“อืม...ข้าควรจะแบ่งเวลาเพื่อฝึกฝนทั้งวรยุทธ์ พลังฝีมือ และรวมไปถึงการทำความเข้าใจด้วยสินะ!!”หลินเฟิงพรึมพร่ำกับตัวเอง
เมื่อหลินเฟงมาถึงลานฝึกฝนเขาก็ครุ่นคิดถึงแนงทางที่เขาจะฝึกฝน เพื่อตัวเขาเองเขาจำเป็ต้องคิดเื่นี้อย่างจริงจัง เพราะการจะทำการฝึกฝนวรยุทธ์เพียงอย่างเดียวเดียวไม่นานก็จะถึงทางตัน แม้ว่ารากฐานจะแข็งแกร่งก็ตาม ส่วนหากฝึกฝนพลังฝีมือเพียงอย่างเดียวก็จะทำให้รากฐานนั้นอ่อนด้อย ไม่มั่นคงแข็งแรง
หลินเฟิงคิดว่าไม่ว่าอย่างไหน หากทำมันมากเกินไปก็จะเป็ผลเสีย อย่างเวลา 6 เดือนก่อนงานประลอง เขาเอาแต่ฝึกฝนวรยุทธ์จนไม่มีเวลาฝึกฝนพลังฝีมือ ทำให้ตัวเองจมอยู่กับขั้น 4 และเมื่อฝึกฝนวรยุทธ์ไปถึงจุดหนึ่ง วรยุทธ์ก็ไม่พัฒนาต่อ หรือพัฒนาช้ามาก ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงได้ฝึกฝนช้ามากขนาดนั้น
ดังนั้นหลินเฟิงจึงคิดว่าเมื่อฝึกฝนวรยุทธ์ไปถึงจุดหนึ่งแล้ว ตัวเขาจะฝึกฝนพลังฝีมือให้พัฒนาไปพร้อมๆกับวรยุทธ์ ทั้งนี้เขายังคิดด้วยว่าความเร็วในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็ด้านวรยุทธ์หรือแม้กระทั้ง พลังฝีมือของเขาจะต้องก้าวะโครั้งใหญ่แน่นอน
“เอาละ มาเรเิ่มฝึกฝนวรยุทธ์และแก้ไขข้อผิดพลาดให้หมดเสียก่อนดีกว่า”
คิดได้เช่นนั้นหลินเฟิงจึงเริ่มการฝึกฝนทันที เขาฝึกฝนวรยุทธ์ท่าร่าง [ ย่างก้าวไร้เงา ] ก่อนเลย เพราะเพิ่งจะพัฒนาไปขั้น 4 ได้ไม่นานทำให้เขาไม่ชำนาญและเข้าใจมากพอ ดังนั้นเขาจำเป็ต้องใช้เวลาอีกหลายวันเพื่อปรับตัวและฝึกฝนวรยุทธ์ท่าร่าง [ ย่างก้าวไร้เงา ] ให้ชำนาญและเข้าใจเสียก่อน จึงเริ่มฝึกฝนวรยุทธ์อื่นๆต่อ
ผ่านไป สี่ วัน ตลอดเวลาสี่วันที่ผ่านมานี้ หลินเฟิงเอาแต่ฝึกฝนวรยุทธ์ท่าร่าง [ ย่างก้าวไร้เงา ] จนเขาสามารถใช้ได้อย่างชำนาญไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ รวมไปถึงยังเข้าใจในวรยุทธ์ท่าร่างได้เป็อย่างดี เขาจึงเปลี่ยนวรยุทธ์ที่จะฝึกฝนต่อ
คราวนี้หลินเฟิงฝึกฝนวรยุทธ์โจมตี [ ทลายภูผา ] ที่พัฒนาขึ้นมาจากการประลอง แม้จะไม่มาก แต่ก็ทำให้เขาเห็นข้อผิดพลาดและจุดบกพร่องหลายอย่างในตัวเขา ทำให้เขาต้องเริ่มปรับปรุงและแก้ไขให้เรียบร้อยเสียก่อน
ครั้งนี้หลินเฟิงใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้น ทั้งนี้เพราะวรยุทธ์โจมตี [ ทลายภูผา ] ไม่ได้พัฒนาขั้น เพียงแค่พัฒนาความเข้าใจเขาหลินเฟิงที่มีต่อวรยุทธ์เท่านั้น
