ทันใดนั้นเองก็มีเฮลิคอปเตอร์ มาจอดรอบๆ สน. แห่งนี้ ประมาณห้าลำ มีกองกำลังทหารรับจ้างมาด้วยประมาณ 100 คน มีพราหมณ์วัย สี่สิบกับนายทหารยศนายพัน เป็ผู้นำ ในเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่ง มีผีดิบมาด้วย อีก 20 ตน ทั้งหมดถูกขังเอาไว้ในกรง แล้วก็มีนายพันทหาร ถือโทรโข่ง ประกาศออกไปว่า
“ ผู้กำกับทรงยศ ปล่อยเ้าชายราชมันต์ ออกมาให้พวกเราเดี๋ยวนี้ หากไม่ทำตามที่เราสั่ง พวกเราจะถล่มโรงพักของคุณให้ราบไปในคืนนี้ และทุกชีวิตก็ต้องตายจนหมดสิ้น”
ผู้กำกับทรงยศเห็นหน้า ทหารรับจ้าง ก็เอ่ยออกมาอย่างใว่า
“ ผู้พันแฮริส”
“ ใครหรือครับ” ขจรยืนข้างๆ มองแต่พราหมณ์หนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้าง เลยไม่สนใจนายทหารรับจ้าง ที่พูดเท่าไร
“ เขาเป็หน่วยนาวิกโยธินสหรัฐ เคยมาฝึกคอบบร้าโกลด์ด้วยกัน นึกไม่ถึงตอนนี้กลับไปเป็ทหารรับจ้างเสียแล้ว”
“ คงต้องปล่อยตัว นักโทษไป มิเช่นนั้น พวกเราได้ตายกันหมดแน่”
“ ผมว่า พอพวกเราปล่อยไป พวกมันคงไม่ปล่อยพวกเราเอาไว้แน่ ดูพวกมันขนอาวุธมาซะขนาดนั้น” ทหารรับจ้างตอนนี้ นำปืนกลหนักติดอยู่กับ เฮลิคอปเตอร์ ออกมาว่าตั้งด้านล่าง เตรียมพร้อมรอคำสั่ง และทหารอีกหลายคนต่างมีปืนอาร์พีจีพาดไหล่อีกเกือบสิบคน เตรียมยิงทีเดียวเหมือนกัน ไม่รวมกองกำลังทหารที่ติดปืนกลเล็กอีกหลายสิบคน แค่ยิงจรวดอาร์พีจี ลูกเดียว คนในโรงพักตายแทบหมดแล้ว นี่พวกมันยกทัพกันมาขนาดนี้ แทบจะยึดเมืองได้เลยนะเนี่ย
ผู้กองนพพร ไม่รอสอบสวนเสร็จ รีบวิ่งเข้ามา รายงานเื่ด่วนทันที
“ ท่านครับ ตอนนี้การติดต่อสื่อสารทุกชนิด ถูกตัดขาดไปหมด ไม่มีมือถือ หรือ คอมพิวเตอร์เครื่องใด สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้เลยครับ”
“ พวกมันเตรียมตัวอยู่ก่อนแล้ว ไปลากตัวนักโทษราชมันต์มา”
ทุกคนต่างทำใจ ว่าผู้กำกับคงยอมแพ้แล้ว เพราะตำรวจในสน. ตอนนี้มีแค่ 20 นายเท่านั้น จะไปสู้กับกองกำลังทหารรับจ้างเกือบร้อยนายได้อย่างไร พอนักโทษราชมันต์มาถึง มันก็ยิ้มกวนตีนทันที
“ ผมบอกแล้ว ไม่มีใครจับผมได้ ที่นี่ก็อยู่สุขสบายดี ชักอยากอยู่นานๆ เสียแล้วซิ”
ผู้กำกับ ให้ผู้กองลากตัวมันมาที่หน้าต่าง แล้วใช้ปืนจ่อที่หัวของราชมันต์ แล้วะโออกไปว่า
“ พวกแกลองก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันรับรองได้เลยว่า จะยิงหัวของราชมันต์ตายเป็คนแรกเลย”
ทหารรับจ้างถึงกับนิ่งเงียบ ผู้กำกับ กระชากร่างของ ราชมันต์กลิ้งไปกับพื้น ไม่สนใจต่อเลย
“ นี่ มึง คอยดู หากกูออกไปได้ กูจะกลับมาฆ่าครอบครัวมึงให้หมด ได้ข่าวมึงมีลูกสาวไม่ใช่เหรอ กูจะยัดเหยียดผัวให้ลูกมึง สักสองโหล รับประกันถึงใจแน่”
เพี๊ยะ !
