และเื่หนักสุดที่เขากลั่นแกล้งจินป๋ายไช่แต่ตัวเองกลับเป็ฝ่ายโดนบิดาลงไม้เรียวสามหนแถมยังกักบริเวณห้ามออกไปวิ่งเล่นเจ็ดวันเต็มๆก็คือเื่ที่เขาไปยุ่งกับลูกนกของนาง
...ลูกนกที่จินป๋ายไช่ช่วยเหลือจากการรุมกัดของมดแดงทั้งรังนั้นมีชีวิตรอดสองตัวเฟยเฟยหากรงมาให้เด็กสาวเพื่อเลี้ยงลูกนก นางจึงแขวนกรงนกไว้ใต้ชายคาหน้าห้อง
ทุกเช้าจินป๋ายไช่จะออกไปขุดดินเพื่อหาไส้เดือนหรือหนอนมาเลี้ยงลูกนกและแบ่งให้มันกินทีละส่วนกิจวัตรของนางไม่อาจรอดพ้นสายตาอยากรู้อยากเห็นของฟู่เจียนจื่อไปได้สายของวันหนึ่งเด็กน้อยแอบย่องไปที่หน้าระเบียงห้องนอนของยายเหม่ย เมื่อคล้อยหลังเ้าของห้องทั้งสามคนซึ่งกำลังไปหาท่านย่าของเขาที่เรือนใหญ่
เด็กชายเปิดฝาหม้อดินเผาเล็กๆที่จินป๋ายไช่ใส่หนอนไว้สำหรับเป็มื้อเที่ยงและเย็นของลูกนก เขาปีนขึ้นไปบนม้านั่งเขย่งปลายเท้าใช้มือเกี่ยวยังซี่ของกรงนก ค่อยๆเทหนอนตัวอ้วนทั้งหมดลงไปในถ้วยกระเบื้องปากบิ่นภายในกรง แล้วมองมันกินอาหารด้วยความสนุกสนานแต่เพราะด้วยแรงมือเกาะเกี่ยวทำให้กรงนั้นเอียงไปด้านหน้า
“ทำอะไรน่ะ!”
จินป๋ายไช่ะโขึ้นเมื่อเห็นร่างป้อมๆของฟู่เจียนจื่อกำลังเอนไปด้านหน้าพร้อมกับกรงนก ก่อนหน้านี้เพราะความรีบร้อนออกจากห้องทำให้ เฟยเฟยลืมตะกร้ายาของท่านยายนางจึงอาสาวิ่งกลับมาที่เรือนจนได้มาเจอคุณชายน้อยจอมยุ่งผู้นี้
ร่างเล็กสะดุ้งโหยงด้วยความใที่คู่กรณีมาพบเห็นเข้าเต็มสองตา
“อ๊ะ...ว้าก!”
คุณชายน้อยบ้านสกุลฟู่ละลิ่วหล่นจากระเบียงไปพร้อมกับกรงนกที่ตกกระแทกพื้น
“คุณชาย!”
จินป๋ายไช่เรียกได้ว่าพุ่งสุดตัวเข้าหาร่างเล็กที่กำลังนอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บเด็กสาวส่งเสียงเรียกให้คนมาช่วย ไม่นานนักก็มีบ่าว ผู้หนึ่งนำความไปเรียนนายหญิงใหญ่ท่านหมอถูกตามตัวโดยเร่งด่วน เขาเข้าประตูบ้านสกุลฟู่มาพร้อมๆ กับฟู่หลิงเฉิน
“เ้าอีกแล้ว...เป็เ้าอีกแล้วหรือนี่ป๋ายไช่ทุกครั้งที่จื่อเอ๋อร์เจ็บตัวเป็ต้องมีเ้าอยู่ร่วมเหตุการณ์ด้วยทุกครั้ง”นางฟู่หลันกล่าวโทษเด็กสาวที่นั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่หน้าเตียงนอนคนเจ็บ
“ไม่เกี่ยวกับป๋ายไช่เลยสักนิดท่านแม่”ฟู่หลิงเฉินที่มีสีหน้าบึ้งตึงกล่าวแทรกขึ้น
“ทำไมต้องออกรับแทนนางก็เห็นอยู่มิใช่รึ เพราะนาง จื่อเอ๋อร์ถึงได้พลัดตกจากระเบียง” ก็หลานรักเล่าให้ฟังว่าใเสียงเรียกของนางจึงทรงตัวไม่อยู่ พลัดหล่นลงมา
“ป๋ายไช่เป็คนให้เ้าขึ้นไปยืนบนระเบียงรึ”
กรงนกตกกระแทกพื้นทำให้ถ้วยกระเบื้องพลิกคว่ำทับลูกนกคอหักตายไปหนึ่งตัวไม่มีกระดูกส่วนใดของเด็กชายหัก ปรากฏเพียงรอยฟกช้ำเล็กน้อยเท่านั้น ชายหนุ่มโล่งอกที่บุตรชายปลอดภัยแต่ความผิดที่ล่วงละเมิดในทรัพย์ของผู้อื่นจนก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนเองหนนี้เขาไม่อาจจะปล่อยผ่านได้
คำถามของบิดาทำเอาเด็กชายที่นั่งพิงหมอนบนเตียงถึงกับเหงื่อตกมือน้อยถูกท่านย่ากุมไว้แน่นอย่างให้กำลังใจ
“ไม่ขอรับท่านพ่อ”ฟู่เจียนจื่อบอกเสียงแ่
“เ้ารู้หรือไม่ด้วยการกระทำของเ้า ลูกนกของป๋ายไช่จึงได้ตายไป”
“ลูกก็แค่ปีนขึ้นไปให้อาหารนกเท่านั้น”
“ป๋ายไช่ออกปากใช้เ้าหรืออย่างไร”
เด็กชายส่ายหน้าไปมา สีหน้านั้นยุ่งยากใจไม่รู้จะอธิบายหรือหาเหตุผลใดมาตอบบิดาให้ฟังดูเข้าท่า อันจะส่งผลให้ตัวเขาได้รับบทลงโทษน้อยที่สุดฟู่เจียนจื่อเหลือบตามองจินป๋ายไช่แวบหนึ่งหวังว่านางคงไม่ถือโอกาสนี้ฟ้องบิดาให้ตีเขาหรอกนะ
“นกมันก็เหมือนคนกินมากไม่ดี อาหารต้องกินตามเวลาเ้าค่ะ” เห็นแววตาตื่นกลัวแฝงแววจะตัดพ้อต่อว่าอยู่ในทีของเด็กน้อยแล้ว จินป๋ายไช่ก็ใจอ่อน จึงให้เหตุผลกับเด็กชายว่าทำไมนางถึงต้องแบ่งตัวหนอนไว้เป็สามมื้อ
ฮึ...แค่ลูกนกตัวเดียวถึงกับสอบสวนเอาความลูกชายให้ท้ายบ่าวในบ้านเพราะอยากจะปกป้องหลายชายนางฟู่หลันจึงได้รีบยกเอาชะตากรรมเคราะห์ร้ายของเขาขึ้นมากล่าวอ้าง
“ลูกชายเ้าก็เจ็บถึงเพียงนี้แล้วยังจะเซ้าซี้เอาโทษอะไรกับเขาอีก ดูสิ ขวัญหายขวัญบินจนหน้าซีดหน้าเซียวแล้ว”หญิงสูงวัยโอบกอดร่างน้อยไว้แนบอก
“ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงรังแกสัตว์เลี้ยงของผู้อื่นจนตัวเองต้องได้รับาเ็นี่ถือว่าเป็เคราะห์เบื้องต้นของเขา แต่โทษของบุตรที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดาก็มิอาจละเว้นได้เช่นกันหากลูกไม่สั่งสอนเขาในวันนี้ วันหน้าเติบโตเป็ไม้แก่ก็คงยากที่จะดัดและขัดเกลาสักวันเจียนจื่อจะเสียคน หากก่อคดีร้ายแรงจนเกิดอาญาแผ่นดินต่อให้เราร่ำรวยเงินทองล้นฟ้า ก็ไม่อาจจะรับประกันได้ว่าทุกสิ่งที่เรามีจะสามารถช่วยเหลือเขาได้ท่านแม่โปรดเห็นแก่คุณธรรมซึ่งท่านก็เคยสั่งสอนข้ามาได้โปรดเปิดทางให้ลูกสั่งสอนเจียนจื่อด้วยเถิด”
จนด้วยคำค้านใช่ว่านางมิอยากเห็นหลานชายเป็เด็กดีเคารพเชื่อฟังเติบโตเป็ผู้ใหญ่เอาการเอางานอย่างบิดาของเขา สุดท้ายนางฟู่หลันก็ต้องยอมให้ฟู่หลิงเฉินลงโทษลูกตามสมควร
“ขอโทษป๋ายไช่ในสิ่งที่เ้าทำ”ฟู่หลิงเฉินทำเสียงเข้มใส่บุตรชาย
“ข้าขอโทษ” เด็กชายยอมพูดโดยดีเมื่อเห็นว่าบิดาเอาจริง
หนึ่งชีวิตที่สูญไปไม่อาจเรียกคืนจินป๋ายไช่ได้เพียงแต่พยักหน้ารับ เมื่อเด็กชายยอมรับผลจากการกระทำของเขาแล้วนางก็ยินดีให้อภัยอาจเพราะเป็กำพร้าเหมือนกันกระมังนางจึงไม่อยากเห็นเด็กชายต้องตกอยู่ในความเศร้าหมองยาวนานนักนางเหม่ยลูบเบาๆ ที่ไหล่ของหลานสาว รู้สึกดีใจที่นางเข้าใจอะไรได้ง่ายด้านฟู่เจียนจื่อนั้นก็ค่อยยิ้มออกมาได้ เขารู้สึกขอบคุณจินป๋ายไช่อยู่เหมือนกัน
“ยังจำบทเรียนเมื่อวานได้หรือไม่”ครั้นบุตรชายพยักหน้ารับ ฟู่-หลิงเฉินก็สั่งว่า“ท่องมันอีกครั้ง แล้วพรุ่งนี้ให้เ้าคัดลายมือห้าสิบจบพ่อจะตีเ้าสามครั้ง กักบริเวณไม่ให้ไปวิ่งเล่นที่ใดเป็เวลาเจ็ดวัน”
“ขอบคุณท่านพ่อ”ฟู่เจียนจื่อประสานมือด้วยความสำนึกก่อนจะเริ่มท่องบทเรียนเื่ความกตัญญูด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น
“บิดามารดา...ย่อมมีกังวลห่วงใยเป็อาจิณว่าบุตรจะเจ็บไข้ได้ป่วยบุตรที่ดีจึง...จึง เอ่อ” ก็เขาเพิ่งเรียนกับท่านครูไปเมื่อวาน เมื่อครู่ด้วยความกลัวว่าบิดาจะโกรธจึงรีบตอบรับว่าจดจำได้เพื่อเอาตัวรอด ขณะนั้น เขาเห็นจินป๋ายไช่ทำมือไหวๆอยู่ระดับอก พลางทำปากพะงาบๆ ท่องบทเรียนบอกเขา
‘บุตรที่ดีจึงควรดูแลร่างกายให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอนี่เป็การแสดงออกถึงความกตัญญูของบุตร...ที่มีต่อบิดามารดา’ เด็กสาวมองหน้าคุณชายน้อยพลางออกเสียงแ่เบาทวนประโยค เนื่องจากนางแอบนั่งฟังและจดจำได้ขึ้นใจเมื่อตอนเขาเรียนอยู่กับท่านครูเด็กน้อยจึงท่องตามได้จนจบ โดยไม่มีใครสังเกตเห็น เว้นแต่ใครคนหนึ่งที่เหลือบเห็นจินป๋ายไช่ั้แ่พยายามทำมือเรียกบุตรชายเขา
ฟู่หลิงเฉินยิ้มมุมปากนึกถึงตอนที่เห็นหลังไวๆ ตรงพุ่มไม้ในสวนหลายครั้งหลายหนของนางนับว่าเป็เด็กใฝ่รู้น่าส่งเสริมไม่น้อย ชายหนุ่มจึงกล่าวเสริมต่อบุตรชายเผื่อแผ่ให้เด็กสาวได้จดจำ
“จงจำไว้นะเจียนจื่อคุณธรรมความดีมิได้มีอยู่ที่ลิ้น หากมีอยู่ในใจ รู้ว่าผิดแล้วคิดแก้ไขจึงนับว่าเป็คนประเสริฐ[1]”
[1] คำสอนของท่านครูและฟู่หลิงเฉินที่ใช้สอนฟู่เจียนจื่อในเื่ อ้างอิงจากนิทานคุณธรรมและปรัชญาจีนที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต