เมืองจูเซียน ภายในห้องโถงอันใหญ่โตโอ่อ่าแห่งหนึ่ง
บรรดาเถ้าแก่ร้านค้าและสานุศิษย์ตระกูลผู้ฝึกฌานจากทั่วเมืองจูเซียนนั่งอัดกันจนเต็มขนัดทุกคนต่างกำลังจับจ้องไปที่บุรุษในอาภรณ์ขาวสะอาดผู้หนึ่งที่กำลังเอ่ยวาจาลื่นไหลคล่องแคล่วอยู่บนเวทีสูงทางฝั่งเหนือของห้องโถง
“ข้าก็พูดไปตั้งขนาดนี้แล้วคาดว่าทุกท่านคงจะพอเข้าใจในสิ่งที่ข้า้าสื่อแล้วกระมัง”บุรุษชุดขาวกวาดตามองคนทั้งห้องด้วยรอยยิ้ม
“ประมุขหวัง สิ่งที่ท่านพูดพวกเราย่อมเข้าใจเพียงแต่ว่าก็ยังอดกังวลไม่ได้อยู่ดี! ท่านเองก็มีเงินไม่ขาดมือแล้วยังจะ้าเงินของพวกเราไปทำอะไรอีกเล่า”ชายที่นั่งอยู่ด้านล่างเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
“เงิน? ใครเล่าจะไม่ชอบเงินเยอะๆยิ่งมีเงินมากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งสามารถทำเื่สำคัญได้มากขึ้นเท่านั้นข้าสามารถใช้เงินเชิญนักปรุงยาที่มีฝีมือมากกว่านี้มาปรุงโอสถสรรพคุณล้ำเลิศขายออกไปในราคาแพงขึ้นสามารถเชิญนักหลอมศาสตรามาหลอมสร้างอาวุธระดับสูงกว่าเดิมในหมู่พวกท่านมีใครที่คิดว่าข้าหวังเค่อทำการค้าขาดทุนบ้าง?” บุรุษชุดขาวนามหวังเค่อยังคงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ไม่มีๆ นับแต่ที่ประมุขหวังมาถึงเมืองจูเซียนการเงินของเมืองนี้ก็ไหลสะพัดเข้าสู่ตระกูลท่านไม่ขาดสายแล้วประมุขหวังจะทำการค้าขาดทุนได้อย่างไร” คนกลุ่มนั้นพากันหัวเราะโดยพลัน
“งั้นพวกท่านยังต้องกังวลอะไรอยู่อีกเล่า? หรือกังวลว่าข้าหวังเค่อคิดหลอกเอาเงินจากพวกท่านกัน?” หวังเค่อยิ้มถาม
“นั่นจะเป็ไปได้อย่างไร? อย่างไรเสียตระกูลหวังของท่านก็คือหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองจูเซียนมีสมบัติพัสถานมากมาย การค้าส่วนใหญ่ในเมืองจูเซียนก็มีตระกูลหวังของพวกท่านร่วมหุ้นอยู่ด้วยแล้วมีหรือจะมาสนใจเงินเล็กน้อยของพวกเรา” ชายคนเดิมหัวเราะออกมาทันที
ทันใดนั้นบรรยากาศภายในห้องโถงก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย
“่นี้สิบหมื่นมหาบรรพตเปี่ยมภยันตรายมากขึ้นการจะออกไปรวบรวมสมุนไพรหรือศิลาิญญามายิ่งยากเย็นแสนเข็ญทุกท่านต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าข้าหวังเค่อสันทัดทางด้านธุรกิจการค้า้าถามหาความเห็นจากข้าตัวข้าที่เห็นว่าเราต่างก็เป็ชาวเมืองจูเซียนไม่ต่างกันจึงได้เปิดการชุมนุมนี้ขึ้นมาชี้แนะแนวทางให้กับพวกท่าน ทำไม? หรือพวกท่านยังมีอะไรอยากจะถามข้าอีก?”หวังเค่อนิ่วหน้าถาม
