในราคาแสนแพง คงเหมือนเด็กที่กำลังเห่อและหวงของเล่นชิ้นใหม่พอผ่านไปสักพักก็คงเบื่อแล้วก็ไปหาของชิ้นใหม่ไปเรื่อยๆ
นิ้วใหญ่สะกิดที่พวงแก้มนุ่มเมื่อเห็นเด็กสาวเหม่อลอย
“คิดอะไรอยู่”
“เปล่าค่ะ”
เตวิทย์ยกยิ้มร้ายกาจทรงเสน่ห์ก้มหน้าจูบซับไปทั่วใบหน้าหวานแล้วหยุดเคล้าคลึงเลาะเล็มที่ริมฝีปากอิ่มสวยส่งลิ้นหน้าเข้าไปตักตวงน้ำหวานในโพรงปากอุ่นตวัดรัดรึงเรียวลิ้นนุ่มอย่างชำนาญนำพาคนอ่อนประสบการณ์ให้เคลิบเคลิ้ม วงแขนแกร่งกอดรัดร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้นนิ้วร้ายขยับเชื่องช้ารูดซิปชุดเดรสลงไปจนสุดและแนบฝ่ามือร้อนลงไปบนแผ่นหลังบาง
เฟื่องสะดุ้งน้อยๆกับััของเขาเตวิทย์ผละออกจากริมฝีปากแล้วไล้ปลายลิ้นจูบซับลงมาตามลำคอขาวเรื่อยไปจนถึงราดไหล่เล็กฟันคมงับขบกัดบนผิวเนียนอย่างนึกมันเขี้ยว
“อ๊ะ!” เสียงหวานครวญเบาๆ ยิ่งกระตุ้นความกำหนัดในกายให้ลุกโชน
มือหนาดึงรังคอเสื้อลงมาอย่างง่ายดายเผยให้เห็นทรวงอกอิ่มฟูเบียดแน่นอยู่ในบราเซียผ้าลูกไม้เชิญชวนให้ลิ้มลองเตวิทย์ฉกริมฝีปากลงไปที่ทรวงอกนุ่มทันที ส่งฝ่ามือร้อนกอบกุมขยำคลึงหื่นกระหายก่อนจะเลื่อนไปปลดตะขอข้างหลังแล้วรูดรั้งทั้งหมดลงมากองที่เอวเล็ก ปลายยอดถันสีสวยที่เขาโหยหาถูกกลืนหายเข้าไปในโพรงปากชื้นเรียวลิ้นแข็งแรงตวัดดูดดึงคลั่งไคล้ไม่รู้เบื่อ
“อ๊ะ...อื้อ... พี่เต”
เฟื่องสะท้านแอ่นหยัดเผลอยั่วยวนโดยไม่รู้ตัวความเสียวซ่านวาบหวามทำให้ขาเรียวหนีบรัดสะโพกแกร่งเสียดสีไปมา จนรู้สึกถึงท่อนเนื้อแข็งขืนที่กำลังดุนดันหน้าท้องของเธอ
“อืม...”เตวิทย์หลุดเสียงครางกระเส่า ยกสะโพกบดเบียดแก่นกายร้อนผ่านเนื้อผ้าให้แนบชิดร่างบางยิ่งขึ้นก่อนที่ความปรารถนาจะเตลิดไปไกล ความเคลื่อนไหวของรถก็หยุดลง
“ถึงแล้วครับนาย”กรรายงานผ่านฉากกั้น
เสียงของกรทำให้เฟื่องตื่นตระหนกรีบซุกตัวลงไปในวงแขนของคนตัวโต
“อือไม่ต้องเปิดประตู เดี๋ยวฉันจะลงไปเอง” เตวิทย์ก้มมองคนตัวเล็กในอ้อมกอดแล้วยิ้มเอ็นดู
“ถึงบ้านแล้วครับ”
ใบหน้าหวานขยับขึ้นลงหงึกหงักมือบางสาละวนกับการจับแขนเสื้อขึ้นมาคล้องไหล่
“พี่ช่วยนะ”
เตวิทย์หอมแก้มนุ่มที่แดงระเรื่อเพราะความเขินอายนั้นอย่างอดใจไม่ไหวแล้วช่วยเฟื่องแต่งตัวจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางแม้จะไม่ได้เรียบร้อยเหมือนตอนแรก แต่ก็ไม่น่าเกลียดนัก จากนั้นก็เปิดประตูแล้วจูงมือเด็กสาวลงไป
เตวิทย์ส่งสายตาให้บอดี้การ์ดทั้งสองรออยู่หน้าห้องไม่มีคำสั่งให้กลับไปพัก แม้จะเกือบเที่ยงคืนแล้วก็ตาม
“ขึ้นไปข้างบนก่อนนะครับเดี๋ยวพี่ตามไป”
“ค่ะ”
ชายหนุ่มยืนมองร่างบางของเฟื่องเดินขึ้นบันไดไปเงียบๆพอเธอเข้าไปในห้องนอนได้สักพักเขาจึงออกไปเรียกลูกน้องคนสนิททั้งสองที่รออยู่หน้าห้อง
“เข้ามา”
กรและกันต์โค้งกายรับคำสั่งแล้วก้าวเข้ามายืนในห้องด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น
“ทำไมแกปล่อยให้ไอ้เด็กนั่นเข้าใกล้เฟื่องขนาดนี้”เตวิทย์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ มันคือการตำหนิที่ไม่ใช่คำถาม... ถึงเนื้อถึงตัวจับมือลูบแขนกันได้เนี่ยถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว!
“ผมขอโทษครับนาย”กันต์ก้มหน้ายอมรับผิดแต่โดยดี แผ่นหลังพลันเย็นวาบ
“ดี! รู้ตัวก็ดี”
ผัวะ!
