หมัดของโจวไท่อันระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมา อากาศเกิดการบิดเบือนผันผวนไปทั่วทิศทาง ราวกับภูเขาลูกใหญ่กดทับลงมา พลังดังกล่าวมีอำนาจเหนือกว่าสงป้าเทียนหลายเท่า
นักเรียนทุกคนในที่นั้นต่างรู้สึกถึงความน่ากลัวของหมัดนี้ คลื่นพลังปราณครอบคลุมทั้งสนามประลอง ไร้หนทางให้หลบหนี
“หมัดห้าขุนเขาของพี่ใหญ่โจว ทำเอาฉันกลัวจนพูดไม่ออกเลย ดวยหมัดนี้หมัดเดียว สามารถเปลี่ยนสภาพควายทั้งตัวให้กลายเป็นเศษเนื้อได้” นักเรียนคนหนึ่งกล่าวชม “ฉันได้ยินมาว่าสงป้าเทียนเกิดมาพร้อมพลังสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ แต่เมื่อเทียบกับพี่ใหญ่โจวแล้ว เขายังห่างชั้นเกินไป”
“เจ้าเด็กนั่นจบเห่แล้วละ แค่หมัดเดียวของพี่ใหญ่โจวก็ทำให้เขากลัวจนขยับตัวไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว” มีคนส่ายหน้ามองไปที่เซี่ยปิงด้วยความสงสาร
“คิดลองดีกับพี่ใหญ่โจว เขาไม่รู้ด้วยซ้ำคำว่าตายสะกดยังไง”
“นี่คือช่องว่างระหว่างอัจฉริยะกับคนธรรมดา”
หลายคนมองเซี่ยปิงปากเหยียดยิ้มเย้ยหยัน ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยปิงจะชนะได้ ผลลัพธ์มีเพียงอย่างเดียวคือถูกหามส่งโรงพยาบาล ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องพักรักษาตัวนานแค่ไหนจึงจะหายดี
“เฮ้อ….โจวไท่อัน แกทำให้ฉันผิดหวังชะมัด คนที่ไม่เข้าใจแก่นแท้ของการฝึกฝนก็คือตัวแกเอง” เซี่ยปิงถอนหายใจ พลังจิตวิญญาณของเขาแผ่ขยายออกไปรอบด้าน ในระยะยี่สิบเมตรนี้เขาเปรียบเสมือนเทพเจ้า สามารถมองทะลุทุกอย่าง และสัมผัสทุกการเคลื่อนไหวของโจวไท่อัน
สำหรับคนทั่วไปอาจมองว่า การโจมตีของโจวไท่อันจะดูสมบูรณ์แบบและน่ากลัว แต่เมื่ออยู่ภายใต้เนตรสวรรค์ของเขา มันกลับเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง ดูไม่ต่างจากเด็กเพิ่งหัดเดิน
เขาไม่ได้เหยียดหยามโจวไท่อัน แต่เป็นเพราะตัวเขาในตอนนี้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม หลังจากผ่านห่าฝนดงเลือดและประสบการณ์เป็นตายในเมืองจันทราทมิฬ ทักษะการต่อสู้ของเขาก้าวไปสู่ระดับสูงสุด สำคัญกว่านั้น เขายังสามารถฝึกฝนพลังจิตวิญญาณในขอบเขตนักรบได้สำเร็จ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สิ่งที่นักเรียนธรรมดาจะเปรียบเทียบได้
ปัง!
หนึ่งในหมัดห้าอสูร—หมัดมังกรแดง!
เซี่ยปิงกำหมัดและต่อยออกไป ทันใดนั้น กระแสปราณลึกลับผสานรวมเป็นร่างเงาคล้ายมังกร แดง ส่งเสียงคำรามเขย่าฟ้าสะเทือนดิน พลังอำนาจอันดุร้ายที่แผ่ออกมา ทำให้ทุกคนผวาสั่นไปถึงจิตวิญญาณ
นักเรียนที่อยู่รอบสนามประลองรู้สึกได้ถึงเลือดลมที่พุ่งพล่าน หัวใจเต้นถี่จนแทบจะหลุดจากขั้ว เพราะเสียงคำรามที่ดังขึ้นในความว่างเปล่า
“นี่มันอะไรกัน”
การแสดงออกของโจวไท่อันเปลี่ยนไป เขาสัมผัสได้ว่าหมัดของเซี่ยปิงนั้นน่ากลัวมาก ไม่เพียงแค่ทำลายหมัดห้าขุนเขาของเขาโดยตรง แต่ยังทำให้เขาหมดโอกาสป้องกันตัวเอง
หมัดนี้อาบท่วมไปด้วยพลังลึกลับ ส่งเสียงราวกับมังกรคำราม สร้างความแตกตื่นให้กับสวรรค์ และกดข่มทุกเผ่าพันธุ์ในโลก อานุภาพของหมัดนี้น่าครั่นคร้ามยากที่จะหยุดมันได้
ปัง!
