ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 77 สั่นคลอนถึงกองทัพ

            ลู่เหยียนชูเห็นอีกฝ่ายยืนกรานจะขึ้นไปส่งยาให้ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็รู้ทันทีว่าในใจของเผิงเจ๋อคุนคงจะเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้ว

            เขารู้ดีว่าหากขัดขวางต่อไปจะดูผิดสังเกตจนเกินไปแต่ลู่เหยียนชูก็กัดฟันคว้าแขนของเผิงเจ๋อคุนเอาไว้ “เดี๋ยวก่อนครับ”

            “คุณลู่ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?” เผิงเจ๋อคุนปรายตามองมือของเขาด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะเงยหน้าขึ้น “ถ้าคุณไม่ไว้ใจผมงั้นเราขึ้นไปพร้อมกันเลยไหมล่ะ?”

            “พี่เผิงล้อผมเล่นแล้ว ผมจะไม่ไว้ใจพี่ได้ยังไงกันล่ะครับ” ลู่เหยียนชูหัวเราะออกมาเบาๆ พลางค่อยๆ คลายมือออก “เสี่ยวทิงต้องดื่มน้ำตามตอนกินยาเดี๋ยวผมไปรินน้ำให้แก้วหนึ่ง รบกวนพี่ช่วยถือขึ้นไปให้พร้อมกันเลยนะครับ”

            เผิงเจ๋อคุนอ้าปากตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่างทว่าลู่เหยียนชูกลับชิงหันหลังเดินตรงไปยังห้องครัวเสียก่อน

            จังหวะที่เดินผ่านโต๊ะอาหารเขาอาศัยทีเผลอหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างโต๊ะติดมือไปด้วยพอเข้าเขตห้องครัวได้ก็รีบส่งข้อความหาจี้ทิงทันที

            ลู่เหยียนชูพยายามดึงเวลาให้ถึงที่สุดทั้งหาแก้ว ทั้งผสมน้ำอุ่น กว่าจะรินน้ำเสร็จหนึ่งแก้วก็ใช้เวลาไปเกือบสามนาที

            ทว่าเมื่อเขาถือแก้วน้ำกลับมาที่ห้องอาหารกลับไม่เห็นวี่แววของเผิงเจ๋อคุนเสียแล้ว หัวใจของลู่เหยียนชูพลันกระตุกวูบ“เขาไปไหนแล้วล่ะ?”

            คนทั้งสองที่นั่งอยู่ชะงักไปเหมียวเวยเอ่ยถามอย่างสงสัย “นายหมายถึงรองประธานเผิงเหรอพอนายเดินไปเขาก็ขึ้นข้างบนทันทีเลยล่ะ เห็นบอกว่าข้างบนก็มีน้ำ”

            ลู่เหยียนชูไม่รอช้ารีบก้าวไปยังบันไดทันที แต่ประธานเฉิงกลับลุกขึ้นมาฉุดรั้งเขาไว้“โธ่เอ๊ย แค่ขึ้นไปส่งยาเอง คุณกังวลเกินไปหน่อยรึเปล่ากลัวเสี่ยวจี้จะหนีตามเหล่าเผิงไปหรือไง”

            เหมียวเวยเห็นสีหน้าของลู่เหยียนชูเปลี่ยนไปเล็กน้อยเธอคิดว่าคำพูดของประธานเฉิงทำให้เขาไม่พอใจ จึงรีบเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย“อย่าพูดเรื่องไร้สาระเลยน่า เหล้ายังเหลืออีกตั้งเยอะพวกคุณสองคนห้ามหนีเชียวนะ”

            “ใช่ๆ พวกเรายังมีเรื่องสำคัญต้องคุยกัน...”

            ตอนที่เผิงเจ๋อคุนขึ้นมาถึงชั้นสองจี้ทิงเพิ่งจะได้เห็นข้อความของลู่เหยียนชู เขายังไม่ทันจะได้ก้าวขาไปไหนเสียงเคาะประตูก็ดังมาจากทางโถงทางเดินเสียก่อน

            ก๊อกๆๆ!