หมัดหนักๆของคนเป็เ้านายส่งไปที่ใบหน้าของกันต์เต็มแรงจนร่างกำยำซวนเซก่อนจะทรุดลงกับพื้นจากแรงเหวี่ยงเพียงหมัดเดียวนั้นเมื่อตั้งหลักได้ก็รีบลุกขึ้นกลับมายืนก้มหน้าสำนึกผิดต่อไปโดยไม่สนใจเืที่ไหลจากแผลแตกตรงโหนกแก้มเลยสักนิดกรที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้แต่ส่งสายตาให้กำลังใจ
มันเป็ข้อตกลงของการทำโทษลูกน้องที่เ้านายมีสิทธิ์ทำได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมผู้เป็นายจะตัดสินความผิดเองว่ามากหรือน้อย หากผิดไม่มากพวกหัวหน้าจะเป็คนจัดการหากมากหน่อยก็เจอเ้านายลงมือเอง อย่างเช่นตอนนี้
“หน้าที่ของแกสำคัญมากกันต์ อย่าให้ฉันรู้สึกว่า… ไว้ใจคนผิด” เตวิทย์กดเสียงต่ำ
“ครับเข้าใจแล้วครับ” กันต์ก้มศีรษะน้อมรับคำสั่งน้ำเสียงยังคงหนักแน่นมั่นคง
“พวกแกกลับไปพักได้แล้ว”
“ครับนาย”
สองบอดี้การ์ดโค้งคำนับพร้อมกันแล้วหันกายออกจากห้องไป
เตวิทย์เดินไปนั่งที่โซฟายกมือขึ้นบีบนวดขมับ ถอนหายใจเฮือกใหญ่… เขาไม่ได้อยากทำโทษลูกน้องคนสนิทแต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย มันก็จะคิดว่าหน้าที่นั้นเป็คำสั่งที่ไม่สำคัญ
...เฮ้อั้แ่มีเฟื่อง เขาก็ทำตัวไร้เหตุผลมากขึ้นทุกวัน...
‘อะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็ไม่จำเป็ต้องถามหาเหตุผล’
ครั้งหนึ่งกรเคยพูดประโยคนี้กับเขา… ก็คงจริง
ห้องพักของกรและกันต์อยู่ถัดลงมาหนึ่งชั้นทั้งสองลงบันไดออกมาจากทางประตูหนีไฟ แล้วเดินเข้าห้องของตัวเอง
กันต์ทิ้งตัวลงไปบนโซฟาแหงนหน้าถอนหายใจยาว
“เป็ไงบ้างวะ” กรเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล
“อือก็… ตามนั้น” กันต์บอกเสียงเนือยๆ เขาไม่ได้นึกโกรธเ้านาย และไม่ได้โกรธเฟื่องแต่นึกโทษตัวเองมากกว่า ที่คิดอะไรซับซ้อนมากเกินไป เพราะเห็นว่าเป็โซนห้องน้ำการที่ผู้ชายตัวสูงกล้ามใหญ่หน้าตาเ็าไปยืนอยู่หน้าห้องน้ำอย่าว่าแต่ห้องน้ำผู้หญิงเลย ต่อให้เป็ห้องน้ำผู้ชายก็เถอะ มันดูแปลกๆ และใครจะกล้าเข้ากันต์ก็เลยตัดสินใจยืนรออยู่ด้านนอก แต่ไม่คิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุแบบตกกะไดพลอยโจนทำให้เฟื่องถูกเพื่อนชายจับมือลูบแขนจูงกันออกมาได้
“พูดไม่ออกเลยสิ” กรส่งผ้าชุบน้ำให้กันต์เช็ดคราบเืบนใบหน้า
“ขอบใจ...ฉันประมาทและคิดไม่รอบคอบเอง”
“คุณเฟื่องเป็คนพิเศษสำหรับเ้านายจริงๆ”
“อือคราวนี้ฉันเชื่อแล้ว... แต่ฉันเป็ห่วงความปลอดภัยของเ้านายมากกว่า”
หากกันต์ต้องดูแลเฟื่องต่อไปอีกนานข้างกายเ้านายก็จะมีเพียงกรเท่านั้นที่สามารถคุ้มกันอันตรายในระยะประชิดตัวได้
“ฉันเข้าใจแกนะกันต์แต่ตอนนี้อย่าลืมว่าแกกำลังดูแลคนสำคัญของเ้านายอยู่”
“อือฉันรู้”
สองบอดี้การ์ดคู่หูสบตาด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกันโดยไม่ต้องพูดเยอะกรและกันต์เป็เพื่อนทหารรุ่นเดียวกันทั้งมีฝีมือดีที่สุดเป็เลิศที่สุดในทุกด้านไม่ว่าจะร่างกายหรือสติปัญญาและด้วยความจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นาย ท่านนายพลจรัญจึงทั้งรักและเมตตาให้มาเป็ลูกน้องคนสนิทเก็บไว้ข้างกายจนกระทั่งคุณเตวิทย์บุตรชายเพียงคนเดียวของท่าน ถูกลอบทำร้ายบ่อยครั้งพวกเขาจึงได้ย้ายมาคุ้มกันรักษาความปลอดภัยให้กับคุณเตวิทย์เป็ต้นมา
