แค่พิมพ์จุดเข้าไปสามจุด ข้อความในกลุ่มก็เพิ่มขึ้นอย่างวุ่นวาย
ความเร็วในการพิมพ์ของแต่ละคนเหนือชั้นอย่างมาก สมาชิกแค่สิบกว่าคนแต่ข้อความขึ้นมาเกือบร้อยข้อความในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ลู่เมิ่งตามอ่านไม่ทัน
และไม่คิดจะไปไล่อ่านย้อนหลังด้วย
เพราะเป็เวลากลางคืน และร่างกายมนุษย์้าพักผ่อน ลู่เมิ่งไม่คิดจะฝืนร่างกายตัวเองเพื่อพูดคุยกับเหล่าชาวยมโลกที่ไม่ได้พบกันแค่สองเดือน เธอไม่คิดว่าจะต้องมีอะไรพูดคุยมากมายนอกจากการถามไถ่ ดังนั้นจะไปอ่านหรือตอบเมื่อไหร่ก็ได้
หนึ่งเดือนที่เหลือลู่เมิ่งต้องเรียนมารยาทเพิ่มเติม ติวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต้องไปสอบใบขับขี่รถยนต์และตรวจสุขภาพไม่ขาด
จนตอนนี้เธอกลับมาร่างกายแข็งแรงแล้ว
่เวลาแห่งการสอบมาถึงก็ไม่ได้มีการแสดงออกที่พิเศษ แต่ลู่เมิ่งค่อนข้างตึงเครียดแทบจะกอดหนังสือหลับใน่วันสุดท้ายก่อนสอบ
หลังสอบเสร็จและผลการสอบออกมาดีเยี่ยม สามารถเข้าคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีได้สำเร็จ ความเครียดสะสมที่ผ่านมาก็ถูกผลักทิ้ง ลู่เมิ่งแทบใช้เวลาทั้งวันเอาแต่นอน
ลู่เมิ่งก็ได้รับรถยนต์สีขาวคันหนึ่งเป็ของขวัญแสดงความยินดีจากพ่อแม่
ลู่เหวินเป็คนพาไปเลี้ยงฉลองที่ร้านอาหารหรูในตอนเที่ยงกันสองคนพี่น้อง พ่อกับแม่งานยุ่งจึงไม่ได้ไปด้วย หนิงลี่ก็ถูกเชิญมาด้วยเพราะมาแสดงความยินดีที่บ้านในจังหวะที่กำลังจะออกไปร้านอาหาร
“ตอนนี้เราก็ถือว่าเป็ศิษย์มหาวิทยาลัยเดียวกันแล้วนะพี่เมิ่ง” หนิงลี่พูดขึ้นอย่างมีความสุข ลู่เมิ่งยิ้มอย่างขบขัน
“ก็แค่เข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน จะตื่นเต้นดีใจอะไรขนาดนั้น”
“ก็เพราะเราจะได้เจอกันบ่อยๆ ยังไงล่ะ!”
“จะเจอกันบ่อยแค่ไหนกันเชียว เรียนกันคนละคณะ อยู่กันคนละชั้นปี เวลาว่างที่ตรงกันจะเหลือเท่าไหร่”
“พี่เมิ่งจะคิดมากไปทำไม ถึงจะไม่สะดวกแต่พี่ก็อยู่ใกล้ๆ ฉันก็ไปหาพี่ได้ง่ายกว่าอยู่ดี”
“จะมาหาทำไมกัน เธอว่างนักเหรอ”
“ก็เป็ห่วงไง พี่เพิ่งฟื้นยังไม่ถึงปีเลยแล้วยังต้องมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีก ต้องฝืนตัวเองไปไม่น้อยแน่ๆ ยังไงก็ต้องตามดูให้แน่ใจ”
“เป็ความคิดที่ดี” ลู่เหวินพยักหน้าเห็นด้วย ลู่เมิ่งหันไปถลึงตาใส่เขาอย่างไม่เห็นด้วย
“ไม่ดีเลยสักนิด ฉันไม่ได้ฝืนตัวเองหรืออะไรทั้งนั้น ไม่ได้อ่อนแอลงด้วยนะ”
ร่างกายที่ผ่านการบำรุงด้วยอาหารอย่างดีและพลังิญญาที่เพียงพอ แม้จะผ่านมาแค่ห้าเดือนแต่เธอก็ไม่เคยป่วยเลยสักครั้ง ร่างกายฟื้นตัวดีมากด้วยซ้ำ
ลู่เหวินไม่ได้อารมณ์เสียเพราะน้องสาวแง่งอนใส่ เขาลูบผมอย่างรักใคร่เอ็นดู แล้วคีบอาหารที่ลู่เมิ่งชอบให้อย่างเอาอกเอาใจ
“เมิ่งเมิ่งแข็งแรงดีพี่ก็ดีใจ แต่เื่เป็ห่วงมันก็ห้ามกันไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”
“ฮึ่ม!”