“ประมุขหวัง ที่ท่านพูดเป็ความจริงรึ? ที่ว่าขอเพียงพวกเราซื้อ ‘แผนการลงทุน’ นี้จากท่าน ในแต่ละปีพวกเราจะได้ดอกเบี้ยสองในสิบส่วน”ชายในชุดสีเทาถามขึ้นด้วยความคาดหวัง
“แน่นอนใช่ว่าตระกูลหวังของเราทำการค้ามาแค่ปีสองปีเสียเมื่อไหร่ พวกเรามีธุรกิจใหญ่โตแถมยังลงลายลักษณ์อักษรกันเป็ที่เรียบร้อย แล้วพวกเรายังจะหลอกพวกท่านได้อีกหรือ”หวังเค่อเปลี่ยนสีหน้าเป็เคร่งขรึมขึ้นมา
“ไม่หรอก พวกเราย่อมต้องเชื่อใจประมุขหวังอยู่แล้วเพียงแต่ว่าเื่เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พวกเราก็เลยตื่นเต้นกันไปหน่อย!”บุรุษชุดเทาคนเดิมหัวเราะกลบเกลื่อน
“ในเมื่อประมุขหวังรับปาก พวกเราก็ย่อมเชื่อท่าน! แม้ว่าพวกเราเองก็เป็ผู้ฝึกฌานแต่ย่อมไม่อาจเทียบศิษย์จากตระกูลใหญ่ได้พวกมันมีทั้งทรัพยากรกับศิลาิญญานับไม่ถ้วนส่วนพวกเราได้แต่ต้องขวนขวายกันปากกัดตีนถีบสมุนไพรวิเศษบนสิบหมื่นมหาบรรพตมีอยู่ไม่น้อยก็จริงแต่ก็ล้วนมีสัตว์อสูรเฝ้าอยู่เช่นกัน คิดถอนเขี้ยวพยัคฆ์รังแต่จะเป็การเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่าๆสิบหมื่นมหาบรรพตอันแสนโกลาหลนี้มีแต่เื่ฆ่าชิงวิ่งปล้นเป็กิจวัตรแค่จะเก็บเกี่ยวทรัพยากรเล็กๆ น้อยๆ ยังต้องเสี่ยงชีวิตอยู่ร่ำไปหากพลั้งเผลอแม้เพียงนิดก็อาจตายได้ทุกเมื่อ เส้นทางการฝึกตนของพวกเราลำบากยากเข็ญเกินไปแล้ว!”บุรุษชุดแดงอีกคนโอดครวญออกมา
“นั่นน่ะซี ประมุขหวังคือผู้มีจิตโอบอ้อมอารีโดยแท้พวกเราแค่นั่งอยู่บ้านก็สามารถทำเงินให้งอกเงยออกมาได้?”
“ประมุขหวังก็พูดแล้วนี่ ว่าหากเ้าไม่เหลียวแลเงิน เงินก็จะไม่เหลียวแลเ้าเช่นเดียวกันวันๆ เ้าเอาแต่กอดถุงเงินไว้แนบอก มีแต่จะยิ่งทำให้มันลดน้อยถดถอยลงไปเปล่าๆยังคงเป็ประมุขหวังที่มอบเส้นทางการทำเงินนี้แก่พวกเรา!”
“มิผิด ประมุขหวัง แผนการลงทุนนี้ ข้าขอซื้อ!”
“ข้าด้วย!”
“หนึ่งปีได้ดอกเบี้ยสองในสิบส่วน? ข้ากักตนครั้งหนึ่งก็กินเวลาร่วมปีเข้าไปแล้วแบบนี้ไม่เท่ากับว่าหากข้ากักตนหนึ่งครั้งศิลาิญญาของข้าก็จะงอกเงยขึ้นสองส่วนหรอกรึ?”
.........
......
...
