ที่ดินฝั่งซ้ายของบ้านสกุลฉวนปลูกสร้างโรงเรือนหลังคาทรงสูงกั้นเป็ห้องไว้แยกเก็บผ้าที่ย้อมแล้วและยังไม่ได้ย้อมห้องด้านในสุดซึ่งมีกุญแจคล้องไว้ คือห้องเก็บผ้าทอและผ้าปักล้ำค่า ลานดินด้านหน้าถูกแบ่งเป็สองส่วนลานในนั้นอยู่ภายใต้หลังคาที่ไม่ได้ตีผนังรอบด้าน มีเตาไฟบรรดาหม้อต้มและบ่อหินสี่เหลี่ยมสำหรับใช้ย้อมผ้าเรียงรายอยู่หลายบ่อบริเวณลานนอกกลางแจ้งเรียงรายด้วยเสาและราวไม้ไผ่ใช้สำหรับเป็ที่ตากผ้าหลังจากย้อมสี
ขณะฉวนลี่ถิงกำลังกรองเอาน้ำสีเหลืองจากลูกอูมู่[1] หลังจากออกแรงตำด้วยครกกระเดื่องอยู่ที่ลานใน หลิ่วเกิงก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานนาง
“คุณหนูสกุลเหอมาขอรับนางบอกว่าเอาผ้ามาคืน”
“เอาผ้ามาคืน...”
“ขอรับท่าทางไม่พอใจผ้าที่เราส่งไปเมื่อวานเป็อย่างมาก”
หญิงสาวล้างมือแล้วรีบรุดสาวเท้าตามติดหลิ่วเกิงไปทันทีเมื่อนางพบหน้าเหอซิ่วที่ลานกว้างหน้าเรือน ยังมิทันอ้าปากเอ่ยสิ่งใดพับผ้าห่อหนึ่งในมือของคุณหนูสกุลเหอก็ถูกทิ้งโครมลงบนพื้นก่อนหลิ่วเกิงจะรีบเก็บมันขึ้นมา
“ผ้าพับนี้มีตำหนิข้าเอามาคืน” หญิงสาวซึ่งอยู่ตรอกถัดไปกล่าวเสียงห้วน
ฉวนลี่ถิงหรี่ตามองคู่กรณีที่มาดว่ามาร้ายเมื่อสมัยยังเด็กเหอซิ่วก็เป็เพื่อนเล่นของนางกับพี่สาวก่อนอีกฝ่ายจะถอยห่างไปด้วยความริษยา เพราะชายหนุ่มที่หมายปองมีใจให้พี่สาวนางทว่าสุดท้ายแล้วเขาคนนั้นก็ไม่สมหวังในความรักอยู่ดี
นางรับพับผ้าจากหลิ่วเกิงมาคลี่ดูแล้วช่วยกันตรวจตราจนทั่วจึงเอ่ย
“ก็ไม่เห็นจะมีตำหนิอะไรหากจะมีก็คงเพราะเ้าทิ้งลงกับพื้นเมื่อครู่ เมื่อวานตอนข้าเอาไปส่งคนของเ้าก็ตรวจและรับไว้แล้ว เหตุใดวันนี้กลับนำมาคืน”
“เ้าไม่รู้สึกว่าผ้าพับนี้มันกลิ่นเหม็นเกินไปหรืออย่างไร”