“จริงสิ ่นี้พี่เมิ่งได้เจอกับพี่ใหญ่โจวบ้างหรือเปล่า” หนิงลี่เอ่ยถามขัดพี่น้อง
พอพูดถึงเื่นี้สีหน้าของลู่เหวินก็ดูไม่ได้ขึ้นมาทันที ลู่เมิ่งกะพริบตาด้วยความสงสัยก่อนจะตอบออกไปตามตรง
“เพราะมัวแต่อ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่บ้านก็ไม่ค่อยได้ออกไปเจอใครน่ะ แม้ว่าพี่โจวจะมาหาก็ได้พบกันแค่ครั้งสองครั้งเอง หลังจากสอบเสร็จแล้วก็ยังไม่เจอเลย ทำไมอยู่ๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะ?”
“ก็่นี้น่ะ มีข่าวออกมาอีกแล้ว พี่ใหญ่โจวเข้าโรงพยาบาลไปกับเลขาฯ คนสวยของเขาน่ะสิ เหมือนว่าจะทำเขาท้องล่ะ!”
“โอ้~ แบบนี้ข่าวลือก่อนหน้านี้ก็คงเป็ความจริงสินะ” ลู่เมิ่งหันไปมองทางพี่ชายที่ดูจะมีข่าวกรองที่แม่นยำมากกว่าพวกเธอสองคน
ลู่เหวินพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดน้ำเสียงที่ตอบก็เ็า
“มันก็ยืนยันได้มาตั้งนานแล้ว แต่พี่เห็นว่าเมิ่งเมิ่งไม่สนใจก็เลยไม่ได้พูดออกมา”
“แล้วพี่โจวเขาไม่ป้องกันเลยเหรอ”
“ไม่รู้” ลู่เหวินไหวไหล่ แล้วพูดเปลี่ยนเื่เพราะไม่อยากเอ่ยถึงหัวข้อนี้ “แต่ด้วยสถานะของโจวจื่อชิงกับเลขาฯ ที่ห่างกันมาก ครอบครัวโจวคงไม่ยอมให้อยู่ด้วยกันง่ายๆ หรอก”
“ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกันค่ะพี่เหวิน เห็นว่าครอบครัวโจวคัดค้าน ถึงจะตั้งครรภ์หลายเดือนจนทำแท้งไม่ได้แล้วเขาก็เลยจะเอาแต่เด็กไม่เอาแม่ แล้วหาผู้หญิงอื่นให้พี่ใหญ่โจวแต่งงาน”
“ใครจะไปยอมแต่งกับเขากันล่ะนั่น”
“มันก็มีนะพี่เมิ่ง การเกี่ยวดองทางธุรกิจน่ะ ยังไงตระกูลโจวก็มีฐานะในระดับเดียวกับตระกูลเฉียน คนรวยระดับล่างอย่างเราๆ ที่หวังอยากจะปีนสูงก็ยอมแต่งกันทั้งนั้นแหละ”
“อืม...”
ลู่เมิ่งครุ่นคิดเงียบๆ เื่การแต่งงานเพื่อเพิ่มสถานะครอบครัวก็มีจริงๆ ในตระกูลชนชั้นสูง แม้จะมีสถานะเป็พ่อม่ายลูกติดแต่อายุยังน้อยคงดึงดูดสาวๆ ได้มากอยู่
“ช่างเถอะ ยังไงเื่นี้ก็ไม่เกี่ยวกับเราอยู่แล้ว”
คิดมากก็ปวดหัว เลิกคิดดีกว่า
สำหรับลู่เมิ่งหัวข้อการแต่งงานนี้ไกลตัวเกินไปหน่อย
พอพูดถึงตระกูลเฉียนแล้ว ั้แ่งานเลี้ยงครั้งนั้นลู่เมิ่งก็ไม่ได้เห็นพวกเขาเคลื่อนไหวเลย อาจเพราะเธอไม่ได้ออกไปไหนด้วย แต่มั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีความคิดที่จะปล่อยเธอไป
เื่นี้ลู่เหวินได้บอกกับเธอว่าเขาจัดการทุกอย่างแล้ว ความเคลื่อนไหวของบริษัทเฉียนกรุ๊ปจะถูกรายงานมาที่เขาทุกเื่ ตอนนี้เขายุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาได้นอน
เพราะเขาไม่แค่จะยับยั้งการลงมือของตระกูลเฉียน แต่้ากลืนกินธุรกิจของอีกฝ่ายด้วย เนื่องจากเฉียนกรุ๊ปมีอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารเหมือนกันกับบริษัทลู่กรุ๊ป ถ้าได้กลืนกินบริษัทที่ใหญ่กว่า การพัฒนาก็จะเป็ไปอย่างก้าวะโทีเดียว
ลู่เหวินคิดก้าวหน้าและเพื่อการนั้นเขาจึงต้องวางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกขั้นตอน ทำงานมากขึ้นและลดเวลานอนลงไป
ที่มาเลี้ยงฉลองกับลู่เมิ่งได้ตอนนี้ก็เคลียร์งานไปเยอะมากแล้ว แต่กลับไปเขาก็ต้องทำงานหนักมากขึ้นอีก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร ลำบากตอนนี้เพื่อผลตอบแทนที่ดีในวันหน้าก็ถือว่าคุ้มค่า
ลู่เมิ่งเป็ห่วงสุขภาพของพี่ชายมาก ถึงขั้นที่ว่าจะอาสาช่วยงาน แต่ถูกปฏิเสธด้วยสีหน้าไม่พอใจ เพราะร่างกายเธอเพิ่งจะหายป่วยให้มาทำงานหนักได้ยังไง พี่ชายรับไม่ได้
สุดท้ายแล้วลู่เมิ่งก็ทำได้แค่ให้กำลังใจ
ในตอนเย็นเมื่อสองพี่น้องกลับมาที่บ้าน คุณแม่ลู่ได้มาบอกกับทั้งสองคนอย่างเศร้าใจว่าครอบครัวของเราจะออกไปกินข้าวข้างนอกพร้อมกับครอบครัวโจว
ครอบครัวโจวที่พวกเรารู้จักก็มีแค่ครอบครัวโจวข้างบ้านที่มีข่าวลือมากมายนั่น
คุณพ่อลู่และลู่เหวินมีสีหน้าอึมครึมมาก แม่ลู่ก็ไม่ต่างกัน สายตาของพวกเขาจ้องมองที่ลูเมิ่งเป็ระยะอย่างมีนัย
นี่... ลู่เมิ่งมีสีหน้าเคร่งครึม
เื่นี้พวกเธอเพิ่งจะคุยกันไปตอนบ่าย ยังคิดว่าเป็เื่ไกลตัว ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเองแบบนี้ ก็ลืมไปว่าโจวจื่อชิงชอบเธอ
“เมิ่งเมิ่ง...” คุณแม่ลู่มองหน้าลูกสาวที่เ็าจนััได้
ั้แ่ฟื้นขึ้นมาไม่เคยเห็นลู่เมิ่งทำหน้าเ็าขนาดนี้มาก่อน คุณแม่จึงคิดว่าลูกสาวกำลังโกรธตัวเองอยู่ แต่เื่นัดหมายนี้เธอตอบตกลงไปก่อนที่จะรู้ข่าวเื่เลขาฯ ของโจวจื่อชิงตั้งครรภ์เสียอีก
“ไม่มีอะไรค่ะคุณแม่ ฉันไม่ได้โกรธ” ลู่เมิ่งยิ้มออกมาแต่ก็ยังดูไม่ดี
“เื่ของโจวจื่อชิงนั่น ลูกไม่ได้ชอบเขาก็ไม่ต้องไปตกลง” คุณพ่อลู่พูดอย่างเคร่งขรึม เขาก็ไม่เห็นด้วยกับลูกเขยอย่างโจวจื่อชิงเหมือนกัน
ถึงแม้จะมีความสามารถดีแต่ก็ทำตัวเหลวไหล แบบนี้คงทำให้ลูกสาวที่รักของเขามีความสุขไม่ได้
ลู่เมิ่งพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร เื่นัดหมายตอนเย็นนี้ยังไงก็เปลี่ยนไม่ได้แล้ว คงต้องไปตามนัด ส่วนการปฏิเสธนั้นให้ผู้ใหญ่ทำก็แล้วกัน
ลู่เมิ่งและครอบครัวมาถึงร้านอาหารก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง ไม่ใช่ว่าหิวแต่มาเพื่อเตรียมตัวก่อน อย่างน้อยก็ทำให้ตัวเองสงบใจลงไม่ให้รู้สึกไม่ชอบหน้าคนในครอบครัวโจวทั้งหมด
“ไม่คิดเลยว่าเ้าโจวจื่อชิงจะลงมือกับเรา” ลู่เหวินกระซิบกับน้องสาว
ตอนอยู่ที่บ้านเขาไม่มีโอกาสได้พูด เพราะเมื่อรู้ว่าโจวจื่อชิงคิดหมั้นหมายกับน้องสาวสุดที่รัก เขาก็โทรออกหาผู้ช่วยทันที สั่งงานไปเป็ชุด ทุกคำสั่งเร่งด่วนมาก ผู้ช่วยรู้สึกว่าเขาจะไม่ได้นอนในคืนนี้
ใครมันไปกระตุกหนวดของเ้านายกัน
“ฉันก็คิดไม่ถึง” ลู่เมิ่งพูดอย่างบูดบึ้ง “คิดว่าท่าทางเฉยเมยของฉันชัดเจนแล้วว่าไม่ได้สนใจเขาเสียอีก ไม่นึกว่าจะให้ผู้ใหญ่มากดดัน”
“วางใจเถอะ พี่จะไม่ยอมให้คนแบบนั้นได้แต่งกับน้องแน่”
“งั้นพี่เหวินก็เป็คนพูดเลยนะ วันนี้ฉันจะนั่งเงียบทั้งคืนเลย”
“ให้พี่จัดการเอง” ลู่เหวินพยักหน้า
ลู่เมิ่งผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอหันไปมองนอกหน้าต่าง เวลากำลังไหลผ่านไปอย่างช้าๆ เธอกำลังคิดถึงเื่ของโจวจื่อชิงที่ไม่ละความพยายาม ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงยังยึดติดกับเธอนักทั้งที่ตัวเองก็มีคนที่ชอบเขาและยอมมีลูกกับเขาแล้ว
บางทีการแก้ปมในใจอาจจะช่วยให้เขาเลิกยุ่งกับเธอได้
ลู่เมิ่งคิดแล้วก็เปิดวีแชท มีกลุ่มแชตอยู่สองกลุ่ม นอกจากกลุ่มโรงน้ำชาสะพานไน่เหอ ก็มีกลุ่ม ‘สิบตำหนักบัญชาการ’ สมาชิกในกลุ่มมีมากกว่าร้อย แต่ข้อความที่คุยกันไม่ได้มากเท่ากับอีกกลุ่ม
เพราะในกลุ่มนี้มีหวางเย่เ้าตำหนักยมโลกทั้งสิบอยู่ในกลุ่มด้วย
ชื่อกลุ่มทางการขนาดนี้ ดูก็รู้ว่าเอาไว้สั่งงาน
เธอสงสัยมากที่ถูกชวนมาในกลุ่มนี้อีกครั้ง เธอออกจากงานแล้ว ทำไมยังจะลากกลับเข้ามาในกลุ่มงานอีก นี่คิดจะใช้งานกันแม้กระทั่งตอนมีชีวิตหรือไง ยมโลกเอาเปรียบ!
คิดจะกดปฏิเสธแต่มือกดพลาดไปกดยอมรับ เข้าร่วมกลุ่มไปโดยไม่ตั้งใจ จะกดออกก็ไม่ทันแล้ว เ้าตำหนักยมโลกเห็นว่าเธอเข้ามาก็รีบทักทายกันใหญ่ ด้วยความเกรงใจเธอจึงตอบกลับและไม่ได้ออกจากกลุ่มมาจนถึงวันนี้
แต่ปิดแจ้งเตือนแล้ว ไม่ว่าจะมีงานอะไรในกลุ่มเธอจะไม่เห็น ฮ่าๆ
ลู่เมิ่งกดเข้าไปในกลุ่มโรงน้ำชาสะพานไน่เหอ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พิมพ์ข้อความ
ลู่เสี่ยวเมิ่ง : มีใครติดต่อผู้เฒ่าจันทราได้บ้างคะ?
ตุลาการถง : เฒ่าจันทราเหรอ?
ไป๋เยี่ยอยากเปลี่ยนงาน : มีคนที่ชอบแล้วเหรอเสี่ยวเมิ่ง
หนิ่วโถว : ว๊ายๆ มีคนที่ชอบแล้ว
หม่าเมี่ยน : ชอบใครน่ะ บอกหน่อยๆ
ลู่เสี่ยวเมิ่ง : ......ไม่ได้ชอบใคร
ลู่เมิ่งรีบพิมพ์ด้วยใบหน้าตายด้าน โดนหนิวโถวหม่าเมี่ยนล้อเื่คนที่ชอบ เธอมีภาพลวงตาเหมือนเห็นเด็กประถมกำลังชี้นิ้วล้อเลียนใส่เลย
อายุก็เกินร้อยปีกันไปแล้วแท้ๆ นะ
ตุลาการจู้ : ถ้าเป็เยว่เหล่าก็คงมีแต่เมิ่งปั๋ว กับเ้าตำหนักทั้งสิบนั่นละที่ติดต่อส่วนตัวได้... อ้อ แต่ไม่ใช่ว่าเสี่ยวเมิ่งก็มีเบอร์ติดต่อของเยว่เหล่าเหรอ
เฮยอู่ฉางเมืองหลวง: แลกเบอร์กันตอนกินเหล้าที่ขโมยมาไง
ลู่เสี่ยวเมิ่ง : ...
ลู่เสี่ยวเมิ่ง : [ส่งสติ๊กเกอร์ต่อยรัว]
ลู่เสี่ยวเมิ่ง : โกรธ @เฮยอู่ฉางเมืองหลวง
เื่แลกเบอร์ตอนไหนก็ไม่ต้องเอามาเล่าให้คนอื่นฟังก็ได้ เื่นี้คุณรู้ก็ไม่จำเป็ต้องบอกให้โลกรู้
ลู่เมิ่งกดส่งสติ๊กเกอร์ต่อยรัวไปอีกสี่ครั้งติดกัน ระบายความโกรธราวกับการส่งสติ๊กเกอร์คือการได้ต่อยเฮยอู่ฉางจริงๆ จากนั้นก็กดปิดวีแชต