บทที่23 : น้องถั่ว
“โอ๊ย! เจ็บๆ”
ชายหนุ่มน่ารักร้องออกมาเสียงดังเมื่อมีคนพยายามจะถอนเ้าต้นอ่อนบนหัวของเขาพี่หมอและลีเวลชะโงกหน้ามองอย่างฉงนสนเท่ห์กับเ้าต้นอ่อนที่จริงๆ
ก่อนหน้านี้ก็พยายามดึงหน่อมันออกแต่ไม่เป็ผลเลยนอกจากจะถอนออกยากมากแล้ว ยังทำให้ชายหนุ่มน่ารักร้องโอดโอยอย่างน่าสงสารอีก
“หรือมันจะฝังรากเข้ากับหัวเ้าบีนแล้วฟะ”
ไตรวิชญ์เอ่ยพลางลูบคางไปมา ลีเวลกะพริบตาปริบๆ
“อาจจะเป็ไปได้นะพี่หมอ... แต่นี่มันต้นไม้อะไรอ่ะทำไมมันฝั่งรากเข้ากับหัวคนได้?”
“หัวคนที่ไหน นี่มันเป็ผีชัดๆ”
“เออ นั่นแหละ ฝังกับหัวผีได้ยังไง”
“จะไปรู้เรอะ”
“เอ๊า! ก็นี่มันต้นที่พี่หมอปลูกเองนะ”
ไตรวิชญ์เงียบยกมือขึ้นเกาหัวอย่างจนใจต้นไม้นี้เขาปลูกก็จริงอยู่แต่เมล็ดที่ได้มามันไม่ใช่ของเขาสักหน่อยนี่หว่าสมัยนั้นก็แค่ปลูกขำๆ จะอยู่หรือจะตายก็ไม่ได้สนใจสักนิด คนส่งกลับมาให้ก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่...
“จริงสิ จดหมาย”
พี่หมอเปิดจดหมายออกอ่านเห็นข้อความข้างในแล้วก็อยากจะขย้ำแล้วขว้างเข้ากองไฟ
‘ส่งกลับมาให้เผื่ออยากปลูกต่อ ต้นไม้จิตรังสรรค์งอกได้ดีเมื่ออยู่เมื่อใกล้กับิญญาที่มีพลังด้านบวก...ลงชื่อ บิดาเ้า’
“เป็ไงพี่หมอ รู้อะไรบ้างไหม”
ลีเวลถามเมื่อไตรวิชญ์พับจดหมายเก็บหมอผีหนุ่มปรายตามองลีเวลแล้วหนึ่งก่อนจะเอานิ้วจิ้มไปที่ต้นอ่อนบนหัวบริณัย
“รู้แล้วว่าต้นอะไร”
“ต้นอะไร?”
ผีทั้งสองถามออกมาพร้อมกัน
“ต้นไม้จิตรังสรรค์ ไม้์ประเภทยืนต้น”พี่หมอปล่อยพลังิญญาของตัวเองไปหล่อเลี้ยงต้นอ่อนอยู่ครู่ก่อนจะปล่อยมือ“ก็ไม่ได้มีอันตรายอะไรหรอก คงเพราะอยู่ในปรโลกไม่มีพลังด้านบวกเยอะ พอเจอเ้าหมอนี่ที่มีพลังด้านบวกมากที่สุดก็เลยหยั่งรากติดหัวแบบนี้ไง”
“แต่ปู่ก็จับมาก่อนนี่นา”
“ปู่พลังบวกก็จริงนะ แต่ร่างสถิตปู่เป็เหล็กไหลว่ะต้นไม้จิตรังสรรค์หยั่งรากเข้าร่างปู่ไม่ได้หรอก แล้วในบ้านนี้นอกจากเ้าที่กับปู่ก็มีแต่เ้าถั่วนี่แหละที่มีพลังด้านบวก”
ไตรวิชญ์พูดจบบริณัยก็ถลึงตาใส่
“เรียกใครว่าเ้าถั่ว เดี๋ยวผมต่อยปากแตกเลย”
“โฮ่~ กลัวตายล่ะไอ้เตี้ย”
พี่หมอเขกหัวชายหนุ่มน่ารักที่ตอนนี้กลายเป็กระถางต้นไม้ไปแล้วลีเวลแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ รู้สึกชอบใจกับคำเรียกของพี่หมอเมื่อกี้มาก
“กลายเป็เ้าหนูถั่วไปซะแล้ว”
ไอยรินทร์ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้มาร่วมวงด้วยอย่างครื้นเครงคนถูกเปลี่ยนชื่อเบ้ปากใส่ในทันที
“ใครถั่วกันครับปู่ พูดให้ดีๆ หน่อย”
“ก็เ้าไง/นายไง/ก็นายน่ะสิ”
ทั้งสามชี้หน้าบริณัยอย่างพร้อมเพรียงกัน
“Beanแปลว่าถั่ว แถมยังมีต้นอ่อนโผล่ขึ้นมาเหมือนถั่วงอกอีกมันโคตรใช่เพราะงั้นจากนี้ไปแกชื่อเ้าถั่ว!”