สองช่างฝีมือของโรงย้อมสกุลฉวนต่างก้มหน้าช่วยกันดมกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เหอซิ่วกล่าวหาหลิ่วเกิงส่ายหน้า คุณหนูรองของเขาก็ส่ายหน้า
“ข้ารมกลิ่นผ้าก่อนส่งให้เ้าด้วยซ้ำ”
“ข้าบอกว่าเหม็นก็เหม็นสิในเมื่อคนทอน่ะฉาวโฉ่อัปมงคลยิ่ง แล้วผ้านี่จะเหลือรึ” เหอซิ่วพูดพลางยิ้มเหยียดฉวนลี่ถิงก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายจงใจมาหาเื่นาง
“ปากและความคิดของเ้านั่นแหละอัปมงคล”
“เ้ากล้าว่าให้ข้าหรือ”คนหาเื่ขยี้เท้าใส่สาวใช้ที่มาด้วยก็แสดงอาการฮึดฮัดพร้อมจะผสมโรงทุกเมื่อ
“ข้าก็แค่พูดความจริงแต่แรกก่อนสั่งทอ ตัวเ้าก็รู้ดีว่าคนทอผ้าคือพี่สาวข้า รับของแล้วเอามาคืนทำแบบนี้เหมือนจงใจแกล้งกัน”
“ข้าจะไปแจ้งทางการว่าเ้าหลอกลวงขายของไม่ดีดูเถอะว่าจะยังทำการค้าได้ต่อหรือไม่”
“คุณหนูรอง” หลิ่วเกิงหน้าเครียด
“ข้าจัดการเองท่านอาหลิ่ว” นางหันไปบอกเขาแล้วหันกลับมาประจันหน้ากับคู่อริ
“นึกหรือว่าข้าจะกลัวคำขู่จากปากเหม็นๆของเ้า ความริษยาทำให้เ้าพาลหาเื่ชัดๆคงมีคนบ้ารับเื่ที่เ้าจะฟ้องข้าหรอกนะ”
เอาเลย...ถ้าเหอซิ่วจะฟ้องจริงนางก็มีคำอธิบายสู้กันให้รู้ผิดรู้ถูก
“หากอยากได้เงินคืนนักข้าก็จะคืนให้ แค่คืนเศษเงินจากการทอผ้าเพียงพับเดียวโรงย้อมสกุลฉวนก็ไม่ถึงกับตกต่ำลงหรอก”
ผ้าทุกผืนพี่สาวนางทอด้วยใจ ค่าตอบแทนน้อยหรือมากล้วนไม่นำมาคิดเทียบความพอใจของคนจ้าง ในเมื่ออีกฝ่ายแฝงเจตนาชั่วนางก็จะไม่ยั้งปากยั้งคำ
“เ้า!” คนมาหาเื่คั่งแค้นจนพูดไม่ออก ฉวนลี่ถิงชี้หน้าให้อีกฝ่ายเงียบ
“ถ้าจะมาร้องกรี๊ดบ้าบอข้าจะเอาผ้าพับนี้มัดปากเ้า และเ้าด้วย!” ขู่สองนายบ่าวแล้วนางก็หันกายกลับเข้าเรือนเพียงอึดใจจึงออกมาพร้อมกับถุงเงินในมือ
ฉวนลี่ถิงยัดถุงเงินใส่มือสาวใช้ของเหอซิ่ว
“ได้เงินแล้วก็ไสหัวไปเสียสิ”
“ปากดีไปเถอะ คอยดูข้าจะ...”
