อาอู่ได้ฟังเช่นนันก็ยืดวันเดินทางออกไปอีก ยังไม่ยอมไปรอจัดการกับนักฆ่าเหล่านี้ก่อน แต่ว่าซ่งอี้บอกให้อาอู่ไปเรียน เขาจะจัดการเื่นี้เอง
“ ท่านพ่อเื่นี้ขอให้ข้าอยู่ช่วยเถอะ มิเช่นนั้นข้าไปเรียนคง จิตใจคงไม่สงบอย่างแน่นอน “ อาอู่ไม่ยอมไปอย่างแน่นอน ซ่งอี้เลยพอาอู่เข้ามาในห้องหนังสือห้องหนึ่ง
“ นี่คือห้องหนังสือที่ข้าเก็บสะสมเอาไว้ มันเป็หนังสือที่เขียนประวัติของชนชาติจีนั้แ่เริ่มต้นั้แ่ตำนาน ผานกู่สร้างโลก ราชวงศ์เซี่ย ซาง โจว จนมาถึงยุคชุนชิว มายุคจ้านกว๋อ จิ๋นซี ฮั่น สุ่ย ถัง ซ้อง หยวน ข้าล้วนเก็บสะสมมาไว้ให้เ้าได้ศึกษาทั้งหมด โดยเฉพาะตำราพิชัยาของตระกูลซุนวู ตำรายา ตำราพิษตำราเหมาซาน อาอู่เ้ามีเวลาก็เอาไปศึกษาเรียนรู้ เ้าโตพอแล้ว อยากจะทำอะไร ก็บอกมาได้เลย ข้าพร้อมจะสนับสนุนเ้าได้ทุกอย่าง “ ซ่งอี้กล่าวอย่างภาคภูมิใจ อาอู่หยิบหนังสือมาอ่านทีละเล่มรู้สึกว่ามันแปลกใหม่สำหรับเขามากจริงๆ ดังนั้นเขาขอเวลานั่งอ่านตำราในห้องนี้ไม่ยอมไปไหน ซ่งอี้เลยต้องออกมา
อาอู่ใช้เวลาอ่านหนังสือ อยู่ 3 วันก็อ่านจนหมด เวลานี้เขารู้สึกว่าเขาได้มองโลกที่เขาอยู่นั้นกว้างใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้มาก วิชาความรู้จากศาสตร์ต่างๆ ล้วนมีอยู่อีกมากมาย อาอู่ออกจากห้องหนังสือ เพื่อไปสอบถามบางอย่างจากท่านพ่อ
“ ท่านพ่อ แล้วศพของแม่ของข้าเวลานี้อยู่ที่ใด”
“ ข้าได้ฝังไว้ที่สุสานในวันพนัญเชิง เป็สุสานตระกูลซ่ง เ้าอยากไปเมื่อไรข้าจะพาไป” ซ่งอี้ถามอาอู่ที่กำลังคิดอะไรบางอย่าง
“ ท่านพ่อไม่ต้องไปหรอก ่นี้อันตรายท่านรออยู่ที่นี่ดีกว่า ข้าจะไปกราบหลวงปู่ด้วย” อาอู่กล่าวเสร็จก็รีบเดินทางไปหาหลวงปู่ก่อนทันทีพอถึงวัดเทียนเข้าที่สุสานของตระกูลซ่ง เพื่อกราบไหว้ท่านแม่ก่อนเป็อันดับแรกอาอู่มาถึงที่ฝังศพของแม่ตัวเอง แล้วก้มลงกราบท่านแม่ของเขา
“ ท่านแม่ข้าให้สัญญา ข้าจะกลับไปจัดการคนที่มันสังหารท่านแม่ให้ได้รับกรรมที่มันได้ก่อเอาไว้อย่างสาสม เวลานี้ข้าอายุได้ 12 ปีแล้ว ร่างกายแข็งแรงดี ท่านแม่ไม่ต้องห่วง ข้าจะดูแลตัวเองให้ดีไม่ให้มีอันตราย ท่านหลับให้สบายเถอะนะ” อาอู่กล่าวกับแม่ที่เขาไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้า สายลมพัดผ่านอาอู่ไปวูบหนึ่งคล้ายกับว่าแม่ได้รับรู้แล้วว่าอาอู่มาหา
จากนั้นอาอู่ก็กลับไปหาหลวงปู่ กลับพบท่านอาจารย์เมฆาและท่านสินธู กำลังคุยกันอยู่พอดี อาอู่เข้าไปกราบหลวงปู่และท่านอาจารย์กับท่านสินธู อาอู่ได้เล่าเื่ทั้งหมดที่ พ่อเขาเล่าให้ฟังทั้นหมดพร้อมยื่นเหรียญทองคำให้ทั้งสามได้ดู