พี่หมอสรุปชื่อของอีกฝ่ายให้เสร็จสรรพโดยมีการพยักหน้าสนับสนุนจากสองผีข้างๆตัว บริณัยเบ้ปากโวยวายอย่างไม่ยอมรับทันที
“ใครจะไปเอาชื่อนั้นกันเล่า ผมชื่อบีนต่างหาก เรียกดีๆจะตายกันหรือไง”
“ฉันตายแล้วนะ”
“ข้าก็ตายแล้วล่ะ”
“ถึงยังไม่ตายแต่เรียกดีๆ ไม่ได้ว่ะ มันคัน”
ลีเวลและไอยรินทร์ชี้หน้าบอกตัวเองตายแล้วกันอย่างหน้าตาเฉยส่วนไตรวิชญ์ยิ้มหยันแล้วยักคิ้วใส่อย่างท้าทายชายหนุ่มน่ารักผู้ถูกรังแกขบริมฝีปากแน่น ถลึงตาใส่ทั้งสามอย่างหงุดหงิดแต่ทำอะไรไม่ได้
“เอาล่ะไอ้เวล พาน้องไปรดน้ำเร็วเข้า เดี๋ยวจะเฉาซะก่อน”
พี่หมอเอ่ยปากไล่อย่างขบขันลีเวลตะเบ๊ะรับก่อนจะเข้าไปเกาะสมาชิกใหม่ของบ้านแล้วหยอกล้อเสียงใส
“ไปกันเถอะน้องถั่ว อยากจะรถน้ำอะไรดี น้ำแดงน้ำเขียวหรือน้ำมนต์?”
“ไปไกลๆ เลยไป๊!”
“วรั๊ย! น้องถั่วเก้วกาด~”
“ปล่อยนะ อย่ามายุ่งกับผม!”
“มาทางนี้เถอะน่า รับรองได้ว่าน้ำที่จะรดนี่แฮปปี้แน่นอน”
“ไม่!!!”
ถึงจะขัดขืนให้ตายยังไงเขาก็สู้ลีเวลไม่ได้ถูกลากปลิวตามเ้าผีติดขนมลงไปเล่นกับผีตามพื้นที่กลางอากาศที่ร้อนจากแสงแดดประเทศไทย
“ใช้ภาษาวิบัติมากเลยนะเ้าหนุ่มหัวแดงนั่น”
ไอยรินทร์ส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ
“เล่นโซเชียลมากเกินไปก็งี้แหละ ศัพท์วัยรุ่นมันงงๆ อย่าไปสนใจเลยปู่”ไตรวิชญ์ไหวไหล่ “ว่าแต่หน้าซีดๆ นะ ไปทำอะไรมาล่ะ”
“ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ”
“แล้วปู่ก็ยังทนให้กินไปได้นะ”
“ชินเสียแล้วล่ะ” ไอยรินทร์หัวเราะขบขัน “สนใจจะเล่นหมากรุกด้วยกันหน่อยไหมเล่า”
“เล่นเป็แต่หมากรุกหรือไงปู่ มานี่ จะสอนเล่นอะไรมันๆให้”
“???”
ผู้สูงวัยในคราบหนุ่มหล่อเอียงคออย่างฉงนเดินตามไตรวิชญ์ไปดูสิ่งที่เรียกว่า‘อะไรมันๆ’ นั่น เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เ้าหนุ่มชวนเขาเล่น
“แต่ว่าเล่นกันสองคนมันไม่บันเทิงใจแฮะไปตามเ้าพวกนั้นมาด้วยดีกว่า” ไตรวิชญ์ยิ้มแล้วะโเรียกสองหนุ่มที่กำลังเล่นวิ่งไล่จับกันอยู่“เฮ้ย!ไอ้เวล น้องถั่ว มีเกมมันๆ กระชับมิตรมาให้เล่นกันมาเล่นเป็เพื่อนปู่กันหน่อยเว้ย!”