ขจรตบเข้าไปที่ปากของมันจนฟันหลุดเกือบหมด
“ มึง มึง” ราชมันต์ชี้หน้าขจร หมายจะด่า หรือจะถามชื่อก็ไม่รู้ แต่ไม่ทันพูด ขจรก็ตบเปรี้ยงเข้าที่ปากของมันอีกครั้ง ฟันทั้งหมดร่วงหลุดจากปากโดยสมบูรณ์ มันหน้าทิ่มพื้นสลบเหมือด
“ ทุกคนไปที่ห้องอาวุธ เตรียมสู้กับพวกมัน” ขจรก็เข้าไปในห้องที่มีปืนมากมาย ทั้งปืนสั้น ปืนยาว ปืนกลหนัก ะเิน้อยหน่า
“ เคยยิงปืนมาก่อนไหม” ผู้กำกับเอ่ยกับขจร
“ เคยแอบไปซ้อมปืนกับเพื่อนมาบ้างครับ”
“ ดี จะได้ไม่ต้องสอนให้มาก เลือกเอาไปเลย วันนี้คงไม่ได้้ปราบผีดิบแล้ว คงต้องใช้ปืนเหล่านี้เป็อาวุธต้านกับพวกมัน” ผู้กำกับเอ่ยจบ ก็คว้าเอ็ม 79 ปืนยิงหัวะเิ เดินถือออกไปก่อน ขจรหยิบปืนสั้น 11 มม. ไปหนึ่งกระบอก ะุสี่ห้ากล่อง แล้วกวาดลูกะเิน้อยหน่าไปอีก สิบลูก เก็บเอาไว้ในแผ่นหนังมิติไม่มีใครสังเกตเห็น
จากนั้นขจรก็นำะุออกมา แล้วใช้มีดสลักยันต์ เอาไว้ที่ลูกะุปืนไปอีก ยี่สิบนัด ทุกคนต่างมองขจรอย่างสงสัย
“ ะุนี้สามารถหยุดผีดิบได้ หากพวกมันมาอีก”
พอขจรบอกเช่นนั้น ทุกคนเลยให้ถอดะุปืนมาให้ขจรลงอักขระยันต์ด้วย
แม้แต่ผู้กองก็ไม่เว้น แล้วผู้กองก็ขอให้ขจรทำให้ผู้กำกับด้วยอีกสิบนัด
ขจรทำให้ไปเป็ร้อยนัด จนเมื่อยมือ แล้ว นำมาสวดคาถาพญามัจจุราชลงไป เป็อันเสร็จพิธี
ด้านนอก ผู้พันแฮริส กำลังวางแผนกับพรหมณ์โกเมน เื่ที่จะบุกเข้าไปช่วย เ้าชายราชมันต์
“ ผมจะส่งคนเข้าไปทางด้านหน้า และ ด้านหลัง จุดละ ยี่สิบคน แล้วขว้างะเิควันเข้าไป แล้วจะนำตัว เ้าชายราชมันต์ออกมาเลย แล้วค่อยถล่มมันด้วยจรวดอาร์พีจีทีเดียว 10 ลูกไปเลย”
“ พวกมันคงเตรียมตัวต้อนรับเรา ไม่ยอมง่ายๆ แน่ๆ ผมจะส่งกองทัพผีดิบของผมเข้าไปก่อน 20 ตน เพื่อให้มันวุ่นวาย แล้วผู้พันก็ส่งคนตามเข้าไป พื้นที่สน. แห่งนี้ไม่กว้างมาก ขอเพียงจับตัวผู้กำกับได้ ก็น่าจะหาตัว เ้าชายราชมันต์ได้ไม่ยาก หรือ โชคดีเจอตัวก่อน ก็จัดการพวกมันให้หมดเลย อย่าให้มีหลักฐานสาวมาถึงพวกเราได้ ราชวงศ์โมรียะ จะได้ไม่ถูก รัฐบาลลังกาต่อว่าเอาได้”