ยุคสมัยเปลี่ยนไปอะไรหลายๆ อย่างก็พลอยเปลี่ยนแปลงไปด้วย ‘ตระกูลรัตนศิลากุล’ไม่ได้มีแค่โรงแรมหรูอันดับหนึ่งในเมืองหลวงเหมือนวันวานเท่านั้นแต่ตอนนี้เตวิทย์เป็ประธานใหญ่ของธุรกิจในเครือรัตนศิลากุลทั้งหมดหลายปีมานี้ภายใต้การบริหารของเขามีทั้งโรงแรมและบริษัทชั้นนำผุดขึ้นมากมายขยายไปทั่วเอเชียสร้างรายได้มหาศาลที่ใช้กี่ชาติก็ไม่หมดและมีชีวิตที่อันตรายมากด้วยเช่นกัน เพราะเส้นทางที่ก้าวเดินแม้จะขาวสะอาดแต่ก็เหยียบเท้าคนใหญ่คนโตไปไม่น้อย ทั้งขัดผลประโยชน์ ไม่กินเส้นไม่เล่นใต้โต๊ะไม่สนใจคนมีชื่อเสียง และอีกหลายต่อหลายครั้งที่เตวิทย์ปฏิเสธผู้มีอำนาจอย่างไม่ไว้หน้า
ภายในห้องนอนบนชั้นสองของเพนท์เฮาส์
เฟื่องยืนเป่าผมอยู่ที่หน้ากระจกในมุมอ่างล้างหน้าซึ่งเป็พื้นที่โซนแห้งใกล้กับประตูห้องน้ำ
ก๊อกก๊อก
เสียงเคาะประตูเบาๆเหมือนไม่ได้ตั้งใจ ‘หรือคุณเตวิทย์อยากใช้ห้องน้ำงั้นออกไปเป่าผมต่อข้างนอกก็แล้วกัน’เฟื่องคิดแล้วขยับชุดคลุมผูกเอวให้เรียบร้อยก่อนจะเปิดประตู
เตวิทย์ยืนยิ้มส่งสายตากรุ้มกริ่มให้เฟื่องร่างสูงมีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวพันไว้รอบเอวิ่เหม่... เขาได้ยินเสียงไดร์เป่าผมจึงรู้ว่าเฟื่องอาบน้ำเสร็จแล้วความคิดวาบหวามที่อยากจะใกล้ชิดเด็กสาวทำให้ต้องเข้าไปรบกวนอย่างเอาแต่ใจ
“ขอโทษค่ะเดี๋ยวเฟื่องออกไปเป่าผมข้างนอกนะคะ”
เฟื่องทำเป็ไม่เห็นสายตาหยอกเย้าของเขาแล้วรีบก้มหน้าเดินสวนออกไป แต่ร่างบางกลับถูกลำแขนใหญ่คล้องเอวรั้งไว้
“เดี๋ยวสิ...ผมจะแห้งแล้วไม่ใช่เหรอ พี่ช่วยเป่าให้นะ”
เตวิทย์ประคองร่างบางกลับเข้าไปยืนหน้ากระจกเหมือนเดิมโดยไม่สนแรงทัดทานเล็กๆ จากคนในอ้อมกอด
เฟื่องยืนตัวเกร็งให้เขาได้ทำในสิ่งที่้าเมื่อเห็นว่าผมเริ่มพลิ้วตามแรงลมแล้ว เธอจึงขยับออก
“ขอบคุณค่ะ”
“พี่ไม่อยากได้แค่คำขอบคุณ”นั่นไง... ว่าแล้วเชียว สายตาแบบนี้
ใบหน้าสวยเงยขึ้นสบตากับคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังในกระจกก่อนที่มือหนาจะสอดรัด่เอวเล็กแล้วถูกยกขึ้นมานั่งบนพื้นที่ว่างข้างอ่างล้างหน้า
“อ๊ะ!”
ริมฝีปากฉ่ำเผยอเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นหัวใจเต้นแรงจนเกือบเด้งออกมา ใบหน้าแดงไปถึงใบหู
“...พี่เต”เฟื่องแนบแก้มกับหัวไหล่ของเขา
“เฟื่อง...อย่าให้ผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้แบบวันนี้อีกนะ” เตวิทย์เอ่ยขึ้น และจรดริมฝีปากแนบใบหูแดงก่ำของเฟื่อง“นะครับ พี่หวง... ของพี่”
“ค่ะ”เฟื่องตอบรับอย่างว่าง่ายเผลอไผลไปกับความอ่อนโยนยั่วเย้าของเขา
ใบหน้าหล่อเหลานั้นก้มต่ำเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนกระทั่งจมูกโด่งชนกับจมูกเล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดทั่วอณูผิวหน้าริมฝีปากอวบอิ่มเผยอรับการบดเบียดของริมฝีปากร้อนที่เคล้าคลึงเบาๆ ััเปียกชื้นอุ่นนุ่มทำหัวใจดวงน้อยสั่นรัวก่อนที่จูบนั้นจะเร่งเร้าเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาหวานหลับพริ้มเคลิบเคลิ้ม
เตวิทย์ดึงสายผูกเอวชุดคลุมของเฟื่องให้หลุดออกแล้วลากมือกอบกุมอกอวบเต็มฝ่ามือ เขี่ยข้อนิ้วบีบบี้ยอดถันสีทับทิมสลับหนักเบา ร่างบางสะท้านเยือกซ่านสยิวสองมือเกาะกอดไหล่แกร่งกำยำไว้แน่น
“อ๊ะ อื้อ”