ภายในห้องดูจะมีคนที่คอยปลุกกระแสให้บรรยากาศครื้นเครงชวนให้พวกมันทุกคนเริ่มเืลมพลุ่งพล่านขึ้นมาทีละน้อย
“สิ่งที่ควรพูดข้าก็ล้วนพูดออกไปหมดแล้ว ใครที่อยากซื้อขอเชิญชวนพวกท่านที่โถงหน้าของตระกูลหวังเพื่อทำสัญญาซื้อขายกัน!แผนการลงทุนชุดแรกมีจำนวนจำกัด! ทุกท่าน เชิญ!” หวังเค่อเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง
“โถงหน้า? ที่ไหนข้าต้องไปแลกเงินที่ไหน? ข้าให้ศิลาิญญาห้าสิบชั่งเลย!”บุรุษชุดเทาเ้าเก่าเป็คนแรกที่วิ่งนำออกไปจากห้อง
“เถ้าแก่จางรอข้าด้วยซี่ เหลือไว้ให้ข้าด้วยแผนการลงทุนมีจำกัด ท่านอย่าได้เหมาหมดเชียว!”บุรุษชุดแดงอีกท่านหนึ่งรีบร้อนตามออกไป
“เดี๋ยวก่อนๆ เหลือไว้ให้พวกเราด้วย!”
“ข้าจะซื้อให้เกลี้ยงเลยคอยดู!”
.........
......
...
ห้องโถงที่เพิ่งจะคึกคักพลุกพล่านอยู่หลัดๆพลันกลับกลายเป็โล่งโจ้งในพริบตา พวกมันต่างยื้อแย่งกันไปซื้อแผนการลงทุนของตระกูลหวังกันหมด
ภายในห้องโถงใหญ่จึงเหลือเพียงหวังเค่อผู้ยิ้มกริ่มอย่างสุขอุรารวมถึงศิษย์ในตระกูลหวังอีกกลุ่มหนึ่ง
“เห็นแล้วหรือยัง? แผนการลงทุนเขาขายกันแบบนี้นอกจากเมืองจูเซียนแล้ว ขอให้พวกเ้าช่วยกันไปจัดการตามเมืองเซียนอื่นๆ ด้วย!”หวังเค่อพูดจบก็รับถ้วยน้ำชาที่ลูกน้องคนหนึ่งยื่นให้ขึ้นมาจิบ
“ท่านประมุขคนกลุ่มนี้ยินยอมควักเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อกระดาษเพียงแผ่นเดียวจริงหรือเงินก้อนนี้ไม่ได้มาง่ายเกินไปหน่อยรึ? ท่านประมุข เหตุใดพวกเราถึงไม่ใช้กลยุทธ์นี้เสียแต่เนิ่นๆเล่า” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความพิศวง
หวังเค่อเหลือบตามองอีกฝ่าย “เ้าจะไปเข้าใจอะไรถ้าหากตระกูลหวังของเราไม่ได้ปักหลักยืนฐานในเมืองจูเซียนอย่างมั่นคงไม่ได้สร้างสมชื่อเสียงความไว้ใจมามากพอ แล้วใครจะเชื่อถือแผนการลงทุนนี้กัน?”
“อ๋า?”
