ท่านเทพเจ้าขา ข้าต้องการปลาทองของท่าน

    45.ชีวิตที่ก้าวอีกครั้ง

            ซ่งซินเหลียนได้เอ่ยคำพูดออกไปแล้วว่าจะสอนวิชาปราบผีให้กับทั้ง 5 คนที่เป็นว่าที่ลูกสมุนคนใหม่ไม่สิตอนนี้เป็นลูกสมุนของเธอ


           พวกเขาได้ลงมือปฏิบัติงานจริงกันอย่างเคร่งครัดถึงแม้ว่างานที่ว่าไม่ได้มีอะไรให้ทำก็คืการที่ใช้พวกเขาตากสมุนไพรโดยให้เจ้าศิษย์ทั้งสามนั้นเป็นผู้สอนก็เรียกว่าเป็นการทำงานไม่ใช่เหรอ


       " กุ๊กๆๆๆเบาๆมือหน่อยถ้าจับแรงไปสมุนไพรเสียหายคุณค่าทางยาก็จะลดลงไปด้วยนะ "


       " จิ๊บๆๆๆๆๆทางนี้แดดแรงเกินไปเอาออกไปตากที่อื่นเถอะ "


      " ค่อยๆจัดวางใส่กล่องนะ "


           ชายทั้ง 5 คนที่ดูเหมือนจะเก้ๆกังๆกับการใช้แรงงานที่ต้องใช้สมาธิและความอ่อนโยนมากขัดกับสิ่งที่พวกเขาทำเป็นประจำคือการใช้แรงกายต่อสู้แต่ก็ดูเหมือนว่าพวกเขาเริ่มจะเข้าที่เข้าทางแล้วกับงานใหม่พวกนี้ มีหัวหน้าบอดี้การ์ดชื่อว่าเฉินเย่และมือขวาของเขาชื่อซันแถมยังมีแถมยังอีก 3 คนที่เป็นลูกมืออย่างดีคือ จูเซียว หยวนอี้ เปยวาน เธอสามารถจดจำชื่อเหล่าลูกสมุนของเธอได้แล้วเพราะแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว


           และเธอสร้างความเคยชินขั้นแรกให้พวกเขาในการอยู่ข้างกายเธอก่อนเพราะดูแล้วงานที่พวกเขาเคยทำกับงานที่เธอทำจากค่อนข้างแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด


       " คุณหนูน้ำชาหวานๆครับ " เฉินเย่รินชาเย็นๆที่เขาเตรียมน้ำแข็งเอาไว้ออกมาจากนายหญิงหญิงของบ้านที่ให้เขานำมาเสิร์ฟเด็กหญิง ก่อนจะมองรอบๆบ้านคฤหาสน์หลังน้อยที่นี่เพื่อดูการเติบโตของเธอเก็บข้อมูลส่งเจ้านายใหญ่ไปด้วยหากถูกถามและเขารู้สึกว่าบ้านหลังนี้อบอุ่นให้ความรักและความเอ็นดูคุณหนูของเขาอย่างเต็มเปี่ยมได้


           ไม่รู้ว่าเทียบกับบ้านตระกูลใหญ่ที่คุณหนูจะเดินทางไปอยู่นั้นบ้านหลังไหนจะให้ความรักมากกว่า แต่ที่แน่ๆเขารู้ได้เลยว่าบ้านหลังนี้กับบ้านหลังนั้นจะต้องมีปฏิกิริยาเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเพราะบ้านตระกูลใหญ่มักจะมีปัญหามากมายและเขารู้ดีก็อยู่ที่นั่นมานับสิบสิบปีด้วยซ้ำ


       " พรุ่งนี้เช้าคนตระกูลใหญ่น่าจะมาถึงครับ "