“ เ้าเป็รัชทายาทแห่งเมืองศรีวิชัยจริงๆ ด้วย นี้เ้าเพิ่งจะได้พบกับท่านปู่ของเ้ามาเมื่อไม่นานมานี้” อาจารย์เมฆากล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ ท่านปู่ของข้า ใครกันขอรับ” อาอู่สงสัยยิ่ง
“ ก็ราชันเมืองนครนั้นไง เป็ปู่ของเ้า าาเมืองศรีวิชัย เป็บุตรคนที่สองของาาเมืองนคร โดยที่าาเมืองศรีวิชัยคนก่อนมีบุตรีเป็องค์หญิงวรินธราเพียงคนเดียว ดังนั้งเ้าชายไชยแสนพ่อของเ้าหลังได้อภิเษกสมรสแล้ว จึงได้ครองเมืองศรีวิชัยต่อ แต่ว่านึกไม่ถึงว่าแม่ของเ้าจะถูกลอบสังหาร จริงๆ” อาจารย์เมฆาเอ่ยขึ้นอย่างเศร้าใจ
“ เมื่อเ้ารู้ชาติกำเนิดของตัวเองแล้ว เ้าจะทำอย่างไรต่อ” ท่านสินธูเอ่ยถาม
“ ข้าคงต้องกลับไปเรียนให้จบก่อน ส่วนเื่แก้แค้นคงต้องวางไว้ เวลานี้ข้ายังเด็กนักยังไม่มีกองกำลังใดใด หากขืนไปแก้แค้นในเวลานี้ ยังไม่รู้ว่าใครเป็คนทำหากเจอกองกำลังจำนวนมาก นอกจากไม่อาจแก้แค้น จะทำให้ศัตรูรู้ตัวได้”อาอู่กล่าวด้วยความรอบคอบ หลวงปู่ได้ฟังก็รู้สึกยินดียิ่ง
“ เ้าคิดถูกแล้ว เ้ายังเด็กจริงๆ หากไปแก้แค้นเวลานี้ ถ้าไม่สำเร็จอาจทำให้ศัตรูของเ้าได้รู้ตัว ดีแล้วเ้ากลับไปเรียนอีกสัก ปีสองปี ค่อยว่ากัน” หลวงปู่รู้สึกดีที่เห็นอาอู่มีความคิดเป็ผู้ใหญ่ขึ้นมาก
“ เื่กองกำลังนั้นเ้าไม่ต้องห่วง รอให้เ้าเรียนจบอาจารย์กับท่านสินธู จะแนะนำกองกำลังทหารให้กับเ้าเอง” อาจารย์เมฆาเอ่ยกลับอาอู่
“ แต่ว่าเ้าต้องระวังมือสังหารจากเมืองจามปา ข้ารู้มาว่าพวกมันไม่เพียงฝึกวิชาดาบไวหมัดไว พวกมันยังใช้ไสยเวทย์ดำอีกด้วย เ้าต้องระวังตัวให้ดี”อาจารย์เมฆาเอ่ยเตือน อาอู่พยักหน้ารับ แล้วขอตัวกลับก่อน
ทั้งสามมองตามหลังอาอู่ด้วยสายตาที่คล้ายๆ กัน ว่าถ้าเด็กคนนี้โตขึ้นจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหนกันคืนนี้อาอู่นั่งสมาธิ เตรียมรอจัดการกับนักฆ่าจากเมืองจามปา โดยท่านซ่งอี้ได้เตรียมผู้คุ้มกันไว้ทั้งหมดเกือบร้อยคน โดยเดินรอบที่พัก 40 คน และเฝ้าประจำ
อีกสี่ทิศทิศละ 10 คน เฝ้าประตูด้านหน้า อีกสิบหลังอีก สิบคน ด้วยมาตรการที่เข้มแข็งที่สุด ยากที่นักฆ่าจากจามปาจะบุกเข้ามาได้อย่างง่ายๆ
“ พวกมันมาแล้ว 300 คน ” เสียงเทพธิดากล่าวออกมา
“ หืม เยอะขนาดนี้เชียว” อาอู่ลืมตาแล้วลุกขึ้น ยืน ถึงแม้จะรู้ว่านักฆ่าจะมากันมากแต่ก็ไม่มีความกลัวแม้แต่นิดเดียว อาอู่รีบไปบอกทุกคนในทันที