เตวิทย์ก้มลงไปหาสองเต้าอวบแล้วแลบลิ้นออกมาปาดเลียที่ยอดอกข้างหนึ่งเบาๆก่อนไล้ลิ้นพลิ้ววนไปมาช้าๆ เฟื่องขนลุกเกรียวความร้อนรุ่มวิ่งพล่านไปทั่วเรือนกายยิ่งเขาดูดดุนสลับกับไล้ลิ้นไปด้วยทำให้หายใจติดขัด ยิ่งได้ยินเสียงครวญครางเขายิ่งเพิ่มแรงดูดให้ยิ่งหนักหน่วงขึ้นก่อนจะผละออกช้าๆลิ้นสากไล้เลียไปทั่วผิวเนียนจากเต้าอวบขึ้นมาถึงลำคอระหงสลับกับเม้มดูดด้วยริมฝีปากชื้นขยับขึ้นไปที่ใบหูขาวเกร็งลิ้นแล้วสอดแทรกพลิ้ววนดูดติ่งหูนุ่มเบาๆ
สองมือใหญ่ขยับดันเรียวขาเล็กให้แยกกว้างแล้วแทรกตัวอยู่ตรงกลางก่อนจะสลัดผ้าเช็ดตัวที่เอวหนาให้หลุดพ้นออกไป เผยให้เห็นสัดส่วนใหญ่โต มันตั้งตรงเส้นเืโดยรอบปูดโปน ราวกับจะบอกว่าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เฟื่องรีบหลับตาหนีใกับอาวุธประจำกายขนาดมหึมา
เสี้ยวหนึ่งในความคิดร่ำร้องว่า‘ไม่ไหว!’ ไม่สิ ต้องบอกว่า ‘น่ากลัว’ ถึงจะถูก
ลมหายใจร้อนผ่าวไล้แ่อยู่บนแก้มนุ่มเตวิทย์เลื่อนริมฝีปากมากลีบปากนุ่มอย่างรวดเร็วตั้งหน้าตั้งตาบดขยี้เอาแต่ใจลิ้นร้อนซอกซอนเข้ามาในโพรงปากดูดกลืนลิ้นเล็กให้เคลิบเคลิ้ม
มือใหญ่เลื่อนลงไปััดอกไม้งามที่ตอนนี้ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำแห่งความปรารถนาเตวิทย์สอดนิ้วเข้าไปอย่างเชื่องช้า แล้วงอนิ้วหมุนวนอยู่ด้านในช่องทางเล็กแคบเกร็งเครียดขึ้นมาทันที
“อื้อ!...”
เฟื่องส่งเสียงครวญครางอย่างสุดกลั้นด้วยถูกแรงกระสันซ่านที่เขาปลุกเร้าโจมตีจนตัวสั่นเทาไปหมด น้ำหวานลื่นหลั่งไหลออกมาจนฉ่ำเยิ้มเคลือบนิ้วมือสากนั้นบ่งบอกว่าเธอพร้อมสำหรับเขาแล้ว
เตวิทย์ยกเรียวขาเล็กขึ้นพาดที่ข้อพับแขนของตัวเองทั้งสองข้าง“ผ่อนคลายหน่อย ไม่ต้องเกร็ง… ให้พี่เข้าไปนะครับ”ถึงจะบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ความ้าในส่วนลึกนั้นไม่ใช่เลยมันเรียกร้องโหยหาอย่างบ้าคลั่ง
ชายหนุ่มก้มมองเนินเนื้ออ่อนนุ่มที่ชุ่มชื้นชวนให้คิดถึงดอกกุหลาบที่พราวไปด้วยหยาดน้ำค้างแล้วจับแก่นกายรุ่มร้อนใหญ่ยาวถูไถไปมากับติ่งเนื้อสีชมพูสดนั้นช้าๆ สร้างความกระสันซ่านจนร่างบางสั่นเทิ้ม
“อ๊ะ...อืม...อื้อ พี่เตขา...”
เสียงหวานร่ำร้องออดอ้อนเหมือน้าอะไรบางอย่างที่รอไม่ไหว
เตวิทย์กดยิ้มร้ายกาจแล้วดันส่วนปลายสอดแทรกเข้าไปในช่องทางเล็กคับแคบ
“อ๊ะ! เจ็บค่ะ” เฟื่องหวีดร้องสั่นสะท้าน ทว่าอีกฝ่ายไม่ฟังเสียงยังคงนำพาความใหญ่โตบุกทะลวงเข้าไป
“ชู่ววว...อดทนอีกนิดนะครับ” คนมากประสบการณ์เอ่ยปลอบ พร้อมทั้งบดจูบลงไปบนเรียวปากอ่อนนุ่มมอบจุมพิตดูดดื่มชักจูงให้คนในอ้อมก่อนเผลอไผล พลางผลักดันสัดส่วนใหญ่โตสอดเข้าไปจนมิดแล้วแช่ค้างชั่วอึดใจแล้วค่อยๆ ถอดถอนออกมา จากนั้นก็สอดกลับเข้าไปจนสุด
“อะอึก... อื้อ...” เฟื่องเกร็งจนตัวงอ สูดลมหายใจหอบนิ้วเรียวจิกลงไปที่ลำแขนแกร่งของเขาเพื่อระบายความเ็ปปนเสียวซ่าน
“ข้างในดูดพี่แน่นมากรู้สึกดีจริงๆ” เตวิทย์กระซิบบอกเสียงแหบพร่า พ่นลมหายใจแห่งความพอใจออกมาเฮือกใหญ่เอวหนาขยับไปข้างหน้าเชื่องช้า เนิบนาบแต่เน้นหนักทรงพลัง
เมื่อร่างบางเริ่มผ่อนคลาย สะโพกแกร่งดุนดันแก่นกายใหญ่โตร้อนจัดเข้าไปลึกอีกหน่อยเฟื่องร้องครวญคราง ทั้งร่างสั่นสะท้านเหมือนทรมานแต่หางเสียงฟังดูคล้ายกำลังหอบหายใจกระสันรัญจวน
“อืม... อื้อ...”
