แคว้นฟ่านหรงเป็แคว้นที่เจริญรุ่งเรืองฮองเต้ปกครองด้วยความเป็ธรรม โดยเปิดกว้างให้หญิงชายมีความเท่าเทียมกัน ประชาราษฎร์สามารถแสดงความคิดเห็นโดยมิต้องกลัวว่าจะมีโทษจากเบื้องบนเศรษฐกิจของแคว้นคึกคักเพราะทำการค้ากับต่างแคว้นอย่างเสรีและฮองเต้มีเหมืองถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นอยู่ในกำมือและเหมืองถ่านหินนี้ก็สร้างรายได้มหาศาลให้กับแคว้น จึงทำให้บรรดาขุนนางชั่วรวมทั้งเหล่าสนมที่มักมากในเงินทองอยากเป็เ้าของแต่พระองค์ก็มิได้ยกให้ใครและในใจของพระองค์จะเอาไว้ให้บุตรชายที่พระองค์รักมาสืบทอดดูแล
ณ อำเภอเถี่ยนถังของแคว้นฟ่านหรง ซึ่งเป็อำเภอเล็กๆที่อุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติและสัตว์ป่าชาวบ้านอำเภอนี้ต่างก็ดำรงชีวิตโดยการทำนาและหาของป่าเพื่อดำรงชีวิตชาวบ้านของอำเภอนี้มิได้ใช้ชีวิตแบบทะเยอทะยานดั่งเช่นชาวบ้านที่อยู่เมืองหลวงของแคว้น พวกเขาต่างก็ทำเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพโดยมิได้สนใจที่จะค้าขายเอากำไรแต่อย่างใด ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่ที่อำเภอนี้จึงรักสงบ พวกเขามีน้ำใจเอื้อเฟื้อแบ่งปัน ถึงแม้จะเป็หมู่บ้านเล็กๆแต่ก็เป็ดั่ง์บนดินพืชพรรณต่างๆมากมายต่างก็แข่งกันเติบโตเพราะความอุดมสมบูรณ์ ต้นข้าวในนาบัดนี้กำลังเหลืองทองอร่ามพร้อมที่จะเก็บเกี่ยว สาวน้อยซีซวนบัดนี้นางอายุ13ปี นางกับผู้เป็บิดาหลังจากที่เก็บเกี่ยวข้าวในนาเสร็จแล้วผู้เป็บิดาจึงพานางเข้าป่าเพื่อที่จะไปล่าไก่ป่าเพื่อมาทำเป็อาหารยามเย็น ผู้เป็มารดาได้แต่มองตามบุตรสาวแก่นแก้วของนางด้วยความเอ็นดูนิสัยของบุตรสาวผู้นี้นั้นประหนึ่งเด็กชายที่โลดโผนมิเกรงกลัวต่อสิ่งใด ความกล้าหาญมีน้ำใจช่วยเหลือของบุตรสาวนางนั้นมันก็ทำให้นางนั้นภูมิใจไม่น้อย ครั้นเมื่อเด็กน้อยแก่นแก้วตามบิดามาในป่าที่นางคุ้นชิน ด้านหลังของนางนั้นสะพายลูกธนูที่แบกมาเต็มหลัง นางได้ตามไก่ป่าตัวหนึ่งไปโดยที่มิได้ให้มันรู้ตัว เสียงะโของท่านพ่อของนางดังตามหลังมาด้วยความเป็ห่วง
“ซีซวนอย่าเข้าไปลึกมากนะลูกเดี๋ยวจะหลงป่า”
นางหันมาพยักหน้ารับคำท่านพ่อของนาง เพราะกลัวไก่ป่าตัวนั้นใ ครั้นนางก็วิ่งตามมันมาติดๆไก่ป่าตัวนั้นมันก็ล่อนางเข้ามาในป่าลึกพอสมควร แล้วมันก็หยุดและจิกกินผลไม้ป่าที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้น ซีซวนเห็นดังนั้นจึงง้างธนูคู่ใจของนางครั้นไม่นานลูกธนูนั้นก็ดิ่งตรงเข้าไปปักที่ตัวของไก่ป่าตัวนั้น ไก่ป่าตัวนั้นนอนแน่นิ่งไปนางจึงเข้าไปเก็บเอาไก่ป่าตัวนั้นด้วยความดีใจเพราะเย็นนี้นางจะได้กินตุ๋นไก่ป่าดั่งใจนางแล้ว