“ ก็ได้ ถ้าเช่นนั้นเริ่มกันเลย”
ผีดิบยี่สิบตน ถูกปล่อยออกมาจากกรง พวกมันเดินดุ่มๆ เข้าไปที่สน. จากทั่วทิศทาง ขจรรอให้พวกผีดิบเข้ามา ก็เข้าใกล้ระยะะุอาคม ก็สั่งยิงทันที
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! ะุเจาะเข้าที่กลางลำตัวพวกผีดิบ ทั้งหลายทำให้ร่างของมันถูกเผาไหม้สลายกลายเป็เถ้า ถ่านไปในทันที
พรามหณ์โกเมนใยิ่ง ไม่คิดว่า ที่สน. จะมีคนใช้ลูกปืนอาคมทำลายผีดิบได้
“ เสียเวลาจริง ทุกคนบุกเข้าไปเลย” ผู้พันแฮรีส สั่งการ คราวนี้พวกมันยิงแก๊สน้ำตา ะเิควันเข้ามาในสน. กันเป็จำนวนมาก ทุกคนสวมหน้ากากป้องกันพร้อมอยู่แล้ว รีบใช้ผ้าเก็บแล้วขว้างออกมา ส่วนประตูหน้า และ หลัง ถูกพวกผู้ก่อนการร้ายทำลายประตู แล้วบุกเข้ามา ขจรไปเฝ้าทางหลัง ใช้ปืนยิงใส่ ทหารรับจ้างเจาะเข้าหน้าผากทุกนัด
เหมือนกับตอนที่เขาฝึกยิงปืนไฟ เมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน เขาไม่เคยพลาดเป้าแม้แต่น้อย ยิ่งปืนสมัยนี้ล้วนมีความแม่นยำกว่าก่อนมาก ทำให้ขจรเลยใช้ปืนได้อย่างดีเยี่ยม ผู้กองนพพรเห็นแล้วยังต้องยกนิ้วให้ ทหารรับจ้าง 20 นายที่เข้ามาด้านหลัง ถูกกำจัดจนหมด ส่วนข้างหน้า ผู้กำกับ กับ ตำรวจยิงปะทะกัน จนไม่อาจต้านทานได้ มีคนาเ็ล้มตายไปหลายคน ผู้กองกับขจร รีบวิ่งเข้ามา
พวกมันก็สาดะุใส่ทันที ขจรหายวับ ท่องมนตร์พรางตัวหายวับออกด้านข้างโรงพัก แล้วเอาปืนกลของคนร้าย สาดใส่พวกทหารที่กำลังกราดยิงอย่างเมามัน
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ สุดท้ายพวกมันก็ตายกันหมดไม่มีเหลือ ขจรไม่หยุดลงแค่นี้ ยังล่องหนหายตัวไปที่เฮลิคอปเตอร์ทั้ง ห้าลำ แล้วทันใดนั้นเอง เฮลิคอปเตอร์ทั้ง 5 ลำก็ถูกะเิ ทำลายทิ้งไปจนหมด ผู้พันแฮริสใยิ่งนัก คิดว่ามีกำลังเสริมมาช่วยแน่ เลยวิทยุ ขอเฮลิคอปเตอร์มาช่วนอีกลำ ขจรนั้นตอนนี้ ยืนถือปืนกลหนักของเฮลิคอปเตอร์ ยืนอยู่ในมุมมืด ก็สาดะุใส่พวกทหารรับจ้างที่เหลือทันที
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!