และเช่นเดียวกับวรยุทธ์โจมตี [ ทลายภูผา ] วรยุทธ์โจมตีอย่าง [ ดัชนีพิฆาต ] ก็ได้รับการพัฒนาแม้จะไม่มากหลินเฟิงก็ต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็มในการปรับปรุงและแก้ไขข้อผิดพลาดของตนเองในตอนใช้วรยุทธ์นี้ แม้จะเป็วรยุทธ์โจมตีพื้นฐานระดับกลาง แต่ก็เป็วรยุทธ์กระบวนท่าสังหารที่หลินเฟิงจำเป็ต้องเก็บไว้ใช้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ทิ้งการฝึกฝนวรยุทธ์โจมตีอย่าง [ ดัชนีพิฆาต ]
หลังจากฝึกฝนวยุทธ์เสร็จหมดแล้ว เขาจึงไปถามบิดาของเขาว่า ควรฝึกฝนยุทธ์อะไรอีกหรือไม่ เพราะระหว่างงานประลอง เขาเห็นวรยุทธ์ป้องกันที่ช่วยฝึกฝนให้ร่างกายแข็งแกร่งจนสามารถทนรับการโจมตีแบบตรงๆได้ และนี้ก็คือสิ่งที่เขาสนใจ
หลินเฟิงรู้ว่า วรยุทธ์ช่วยให้รากฐานของพลังฝีมือแข็งแรงและมั่นคงมากขึ้น แต่แน่นอนว่าการฝึกฝนวรยุทธ์ที่มากเกินไปจะทำให้พลังฝีมือพัฒนาล้าช้า และจะเป็ผมเสียต่อกรพัฒนาในอนาคตแทน ดังนั้นเขาจึง้าความคิดเห็นจากหลินเทียน ผู้เป็บิดาของเขาเสียก่อน
หากคนอื่นรู้ว่าหลินเฟิงคิดจะฝึกฝนวรยุทธืเยอะมากมายเพียงนี้ั้แ่เยาว์วัย พวกเขาคงคิดว่าหลินเฟิงนั้นบ้าไปแล้ว เพราะการจะฝึกฝนสักวรยุทธ์นั้นต้องใช้เวลา และการฝึกฝนมากกว่า สอง วิชาก็ถือว่าเป็การเสียเวลาแล้ว หากรุ่นเยาว์คนนั้นอัจฉริยะขึ้นมาหน่อยก็จะฝึกฝนเต็มที่ 3 วรยุทธ์เท่านั้น แต่แน่นอนว่าหลินเฟิงเป็ข้อยกเว้น เพราะตัวเขานั้นฝึกฝนวรยุทธ์ได้เร็วมากกว่าคนอื่นๆหลายเท่าตัวมาก แม้จะเป็พวกอัขฉริยะก็ต้องอับอาบเมื่อมาเทียบกับหลินเฟิง
และเป็ไปตามคาด หลินเทียนให้หลินเฟิงไปหาดูวรยุทธ์ป้องกันที่ช่วยเสริมร่างกายมาฝึกฝน แต่แน่นอนว่าเพียงวิชาเดียวเท่านั้น หลินเทียนไม่้าให้หลินเฟิงเสียเวลากับวรยุทธืที่ไร้ประโยชน์มากนัก เพราะหลินเทียนจะพัฒนาพลังฝีมือเร็วมากๆ และยิ่งพัฒนาได้เร็ว ก็ยิ่งหมายความว่าต้องฝึกฝนวรยุทธ์ที่อยู่สูงกว่าระดับพื้นฐานเร็วขึ้น ดังนั้นจะให้มาเสียเวลากับวรยุทธ์พื้นฐานมากกว่านี้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะเป็ผลเสียกับหลินเฟิงเอาได้
หลังจากคุยกับหลินเทียนเสร็จแล้วหลินเฟิงก็ได้ไปยังหอตำราทันที เขาไม่อาจเสียมากมายได้ เพราะเขา้าเข้าร่วมนิกายเมฆาให้ได้ภายในปีนี้ และเข้าร่วมพร้อมกับหลินหลาน แน่นอนว่าไม่ใช่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่จะไปทดสอบเข้าร่วมนิกายเมฆา ยังมีหลินฮุยรวมไปถึงหลินอี้หานอีกคนหนึ่ง ดังนั้นปีนี้ตระกูลหลินจะมีผู้เข้าร่วมการทดสอบ 4 คน
แต่ทว่าหลายปีมานี้ กับไม่มีรุ่นเยาว์คนไหนเลยที่สามารถเข้าร่วมกับนิกายเมฆาได้สำเร็จ ทำให้ตระกูลหลินมีชื่อเสียงตกต่ำลง แต่ด้วยการปรากฏตัวของหลินอี้หาน ทำให้ตระกูลหลินมีความหวังในการกู้ชื่อเสียงขึ้นมา