“ข้าขอโทษเ้านะเ้าไก่น้อยหวังว่าเ้าคงไม่โกรธข้านะ”
นางพูดด้วยความเป็เด็กไร้เดียงสามิรู้ความ ครั้นไม่ไกลจากตรงนั้นนางก็ได้ยินเสียงครางขู่ของหมาป่า ด้วยความสงสัยมิได้เกรงกลัวแม้แต่น้อยนางจึงตามเสียงนั้นไป เพราะนอกจากเสียงขู่ของหมาป่าแล้วนางยังได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มปะปนมากับเสียงของหมาป่านั่นนางคิดว่าชายหนุ่มนั้นคงโดนหมาป่าเล่นงานเป็แน่ ครั้นเมื่อนางถึงเป้าหมายของเสียงหมาป่าปริศนานั่นแล้ว สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าคือชายหนุ่มที่กำลังจะโดนหมาป่าขย้ำ สาวน้อยซีซวนมิรอช้ารีบเอาลูกธนูออกมาแล้วใส่ไปที่คันธนูและไม่ช้านางก็เล็งไปที่ตาของหมาป่าตัวนั้น สาวน้อยตั้งสมาธิมั่นมิให้วอกแวกต่อสิ่งรอบข้างถึงแม้มันจะอยู่ในสถานการ์ที่เลวร้ายก็ตาม ครั้นเมื่อได้จังหวะแล้วนางก็ยิงธนูออกไปลูกธนูนั้นพุ่งตรงไปที่ตาของหมาป่านั่น
เข้าอย่างแม่นยำมิพลาดแม้แต่น้อย ครั้นหมาป่าตัวนั้นโดนลูกธนูเข้าไปเจาะที่ดวงตามันก็ล้มลงดิ้นทุรนทุราย นางก็ไม่ปล่อยให้มันได้ทรมานยิงธนูซ้ำไปที่ตัวของมันอีกทีจนมันสิ้นใจตายไปในที่สุด ชายหนุ่มผู้ที่จะโดนหมาป่าขย้ำนั้นกำลังทึ่งกับความสามารถของสาวน้อยเช่นนาง ชายหนุ่มก็สะดุ้งโหยงทันทีเมื่อได้ยินเสียงนางร้องเรียก
“ท่านๆเป็อย่างไรบ้างาเ็ตรงไหนหรือไม่”
สาวน้อยร้องถามด้วยความเป็ห่วง
“เอ่อๆข้าไม่เป็อะไร แค่มีแผลถลอกนิดหน่อย ”
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เอ่อแต่ที่หัวเข่าของท่านมีเืไหล ข้าว่าท่านต้องทำแผลก่อนนะ”
ครั้นซีซวนก็ไม่รอช้าก็รีบไปเก็บสมุนไพรมาบดแล้วห้ามเืให้ชายหนุ่มนั่นด้วยความคล่องแคล่ว ชายหนุ่มก็นั่งมองสาวน้อยด้วยความเอ็นดูเหตุใดเด็กสาวชาวบ้านเช่นนางถึงได้เก่งถึงเพียงนี้ หากแต่เป็องค์หญิงในวังอายุเท่านางมีหรือจะทำเช่นนี้ได้ หากแต่ไปไหนหรือทำอะไรก็จะมีนางกำนัลคอยรองมือรองเท้า ในระหว่างที่ซีซวนกำลังบดสมุนไพรใส่แผลให้เขานั้นเขาก็เอ่ยถามนางด้วยความเอ็นดู
“เ้าเป็ชาวบ้านแถวนี้หรือ”
“ใช่ข้าเป็ชาวบ้านที่นี่”
นางก็เอาสมุนไพรประคบไปที่แผลให้ชายหนุ่ม
“ข้าขอบใจเ้ามากที่ช่วยชีวิตข้าไว้ หากไม่ได้เ้าข้าคงเป็ผีเฝ้าป่านี้ไปแล้ว”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะข้านิ่งดูดายมิได้หากมีใครตกอยู่ในที่นั่งลำบากข้าต้องช่วย”