ะุปืนกลหนักสามารถยิงรถถังะเิได้ ถูกนำมาใช้ยิงคนแบบนี้ ร่างกายของทหารรับจ้างก็กลายเป็เศษเนื้อมากองรวมกัน สุดท้ายเหลือแค่พราหมณ์โกเมนกับผู้พันแฮรีส กับทหารอีกสองคน วิ่งไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ได้ทัน ขจรจะใช้ปืนกลยิงอีก แต่ะุหมด
แต่ว่า ยังคงเหลือจรวดอาร์พีจีที่พวกมันทิ้งเอาไว้ จึงหยิบขึ้นมา แล้วยิงใส่ทันที
จรวดอาร์พีจีพุ่งออกไป เข้ากลางลำ ของเฮลิคอปเตอร์ เสียงะเิดังสนั่นทั่วน่านฟ้า
แสงไฟจากเฮลิคอปเตอร์สว่างโร่ กลางท้องฟ้า คนที่อยู่ในนั้นก็อย่าหมายว่าจะมีชีวิตรอดแม้แต่คนเดียว
ขจรรีบหายตัวกลับไปในสน. แล้วทำเป็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มายืนอยู่ข้างหลัง ผู้กำกับ และ ผู้กองนพพร ที่กำลังมองภาพเฮลิคอปเตอร์ะเิกลางเวหา
“ หน่วยไหนกันวะ ที่มาช่วยพวกเราไว้”
“ ไม่ทราบเลยครับ พวกมันตัดไฟฟ้าเป็วงกว้าง ทำให้ไม่เห็นว่าใครเป็คนจัดการกับพวกมันทั้งหมดครับ”
“ เอาล่ะ รีบตรวจสอบวิทยุ สื่อสาร รีบติดต่อ สำนักงานใหญ่ ให้พาคนมาเคลียร์สถานที่โดยเร็วที่สุด”
“ ท่านผู้กำกับคะ แล้วเื่อาจารย์ธิเบศ สอบสวนเสร็จหรือยังคะ”
“ ว่าไง ผู้กอง”
“ ยังเลยครับ พอดีเกิดเื่ เพิ่งจะถามแค่คำถามเดียวเท่านั้น”
“ เฮ้อ รองผบตร. ท่านบอกมา หากไม่มีหลักฐานแน่ชัด ก็ให้ปล่อยเขาไป”
“ แต่เรามีเชื้ออสุจิของอาจารย์ธิเบศ ในร่างของผู้ตายนะครับ”
“ ผมมีอะไรกับสา ก่อนที่เธอจะถูกฆ่าครับ” แล้วอาจารย์ธิเบศก็รีบตอบทันที ทำเอาทุกคนอึ้งไป
“ คุณรู้จักผู้ตายด้วยหรือนี่”
“ รู้ครับ พวกเรารักกันตอนที่เธอไปเรียน ภาคฤดูร้อนที่อังกฤษแล้ว เราจะแต่งงานกัน แต่ว่าผมไม่ทันได้บอกกับทางบ้าน สาก็ถูกฆ่าตายเสียก่อน”
“ ผมเชื่ออาจารย์ธิเบศ” ขจรเอ่ยจบก็ ดึงแขนผู้กองมาคุยส่วนตัว
“ มีอะไรอีก ผมกำลังยุ่งอยู่นะ”
“ บนดาดฟ้า ของหอพักที่เกิดเหตุ มีวัตถุพยาน ในการฆ่า ผู้กองส่งคนไปตรวจสอบดู บางที อาจตรวจดีเอ็นเอ จากของเหล่านี้ได้นะครับ”
“ คุณรู้ได้ยังไง?”
“ คนตายมาบอกผม”
“ นี่...จริงๆๆ หรือ?”