“เกมอะไรเหรอพี่หมอ”
ลีเวลหยุดวิ่งแล้วหันมาถามอย่างสนใจ
“ตามมาเดี๋ยวก็รู้น่า”
“ผมไม่ไป!”
บริณัยส่ายหน้าปฏิเสธจากหลังพุ่มไม้แต่เผลอเพียงแวบเดียวเท่านั้นก็ถูกลีเวลเกาะติดอีกแล้ว
“ไปเถอะน่าน้องถั่ว น่าสนุกออก~”
“มาๆ ฉันจะนำเสนอเกมมิตรภาพแห่งยุค”ไรวิช์ญเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบกล่องบางอย่างออกมา “นี่เลยความบันเทิงของคนยุคใหม่นอกจากสิ่งของอิเล็กทรอนิกส์แล้วนี่แหละไอเทมความบันเทิงชั้นสูง!”
“นี่คือ...”
“อูโน่!”
“นั่นมันเกมทำลายมิตรภาพแล้ว!!”
บริณัยโวยวายเมื่อได้ยินชื่อเกม ไอ้เกมไพ่สี่ลีที่เหมือนเอาไว้เล่นกันขำๆแต่กติกาการเล่นนั้นกลับรังสรรค์มาเพื่อแกล้งกันโดยเฉพาะเลยนะมันเสริมสร้างมิตรภาพตรงไหนไม่ทราบ!
แต่พี่หมอไม่ได้แคร์เลยสักนิด
“อย่าโวยวายทั้งที่ยังไม่ได้เล่นสิฟะ มาๆ ล้อมวงเล่นกันโลด”
“แล้วอย่ามาหัวร้อนใส่ก็แล้วกัน”
บริณัยบ่นเบาๆ ก่อนจะลงไปนั่งเล่นด้วยอย่างจำใจ
“เอ่อ... นั่งทำอะไรกันครับ”
คิมที่เพิ่งออกมาจากห้องเพื่อทำอาหารเย็นกวาดตามองคนที่นั่งเล่นไพ่อยู่บนพื้นที่ตอนนี้แบ่งออกเป็สองฝ่ายอย่างชัดเจน
“ไงคิม ออกมาแล้วเหรอ”ไตรวิชญ์หันไปมองขณะยิ้มพรายอย่างชั่วร้าย “นี่กำลังเล่นอูโน่กันอยู่น่ะปู่กับน้องถั่วแพ้ราบเลย ใช่ไหมเวล”
“ช่าย~ นี่แค่เล่นกันแบบขำๆ กับเกมลงโทษนิดหน่อยเองนะยังไม่ทันได้เล่นแบบจริงจังเลยแพ้กันอยู่สองคนเนี่ย อ่อนจังน้า~”
แล้วพี่หมอกับลีเวลก็หัวเราะหึๆ กันอย่างชั่วร้ายคิมรู้สึกเหมือนเห็นเขาแหลมกับหางปลายศรอยู่บนหัวกับตัวของทั้งสองคนนี้ในขณะที่อีกสองหนุ่มกำลังทำหน้าอมทุกข์เหมือนหมาน้อยถูกรังแกไม่มีผิด
เขาก็ค่อนข้างสะใจที่ไอยรินทร์แพ้ยับเยินอยู่หรอกแต่ก็สงสารสมาชิกใหม่ของบ้านที่ต้องมารับเคราะห์ตามไปด้วย... ว่าแต่อะไรติดอยู่บนหัวน้องล่ะนั่น
“คุณบีน เอาต้นไม้ไปติดบนหัวทำไมครับ?”
“ผมไม่ได้เอามาติดนะ ต้นนี้น่ะมัน...”
“มันติดเองน่ะคิม พอดีมันชอบพลังิญญาด้านบวกมากกว่าเลยหยั่งรากกับหัวเ้าถั่วนี้ไปแล้วเดี๋ยวพอมันโตมันก็หลุดออกมาเองนั่นแหละ”
“อ้อ แล้วนี่รดน้ำใส่ปุ๋ยหรือยังครับ?”
“...”
“ผมล้อเล่นครับคุณบีน ฮ่าๆ”
คิมหัวเราะเบาๆ อย่างขบขันคนสวยหัวเราะทำให้บรรยากาศสว่างไสวขึ้นมาไม่น้อยเลย บริณัยยอมให้ออภัยไม่โกรธเขาแล้วก็ได้
“แต่เหมือนสีผมจะต่างจากเมื่อวานหรือเปล่านะ?”
“ก็สี... เฮ้ย ทำไมมันออกสีเขียวขาวแล้วล่ะเนี่ย!”
ลีเวลที่นั่งอยู่ข้างๆ สะดุ้งเมื่ออยู่ๆ คนผมดำข้างๆก็สีผมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเพราะมัวแต่เล่นเกมและกลั่นแกล้งอย่างสนุกเลยลืมสังเกตความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายไปเสียสนิท
“ก็ธรรมดานี่ เปลี่ยนสีให้เหมือนกับต้นไม้ไง”
ไตรวิชญ์ตอบ ไอยรินทร์รีบเอ่ยแย้งทันที
“แต่ต้นไม้ไม่ได้สีขาวเขียวอย่างนี้นะเ้าหนุ่ม”
“เอาน่า ก็มันเป็ต้นอ่อนอยู่เลยลักษณะมันก็ต้องสีงี้แหละ... จะทำอาหารใช่ไหมคิม วันนี้มีอะไรกินบ้างอ่ะอยากกินเนื้อๆ จังเลยนะ”
“ได้ครับ แล้วคุณเซียร์กลับมาหรือยังครับ?”
“เซียร์คงกลับสักสามสี่ทุ่มแหละ”
“ไม่โทรไปหาหน่อยเหรอครับ เผื่อมีอะไรเกิดขึ้น”
คิมเอ่ยกับไตรวิชญ์ที่ยังนั่งอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวไม่ได้แสดงออกถึงความเป็ห่วงเป็ใยต่อผีที่อยู่ด้วยกันมานานที่สุดอย่างเซียร์เลยสักนิด
“ไม่เป็ไรหรอก ถ้ามีเื่ฉันก็รู้เองนั่นแหละ”
“ติดGPS[1] ไว้กับคุณเซียร์หรือไงครับนั่น”
“เปล่าสักหน่อย”
ไตรวิชญ์หัวเราะแล้วไม่ตอบอะไรอีกท่าทางดูมีลับลมคมในอีกแล้ว คิมถอนหายใจอย่างปลงตกการจะเค้นความจริงจากปากไตรวิชญ์ยังคงยากเหมือนเดิมคิมไม่สนใจพวกเขาอีกเดินเข้าครัวไปทำอาหารต่อไปวันนี้ทำเฉพาะส่วนของคนในบ้านเท่านั้นส่วนผีในบ้านนั้นก็กลับมาอีกทีก็รุ่งสางของวันใหญ่นั่นแหละนะ
เล่นกันอีกไม่กี่เกมก็ได้เวลาอาหารของพวกเขาแล้วพวกพี่หมอลุกขึ้นไปนั่งกินอาหารกันดีๆ แล้วก้คุยไร้สาระไปเรื่อยถึงเื่ราวทั้งนอกและในบ้านลีเวลที่ปกติจะนั่งติดพี่หมอและก่อกวนวันนี้ไปนั่งติดน้องใหม่ของบ้านที่น่ารักน่าชังเป็ที่สุด
ใบหน้าที่บูดบึ้งแต่ก็ยังน่าเอ็นดูนั่นทำให้จิตใจคนขี้แกล้งสั่นไหวอดไม่ได้ที่จะแกล้งั้แ่เื่เล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเื่ใหญ่ๆ
เวลาล่วงเลยไปจนถึงสามทุ่มก็เป็เวลาดูละครทีวีของปู่ไอยผู้ซึ่งกลายเป็ผู้ติดละครยิ่งกว่าใครในบ้านโดยมีลีเวลและบริณัยนั่งดูด้วยนี่คือ่เวลาแห่งความว่างของเหล่าผีที่ไม่มีอะไรทำ
“พี่หมอครับ”
เสียงเรียกดังมาจากหน้าบ้านไตรวิชญ์ที่กำลังนั่งกินไอศกรีมเย็นๆ ปรายตามองแล้วโบกมือเป็สัญญาณให้เข้ามาได้ชายหนุ่มที่มาเรียกก็เดินเข้ามาหาในทันที
“วันนี้บ้านโล่งจังเลยนะครับ”
“ก็นะ สงบสุขไปอีกแบบ แล้วมาทำไมวะชีวาวาย”
“ผมชื่อชัชวาล!!” ขาเพื่อก้าวขึ้นบันไดแรกก็ถูกต้อนรับกันด้วยชื่อที่ไม่เคยถูกเลยสักครั้งชัชวาลถลึงตาใส่ไตรวิชญ์เงียบๆ พอหันไปทางเหล่าผีหน้าโทรทัศน์ก็เลิกคิ้วขึ้นมอง “เอ๋?มีผีมาเพิ่มอีกแล้วเหรอครับเนี่ย ผีต้นไม้เหรอมีหน่ออ่อนบนหัวด้วย”
“พูดให้มันดีๆ หน่อยชีวาวาย ผมก็ิญญามนุษย์นั่นแหละ”