“อีกอย่างไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ข้าเคยอธิบายให้พวกเ้าฟังไปแล้วรึไง? หากไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ข้าควบคุมสถานการณ์ได้ด้วยดีการชุมนุมครั้งนี้คงล่มไม่เป็ท่าเพราะพวกเ้าไปแล้ว!”หวังเค่อตำหนิด้วยเสียงทุ้มลึก
“เป็พวกเราละเลยหน้าที่เอง!”เหล่าลูกน้องต่างลดหน้ายอมรับความผิดโดยปริยาย
“ช่างเถอะยังไงนี่ก็เป็ครั้งแรกที่ข้าลองใช้แผนการลงทุนนี้เหมือนกันสามารถได้ผลลัพธ์เช่นนี้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว! จริงสิเื่ที่ข้าให้พวกเ้าคัดเลือกคนล่ะเป็อย่างไรบ้าง” หวังเค่อมองลูกน้องคนนั้น
“ท่านประมุขวางใจได้คนที่พวกเราเชิญมาในวันนี้ล้วนแล้วแต่เป็พวกมีเงินแต่ไร้คุณธรรมทั้งนั้นส่วนเหล่าสาธุชนนั้นข้าไม่ได้ให้พวกเขามาเข้าร่วมแต่แรก แถมข้ายังตั้งใจสร้างเื่ยุ่งยากจนพวกเขาไม่อาจซื้ออะไรกลับไปได้อีกด้วย!”ลูกน้องคนนั้นตอบด้วยความเคารพ
“ดี! ข้าหวังเค่อมีแต่ทำเงินจากพวกทรชนเท่านั้น!”หวังเค่อจิบชาพลางเอ่ยด้วยความพึงพอใจ
“แต่ว่าท่านประมุข แผนการลงทุนที่ท่านว่านี้พวกมันสามารถนำมาขึ้นเงินได้ตลอดเวลาแล้วถ้าเกิดพวกมันมาขอขึ้นเงินแล้วจะทำอย่างไร?” ลูกน้องคนนั้นเอ่ยด้วยความกังวล
“ก็ปล่อยให้พวกมันมาขึ้นเงินไป! เ้าลืมเื่การ ‘สร้างภาพลักษณ์’ ของตระกูลหวังในเมืองจูเซียนไปแล้วรึไง?ความมีหน้ามีตา ในเมืองจูเซียนนี้ พวกเราก็คือความมีหน้ามีตาอย่างไรเล่า!”หวังเค่อกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“อ๋า? เงินที่อุตส่าห์ใช้ความสามารถฉ้อฉลมาสุดท้ายก็ยังต้องคืนกลับให้พวกมันไปหรือขอรับ?”
“ฮึ่ม หากไม่คืนพวกมันแล้วพวกมันจะไปเอาเงินจำนวนมากกว่าเดิมเพื่อมาซื้อแผนการลงทุนของพวกเราได้ยังไง?”หวังเค่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“เอ๋? อ๊ะ!”
“รอจนหิมะปกคลุมศิลาิญญาเมืองจูเซียนพวกเราตระกูลหวังจะไปจากที่นี่กันทันที!”หวังเค่อสูดลมหายใจลึกพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงขึงขังจริงจัง
“ไปจากเมืองจูเซียน? งั้นก็น่าเสียดายแย่เลยสิขอรับพวกเราเริ่มกิจการกันมาสิบปีแล้วแท้ๆ!”
“ผลตอบแทนก้อนโตย่อมต้องแลกมาซึ่งความเสี่ยงมหาศาล!ตอนนี้พวกเรา้าศิลาิญญาเป็การด่วนเมื่อหิมะครั้งนี้มาเยือนย่อมมีศิลาิญญามากพอจะอุดช่องโหว่ของพวกเราได้”หวังเค่อเอ่ย
“ท่านประมุข ท่านเองก็เก่งกล้ามากฝีมือท่านไม่มีวิธีที่จะทำให้พวกเราอยู่ต่อได้เลยหรือ? หากจากไปเช่นนี้คงน่าเสียดายแย่!”ลูกน้องคนนั้นยังคงอาลัยอาวรณ์ไม่หาย
“มีอยู่ เปิดธนาคาร ขายประกัน!” หวังเค่อสูดลมหายใจลึก
“อ๋า? ธนาคาร? ประกัน? มันคืออะไรหรือขอรับ?” ลูกน้องคนนั้นถามด้วยสีหน้าเหลอหลา
หวังเค่อถอนหายใจบาง “ช่างเถอะตอนนี้พวกเ้ายังไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น หากไม่มีคนหนุนหลังที่แกร่งพออาศัยพวกเราในตอนนี้ก็รังแต่จะถูกผู้อื่นเอาเปรียบ! ทั้งธนาคาร ทั้งประกันไว้เวลาสุกงอมเมื่อไหร่ข้าค่อยสอนพวกเ้าแล้วกัน หน้าที่ของพวกเ้าตอนนี้คือขายแผนการลงทุนให้ได้มากๆชะล้างพวกที่ได้เงินมาในทางที่ไม่ชอบ แล้วเสริมสร้างความแข็งแกร่งของพวกเราเอง!เื่ในอนาคตก็ไว้ค่อยว่ากันทีหลัง!”