            “เสี่ยวจี้ พี่เผิงเองนะ” เผิงเจ๋อคุนเอ่ยปากพลางเอียงหูฟังความเคลื่อนไหวภายในห้อง“นายอาการดีขึ้นบ้างหรือยัง?”

            เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากห้องน้ำเผิงเจ๋อคุนจึงเคาะอีกครั้ง “พี่หายาแก้แพ้มาจากข้างล่างถ้านายสะดวก ออกมารับหน่อยได้ไหม?”

            คำถามของเขาราวกับถูกโยนลงสู่ก้นมหาสมุทรภายในห้องนั้นอย่าว่าแต่เสียงตอบเลยแม้แต่เสียงขยับกายเพียงนิดก็ยังไม่มีให้ได้ยิน

            แววตาของเผิงเจ๋อคุนฉายแววเหี้ยมเกรียมเขาหยุดฟังอยู่อีกครู่หนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องทำงานที่อยู่อีกฟากของโถงทางเดินอย่างรวดเร็ว

            จากนั้นเขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าแล้วพิมพ์ข้อความส่งออกไปอย่างรวดเร็ว [คืนนี้ลมแรง อย่าลืมปิดหน้าต่าง]

            “รองประธานเผิง ใช่คุณหรือเปล่าครับ?”

            ทว่าในวินาทีที่เขากดส่งข้อความเสียงอันแหบพร่าของจี้ทิงก็ดังแว่วมาจากทางห้องน้ำ

            เผิงเจ๋อคุนชะงักงันทันทีเขาหันกลับไปมองด้วยสีหน้าถมึงทึงก่อนจะเดินกลับไปอย่างกึ่งเชื่อกึ่งสงสัยพลางแนบหูเข้ากับบานประตู“เสี่ยวจี้ นายอยู่ในนั้นเหรอ?”

            “อืม...”

            “แล้วเมื่อกี้ทำไมไม่ขานรับล่ะ?”

            น้ำเสียงของจี้ทิงฟังดูไร้เรี่ยวแรง“ขอโทษทีครับ เมื่อกี้ผมปวดท้องมาก...”

            จี้ทิงพูดยังไม่ทันจบประโยคคล้ายกับว่าเขาถูกความเจ็บปวดจู่โจมจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ผ่านไปครู่หนึ่งจึงพูดต่อ“คุณช่วยเรียกพี่ลู่ให้หน่อยได้ไหมผมรู้สึกว่าตัวเองต้องไปโรงพยาบาลแล้ว...”

            “รบกวนด้วยนะครับ”

            ภายในห้องทำงานจี้ทิงพูดประโยคนั้นใส่โทรศัพท์มือถือจากนั้นเครื่องส่งสัญญาณเสียงที่วางอยู่บนแทงค์น้ำชักโครกจึงทำงานส่งเสียงที่มีความก้องของห้องน้ำลอดผ่านประตูออกไป

            เผิงเจ๋อคุนได้ยินชัดเต็มสองหูแม้เสียงนั้นจะเบาและแหบพร่า แต่มันดังออกมาจากห้องน้ำจริงๆความระแวงของเขามลายไปกว่าครึ่ง จึงขานรับ “ได้นายไม่ต้องรีบ เดี๋ยวฉันลงไปเรียกคนมาให้เดี๋ยวนี้แหละ”

            เมื่อแน่ใจว่าเผิงเจ๋อคุนลงไปข้างล่างแล้วจี้ทิงก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู “สวีเหรินจับเป้าหมายที่เผิงเจ๋อคุนเพิ่งส่งข้อความไปหาได้หรือเปล่า?”

            “ครับ ล็อกเป้าเรียบร้อย ผมจะรีบแจ้งพี่ขงอวี่เดี๋ยวนี้!”

            คนที่เป็นสายลับย่อมไม่มีทางประมาทจี้ทิงคาดการณ์ไว้แล้วว่าเผิงเจ๋อคุนต้องขึ้นมาตรวจสอบแน่เขาจึงนำเครื่องส่งสัญญาณเสียงไปวางไว้ในห้องน้ำตั้งแต่แรก

            สาเหตุที่ไม่รีบตอบในทันทีก็เพื่อให้เผิงเจ๋อคุนรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีและต้องรีบส่งสัญญาณแจ้งพรรคพวกไม่ว่าอีกฝ่ายจะโทรศัพท์หรือส่งข้อความ ขอเพียงแค่มีการส่งสัญญาณออกไปสวีเหรินก็จะสามารถล็อกพิกัดของอีกฝ่ายได้ทันที

            การถอนรากถอนโคนต้องทำความสะอาดให้หมดสิ้นทั้งเผิงเจ๋อคุนและพรรคพวกของเขาจะหลุดรอดไปไม่ได้แม้แต่คนเดียว

            จี้ทิงยัดวัตถุทรงกระบอกซ่อนไว้ในถุงเท้าก่อนจะรีบกลับเข้าไปในห้องน้ำก่อนที่ลู่เหยียนชูจะขึ้นมาถึง

            ไม่กี่นาทีต่อมาลู่เหยียนชูก็แบกเขาลงมาจากชั้นบนแล้วประคองให้นั่งลงบนโซฟา

            จี้ทิงเอามือกุมท้องแสร้งทำเป็นอ่อนแรงพลางเอนกายพิงพนักแต่กลับถูกลู่เหยียนชูรวบตัวเข้าไปกอดไว้ ให้เขาซบลงบนไหล่ของตนเองแทน

            “อาการหนักขนาดนี้เลยเหรอ” เหมียวเวยขมวดคิ้วมุ่น“แถวนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีโรงพยาบาลด้วยสิหรือว่าจะโทรเรียกหนึ่งสองศูนย์เลยดีไหม”

            “ครับ” ลู่เหยียนชูหยิบโทรศัพท์ออกมาแสร้งทำเป็นต่อสายเรียกหน่วยฉุกเฉิน

            เมื่อเห็นจี้ทิงอยู่ในสภาพนี้ต่อให้ประธานเฉิงจะร้อนใจเรื่องสัญญาแค่ไหนก็ไม่กล้ารั้งตัวลู่เหยียนชูไว้คุยงานต่อ

            ทุกคนต่างนั่งรอรถพยาบาลอยู่ในห้องนั่งเล่นทว่าผ่านไปไม่ถึงสิบนาที เสียงเคาะประตูอย่างแรงก็ดังสนั่นขึ้น

            “มาไวขนาดนี้เลยเหรอ?” ท่ามกลางความประหลาดใจของประธานเฉิงเผิงเจ๋อคุนก็ก้าวเท้าไปเปิดประตู

            ทว่าทันทีที่บานประตูเปิดออกตำรวจสองนายก็กระโจนเข้าใส่และกดตัวเผิงเจ๋อคุนลงกับพื้นทันที

            “ปล่อยฉัน!! พวกแกมีสิทธิ์อะไรมาจับฉันกัน”

            เผิงเจ๋อคุนพยายามดิ้นรนสุดชีวิตตำรวจสามนายต้องช่วยกันใส่กุญแจมือไขว้หลังเขาเอาไว้

            นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น??

            ประธานเฉิงและเหมียวเวยตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกหัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดผวา สมองอื้ออึงไปหมด

            ในตอนนั้นเองนายตำรวจวัยกลางคนผู้หนึ่งที่มีแถบประดับยศหนึ่งขีดสองดอกบนบ่าก็เดินเข้ามาและถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ใครเป็นคนแจ้งความ?”

            “ผมเองครับ”

            จี้ทิงผละออกจากอ้อมแขนลู่เหยียนชูแล้วลุกขึ้นยืนสีหน้าไร้ซึ่งวี่แววความตระหนก “เขาชื่อเผิงเจ๋อคุนชื่อจริงคือเผิงลู่ ทำงานจารกรรมข้อมูลมานานถึงแปดปีข้อมูลที่ตรวจสอบพบในมือเขาตอนนี้มีทั้งรายละเอียดอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยังไม่เข้าประจำการแผนที่การวางกำลังพลทางเรือบริเวณแนวเกาะชั้นที่หนึ่งในน่านน้ำตะวันออกและแผนการต่อเรือคุ้มกันรุ่นใหม่ 054B ครับ”

            สิ้นคำนั้นประธานเฉิงก็สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่จนตัวโยนร่างกายโอนเอนคล้ายจะหน้ามืดสลบไปเสียให้ได้ส่วนเหมียวเวยได้แต่อ้าปากค้างมองจี้ทิง ใบหน้าของเธอสั่นกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้

            “คุณชื่ออะไร?” ผู้กำกับหลี่ถามต่อ

            “ผมชื่อจี้ทิงครับ” พูดจบเขาก็ปรายตาไปทางคนข้างกาย“ส่วนเขาชื่อลู่เหยียนชูเราสองคนช่วยกันสืบจนรู้ว่าเผิงเจ๋อคุนเป็นสายลับครับ”

            ผู้กำกับหลี่หันไปมองอีกสองคนที่เหลือ“แล้วสองคนนั้นล่ะ?”

            “เหมียวเวยกับเฉิงหมิงอู่ทั้งสองคนไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องของเผิงเจ๋อคุนวันนี้พวกเขาแค่มางานเลี้ยงสังสรรค์ครับ”

            ผู้กำกับหลี่มองทั้งคู่แวบหนึ่งก่อนจะสั่งการเสียงเข้ม“คุมตัวไปให้หมด”

            เจ้าหน้าที่ตำรวจกรูเข้ามาคุมตัวคนทั้งสี่ขึ้นรถตำรวจที่จอดอยู่ด้านนอก

            เมื่อถึงสถานีตำรวจทั้งห้าคนถูกแยกไปไว้ในห้องสอบสวนเดี่ยวโดยมีผู้กำกับและรองผู้กำกับเป็นผู้สอบปากคำด้วยตัวเอง

            หลังจากพิจารณาหลักฐานที่จี้ทิงยื่นให้ผู้กำกับหลี่ก็ตระหนักได้ถึงความร้ายแรงของสถานการณ์จึงรีบรายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักความมั่นคงแห่งชาติทันที

            การสอบสวนดำเนินไปตลอดทั้งคืนเหมียวเวยและประธานเฉิงแทบจะไม่รู้อะไรเลยข้อมูลที่พวกเขาให้มายังมีน้อยกว่าที่ทางตำรวจมีเสียอีก

            เป้าหมายหลักของการสอบสวนจึงตกมาอยู่ที่จี้ทิงและลู่เหยียนชูผู้อำนวยการทั้งสองสลับสับเปลี่ยนวิธีการสอบถามราวกับพยายามคลี่คลายปมไหมเพื่อตรวจสอบรายละเอียดในบันทึกคำให้การซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            จนกระทั่งท้องฟ้าสว่างโร่นายตำรวจหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาเรียกผู้กำกับหลี่ออกไปข้างนอก

            “ผู้กำกับหลี่ครับ เมื่อกี้ได้รับแจ้งมาว่าทางกองทัพภาคตะวันออกออกส่งคนมาครับ”

            หัวคิ้วของผู้กำกับหลี่กระตุกวูบเขาหันไปมอง “ได้บอกไหมว่าส่งใครมา?”

            “ผู้รับผิดชอบจากฝั่งกองทัพคือพันโทท่านหนึ่งครับ แซ่ฉิน ชื่อ ฉินไจ้เย่ครับ”

             

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452