           เขารายงานตามปกติเพื่อให้คุณหนูทราบ มีนายท่านใหญ่หมายถึงคุณปู่คุณหนูนะครับกับคุณพ่อคุณแม่เดินทางมารับคุณหนูด้วยตัวเอง น้อยครั้งหนนายท่านใหญ่จะเดินทางออกนอกพื้นที่แต่ครั้งนี้เพื่อหลานสาวตัวน้อยถึงกับทิ้งงานทุกอย่างโยนให้กับลูกชายคนอื่นเพื่อต้อนรับเจ้าหญิงตัวน้อยของตระกูลนี่เรียกว่าเป็นเกียรติแก่คุณหนูคนนี้มาก


           คุณหนูกลับไปคงจะถูกประคบวางไว้บนฝ่ามือและไม่มีใครกล้าเป็นศัตรูและไม่ให้เกียรติแน่นอน


           การต่อสู้ของคนในตระกูลใหญ่มันหน้าหวาดกลัวเกินไปจนเขานึกหวาดกลัวแทนคุณหนูของเขาไม่ได้แต่เมื่อได้สัมผัสใกล้ชิดถึงแม้ว่าจะใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวันก็ตามเขาต้องพูดเลยว่าคนที่เป็นศัตรูกับคุณหนูของเขานั้นน่าสงสารซะมากกว่า


           " อย่างนั้นเหรอแต่ฉันก็ยังไม่ได้คิดจะไปจากที่นี่ทันทีหรอกนะ "


           ซ่งซิงเหลียนรับชาจากเขาทางสูดดมกลิ่นหอมของมันด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับเจ้าหญิงโบราณ ใช่ชาติที่แล้วเธอไม่ใช่เซียนชั้นสูงธรรมดาแต่เป็นผู้ที่ถือกำเนิดในราชวงศ์เซียนชั้นสูงด้วยซ้ำ


           " เรายังต้องอยู่ที่นี่อีกสักพักใหญ่ฉันจึงอยากให้พวกนายรีบรีบทำความเข้าใจชีวิตของฉันไว้ให้ชินจะได้ทำงานเข้าขากับเจ้าพวกนั้นด้วย "


       " ครับผม " ทวงท่าการรินชาและการปฏิบัติตัวของเฉินเย่สร้างความแปลกใจให้ซ่งซิงเหลียนนิดๆเพราะแบบนี้เหมือนกับถูกฝึกมานาน


           " นอกจากเป็นบอดี้การ์ดแล้วนายทำอะไรได้บ้าง "


           ดูเหมือนว่าเจ้านายของเขาจะเริ่มสนใจชีวประวัติเขานิดๆแล้วนี่ยิ่งสร้างความภาคภูมิใจให้ตัวเขาถึงขนาดที่ว่าสามารถยืดอกผายไหล่ผึ่งตอบคำถามอย่างภาคภูมิได้เพราะฟังจากน้ำเสียงแล้วเจ้านายของเขาเหมือนจะเริ่มสงสัยนิดๆแล้ว


       " ผมฝึกศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่อายุ 10 ปีครับจากนั้นจึงเข้าศึกษางานทุกอย่างที่ผู้ช่วยคนนึงจะทำเป็นแล้วจจากนั้นจึงถูกส่งตัวเข้าศึกษาที่สถาบันพ่อบ้านที่ต่างประเทศครับชอบ " แถมเป็นสถาบันพ่อบ้านที่เข้มงวดสอบเข้ายากติดอันดับของโลกและเขาจบมาด้วยคะแนนสูงลิ่วแต่กลับต้องมาเป็นทั้งบอดี้การ์ดและผู้ช่วยไม่ได้ทำงานด้านพ่อบ้านการดูแลเลย จนเขาอดสงสารตัวเองไม่ได้ที่ร่ำเรียนมาแต่ดูเหมือนว่าเขาจะได้ทำงานด้านนี้จริงจังแล้ว " หลังจากกลับจากต่างประเทศตอนอายุ 25 ผมก็ทำงานเป็นทั้งบอดี้การ์ดและผู้ช่วยส่วนตัวพร้อมกับพ่อบ้านของนายท่านใหญ่ครับ "


           " แล้วอย่างนี้นายใหญ่ของเธอไม่ขาดผู้ช่วยหรือถ้าเธอมาทำงานกับฉันแบบนี้ "


       " ไม่หรอกครับนายท่านใหญ่มีผู้ช่วยตั้งสองคนแล้วรวมถึงผมด้วยอีกอย่างนายท่านในบ้านคนอื่นเขาก็มีผู้ช่วยของเขาส่วนผมก็ถูกฝึกให้เป็นพ่อบ้านประจำตัวและบริการของคุณหนูคุณชายอยู่แล้วแต่ว่า..."