“ ทุกคนเรียกผมว่า อาจารย์น้อย ะุอาคมที่ใช้ยิงผีดิบมีอานุภาพขนาดไหน ยังสงสัยผมอีกหรือครับ”
“ ได้ ผมจะส่งคนไปตรวจสอบคืนนี้เลย”
“ ตามสบาย นี่จะตีสามแล้ว ผมต้องกลับวัดก่อน ให้จ่าเบล็คไปส่งผมด้วย”
ขจรเดินออกไป พร้อมกับยิ้มให้กับ อาจารย์ธิเบศ แล้วผู้กองนพพรก็ปล่อยตัว อาจารย์ธิเบศกลับบ้านไป
พอออกจากสน. อาจารย์ธิเบศก็เข้ามาขอบคุณขจรที่ช่วยพูดให้
“ คนร้ายยังไม่ถูกจับ ผมว่าอาจารย์ยังมีคนปองร้ายอยู่ อาจเป็คนที่ผิดหวังจากอาจารย์ก็เป็ได้ ต้องระวังตัวด้วยนะครับ”
อาจารย์ธิเบศได้ฟัง ก็ชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วพยักหน้าขอบใจ ขจรที่ได้ช่วย
ส่วนคุณหนูตระกูลเจียง เชิดหน้าใส่ขจร คล้ายกับว่าไม่พอใจอะไรเขา
ขจรไม่สนใจ แล้วก็กลับวัดโดยมีจ่าแบล็คไปส่งถึงที่ พร้อมขึ้นไปบนห้องพักของเขา เพื่อให้ขจรลงอักขระยันต์ ลงบนปืนพกของเขาด้วย ขจรก็ทำให้โดยไม่ว่าอะไร
ในตอนเช้า มีเครื่องบินจากกรมราชทัณฑ์ มารับนักโทษราชมันต์กลับไปยังเกาะใต้ 2 ลำ แต่ในวันนั้นนั่นเอง ก็มีข่าวว่า เครื่องบินทั้งสองลำนั้นได้หายสาบสูญไปจากเรดาห์ คาดว่าตกไปในกลางทะเล มีการติดตามหาจากเครื่องติดตาม แต่ทว่า สัญญาณนั้นหายไประหว่างทางไปเกาะใต้ไม่สามารถติดตามได้เลย
ขจรได้ฟังข่าวนี้ ก็รู้สึกแปลกใจ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ตำรวจมาที่มหาลัย แล้วพบกับ หลักฐานของคนร้าย ที่ดาดฟ้าของหอพักหญิง จึงนำกลับไปตรวจ คงอีกไม่นานคงจะรู้ความจริงเื่นี้
อาจารย์ธิเบศยังคงมาสอนเป็ปกติ แต่สายตาของนักศึกษาแพทย์ กลับซุบซิบเื่นี้ไม่หยุด จนกระทั่งสามวันผ่านไป ตำรวจก็ทราบว่าคนร้ายเป็ใคร และกำลังมาที่มหาลัย
ผู้กองนพพรเดินนำหน้าตำรวจอีกสิบนาย แล้วสั่งให้ไปจับกุมคนร้ายทันที ขจรที่เห็นจึงเข้าไปทักทาย
“ เราทราบตัวคนร้ายแล้ว”
“ ใครครับ”
“ นักศึกษาแพทย์ปี1 ชื่อนิรชา เพื่อนร่วมห้องของผู้ตาย”
ขจรได้แต่นึ่งอึ้ง ไม่คิดว่าเพื่อนกัน จะทำเื่แบบนี้ได้ ทันใดนั้นเอง ผีหม่อมสังวาลย์ก็วาร์ปมาหาขจร แล้วบอกว่า
“ แย่แล้ว รีบไปช่วยเ้าพี่ด้วย หม่อมอุบล มันกลับชาติมาเกิดใหม่ มันจะฆ่าเ้าพี่แล้ว”
“ ที่ไหน”
“ ดาดฟ้า”
“ ผู้กองครับ พวกเรารีบขึ้นไปชั้นดาดฟ้าของหอพักหญิงเลยดีกว่าครับ”
“ หืม เห็นทางมหาลัยบอกว่า ห้องของนักศึกษาที่เป็คนร้าย กำลังไปฟังบรรยายพิเศษของอาจารย์ธิเบศ อยู่หอประชุมใหญ่มิใช่เหรอครับ”
ขจรยังไม่ทันได้ตอบ ตำรวจ ที่เข้าไปจับกุมที่หอประชุมใหญ่ก็วิ่งมารายงาน
“ หาคุณนิรชาไม่เจอครับ เธอไม่ได้เข้าฟังบรรยาย ที่หอประชุมใหญ่ครับ”
ผู้กองนพพรหันมามองหน้าขจรแล้วเอ่ยว่า
“ พวกเราขึ้นไปที่ดาดฟ้าหอหญิงกันดูก่อน”....