โจวไท่อันไม่สามารถต้านทานพลังนี้ได้ หมัดกระแทกเข้าที่อกของเขา มันเหมือนลูกอุกกาบาตอัดลงพื้นด้วยพลังมหาศาล
“อ๊า!!!”
โจวไท่อันร้องลั่น กระอักเลือดออกมาเต็มปาก ซี่โครงของเขาหักไปสามหรือสี่ซี่ ร่างถูกแรงกระแทกจนลอยคว้างเหมือนลูกบอล เซี่ยปิงใช้จังหวะนี้ตามเข้าประกบอย่างรวดเร็ว
เขาเปลี่ยนร่างเป็นนกกระเรียนขาว สร้างแรงสะท้อนอันทรงพลัง และกระโดดเหยียบอากาศ ตามขึ้นไปติดๆ เขาวาดขาเตะหน้าอกโจวไท่อันที่กำลังลอยอยู่บนอากาศเต็มแรง
ตูม!
เสียงดังสนั่นประหนึ่งสายฟ้าฟาด ร่างของโจวไท่อันร่วงลงมาอัดกับพื้น สนามประลองที่ทำจากโลหะผสมไททาเนียมแตกเป็นรอยร่างของเขาอย่างชัดเจน
สนามประลองเกิดการสั่นสะเทือนรุนแรง จนทำให้หลายคนถูกสะบัดตกจากเก้าอี้ พื้นปรากฏรอยร้าว วงแหวนโลหะที่เป็นโครงหลักของสนามประลองพลันแตกออกเป็นสองส่วน
“นี่คือหมัดห้าอสูรงั้นเหรอ”
กลุ่มนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ตาแทบถลนออกมา พวกเขาเคยเรียนทักษะหมัดห้าอสูรมาก่อน ซึ่งมันเป็นแค่ทักษะการใช้หมัดพื้นฐาน พวกเขาไม่เคยคิดว่ามันจะมีพลังทำลายล้างขนาดนี้
ใช้เพียงหมัดเดียว แต่ทำให้เกิดภาพประหลาดราวกับมีอุกกาบาตตกลงบนโลก เสียงร้องคำรามของมังกร ทำลายวิชาหมัดห้าขุนเขา ทั้งทำลายการป้องกันของโจวไท่ซานได้อย่างง่ายดาย และยังทุบโจวไท่อันสลบเหมือดคาสนาม มีมนุษย์คนไหนสามารถรับมือปีศาจร้ายตัวนี้ได้บ้าง
คู่ซี้อย่างหยางเว่ยและเกาหวานออกอาการสั่นผวา เซี่ยปิงแข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทั้งยังดูน่ากลัวกว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนหลายเท่า ดูไปดูมาก็คล้ายพวกไทรันโนซอรัสเร็กซ์ในร่างมนุษย์ มันชวนให้ขนลุกจริงๆ
ทางฝั่งเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลาย ต่างรู้สึกไปในทางเดียวกันว่า คนๆ นี้เหมือนไม่ใช่เซี่ยปิงที่พวกเขาเคยรู้จัก แต่เขาเป็นเหมือนกับปรมาจารย์การต่อสู้ที่แท้จริง
อาจารย์ผู้ตัดสินอึ้งกับผลลัพธ์ที่เห็น เขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่า นักเรียนธรรมดาไร้ตัวตนคนหนึ่งจะสามารถฝึกฝนทักษะการต่อสู้มาถึงขั้นนี้ได้ รอยแตกร้าวของสนามประลอง บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเขาได้เป็นอย่างดี
“แก! แก!!”
โจวไท่อันดิ้นรน มองเซี่ยปิงด้วยสายตาสับสน คล้ายกับเพิ่งรู้จักเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นครั้งแรก ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหักร้าวมากกว่าสิบซี่ และอวัยวะภายบอบช้ำอย่างรุนแรง
เขาไม่สามารถทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้ เขาเป็นถึงนักสู้ขั้นหก แต่กลับแพ้การประลองด้วยหมัดเดียว พลังนั่นคืออะไรกันแน่
“นี่ไม่ใช่พลังของนักสู้ขั้นสี่ที่จะมีได้ แกเลื่อนระดับเป็นนักสู้ขั้นห้าแล้วใช่ไหม” โจวไท่อันกำหมัดแน่น จ้องเซี่ยปิงด้วยสายตาแดงก่ำ
“ฉันเพิ่งบอกแกไปเองว่า คนที่ไม่เข้าใจแก่นแท้ของการฝึกฝนก็คือตัวแกเอง”
เซี่ยปิงยืนไพล่หลัง “ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของยอดฝีมือระดับนักรบในสำนักยุทธ์ ได้รับคำแนะนำการฝึกฝนจนก้าวขึ้นเป็นนักสู้ขั้นหก แล้วอะไรอีกนะ….ได้ออกล่าสัตว์อสูร เดินผ่านทะเลเลือด เก็บเกี่ยวประสบการณ์การต่อสู้มามากมาย เพราะสิ่งนี้เองสินะ มันเลยทำให้แกยืดหัวสูงกว่าคอ มองทุกอย่างต่ำเตี่ยไปหมด แต่ฉันไม่เห็นว่ามันจะยิ่งใหญ่ตรงไหน”
“สำหรับฉัน….แกไม่ต่างอะไรจากกบน้อยก้นบ่อน้ำ”
“แหงนคางขึ้นชมผืนฟ้า แต่ไม่เคยรู้ว่าโลกที่อยู่นอกบ่อน้ำมันเป็นแบบไหน”
เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยปิง โจวไท่อันเกิดอาการคลั่งขึ้นมาทันที
คำพูดพวกนี้เป็นสิ่งที่เขาเคยพูดกับเซี่ยปิงมาก่อน แต่เขากลับถูกคำพูดนั้นย้อนกลับมาตบหน้าตัวเอง มันทำให้เขาอับอายจนคุมอารมณ์ไม่อยู่
เดิมทีนั้น หากเขาสามารถเอาชนะเซี่ยปิงได้ก็คงไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้เขาตกเป็นฝ่ายแพ้ให้กับคนที่ตัวเองเกลียดชังที่สุด นั่นหมายความว่าทุกอย่างที่ทำไปล้วนไม่มีความหมาย เขาเป็นเหมือนขยะไร้ค่า และคำปรามาสก่อนหน้านี้ของเขา ก็กลายเป็นเรื่องตลกไร้สาระในสายตาคนอื่น
เขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะสั่งสอนเซี่ยปิง และเขาก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะดูถูกอีกฝ่ายได้
“เซี่ยปิง ไปลงนรกซะ!”
โจวไท่อันสติแตกหน้าตาบิดเบี้ยว พลังปราณในตัวเขาเดือดพล่าน เขาวิ่งเข้าใส่เซี่ยปิงอย่างอย่างบ้าคลั่ง และไม่สนใจอะไร
เขาต้องการฉีกร่างเซี่ยปิงออกเป็นชิ้นๆ แม้ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
“สิ้นคิดและน่ารังเกียจ ไสหัวไปซะ!”
เซี่ยปิงดีดตัวพุ่งออกไปราวกับสายฟ้า ใช้มือข้างหนึ่งตบลงบนหน้าโจวไท่อันอย่างรุนแรง ซึ่งการตบครั้งนี้แฝงไปด้วยพลังปราณอันน่าสะพรึง ส่งผลให้ชั้นอากาศสั่นสะเทือนไปทั่วทิศทาง
ปัง! ร่างของโจวไท่อันหมุนม้วนไปในอากาศห้าถึงหกครั้ง ฟันหน้าสามซี่หลุดออกมาพร้อมกับเลือดแดงฉาน และใบหน้าของเขาบวมเป่งทันตาเห็น