           " ฉันหายตัวไปก่อนสินะ "


       " ครับน่าจะยังงั้นเพราะผมก็ทำงานให้กับตระกูลมาเกือบ 20 ปีแล้ว "


           " หรือ 20 ปีเหรอนายดูหน้าเด็กกว่าที่คิดนะ "


       " ผมอายุเท่าๆกับคุณพ่อบุญธรรมของคุณหนูแล้วนะครับ "


           เขารู้สึกภาคภูมิใจและอดชื่นชมตัวเองอีกแล้วเมื่อได้รับคำชมว่าหน้าเด็กจริงๆเขาก็ดูหน้าเด็กให้สมกับเสียเงินไปมากเหมือนกันพวกครีมบำรุงพวกนั้นที่ถูกเจ้าซันบังคับซื้อดูเหมือนว่ามันจะมีประโยชน์ขึ้นแล้วล่ะ


           " แล้วเจ้าพวกลูกน้องนายล่ะ "


       " พวกนั้นเป็นลูกน้องที่นายท่านใหญ่ให้พ่อบ้านแต่ละคนเลือกเพื่อมานำมาฝึกครับทั้ง 4 คนนั้นถึงแม้ว่าจะดูอายุน้อยแต่ผมก็ฝึกการทำงานพวกเขามาเกือบ 10 ปีแล้วความสามารถอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว "


           " อย่างนี้ก็ดีฉันจะได้ไม่ต้องหาคนใช้งานยุ่งยากพูดตามตรงฉันไม่ใช่คุณหนูที่จะเอาแต่ใจและนั่งช้อปปิ้งท่องเที่ยวอยู่มันว่าหรอกนะเธอเข้าใจใช่ไหม "


           เขาเข้าใจยิ่งชัดแจ้งเลยล่ะแต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกมากลับมองตรงไปที่คุณหนูพยักหน้าหงึกหยักโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเมื่อเห็นดังนั้นจึงพูดออกมาตรงๆ


           " ฉันไม่ใช่มนุษย์สองขาที่จะอยู่บนโลกใบนี้ด้วยการกินและนอนดอกอย่างเดียวหรอกนะ "


       " คุณหนูคงจะห่วงว่าวิถีการฝึกตนของคุณหนูจะกระทบต่อคนอื่นหรือเปล่าครับ ถ้าเรื่องนั้นพวกผมเจอเรื่องแบบนี้มาก็หลายครั้งแล้วล่ะครับพวกในตระกูลใหญ่ๆมักจะมีคนกลุ่มนี้อยู่แล้วเพียงแต่ว่าตระกูลของเราค่อนข้างที่จะไม่ค่อยยุ่งเกี่ยว "


           " ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวหมายความว่ายังไงพวกคนในเมืองหลวงใหญ่ๆน่ะมีพวกมีเรื่องพวกนี้ด้วยหรือไง "


       " ตามที่ผมทำงานได้นี้เรื่องการสืบข่าวมาหลายปีก็มีครับแต่น้อยนักที่จะหลุดรอดออกมาส่วนใหญ่ พวกเขาเก็บไว้เป็นไม้ตายของตระกูลมากกว่า "


           " ดูเหมือนว่าการคุยกับนายจะได้เรื่องเยอะทีเดียวเลยนะเนี่ย "


       " ไม่ว่าคุณหนูจะมีงานอะไรที่จะสั่งพวกผมหรือต้องการรู้อะไรผมจะตอบโดยไม่ปิดบังครับ "