นางพูดด้วยความไร้เดียงสา
“ข้ามิได้มีของตอบแทนให้เ้า เช่นนั้นเ้ารับสิ่งนี้ไว้ก็แล้วกัน”
เขายื่นแหวนหยกสีขาวที่สลักลายัให้นาง
“ข้ามิได้้าสิ่งของตอบแทนข้าช่วยด้วยใจจริงๆ”
“เ้ารับเอาไปเถิดถือว่าข้าได้ตอบแทนเ้าแล้วกันนะเด็กน้อย”
เขาก็จับแหวนวงนั้นยัดใส่มือให้นาง นางก็จำใจต้องรับแหวนวงนั้นเอาไว้เพราะมิอาจต้านความ้าของเขาได้
“ซีซวนซีซวน เ้าอยู่ไหนหรือลูก”
เสียงท่านพ่อของนางร้องเรียกเมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนได้หายไปในป่าเป็เวลานาน
“ข้าต้องไปแล้ว.....ท่านพ่อข้ามาตามแล้วท่านกลับบ้านเองได้ใช่หรือไม่”
“อืม.....กลับเองได้ เ้าไปเถอะไม่ต้องห่วงข้าแล้ว”
ครั้นสิ้นเสียงพูดของเขา สาวน้อยซีซวนก็รีบวิ่งออกไปหาท่านพ่อของนาง ส่วนเขานั้นก็มองตามหลังนางไปด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์ประหนึ่งว่ารู้จักกับนางมานานแสนนาน
“เ้าชื่อซีซวนสินะสาวน้อย ข้าหวังว่าข้าจะได้เจอกับเ้าอีกนะ”
ครั้นไม่นานนักก็มีเสียงของทหารติดตามร้องเรียกเขาตามมา
“องค์ชายองค์ชายพะยะค่ะ ท่านอยู่ที่ไหน องค์ชาย”
“ข้าอยู่นี่!!!..........”
เขาะโออกไปเพื่อให้ทหารองครักษ์รู้ที่อยู่ของเขา
“องค์ชายโปรดประทานอภัยให้กระหม่อมด้วยที่ดูแลองค์ชายไม่ดี”
ทหารติดตามรีบคุกเข่าทันทีเมื่อเจอหน้าเขา
“เ้าลุกขึ้นเถิด.....มิใช่ความผิดของเ้าเป็ข้าที่ดื้อรั้นเองที่ตามกวางตัวนั้นมา”
เขาและทหารทั้งหมดก็พากันกลับไปที่กระโจมที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนั้น ทหารติดตามเขามามากมาย ซึ่งก็มิใช่ใครที่ไหนเขาก็คือองค์ชายเก้าอี้เจ๋อซึ่งเขาเป็บุตรชายของฮองเต้และฮองเฮาและบัดนี้เขาอายุ20ปีเต็ม ด้วยความที่อยู่ในวัยคึกคะนอง เขาอยากออกมาล่าสัตว์และพักแรมที่อำเภอเถี่ยนถัง เพราะเขาได้ยินว่าที่นี่สวยงามดั่ง์ชั้นฟ้า เพราะมีธรรมชาติและสัตว์ป่าที่สมบูรณ์ จึงทำให้เขาออกมาค้างพักแรมที่นี่ตามประสาเด็กหนุ่มที่อยู่ในวัยสนุกสนาน เวลานี้เขานอนอยู่ภายในกระโจมใจก็คิดถึงเด็กน้อยซีซวนที่ได้ช่วยชีวิตเขาไว้จากหมาป่านั่น หากไม่ได้แม่นางน้อยช่วยชีวิตไว้เขาก็ไม่รู้ว่าจะเป็อย่างไรบ้าง อี้เจ๋อนับว่าเป็องค์ชายที่รูปงามที่สุดในบรรดาองค์ชายทั้งเก้าคน ใบหน้าของเขาคมเข้มได้รูปปากกระจับสวยดั่งสตรี ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจมูกสันโด่งเป็คมตัวสูงโปร่งโย่งใหญ่เป็สง่า สตรีในเมืองหลวงต่างก็หมายปองอยากเป็ชายา เขาเป็น้องคนสุดท้องในบรรดาลูกของฮองเต้ซึ่งนับรวมกันทั้งหมดไม่ว่าจะเกิดจากฮองเฮาหรือสนมไล่ตามลำดับ