“ทราบ!” เหล่าลูกน้องขานรับ
“เมืองจูเซียนเป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นจากนี้เมืองเซียนอื่นๆ ต้องฝากไว้ในมือพวกเ้าแล้ว!”หวังเค่อมองตรงไปที่เหล่าลูกน้องตรงหน้าพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
“ท่านประมุขวางใจได้เลย!”เหล่าลูกน้องตอบรับด้วยความเทิดทูน
“อืม! ไปได้!” เมื่อนั้นหวังเค่อถึงค่อยเอนหลังได้อย่างวางใจ
“ทราบ!” ลูกน้องกลุ่มนั้นตอบรับก่อนถอนตัวจากไป
แต่ในตอนนั้นเองลูกน้องอีกคนหนึ่งก็ผลุนผลันเข้ามาในห้อง
“ท่านประมุข ด้านนอกมีชายคนหนึ่งอ้างว่าเป็สหายซี้ปึ้กของท่านบอกว่า้าเข้าพบท่านขอรับ!” ลูกน้องคนนั้นเอ่ยด้วยความเคารพ
“ข้าไปมีสหายซี้ปึ้กั้แ่เมื่อไหร่? มันหน้าตายังไง?” หวังเค่อเลิกคิ้วสูงเผยสีหน้ากังขาชัดเจน
“หน้าตารึ? มันค่อนข้างเ้าเนื้อสวมชุดนักพรตสีดำตลอดศก ในมือถือพัดอันหนึ่ง แต่สีหน้าสีตาของมันออกจะ...ออกจะ...”ชายคนนั้นไม่รู้ว่าจะพรรณนาออกมาอย่างไรดี
แต่หวังเค่อดูคล้ายจะเดาได้แล้วว่าผู้มาเป็ใครทันใดนั้นสีหน้าชายหนุ่มก็เปลี่ยนไป “หน้าตามันชั่วร้ายมากใช่หรือไม่”
“อ๊ะ ใช่ขอรับ ดูเหมือนจะเป็เช่นนั้นอยู่จริงๆ!”ลูกน้องคนนั้นกล่าวด้วยสีหน้าแปลกพิกล
อย่างไรก็ตามหวังเค่อกลับหน้าดำทะมึน ผุดลุกขึ้นทันควัน “ไอ้คนไร้ยางอายมันหาที่นี่เจอได้ยังไงกัน”
ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงหวังเค่อดีมันก็เห็นบุรุษเ้าเนื้อในชุดดำพรวดพราดเข้ามาแล้ว
“โอ้ พี่หวัง ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านจะต้องอยู่ที่นี่ข้าตามหาท่านซะแทบแย่แหน่ะ!” บุรุษชุดดำเอ่ยปากทักทายหวังเค่ออย่างกระตือรือร้น
ศิษย์ตระกูลหวังสองคนที่อยู่ด้านหลังพุ่งตัวตามมาโดยพลัน สีหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น“ท่านประมุข พะ พวกเราห้ามมันไม่อยู่!”
แต่หวังเค่อดูจะคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ชายหนุ่มโบกมือ “ช่างเถอะเื่นี้ไม่เกี่ยวกับพวกเ้า ออกไปก่อน!”