ฉวนลี่ถิงถือคติใครดีมานางดีตอบ เมื่อถูกกวนโมโหเช่นนี้ นางจึงไม่เกรงใจ
“หรือจะรอให้ข้าตีพวกเ้าก่อน”กล่าวแล้วก็เงื้อมือขึ้นสูง หลิ่วเกิงร้องเสียงหลงหวั่นเกรงคุณหนูรองจะทำจริง
สองนายบ่าววี้ดว้ายลนลานรีบวิ่งหนีออกจากเขตโรงย้อมสกุลฉวนไป
ด้านหลิ่วเกิงที่หอบผ้าอยู่ไม่รู้จะทำเช่นไรเห็นดังนั้นแล้วหญิงสาวเลยรับผ้าพับนั้นคืนมา พลางเอ่ย
“ข้าจะไปบอกขายที่ตลาดเอง”
เมื่อคนงานซึ่งเหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวแยกไปฉวนลี่ถิงก็หันกายก้าวขึ้นบันไดสามขั้น หวังว่าเสียงด่าทอเล็กๆ น้อยๆคงไม่ดังไปถึงหูบิดาซึ่งเมามายจนหลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อนด้านมารดาก็อยู่ดูแลเขาไม่ห่าง ครั้นก้าวขาเข้าเรือนได้เพียงหนึ่งก้าวก็ทันเห็นเงาแวบไหวของคนผู้หนึ่ง จะเป็ใครได้อีก หญิงสาวจึงรีบสาวเท้าไปดักหน้า
“ข้ารู้ว่าพี่ได้ยินคำที่เหอซิ่วพ่นออกมาแต่ขอได้ไหม อย่าเก็บมาคิดให้รกสมองเลย เดี๋ยวจะกระทบกับลูกสู้อุตส่าห์อุ้มท้องด้วยความรักมาเนิ่นนาน หากเป็อะไรตอนนี้จะลำบากทั้งแม่ทั้งลูกอย่างน้อยก็ให้เห็นแก่ข้า ข้าอยากอุ้มหลานจริงๆ นะ พี่เจวียนเอ๋อร์”
ฉวนเหลียนเจวียนพยักหน้าช้าๆนอกจากลูกในท้อง ก็มีน้องสาวคลานตามกันมาคนนี้ที่ทำให้นางมีกำลังใจอยู่ต่อตอนนี้นางตั้งครรภ์ได้หกเดือนแล้ว แต่ความขมขื่นเพราะอับอายยังไม่จางจากใจของบิดาท่านเอาแต่เมาเพื่อหวังให้ลืมสิ้นทุกความกลัดกลุ้ม เมื่อย่างเข้าสู่วัยห้าสิบร่างกายที่เคยกรำงานหนักรับแต่ของมึนเมาสะสมมาหลายเดือนก็เริ่มออกอาการป่วยกระเสาะกระแสะมารดาจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ดูแลเขา
ฉวนลี่ถิงประคองฉวนเหลียนเจวียนเดินเข้าไปยังห้องนอนด้านในเพราะพี่สาวไม่อาจจะนั่งหลังขดหลังแข็งได้ดังเก่าก่อนจึงเป็การดีไม่น้อยที่งานทอลดจำนวนสั่งทำลง ถือเสียว่าให้คนท้องได้พักผ่อนเตรียมคลอดลูก
งานปักงานทอผ้าพื้นๆนางก็ทำ่ค่ำล่วงไปค่อนคืนส่วนงานในโรงย้อมก็อาศัยสองแรงแข็งขันกับท่านอาหลิ่วช่วยกันั้แ่เช้าตรู่ ตอนนี้นางต้องบำรุงทั้งบิดาและพี่สาวสุขภาพมารดาก็พานจะทรุดอีกคน เงินเก็บถูกทยอยนำเอามาใช้ แต่นางไม่เป็กังวลเื่นี้สุขภาพจิตของคนที่นางรักทั้งสามสำคัญยิ่งกว่า
หากนางพยายามให้มากเชื่อว่ามรสุมของครอบครัวครั้งนี้จะสามารถผ่านไปได้ในเร็ววัน...
[1]อู่มู่คือ มะเกลือดิบ นำผลดิบมาตำให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำสีเหลืองมาใช้ย้อมผ้าผ้านั้นจะมีสีเหลืองแต่เมื่อตากให้แห้งจะมีสีเขียวจะต้องย้อมและตากแห้งอย่างนี้ซ้ำ ๆ กันห้าถึงหกครั้งผ้าจะเปลี่ยนสีจนกระทั่งกลายเป็สีดำตาม้า อีกวิธีหนึ่งคือนำผลสุกสีดำมาบดละเอียด กรองเอาแต่น้ำสีดำมาย้อมผ้า โดยย้อมแล้วตากแล้วนำกลับมาย้อมซ้ำอีกประมาณสามครั้ง ถ้าจะให้ผ้ามีสีดำสนิทและเป็มันเงาด้วยให้นำผ้าไปหมักในดินโคลนหนึ่งถึงสองคืน หรืออย่างน้อยห้าชั่วโมงแล้วจากนั้นจึงนำมาซักให้สะอาด