เช้าวันรุ่งขึ้นสาวน้อยซีซวนเมื่อช่วยท่านพ่อท่านแม่เก็บเกี่ยวพืชผลเรียบร้อยแล้ว นางก็รีบไปหาอาจารย์ที่สอนหนังสือและวิทยายุทธของนาง เพราะนางมิได้มาเรียนหลายวันและกลัวว่าตนจะตามเพื่อนๆคนอื่นไม่ทัน แต่สุดท้ายแล้วนางก็เป็คนเรียนรู้ทุกอย่างได้ไวกว่าคนอื่นเสมอไม่ว่าจะเป็บู้หรือบุ๋นนางก็สามารถเรียนรู้ไปพร้อมกันได้ และอำเภอเถี่ยนถังที่นางอยู่นายอำเภอจะส่งเสริมให้เด็กๆในอำเภอได้เรียนหนังสือเท่าเทียมกันทั้งหญิงและชายทั้งวิชาความรู้และวรยุทธต่างก็มิได้มีแยกชายหญิง เด็กๆต่างเรียนรู้ได้เท่ากันทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถของตนเองที่เอาวิชาความรู้ไปได้มากน้อยแค่ไหนซีซวนนางจะถนัดเื่ยิงธนูเป็ที่สุด เพราะท่านพ่อของนางฝึกฝนให้นางั้แ่หกขวบนางจึงฝึกฝนเรื่อยมาจนชำนาญ หากมีการแข่งขันยิงธนูในอำเภอนางจะชนะได้อันดับหนึ่งเสมอ มิได้มีใครสามารถมาล้มนางได้ นางกวาดรางวัลไปให้ท่านพ่อมากมายท่านพ่อท่านแม่ของนางจะภูมิใจกับบุตรสาวคนนี้ของตนอย่างมาก ถึงแม้ว่าบ้านของนางจะฐานะพออยู่พอกินมิได้ร่ำรวยดั่งเช่นครอบครัวค้าขาย แต่ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็อยู่กันอย่างสงบสุขเรื่อยมา ครั้งหนึ่งท่านพ่อของนางนั้นเคยเป็อดีตแม่ทัพรับใช้ชาติและออกรบไปทั่วสาระทิศ ครั้นเมื่อถึงจุดอิ่มตัวประกอบกับฮูหยินตั้งท้องบุตรสาวก็ตัดใจปล่อยวางจากตำแหน่งหน้าที่ เพราะมิได้อยากปล่อยให้ฮูหยินของตนอยู่ตามลำพังกับบุตรในท้อง ท่านพ่อของซีซวนจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็แม่ทัพ และออกมาใช้ชีวิตอย่างสมถะที่อำเภอเถี่ยนถังบ้านเกิดของตนกับฮูหยินอย่างมีความสุข โดยตัดขาดจากลาภยศที่เคยมีอย่างมิได้อาลัยอาวรณ์แต่อย่างใด บัดนี้สาวน้อยซีซวนก็รู้ความมากแล้วเพราะตอนนี้อายุสิบสามขวบ นางรับรู้เื่ราวของท่านพ่อผ่านท่านแม่ของตน ซีซวนภูมิใจที่ท่านพ่อของนางเคยเป็ทหารรับใช้ชาติมาก่อน และนางก็มักจะคิดฝังใจว่าสักวันหนึ่งนางจะสืบต่อปณิธานของท่านพ่อของนางให้จงได้ และนางคิดว่าเป็เพราะท่านพ่อห่วงนางนั่นเอง จึงทำให้ท่านพ่อยอมสละตำแหน่งแม่ทัพ เพื่อมาอยู่กับท่านแม่เมื่อครั้งที่ตั้งท้องนาง นางก็คิดเพียงว่าจะต้องตอบแทนและเจริญรอยตามท่านพ่อของตนให้จงได้