“ทราบ!”ศิษย์ตระกูลหวังถอนตัวออกจากห้องโถงใหญ่ด้วยสีหน้างุนงง
“พี่หวัง ตอนนี้ท่านใช้ชีวิตอย่างสุขสบายดีเหลือเกินอาศัยอยู่ที่นี่คงจะปลอดโปร่งสบายอุราไม่น้อยเลยกระมังครั้งก่อนที่ท่านย้ายสำมะโนครัว ไฉนจึงไม่บอกกล่าวข้าบ้างเลยสักคำ ลำบากข้าต้องพลิกแผ่นดินหาท่านอยู่นานตั้งสิบปี!”บุรุษชุดดำแม้จะพูดเช่นนั้นแต่ก็ยิ้มกว้างขยับเข้ามาใกล้
หวังเค่อมองดูบุรุษชุดดำตรงหน้าแล้วสีหน้าก็ต้องหม่นลง “จางเจิ้งเต้าเ้ามีจมูกสุนัขรึยังไง! ข้าอุตส่าห์หนีมาขนาดนี้แล้วแท้ๆทำไมเ้าถึงยังหาข้าเจออีก”
“พี่หวังเหตุใดทุกครั้งที่เราเจอกันท่านต้องดุดันกับข้าเรื่อยเลยเล่า? ท่านคงจะไม่รู้ แต่ตลอดสิบปีที่ไม่มีท่านทุกวันข้าล้วนกินไม่ได้นอนไม่หลับ คอยแต่จะคิดถึงท่านอยู่ตลอดเวลา!”จางเจิ้งเต้าย่างสามขุมเข้าหาด้วยรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจ
“ไสหัวไปเลย เ้ายังสร้างความวอดวายให้ข้าไม่พออีกหรือ?ความอับโชคจากเื่ครั้งก่อนยังส่งผลมาถึงทุกวันนี้อยู่เลยด้วยซ้ำส่วนเ้ากลับหนีเอาตัวรอดไวปานลมกรด!” หวังเค่อถลึงตาใส่
“ครั้งก่อน? เื่ครั้งก่อนจะมาโทษข้าไม่ได้นะพวกเราสองคนไปขุดสุสานบรรพชนของาาปีศาจ เดิมทีก็เป็เื่อัปมงคลอยู่แล้วหากจะเกิดโชคร้ายอะไรตามมาย่อมไม่ใช่เื่แปลกท่านเองก็ได้ประโยชน์ไปไม่น้อยไม่ใช่รึไง” จางเจิ้งเต้าจู่ๆ ก็หัวเราะออกมา
“ไม่ใช่เป็เพราะว่าเ้าไม่ตรวจสอบข้อมูลมาให้ดีก่อนรึ!”หวังเค่อตาแทบถลนออกจากเบ้า
“นะ นี่จะมาโทษข้าไม่ได้!ข้าเองก็เป็เหยื่อเหมือนกัน! ข้าสิ้นเปลืองของวิเศษกับศิลาิญญาไปตั้งมากมายสุดท้ายก็ไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาเลยสักอย่าง ท่านคงจะไม่รู้แต่ตลอดสิบปีที่ไม่มีท่านอยู่ด้วยข้าไม่กล้าออกไปใส่ความรับบทเป็เหยื่อเรียกค่าเสียหายเลยสักครั้ง! พี่หวัง ท่านคือผู้มีพร์เป็เลิศแต่ทุกวันนี้ท่านกลับเอาแต่อยู่เหย้าเฝ้าเมืองจูเซียนอันกระจ้อยร่อยนี่มันใช้ได้ที่ไหนเอาเป็ว่าพวกเราออกไปก่อกวนเื่ราวกันอีกครั้งดีหรือไม่?” จางเจิ้งเต้าเอ่ยด้วยแววตาเปล่งประกาย
“เ้าจะให้ข้าไปช่วยเ้าเลือกเหยื่อมาใส่ความอีกอย่างนั้นรึ”
“ใส่คงใส่ความอันใดพวกเรากำลังปล้นคนรวยประทังชีพคนจนกันอยู่ต่างหาก ดูสิ ข้ายากจนข้นแค้นขนาดไหน!วันๆ ท่านเองก็เอาแต่พร่ำบ่นว่าจนๆๆ พวกเราต่างก็จนกรอบกันขนาดนี้ เพราะงั้นก็ต้องเอาเงินจากพวกใจดำขูดรีดประชาชนมาแจกจ่ายทำการกุศลจึงจะถูกต้อง!ตัวท่านเฉียบแหลมชาญฉลาด ตัวข้าหน้าหนาไร้ยางอาย หากเราสองคนร่วมมือกันใต้หล้าใครเล่าจะสู้ได้!” จางเจิ้งเต้าเอ่ยด้วยสีหน้าแววตาแสนภาคภูมิ
หวังเค่อหรี่ตามองเ้าคนหน้าหนาไร้ยางอายตรงหน้าโดยไม่ขยับ