“ ท่านอาสามพาอาสะใภ้ไปที่ปลอดภัยด้วย พวกมันกำลังเข้ามามีประมาณ 300 คน ข้าจะออกไปสกัดเอาไว้ เวลานี้พวกมันกระจายล้อมพวกเราไว้หมดแล้วพวกท่านเตรียมตัวให้พร้อมข้าจะออกไปจัดการพวกมันเดี๋ยวนี้ พูดจบอาอู่ก็ขยับตัวออกไป อย่างรวดเร็ว
อาอู่ลอยตัวพุ่งออกไปด้านหลังที่มีจำนวนคนมารอเตรียมพร้อมที่จะเข้าบุกมาในบ้านพัก นับร้อยคน อาอู่เจอหน้านักฆ่าเหล่านี้ก็สั่งให้ไม้พญางิ้วดำให้ขยายใหญ่ขึ้นเท่าเสาบ้านแล้วฟาดไปอย่างแรง ตูม ! นักฆ่าโดนฟาดจนร่างแหลกเหลวไปทีเดียวนับสิบคน อาอู่สั่งให้ฟาดอีกไม่ยั้ง ตูม ! ตูม! ตูม ! ตูม ! ร่างนักฆ่าล้วนแหลกเหลว อย่างน่าสยดสยอง
พวกนักฆ่าที่เหลืออยู่ไม่ถึง สามสิบคน เห็นเพื่อนๆ ที่มาด้วยกันกลายเป็ก้อนเนื้อเละเทะ ก็ไม่อยู่แล้วต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดกันไปหมด อาอู่ไม่ตามแต่กลับพุ่งออกไปทางด้านขวา ที่มีอีก 40 กว่าคนที่เริ่มเข้าโจมตี ตูม ! ตูม ! ตูม! ตูม!
ร่างกายที่โดนไม้พญางิ้วดำ ล้วนมีสภาพไม่ต่างกัน ล้วนกลายเป็ก้อนเนื้อที่ไม่รู้ว่าใครเป็ใครเพราะมีสภาพเหมือนกันไปหมด ทั้ง 40 คนตายเรียบ อาอู่ยังไม่หยุด ยังพุ่งเข้าไปด้านหน้าที่ยังมี นักฆ่าอีกนับร้อยที่ยิงหน้าไม้เข้าใส่คนในที่บ้านพักนับร้อยดอก แต่ทุกคนเตรียมตัวไว้แล้วเลยหลบอยู่ยังไม่เข้าต่อสู้ แต่ว่าอาอู่เห็นแล้วก็ใช้ไม้พญางิ้วดำเข้าฟาด เหล่านักฆ่าเมืองจามปา ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ อาอู่ฟาดไม่ยั้งทั้งซ้ายและขวา จนนักฆ่านับร้อย เหลือไม่ถึง สิบ คน และอาอู่ก็ฟาดอีกครั้งเดียว
ก็สังหารนักฆ่า ที่เหลือจนตายหมดสิ้น ยังเหลืออีก 60 คนซุ่มดูอยู่ไม่กล้าเข้ามาพี่เทพธิดากระซิบบอก
“ ท่านพ่อ จัดการศพเหล่านี้ด้วย มีด้านหลัง กับ ด้านข้าง อีก ยังเหลืออีก 60 คนพร้อมกับหัวหน้าพวกมัน ข้าจะไป จัดการกับมันให้สิ้นซาก” อาอู่พูดจบก็ะโ
ตัวลอยข้ามกำแพงพุ่งเข้าไปหากลุ่มคนที่ซุ่มมองอยู่ ซึ่งพวกมันเห็นพวกเดียวกันถูกฟาดด้วยไม้ั์สีดำ จนร่างแหลกเหลว ไม่มีชิ้นดี ก็เตรียมตัวถอยฉากออกมา
แต่ว่าไม่ทันเสียแล้ว มีไม้ั์สีดำฟาดเข้ากลางวง ตูม ! ตายทีเดียวเกือบยี่สิบคน ที่เหลือก็แยกกันหนีกันคนละทิศละทาง อาอู่ไล่ฟาดไปทางซ้าย กับทางขวา
ตายไปอีก เกือบยี่สิบคน มีหัวหน้านักฆ่ากลุ่มนี้ยืนมองอยู่ไม่ห่างจากที่อาอู่มากนัก
มันมองมาด้วยสายตามที่โกรธแค้น อาอู่แกล้งทำเป็ไม่เห็นใช้ไม้ไล่ฟาด นักฆ่าจากจามปา จนกลายเป็เศษเนื้อ เละเทะ หัวหน้านักฆ่าเห็นแล้วคงทนไม่ไหวจึง
ปล่อยปีศาจหน้าตาแปลก ๆ รูปร่างใหญ่กว่าคนทั่วไปสามเท่า มีเขางอกออกจากหู ส่วนหูกลับขึ้นบนหัวคล้ายหูช้างอันใหญ่ทั้ง2ข้าง ตามีสีเขียวเปล่งประกายออกมา กรงเล็บยาวเฟื้อย ผิวเป็เหมือก สีขาวขุ่นปกคลุมร่างกายทั้งหมด ร่างกายข้างในคล้ายมีเพลิงไฟคล้ายจะะเิออกมาเมื่อไรก็ได้
นี่มันเป็ผีที่พวกมันนับถือกันอยู่ อาอู่นึกในใจ แต่ว่าอาอู่ไม่สนใช้ไม้พญางิ้วดำฟาดไปที่หน้าของมัน เปรี้ยง ! จนหน้าหัน เซถลาแต่ยังไม่ล้ม อาอู่ฟาดที่หัวไปอีกครั้ง พลั้วะ กะโหลกแบะออกมา อาอู่ไล่ฟาดไปที่ขา แขน ทั้งสองข้าง จนเดินไม่ได้ แล้วฟาดไปอีกทีที่ก้านคอ จนหัวหลุดกลิ้งไปกับพื้น มันพยายามใช้มือควานหาหัวของมัน อาอู่พุ่งไม้พญางิ้วดำเข้าไปทะลุหัวใจของมัน จนมันร้องเสียงลั่นป่า แต่ว่ามันยังไม่ตายกลับคว้าหัวของตัวเองกลับมาใส่ได้ดังเดิม
อาอู่ขยายไม้พญางิ้วดำให้ใหญ่ขึ้นเท่าเสาบ้านอีกครั้ง แล้วกระหน่ำฟาดไปที่ร่างเ้าั์ผีประหลาดตัวนี้นับไม่ถ้วน จนร่างของมันกลายเป็เศษเนื้อบด อาอู่ปล่อยยันต์8ทิศขังมันไว้ก่อน จากนั้นอาอู่ฟาดไม้พญางิ้วดำเข้าไปที่หัวหน้านักฆ่าที่ยืนอยู่ที่ห่างไกล มันคิดว่ายังห่างไกลเลยไม่ถอย แต่ว่าไม้สีดำกลับพุ่งขยายยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว เข้ากระแทกหัวหน้านักฆ่าที่ยืนมองอยู่ด้วยความแค้นกระเด็นหงายหลังออกไป อาอู่ก็เข้ามาประชิดอย่างเร็ว แล้วใช้ไม้ฟาดนักฆ่าอีก5 คนที่ยืนอยู่ด้วยกัน ที่ไม่คิดว่าอาอู่จะพุ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วขนาดนี้ ตูม ! ทั้ง 5 คนร่างแหลกเหลวไปในทันที อาอู่เข้าเหยียบที่หน้าอกของหัวหน้านักฆ่าในทันที
“ หยวนเต๋อคุน จ้างแกมาใช่ไหม” อาอู่ถามเพื่อความแน่ใจ
“ แกไม่มีทางรอดจากเงื้อมือพวกข้าไปได้หรอก สำนักของข้าไม่ยอมปล่อยพวกแกให้รอดไปได้แน่ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หัวหน้านักฆ่ายังกล้าหัวเราะต่อหน้าอาอู่อีก
อาอู่กระทืบเท้าที่ซี่โครงจนหักทำให้มันหัวเราะไม่ออกได้แต่ร้องครางออกมา
“ สำนักอะไรของแก” อาอู่ถามอย่างใจเย็น
“ สำนักเงาทมิฬ ของข้าจะมาจัดการกับเ้าด้วยยันต์สั่งตายของข้าแผ่นนี้” หัวหน้านักฆ่าใช้มือขวากระแทกหน้าผากตัวเอง แล้วก็มีรูปยันต์เป็ลำแสงพุ่งเข้าใส่อาอู่ในทันที พรึบ ! นี่มันอะไรยอมฆ่าตัวตายเพื่อสร้างยันต์สั่งตายใส่ตัวข้าเชียวหรือนี่ อาอู่มองศพที่เหลืออย่างสังเวชใจ เขาไม่อยากทำแบบนี้เลยจริงๆ
แต่ถ้าไม่ทำพวกมันต้องหาโอกาสทำร้ายครอบครัวเขาอีกแน่ อาอู่ได้แต่สวดคาถาพญายมให้พวกมันรีบไปสู่ยมโลกโดยเร็ว
“ ปะโตแมตัง ปะระชีวินัง สุขะโตจุติ จิตะเมตะ นิพพานัง สุขโตจุต”
พอสวดครบ 5 จบิญญานักฆ่าและปีศาจล้วนสลายไปจากโลกแห่งนี้ ยันต์8ทิศพุ่งกลับมาที่มือของอาอู่อย่างรวดเร็ว