หลินเฟิงเดินเข้าหอตำรา ไม่นานเขาก็เจอวรยุทธ์ที่เขา้า มันเป็วรยุทธ์พื้นฐานระดับสูงเช่นเคยอย่างที่หลินเฟิงชอบ
[ ปราการเหล็ก ]
เป็วรยุทธ์ป้องกันตามชื่อ ระหว่างฝึกฝน ผู้ที่ฝึกฝนจะมีร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้น ทนทานต่อการโจมตีมากขึ้น และเมื่อใช้วรยุทธ์นั้น ร่างกายของพวกเขาจะแข็งแกร่งดังเหล็ก ตามชื่อของวรยุทธ์ป้องกัน [ ปราการเหล็ก ]
วรยุทธ์นี้มี 8 ขั้น เป็วรยุทธ์ป้องกันที่ดีระดับต้นๆที่ตระกูลหลินมีเลย ส่วนเื่ของการฝึกฝนนั้น วรยุทธืป้องกันแบบเสริมร่างกายเช่นนี้ มักจะฝึกฝนยากและจำเป็ต้องใช้สมุนไพร หรือเม็ดยาควบคู่ในการฝึก เพื่อพัมนาร่างกายให้แข็งแกร่งมากที่สุด หากร่างกายแข็งแกร่ง วรยุทธ์ที่ใช้ออกมาป้องกันการโจมตีก็จะยิ่งแข็งแกร่งตามไปด้วย
แต่แน่นอนว่าย่อมมีข้อเสีย นั้นคือต้นทุนในการฝึกฝน การฝึกฝนร่างกายนั้น อาศัยการฝึกฝนอย่างเดียวจะทำให้ไม่สามารถรีดความสามารถของวรยุทธ์ป้องการแบบเสริมกายออกมาได้มากพอ ดังนั้นจำเป็ต้องใช้ทั้งสมุนไพรในการต้มกิน ต้มอาบ หรือแม้กระทั้งเม็ดยาในการบำรุงร่างกายหลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมา และนี้คือเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยฝึกฝนวรยุทธ์ป้องกันแบบเสริมกายกัน
และนอกจากเื่ของต้นทุนในการฝึกฝนแล้วยังมีเื่ของเวลาที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนร่างกาย ซึ่งต่างจากวรยุทธ์โจมตีหรือท่าร่างที่เพียงความเข้าใจและขำนาญก็สามารถรีดประสิทธิภาพของวรยุทธ์ออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะวรยุทธ์ป้องกันแบบเสริมกายต้องใช้เวลาในการฝึกและไม่มีทางลัดใดๆไปการสำเร็จการฝึกฝน อาจจะย่นระยะเวลาได้ด้วยสมุนไพรและเม็ดยา แต่ก็ไม่ได้มากมายนัก
ดังนั้นวรยุทธืประเภทนี้จึงไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนมากเลือกที่จะฝึกฝน แต่แน่นอนว่าหากใครที่สามารถฝึกฝนได้สำเร็จก็จะมีร่างกายที่ได้เปรียบมากกว่าคนอื่น รากฐานพลังฝีมือก็จะแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆอีกด้วยเช่นกัน และที่สำคัญวรยุทธ์ประเภทนี้สามารถช่วยชีวิตฝู้ฝึกฝนจากสถานการณ์เป็ตายได้
แน่นอนว่าเื่ของยาและสมุนไพรนั้น หลินเฟิงไม่ขาดแน่นอน เพราะเขามีประมุขตระกูลหลินกับประมุขตระกูลเซี่ยคอยหนุนหลัง หากเขาบอกคำเดียว ทั้งปู่และตาของเขาจะหามาให้เขาทันที ดังนั้นเขาจึงไม่กลัวเื่ของการขาดสมุนไพรหรือเม็ดยาใดๆ