           การพูดคุยสัพเพเหระเรียบเรื่อยของทั้งสองคนสร้างเริ่มเริ่มจะสร้างสัมพันธ์ความสนิทสนมและความเข้าอกจะเข้าใจในชีวิตประจำวันของแต่ละคนนั่นคือจุดประสงค์เหมือนกันกับการที่ต้องเข้าใจวิถีชีวิตและความคิดความอ่านของเจ้านายตัวน้อยคนใหม่ที่ดูเหมือนว่าจะไกลเกินเอื้อมเขาซะเหลือเกิน


           หลังจากจัดการเรื่องราวต่างๆแล้วเธอก็ต้องจากบ้านหลังนี้ไปจริงๆก็หนทางข้างหน้านั้นมันไม่ราบรื่นอย่างแน่นอนแต่ละยังไงเธอสนใจหรือก็ถ้าหนทางมันไม่ราบรื่นก็รื้อทิ้งแล้วปูพื้นใหม่มาเดินซะเลย


           " เจ้าสามไปเอากล่องไม้สีดำที่อยู่วางอยู่บนชั้นมาให้หน่อย "


       " ขอรับท่านอาจารย์ " เอียนหยาหลานเดินเข้าห้องฝึกอย่างรีบเร่งเพื่อได้ยินคำสั่งของท่านอาจารย์ตัวเอง ตรงเข้าไปหยิบกล่องไม้สีดำขนาดกลางออกมาท่านอาจารย์ ซ่งซิงเหลียนที่รับมาก่อนจะโบกมือไล่เขาออกไป


           เปิดกล่องไม้ออกมาด้านในนั้นมีขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวหลายใบ


           "ไปเรียกลูกน้องของพวกนายมาทุกคนฉันจะให้ของดี "


           เฉินเย่เห็นดังนั้นก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือของดีของเหล่าเซียนที่เขาเคยได้ยินมาไม่สิได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นหลายครั้งหลายคราวเพราะการรับใช้นายท่านใหญ่ในสมัยนั้นต่างก็มีของพวกนี้ให้เห็นอยู่บ้างแต่มันก็น้อยเสียเหลือเกินเพราะราคาสูงเสียดฟ้าชนิดที่ว่าทำงานกว่าครึ่งชีวิตคงจะซื้อหาไม่ได้

    ก้าวถอยหลังยังมีมารยาทและการปฏิบัติตัวเช่นข้ารับใช้ที่ได้รับการอบรมอย่างดีเลิศให้สมกับสถาบันที่เขาไปร่ำเรียนมาดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาคิดว่าจะไม่ได้ใช้ได้ใช้จริงๆแล้ว


           เขาจะเป็นพ่อบ้านใหญ่ของคุณหนู


          " ไหนๆก็ไหนๆแล้วพวกนายติดตามฉันแค่ต่อยตีกับคนธรรมดาคงไม่ไหวเพราะฉันไม่ชอบการต่อสู้เอาซะเลย "


       " ตีกับคนธรรมดาพวกเราสู้ได้สบายๆอยู่แล้วครับหรือแม้กระทั่งถ้าจะให้ต่อยทีกับพวกผู้ที่เหนือคนแล้วพวกเราก็จะทำถึงแม้ว่าไม่รู้จะสู้ได้หรือเปล่า "


           ซ่งซิงเหลียนฟังคำพูดของพวกเขาก็ได้แต่ชื่นชมในใจว่าต่อให้ไร้กำลังแต่มีความพยายามสินะคนพวกนี้

    ก็ถือว่าสามารถที่จะขัดเกลาได้อยู่แต่จะให้ถึงขั้นเหมือนเป็นศิษย์เหมือนเจ้า 3 ตัวนี้คงไม่ไหว

     


    คล้ายกับเรื่องท่านเทพเจ้าขา ข้าต้องการปลาทองของท่าน ที่คุณอ่าน