เตวิทย์เร่งเร้าบุกทะลวงเต็มกำลังมากขึ้นเอวหนาหมุนวน ขยับคว้านอย่างชำนาญ ส่วนปลายบดเบียดเข้ามาในส่วนลึกครั้งแล้วครั้งเล่าเฟื่องหวีดร้องครวญครางเสียงแหบแห้งแยกไม่ออกว่าเ็ปหรือสุขสมทั้งร่างสั่นคลอนจากแรงกระแทก
“อ๊ะ! อื้อ อืม... อ๊า”
“ดีมาก ปล่อยออกมาครับ ไม่ต้องกลั้น”
เตวิทย์เคลื่อนไหวอยู่อย่างนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าใช้แรงสม่ำเสมอเพื่อส่งเด็กสาวให้ได้พบพานความสุขสมก่อน
“อึก! อ๊ะๆ ๆ อือ”
เฟื่องกระตุกเกร็งเป็จังหวะอย่างไม่อาจควบคุมดวงตาฉ่ำปรือหัวสมองขาวโพลน ไร้สิ้นเรี่ยวแรงจนต้องเกาะกอดลำคอเขาไว้แน่น
ชายหนุ่มหยุดพักเพื่อให้เธอหอบหายใจส่วนแข็งร้อนยังคงสอดประสานอยู่ภายในตัวร่างบางใบหน้าคมหล่อเหลาซุกไซ้เลาะเล็มทั่วลำคอระหงเลื่อนลงมาที่ทรวงอกนุ่มหยุ่นครอบริมฝีปากร้อนดูดกลืนปลายยอดสีสวยพลางขยับสะโพกเข้าออกเชื่องช้าให้เธอรู้ว่าเขายังมีตัวตนอยู่ในตัวเธอ
“อืม...พี่เต” เฟื่องเรียกเสียงอ่อนเหมือนมีความลังเลและกังวล
“...ครับเจ็บเหรอ?” เตวิทย์ขานรับแล้วเงยหน้าสบประสานดวงตาหวาน
เฟื่องส่ายหน้าเล็กน้อยแม้จะเจ็บอยู่บ้างในคราแรก แต่ก็ทุเลาลงแล้ว
“พี่เตไม่ เอ่อ... ไม่ป้องกันเหรอคะ” คราวที่แล้วเธอเห็นเขาหยิบถุงยางอนามัยออกมาสวมแต่ตอนที่เขาสุขสมทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนสายน้ำอุ่นร้อนของเขาฉีดพุ่งเข้ามาภายในตัวเธอตรงๆจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาได้สวมเครื่องป้องกันนั้นเอาไว้หรือเปล่าแล้วด้วยความที่ยังไม่เคยกับเื่พวกนี้ ทำให้เธอไม่แน่ใจและเป็กังวลเธอไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดขึ้นในสถานะแบบนี้
“ไม่ต้องกลัว...”เตวิทย์หัวเราะในคอเบาๆ กดจมูกหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่“พี่ให้หมอวาโยฉีดยาคุมให้เฟื่องแล้วครับ”
เฟื่องใเบิกตากว้างด้วยความมึนงง...ไม่คิดจะถามความสมัครใจกันหน่อยหรือ?
“วันที่เฟื่องป่วยน่ะ”เตวิทย์อธิบายต่อแล้วยิ้มเอ็นดูในความน่ารักน่าใคร่ของเฟื่อง
“ให้พี่ทำต่อได้หรือยังครับพี่จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เอวสอบกระแทกลงไปไม่เบานักเพื่อเร่งเอาคำตอบจากเด็กสาว
“อ๊ะ! พี่เต” เฟื่องสะดุ้งเกร็งตัวทันทีจากัันั้น กัดปากเตรียมใจหลับตาแน่น
เตวิทย์โอบรอบเอวบางแล้วตรึงไว้พลางควบคุมความปรารถนาเดือดพล่านของตนเองไปด้วยเพราะไม่อยากทำให้เฟื่องได้รับาเ็ ดังนั้นจึงต้องค่อยๆ นำพาแม้ตนเองต้องทนจนปวดไปหมดก็ตาม
ร่างสูงเหยียดสะโพกกดตัวเองเข้าไปจากเชื่องช้าเปลี่ยนเป็กระแทกกระทั้นเร็วขึ้น
“ซี๊ดดด...อ๊า”
เตวิทย์ยื่นมือคลึงทรวงอกนุ่มบีบขยี้ปลายยอดชูชันที่แข็งเป็ตุ่มไตเอวหนาเร่งบุกโจมตีรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเชี่ยวชาญชำนาญ โพรงเนื้อเล็กแคบกลืนกินความใหญ่โตนั้นได้จนสุดโคนในทุกครั้งมอบความสุขซาบซ่านให้เขาไม่น้อย ก่อนจะพุ่งสุดตัวเน้นย้ำในส่วนลึกอีกสองสามครั้งแล้วปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนเข้าสู่ภายในตัวเธอ
“อึกอ๊า!...”
ท่ามกลางความรู้สึกเจ็บแปลบนำพาให้ร่างบางสั่นระริกอย่างบ้าคลั่งความสุขทะลักขึ้นมาเป็ระลอกไปสู่ปลายทางแห่งสรวง์พร้อมกับเขาอีกครั้ง
“อ๊ะอ๊ะ อือ...”
เตวิทย์ขยับสาวสะโพกเนิบนาบเพื่อรีดน้ำแห่งความสุขให้ออกจนหมด ช่องทางร้อนตอดรัดแก่นกายของเขาเป็จังหวะจนต้องสูดปากครางเสียว
“เหนื่อยไหมครับ”
ร่างสูงถอนตัวตนออกจากร่างบางช้าๆน้ำขาวขุ่นไหลตามออกมาอาบโคนขาเรียวเป็ทางแล้วหยดลงพื้น เป็ภาพลามกที่สวยงามเรียกความกำหนัดในกายให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
เฟื่องพยักหน้าเล็กน้อยหอบหายใจสั่นรัว เบือนหน้าหลบสายตาเขาด้วยความเขินอาย เนื้อตัวแดงก่ำจนร้อนไปหมด เตวิทย์ทำเพียงยิ้มกริ่มกดจูบที่ริมฝีปากอิ่มหนักๆนึกมันเขี้ยวในความน่ารักของเด็กสาว
แม้จะได้ปลอดปล่อยไปแล้วแต่ท่อนเนื้อยังคงชูชันตั้งตรงไม่ลดขนาดลงแม้แต่น้อย
“อีกครั้งนะครับ”
“หือ?อ๊ะ!” ยังไม่ทันตั้งตัวร่างบางก็ถูกมือใหญ่รวบให้พลิกหันหลัง
เตวิทย์กดคนตัวเล็กพาดลงไปจนสะโพกบางลอยสูงขึ้นใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงส่งปลายลิ้นชื้นโลมเลียทั่วแผ่นหลังเนียนอย่างอดใจไม่ไหว
“พี่เตอื้อ... เฟื่องยืนไม่ไหวค่ะ” เฟื่องบอกเสียงแหบแห้ง ทั้งวาบหวามและหวาดหวั่นกับท่าทางที่เขาจัดให้
“ปล่อยตัวตามสบายเลยครับพี่กอดไว้แล้ว... ไม่ต้องกลัวนะ”
เตวิทย์เอ่ยเสียงนุ่มปลอบโยนแล้วช้อนใต้ท้องน้อยยกสะโพกกลมกลึงกอดรัดเอาไว้ในวงแขน มือหนาจับแก่นกายร้อนสอดแทรกเข้าไปอีกครั้งจากข้างหลังน้ำรักขาวขุ่นที่หลั่งไว้ก่อนหน้านี้ผสมกับน้ำหวานของเธอทำให้ช่องทางเปียกลื่นชุ่มฉ่ำจนสามารถผลักดันเข้าไปรวดเดียวจนสุดความยาว
“อ๊ะ! อึก... ลึกเกินไปค่ะพี่เต เฟื่อง... เฟื่องไม่ไหวค่ะ อื้อ...”
เฟื่องร้องครวญครางแผ่นหลังบางเหยียดเกร็งสั่นสะท้าน
เตวิทย์มองเรือนร่างบอบบางผ่านกระจกเสน่ห์เย้ายวนปรากฏเด่นชัด ทั้งที่ดูสะอาดบริสุทธิ์ ทว่ากลับมีแรงดึงดูดมหาศาลให้อยากกระทำย่ำยีเหมือนถูกยาปลุกกำหนัดไม่มีผิดผิวกายขาวเนียนผุดผ่องนั้นน่าประทับตราแสดงความเป็เ้าของไปทั่วทุกซอกทุกมุม
สะโพกหนากระแทกเข้าลึกตามแรงปรารถนาโดยไม่ลดกำลังแม้แต่น้อยยิ่งได้ยินเสียงครางจากคนใต้ร่างยิ่งเร่งหวดส่งดุดันเอาแต่ใจมากขึ้น
“อีกนิดนึงนะครับเด็กดี... อยากเสร็จพร้อมพี่ไหม” เตวิทย์ถามออกไปตรงๆ ด้วยเสียงแหบพร่า
“ไม่ค่ะเฟื่องไม่ไหว”
เฟื่องตอบเสียงสั่นเครือใบหน้าสวยฟุบลงไปบนพื้นข้างอ่างล้างหน้าอย่างอ่อนแรงเหมือนกำลังจะสูญเสียสติสัมปชัญญะลงไปทุกที
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นในโสตประสาทเตวิทย์ดันสะโพกเข้าหาด้วยจังหวะดุเดือดโพรงเนื้อภายในตอดรัดแน่นเหมือนเครื่องกระตุ้นอารมณ์ให้ลุกโหมยิ่งกว่าเดิมร่างสูงเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อัดสะโพกเต็มที่อย่างไม่คิดออมแรงเอวหนาขยับคว้านหมุนวนกระแทกกระทั้นไม่หยุดเพื่อส่งตัวเองให้ถึงปลายทางโดยเร็วเพราะสงสารเด็กสาวที่ตอนนี้เริ่มเหนื่อยล้าจนแทบหมดสติ
“เฟื่อง!... อึก... อ๊า...”
เตวิทย์กัดฟันกรอดโพรงผนังอ่อนนุ่มหดเกร็งตอดรัดรุนแรงกระตุ้นเร้าให้ทุกอย่างแตกซ่านปลดปล่อยลาวาร้อนแห่งความกระสันซ่านฉีดพ่นอยู่ภายในทุกหยาดหยดเขาฟุบร่างลงกับแผ่นหลังเล็ก หอบหายใจหนักหน่วง
ภายในร่างบางรับรู้ถึงท่อนเนื้อที่เต้นตุบหลังการหลั่งรินท้องน้อยปวดชาจนไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเขยื้อนกายเตวิทย์พรมจูบไปบนแผ่นหลังเนียนหลังจากผ่านไปพักใหญ่ จึงค่อยๆ ถอนแก่นกายร้ายกาจที่ยังคงแข็งชันแม้จะปลดปล่อยไปแล้วออกมา
เสียงหยาบโลนดังขึ้นเมื่อส่วนใหญ่โตหลุดออกจากโพรงเล็กทำเอาเฟื่องหน้าแดงเขินอาย พวงแก้มเห่อร้อนจนแทบจะะเิ
“อาบน้ำล้างตัวก่อนนะครับ”
เตวิทย์ช้อนอุ้มร่างบางที่อ่อนปวกเปียกขึ้นมากดจมูกหอมที่แก้มนุ่มแล้วพาไปยังโซนชาวเวอร์เพื่อให้เฟื่องได้อาบน้ำทำความสะอาดเนื้อตัวอีกครั้งก่อนที่เธอจะหลับไปในอ้อมกอดอบอุ่นของเขาอย่างไม่เนื้อรู้ตัว
วันนี้เป็วันหยุดแม้ทุกครั้งเตวิทย์จะไม่เคยได้หยุดเลยก็ตามแต่วันนี้เขาอยากใช้เวลาอยู่กับหญิงสาวในอ้อมกอดให้นานๆ อย่างหาได้ยาก
เตวิทย์นั่งพิงหัวเตียงมือหนึ่งลูบไล้ผิวเนียนของร่างนุ่มในวงแขนอีกมือหนึ่งถือแท็บเล็ตเช็กอีเมลตรวจงานไปเรื่อยๆรู้สึกเพลิดเพลินเป็สุขทั้งใจกายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เฟื่องขยับตัวเล็กน้อยอยากตื่นขึ้นมาแต่ร่างกายกลับอ่อนเพลียจนยากจะฝืน
“พี่เต…”
“หืม นอนเถอะ วันนี้พี่จะอยู่เป็เพื่อนนะครับ”
ร่างบางซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดอุ่นแล้วหลับไปอีกปล่อยความคิดให้ดำดิ่งอยู่ในห้วงความฝันอันแสนหวานจนไม่อยากตื่น
ชายหนุ่มกดยิ้มเล็กน้อยพลางหยิบมือเล็กขึ้นมาตรวจดูรอยแผลถลอกที่เขาเฝ้าทายาให้ั้แ่เมื่อคืนนี้ก่อนจะหลับไปด้วยกันอีกครั้ง
**********
เตวิทย์ใช้เวลาใน่วันหยุดอยู่กับเฟื่องตลอดทั้งวันบางครั้งชายหนุ่มก็เข้าไปทำงานในห้องหนังสือโดยมีเด็กสาววนเวียนอยู่ข้างกายไม่ห่าง ทั้งคู่ตัวติดกันไม่ต่างจากคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่หวานชื่นกำลังดื่มด่ำกับน้ำผึ้งพระจันทร์
“พี่เต…” เฟื่องเดินเข้ามานั่งที่โซฟาข้างๆ เขา
“หืม?” เตวิทย์ส่งเสียงในคอดวงตาคมยังจ้องอยู่ที่ผลการซื้อขายหุ้นบนจอแท็บเล็ตในมือ
“เฟื่อง เอ่อ… อยากรู้ว่าแม่เป็ยังไงบ้างน่ะค่ะ”
คำถามของเฟื่องทำให้นิ้วที่กำลังขยับเลื่อนหน้าจอหยุดชะงัก
“พี่สืบได้ข่าวมาแล้ว” เตวิทย์ถอนหายใจยาวแล้ววางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ ่นี้เขายุ่งๆ เื่ส่วนตัวด้วยก็เลยยังไม่มีโอกาสได้บอกเธอ
เขาดึงร่างบางเข้ามากอดแล้วพูดต่อ“คุณลำไพไม่ได้นำเงินไปใช้หนี้ แล้วตอนนี้ก็หนีไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านและ… ยังเข้าบ่อนอยู่” เตวิทย์บอกตามความเป็จริงที่สืบมาได้ทั้งหมด
“โธ่... แม่” เฟื่องน้ำตาคลอเสียงสั่นเครือ
“คนของพี่ยังตามดูอยู่ห่างๆ หากมีอะไรผิดปกติพี่จะบอกอีกทีนะครับ”
“ขอบคุณนะคะ แล้วก็... เฟื่องอยากขอบคุณเื่โทรศัพท์มือถือด้วยตอนนั้นเฟื่องยังกังวลอยู่เลยว่าจะดูผลสอบหรือติดตามข่าวสารจากมหา’ลัยยังไง” เด็กสาวพนมมือไหว้ที่อกของเขา
“ครับทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่ซื้อให้เฟื่อง มันไม่เกี่ยวกับหนี้ก้อนนั้นหรอกนะขอแค่เฟื่องรับไว้ แล้วอยู่ในโอวาทของพี่ ตั้งใจมอบความสุขและทำให้พี่พอใจแค่นั้นก็พอ...รู้ไหมครับ”
“ค่ะ”เฟื่องรับคำเสียงอ่อนซุกใบหน้าหวานกับอกแกร่งเพื่อหลบซ่อนความเขินอายเมื่อคิดถึงความหมายของคำพูดเ่าั้...เขาตักตวงความสุขจากเธอแทบทุกนาทีทุกที่เลยด้วยซ้ำ
เตวิทย์ลูบผมนุ่มปลอบโยน รู้สึกพึงพอใจกับการตอบรับของเด็กสาวส่วนเื่แม่ของเฟื่อง เขาทำได้เพียงให้กำลังใจเธอเท่านั้น ยังไงสายใยผูกพันของแม่ลูกก็ไม่มีวันขาดกันอยู่ดีหวังแค่เพียงคุณลำไพจะคิดได้ในสักวันแล้วกลับมาหาเฟื่องเขาก็พร้อมจะเคียงข้างให้ความช่วยเหลือสองแม่ลูกคู่นี้กับการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
วันหยุดพักผ่อนผ่านไปแล้ววันนี้เตวิทย์เตรียมตัวออกไปทำงานตามปกติด้วยความรู้สึกสดชื่นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและอิ่มเอมใจ
“พี่เตคะ”เฟื่องเรียกชายหนุ่มที่กำลังก้มจัดแต่งแขนเสื้ออยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง
“หืม?”เตวิทย์เงยหน้าสบตาเด็กสาวผ่านกระจก
“วันนี้เฟื่องขอไปทำธุระที่มหา’ลัยได้ไหมคะ”
เฟื่องเดินเข้ามาหาแล้วช่วยกลัดกระดุมแขนเสื้อให้เขา
เตวิทย์เหลือบมองโทรศัพท์มือถือของเฟื่องที่เขาซื้อให้เธอเมื่อหลายวันก่อนเขาเห็นมันวางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงแบบนั้นมาหลายวันแล้วเหมือนว่าเ้าของไม่ได้สนใจ คงเพราะเฟื่องไม่ใช่คนติดโซเชียลที่ต้องเช็กความเคลื่อนไหวตลอดเวลาและเขาก็พอใจที่เธอเป็แบบนี้ ไม่เหมือนกับเด็กสาวคนอื่นๆ ที่ติดมือถือจนน่ารำคาญ
เฟื่องเห็นเตวิทย์มองโทรศัพท์ของเธอร่างบางจึงเดินไปหยิบแล้วเปิดเข้าเว็บไซต์ของทางมหาวิทยาลัยให้เขาดูคิดว่าเขาไม่เชื่อที่เธอต้องไปติดต่อธุระจริงๆ
“ไปสิ...ให้กันต์พาไปนะครับ”
“ค่ะ”
เตวิทย์ก้มดูรายละเอียดคร่าวๆบนหน้าจอมือถือที่เธอยื่นมาให้ ใจจริงใช่ว่าไม่ไว้ใจ แต่รู้ไว้บ้างก็ดี อีกอย่างมีกันต์คอยตามติดทุกฝีก้าวและมารายงานเขาอยู่แล้ว
ชายหนุ่มส่งโทรศัพท์คืนให้เธอแล้วหยิบธนบัตรที่มีมูลค่ามากที่สุดในกระเป๋าสตางค์ออกมาให้ปึกหนึ่ง
“ไม่เป็ไรค่ะพี่เตเฟื่องยังมีเงินเก็บในบัตรเอทีเอ็มค่ะ”
“เราคุยกันแล้วนะครับพี่ให้อะไรเฟื่องก็แค่รับไว้ และอย่าขัดใจพี่” เตวิทย์ดุเบาๆ
“ขอบคุณค่ะ”เฟื่องไหว้แล้วรับเงินมาไว้ในมืออย่างว่าง่าย
เตวิทย์ยิ้มพอใจแล้วหอมแก้มสวยฟอดใหญ่“พี่ไปทำงานก่อนนะครับ” ว่าจบร่างสูงก็เดินไปที่ประตูเป็จังหวะเดียวกับที่บอดี้การ์ดคนสนิทขึ้นบันไดมาหยุดที่หน้าห้องพอดี
“เ้านายครับ”กรก้มศีรษะทักทายด้วยสีหน้าเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด
“มีอะไร”เตวิทย์ถาม ใบหน้าหล่อเหลาหันกลับไปมองคนที่อยู่ในห้องเล็กน้อยก่อนปิดประตู
“เช้านี้มีข่าวสำคัญของเ้านายในโซเชียลครับ”กรรีบรายงาน
“เื่อะไร?”เตวิทย์เดินลงบันไดไปข้างล่างพลางครุ่นคิด
“เนื้อหาข่าวบอกว่าเ้านายทอดทิ้งแม่ของคู่หมั้น ปล่อยให้ไปค้างที่โรงแรมโดยไม่เหลียวแลครับ”
“ห๊ะ! นี่มันจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว! ใครเป็คนให้ข่าว” เตวิทย์ตวาดลั่นกัดฟันเดือดดาลด้วยความโมโหสุดขีดแล้วรีบออกไปจากเพนท์เฮาส์ทันที
“ปิดข่าวหรือยัง”เสียงเข้มถามขึ้นหลังจากก้าวขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว
“คนของเราเคลียร์กับสำนักข่าวโทรทัศน์ให้ระงับออกอากาศได้แล้วและกำลังเคลียร์กับหนังสือพิมพ์กรอบบ่ายวันนี้ครับส่วนในโซเชียลพวกเราจะเร่งควบคุมอย่างสุดความสามารถครับ”
“ไปสืบมาให้ได้ว่าต้นต่อมาจากใคร ฉันจะจัดการมัน”
เตวิทย์กำมือแน่นใบหน้าเคร่งขรึมตึงเครียดสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือการตกเป็ข่าวมันมีทั้งเื่จริงและเื่ไม่จริงที่รังสรรค์กันแต่จะสร้างกระแส ที่สำคัญข่าวแบบนี้สร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงวงศ์ตระกูลและธุรกิจโรงแรมของเขาอีกด้วย
เขาเสียเงินไปไม่น้อยกับการซื้อตัวคนของสำนักข่าวทุกแห่งทุกช่องให้เป็หูเป็ตาปิดข่าวซุบซิบของเขา แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีข่าวบ้าๆแบบนี้หลุดออกมาได้ ไม่ต้องไตร่ตรองว่าเนื้อหาข่าวจะเป็ความจริงหรือไม่แค่เป็เื่ใต้เตียงเื่ในมุ้ง หรือเื่ลับภายในครอบครัวก็เรียกความสนใจอยากรู้อยากเห็นของคนได้แล้วและข่าวพวกนี้ยังขายดีและกระพือไปได้รวดเร็วนัก
....................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย
***แนะนำให้ซื้อ E-book ที่หน้าเว็บ จะได้ราคาถูกกว่าในบางแอปมือถือค่ะ***
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)