ตอนที่ 14 จางอี้ตลกจริงๆ (2)
แม้จะรู้ว่าเื่นี้เป็การเข้าใจผิด แต่หลี่อวิ๋นนอกจากไม่คิดที่จะอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจแล้ว ยังขู่ลูกผู้ชายภาคตะวันออกเฉียงเหนือผู้ซื่อสัตย์อย่างไม่กระดากอายต่อไป “นายยังกล้าพูดอีกเหรอ! ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับนายเลย ปกตินายทำงานพึ่งพาได้ไม่ใช่รึไง ทำไมรอบนี้ถึงหละหลวมนัก! ตอนที่นายแนะนำมู่ชิงกับฉัน ตกลงแล้วเคยเห็นเขาแสดงรึเปล่า! ฉันจะบอกให้นะ อย่าว่าแต่ตัวละครสมทบที่ฉันจะไม่ให้เขาแสดงเลย แม้แต่ตัวละครที่มีบทพูดแค่ไม่กี่ประโยคก็ไม่มีส่วนของเขาหรอก!!”
จางอี้ฟังสายจากทางนั้นก็หน้ามืดทันที ตอนนี้เขาอยากจะบีบคอมู่ชิงแล้วถามมากว่า ตอนออดิชั่นทำอะไรลงไปกันแน่ คิดไม่ถึงว่าจะทำให้หลี่อวิ๋นโกรธขนาดนี้!
ขณะที่เขาพยายามคิดถึงความเป็ไปได้แต่ละอย่างในหัว ก็ได้ยินหลี่อวิ๋นพูดเสริมมาอีกหนึ่งประโยค “ฉันโทรมาแจ้งนายว่า มู่ชิงออดิชั่นผ่านแล้ว บทของม่อยวนตัดสินแล้วว่าให้เขาเป็คนแสดง ตอนนี้เขากำลังไปเซ็นสัญญากับเซียวหลินที่ห้องข้างๆ ฉันรู้ว่านายเป็ห่วงน้องชายของนาย ก็เลยโทรมาแจ้งนายด้วยตัวเอง ฉันทำแบบนี้ถือว่าจริงใจพอรึยัง!!”
พูดจบ ไม่รอให้จางอี้ตั้งสติได้ ก็หัวเราะฮ่าๆ แล้วตัดสายทิ้ง
มู่ชิงเขา...จะได้แสดงเป็ม่อยวนอย่างนั้นเหรอ
จางอี้ยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยใบหน้าตะลึงงัน มองข้อความบนจอโทรศัพท์ที่ขึ้นว่า 'อีกฝ่ายวางสายแล้ว' ด้วยมุมปากกระตุก ผ่านไปพักใหญ่จึงค่อยเข้าใจความหมายที่หลี่อวิ๋นพูด
เขาพิงกำแพงด้วยอาการเข่าอ่อนน้อยๆ ถอนหายใจอย่างช้าๆ อารมณ์ก็กลับมาสงบเหมือนเพิ่งลงมาจากรถไฟเหาะ กล่าวชมผู้นำสูงสุดของกองถ่ายด้วยความจริงใจอย่างสุดซึ้งว่า...
“หลี่อวิ๋น ให้ตายเถอะแก!”
เนื่องจากท่าทีของทั้งสองฝ่ายกระตือรือร้นอย่างมาก ดังนั้นมู่ชิงจึงได้ข้อสรุปรายละเอียดและเซ็นสัญญานักแสดงกับเซียวหลินอย่างรวดเร็ว
เขาเพิ่งจะออกมาจากกองถ่ายก็ได้รับสายจากจางอี้ อีกฝ่ายแสดงความยินดีกับเขาที่ในที่สุดความพยายามในหลายปีมานี้ก็ประสบผลแล้ว ก่อนจะเล่าเื่ที่ตนถูกหลี่อวิ๋นกลั่นแกล้งทั้งน้ำตา สุดท้ายจึงค่อยบอกจุดประสงค์หลักที่โทรมาหา...'พี่ชายโดนกลั่นแกล้ง แถมยังเป็เพราะนายด้วย นายซึ่งเป็น้องชายควรจะปลอบหัวใจแก่ๆ ดวงนี้ของฉันยังไง ลองคิดหาทางดูแล้วกัน'
เมื่อเผชิญหน้ากับความเคืองของจางอี้ ท่าทีที่มู่ชิงแสดงออกมานั้นตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง ‘ให้เลี้ยงข้าวไม่มีปัญหาครับ แต่ตอนนี้ทั้งตัวมีเงินไม่ถึงหนึ่งร้อยหยวน ในกระเป๋าสะอาดพอๆ กับใบหน้าจริงๆ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เราสองคนก็กินซุปหมาล่าราคายี่สิบห้าหยวนสักถ้วย ยังดื่มเครื่องดื่มได้อีกสองแก้ว หรือถ้าไม่อย่างนั้นรอให้ได้ค่าตอบแทนแล้วค่อยพาพี่ไปกินมื้อใหญ่’
จางอี้ทำงานกองถ่ายมานานขนาดนี้ย่อมจัดการบัญชีได้อย่างเหมาะสม เมื่อเผชิญกับปัญหาที่แม้แต่คนโง่ยังรู้ว่าควรเลือกอย่างไร เขาจึงตัดสินใจทิ้งซุปหมาล่าอย่างเด็ดขาด แล้วเลือกมื้อใหญ่หลังจากละครปิดกล้องแทน
ที่จริงแล้วเื่กินข้าวอะไรนั่นน่ะเื่เล็ก เหตุผลสำคัญที่เขาโทรมาก็เพราะกลัวว่ามู่ชิงจะกดดันจากการเซ็นสัญญา เวลานี้เห็นอีกฝ่ายไม่ได้เคร่งเครียดทั้งยังมีอารมณ์พูดล้อเล่นก็วางใจได้ไม่น้อย แต่ถึงจะเป็เช่นนี้ เขาก็ยังไม่วางใจ เตือนมู่ชิงว่าสองสามวันนี้อยู่บ้านให้อ่านบทละครให้ดีๆ อย่ากดดันตัวเองเกินไป อยากได้อะไรก็โทรหาตนได้ทุกเมื่อ บลา บลา บลา