บริณัยตอบกลับอย่างไม่กลัวเกรงดวงตาที่เคยเป็สีดำขลับตอนนี้เปลี่ยนสีมรกตไปแล้ว ชัชวาลอ้าปากกำลังจะเถียงแต่ก็ถูกลีเวลที่หันหลับมาท้วงใส่ซะก่อน
“แล้วมีอะไรเหรอถึงมาเหรอ”
“อ้อ เื่คดีน่ะครับตอนนี้ก็พอจะรู้ตัวของพ่อค้ารายใหญ่แล้ว เื่คลิปเองก็เก็บกวาดเกือบหมดแล้วด้วยเพราะอุปกรณ์ของพี่หมอเลยทำให้จับที่มาของคลิปได้ หมอผีคนอื่นๆก็จับได้แล้วล่ะครับ”
ชัชวาลพูดขึ้นอย่างดีใจ งานของเขาเสร็จไปครึ่งหนึ่งแล้วจากระยะเวลาั้แ่เริ่มงานมาจนถึงตอนนี้เกือบจะหนึ่งอาทิตย์พอดี ถ้าไม่มีพี่หมอช่วยพวกเขาน่าจะใช้เวลามากกว่านี้
“ตอนนี้ก็เหลือแค่กว้างล้างยาเสพติดกับหาผู้ร่วมขบวนการใช่ไหมถ้าแค่นั้นล่ะก็รอเซียร์กลับมาก็ขอรายชื่อไปได้เลย”
“ทำแบบนั้นมันก็... หืม?”
ชัชวาลมองไปที่จอสมาร์ทโฟนของลีเวลที่กำลังเปิดข่าวฉาวของนักการเมืองคนหนึ่งอยู่เมื่อถูกมองลีเวลก็แค่ยิ้มไม่ได้ตอบหรือพูดอะไรต่อ
“อะไร มีอะไรกับคลิปข่าวฉาวชาวบ้านงั้นเหรอ?” ไตรวิชญ์ถามเมื่อดูเหมือนความสนใจจะหันเหไปที่คลิปนั่นแทนเขาเดินไปลองดูบ้างก็เลิกคิ้วแล้วหลุดหัวเราะอย่างขบขัน “ฝีมือแกงั้นเหรอไอ้เวล”
“เอ๋? พี่หมอพูดอะไรอ่ะ ไม่เห็นรู้เื่เลย”
ลีเวลทำหน้าใสซื่อได้อย่างแเีจนใครหลายคนหลงเชื่อแต่คงไม่ใช่กับไตรวิชญ์ที่รู้ความสามารถที่แท้จริงของลีเวลเป็อย่างดี เขายกมือขยี้ผมสีแดงนั่นให้ฟูแล้วเดินกลับไปนั่งที่
ชายหนุ่มผมแดงหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจก่อนหันไปมองบริณัยที่กำลังจ้องเขาอย่างจับผิดเขม็ง
“อะไรเหรอน้องถั่ว”
“นายน่ะ...”
“ครับ?”
“เป็พวกมาโซคิสม์สินะ”
“ฮะ? เอ๋? อยู่ ๆ ทำไมถามอย่างนั้นกันล่ะเนี่ย”
ลีเวลกะพริบตาปริบๆ สงสัยอยู่นิดหน่อยแต่ก็ต้องละความสนใจไปเมื่อชัชวาลเริ่มพูดอย่างเป็การเป็งานมากขึ้นและเนื้อหาในครั้งนี้ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริณัยด้วย
“คนในคลิปเป็ผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับคดีในครั้งนี้น่ะพี่หมอและพวกผู้ค้ารายย่อยที่จับได้ก็มีร้านขายขนมร้านหนึ่งไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่นักที่นั่นมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นอีกหลายจุดนอกจากจุดที่พี่หมอเจอเมื่อวานนี้ คาดว่า...ผู้ลงมือเป็ผู้เสพยาเสพติดครับ ไม่ได้มีเพียงคนเดียวแต่เป็กลุ่มคนจำนวนหนึ่ง”
ไอยรินทร์พูดพลางยิ้มอ่อนอย่างขบขัน หันไปมองบริณัยที่มีใบหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา
“ไอ้หนูถั่ว ดูเหมือนจะหาคนร้ายของเ้าเจอแล้วล่ะนะ”
[1]GPS - (Global Positioning System) ระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก