บทที่ 25 การทดสอบที่เปลี่ยนไป
“การทดสอบที่สองนี้ จะเป็การให้ต่อสู้กับสัตว์และพืชกลายพันธุ์จริงๆ แต่จะเป็พื้นที่โล่งเตียน ไม่เหมือนกับการทดสอบทั่วไปที่จะมีพื้นที่ให้ซ่อนตัว การทดสอบนี้ให้เน้นการสังหารสัตว์กลายพันธุ์ให้ได้มากที่สุด ถ้าสามารถทำได้มากเท่าไร ก็จะกลายเป็คะแนนพิเศษในการทดสอบให้เท่านั้น”
“โดยคะแนนพิเศษที่พูดถึงนี้จะสามารถนำไปแลกเป็เครดิตหรือทรัพยากรขององค์กรได้ ซึ่งจะช่วยให้การเริ่มต้นเข้าศึกษาในสถาบันของคุณอันราบรื่นมากขึ้น”
“นอกจากนี้ แกนพลังงานของพวกกลายพันธุ์เ่าั้ก็ยกให้คุณอันเป็ของรางวัลไปเลย เหมือนกับการล่าในพื้นที่ล่าจริง แต่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ ถ้าเห็นว่าจะเป็อันตรายถึงชีวิต จะมีคนออกไปช่วยเหลือทันที คุณอันไม่ต้องห่วงเลยครับ” หัวหน้าผู้รับสมัครเด็กใหม่อธิบายอย่างใจดี
มองดูเด็กสาวที่แต่งตัวซอมซ่อ คาดว่าเธอน่าจะกระตือรือร้นหลังจากที่ได้ยินว่าคะแนนพิเศษเหล่านี้แลกเป็เครดิตได้ ทว่า...เหมือนกับที่ผ่านมา เป็เขาที่ต้องค่อยๆหุบยิ้มอีกครั้งเพราะความนิ่งเฉยของเด็กสาว
“เอาล่ะ ้าเวลาเพื่อเตรียมพร้อมไหม”
“ไม่เป็ไรค่ะ” ซูหยวนตอบกลับด้วยท่าทางสุภาพ แต่เธอไม่ดูเหมือนว่าเป็เด็กสาวผู้หนึ่งเลย ทั้งภาพลักษณ์และการแสดงออกนั้นเหมือนกับผู้ใหญ่วัย 30 ก็ไม่ผิดเพี้ยน
“ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปในห้องทดสอบที่สองเลยก็แล้วกันนะ” ชายวัยกลางคนยังพยายามที่จะรักษาภาพใจดีของตนเอง ซูหยวนหยิบเอาพลั่วของตนเองออกมาถือไว้ สองหนุ่มที่เป็คนพาซูหยวนมา้าดูการแสดงเหล่านี้ด้วย พวกเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเด็กสาวที่มีพลังงานมากกว่าเขาคนนี้สามารถต่อสู้ได้อย่างไรบ้าง
ถึงจะพยายามคิดในแง่ดีว่าอีกฝ่ายควรมีพร์แค่เื่การดูดซับพลังงานเท่านั้น แต่วิธีการต่อสู้ไม่ควรจะแข็งแกร่งไปมากกว่าพวกเขา อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็แค่เด็กสาวผู้หนึ่งเท่านั้น ทว่า...ลึกๆแล้วพวกเขาก็รู้สึกว่ามันคงจะเป็อย่างที่พวกเขาคิดไม่ได้
ซูหยวนพยายามทำใจให้สงบ เธออยากจะเต็มที่กับการทดสอบนี้เพื่อให้รู้ว่าระดับที่แท้จริงในการต่อสู้ของตนเองเป็ยังไงบ้าง การต่อสู้นี้ไม่เหมือนกับการต่อสู้ในเขต A เพราะที่นั่น....ถ้าเธอจนมุมก็มีแค่ความตายเท่านั้นที่รออยู่ แต่ถ้าเป็ที่นี่...หากมีอะไรที่ผิดพลาด ซูหยวนสามารถเรียนรู้และปรับมันได้
ถ้าเธอ้าขึ้นเป็พนักงานที่แข็งแกร่ง ก็ต้องใช้ความพยายามใน่แรกให้มากหน่อย...
ประตูห้องทดสอบถูกเปิดขึ้นชั้นแรก เมื่อซูหยวนเข้าไปมันจึงปิดลง จากนั้นก็เปิดชั้นที่ 2 เป็สัญญาณเริ่มการทดสอบ โดยมีเวลาแจ้งอยู่ในห้อง ซึ่งกำลังนับถอยหลังให้เธอได้เห็น
เบื้องหน้ามีสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากที่ซูหยวนรู้จัก ไม่ว่าจะเป็โคเขาแหลมกลายพันธุ์ ลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ ตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ แมลงปีกแดงกลายพันธุ์ เถาวัลย์ซุกซ่อนกลายพันธุ์ กับดักมือใหม่ รังผีเสื้อกลายพันธุ์ วีครอนกลายพันธุ์ และดวงตากระรอกกลายพันธุ์
พวกมันอยู่ประจำจุดต่างๆ รวมตัวกันเป็กลุ่มเดียว ราวกับว่าถ้ามีพวกกลายพันธุ์ตัวไหนที่ล้ำเส้นเข้ามา พวกมันก็จะรุมโจมตีจนตายอย่างไรอย่างนั้น
จุดแรกที่ซูหยวนยืนอยู่กลับเป็จุดที่พวกลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์อาศัยอยู่ ตัวลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์พวกนี้เป็สัตว์ประเภทจู่ๆโจมโดยตรงเหมือนกับพวกโคเขาแหลม เน้นพละกำลังและความเร็วเป็หลัก ทว่าพวกมันก็ยังเป็เพียงสัตว์กลายพันธุ์ในเขต A เท่านั้น ความแข็งแกร่งจึงไม่ควรจะมากเกินไป
ที่เป็ปัญหาจริงกลับเป็จำนวนของพวกมันต่างหาก ซูหยวนถูกล้อมกรอบทันทีที่เข้ามา ลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์พวกนี้ส่งเสียงข่มขู่ศัตรูด้วยเสียง “กรรซ์” ของพวกมัน น้ำลายที่ไหลย้อยทำให้หญิงสาวต้องระมัดระวังมากขึ้น เธอรู้สึกเหมือนกับว่าพวกมันไม่ได้กินอะไรเลยมาหลายวันแล้ว และตอนนี้พวกมันก็กำลังกระหายอย่างรุนแรงเสียด้วย!
หูยาวของลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ตัวหนึ่งขยับเป็สัญญาณให้โจมตี หลังจากนั้นลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆก็ะโเข้ามาพร้อมกัน เท้าของมันมีขนาดใหญ่มาก และเมื่อพวกมันะโขึ้นสูง ซูหยวนก็แทบจะไม่เห็นแสงจากเพดานอีกเลย
คนตัวเล็กหรี่ตาลง เธอไม่โง่พอที่จะยืนนิ่งๆแล้วรอรับแรงกระแทกเหล่านี้ สิ่งที่ซูหยวนทำได้ก็คือการขว้างพลั่วของตนเองขึ้นไป้าตรงๆ ปลายแหลมที่แทงขึ้นไปใต้เท้าของลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ตัวหนึ่งนั้นจะทำให้มันาเ็กลางอากาศอย่างแน่นอน แต่เมื่ออาวุธหลุดมือไปแล้ว ซูหยวนย่อมไม่สามารถรั้งรอในตำแหน่งนั้นได้อีก
เธอเคลื่อนตัวไปทางซ้ายอันเป็ตำแหน่งอาณาเขตของพวกโคเขาแหลมที่คุ้นเคย เมื่อพวกมันเห็นว่าเหยื่อตัวหนึ่งหลุดเข้ามาในอาณาเขตของตนเองก็กระทืบเท้าอย่างแรง ตั้งท่าพร้อมจะพุ่งชนเหยื่อให้ตกตายไป
แต่ซูหยวนถือเป็ผู้เชี่ยวชาญในการสังหารโคเขาแหลมผู้หนึ่ง ดังนั้นเมื่อมันพุ่งตัวเข้ามา ซูหยวนก็รออยู่ก่อนแล้ว เธอเพียงเบี่ยงตัวหลบด้วยการหมุน จากนั้นก็กระโจนขึ้นไปอยู่บนหลังของเ้าโคเขาแหลมตัวหนึ่ง ใช้เชือกในมือของตนเองที่เตรียมพร้อมมาด้วยรัดคอของมัน เวลานี้จึงเหมือนกับว่าซูหยวนกำลังขี่หลังมันอยู่อย่างไรอย่างนั้น
เด็กสาว้าทดสอบวิธีการนี้มานานแล้ว เ้าโคเขาแหลมมีร่างกายที่แข็งแรง ทว่ามันเป็พวกโง่เขลาที่ไม่รู้จักวิธีการต่อสู้มากนัก มีเพียงการพุ่งตรงและการดีดขา ตราบเท่าที่ซูหยวนสามารถควบคุมความสมดุลของร่างกายได้ เธอก็จะไม่ร่วงลงไป
“กี๊ด!!!”
เสียงกรีดร้องของลิเวอร์เร่อร์หนึ่งตัวที่ถูกพลั่วของซูหยวนเล่นงานดังขึ้นมา มันถูกแทงที่เท้าในครั้งแรก แต่หลังจากที่ร่วงลงมา ไม่รู้ว่าเป็โชคร้ายของมันหรือเป็โชคดีของซูหยวน พลั่วนี้กลับสามารถร่วงลงมาปักที่พื้นและรับร่างของเ้าลิเวอร์เร่อร์ด้วยปลายแหลมได้อีกครั้ง
ร่างทั้งร่างของลิเวอร์เร่อร์ถูกแทงั้แ่เท้าทะลุถึงคอ เ้าลิเวอร์เร่อร์ตัวนั้นล้มลงไปทันทีพร้อมกับส่งเสียงร้องเ็ปอยู่ไม่กี่ครั้ง ทว่าปัญหากลับอยู่ตรงนี้...เนื่องจากมันแทงั้แ่เท้าทะลุไปถึงคอ พลั่วที่เป็อาวุธประจำตัวของซูหยวนจึงอยู่กับร่างของเ้าลิเวอร์เร่อร์ตัวนั้นด้วย
ถ้า้าจะเอาอาวุธออกมา ซูหยวนจะต้องมีกำลังมากพอที่จะดึงมันในครั้งเดียว ไม่อย่างนั้นเธอก็จะกลายเป็เป้าหมายของลิเวอร์เร่อร์ตัวอื่นๆได้อีก ระหว่างที่พยายามดึงพลั่วออกมา มันคงจะฆ่าเธอไปแล้ว
“ทีนี้จะทำยังไงล่ะ”
แม้ว่าการต่อสู้ครั้งแรกจะค่อนข้างงดงาม แต่คนที่ไม่มีอาวุธในมือจะทำการต่อสู้อีกได้อย่างไร ทั้งสี่คนที่รออยู่ข้างนอกได้แต่คิดเหมือนกันว่าหลังจากนี้ เด็กสาวอาจจะทำได้แค่วิ่งไปรอบๆเพื่อให้หมดเวลาเท่านั้น และคะแนนพิเศษที่เธอจะได้จากการทดสอบก็ไม่น่าจะเพิ่มมากกว่านี้แล้ว
“เธอประมาทเกินไป”
“แม้ว่าเธอจะเคลื่อนไหวได้ถูกต้อง แต่การที่กล้าโยนอาวุธออกไปโดยที่ไม่มีอาวุธสำรองนั้นเป็การฆ่าตัวตาย ถ้าในชีวิตจริงเธอลงมือแบบนี้ จะมีอายุไม่นานนัก”
“หากนายท่านเห็นการต่อสู้นี้ เขาคงจะไม่พอใจเป็แน่” ทั้งหมดแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมาในแง่ลบ การต่อสู้นี้...ถึงจะบอกว่าเป็การต่อสู้ที่จะไม่ปล่อยให้เด็กสาวตกตาย แต่อีกฝ่ายก็ไม่ควรจะแสดงมุมแบบนี้ออกมาให้เห็นสิ
ทำไมจึงสะเพร่าและประมาทขนาดนี้ หรือว่านี่จะเป็ครั้งแรกในการต่อสู้ของเธอกัน? ไม่สิ! ดูจากการเคลื่อนไหวแล้ว เธอเบี่ยงตัวหลบการโจมตีของโคเขาแหลมได้จนเหมือนกับว่าเคยต่อสู้กับพวกมันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว หากเป็เช่นนี้...งั้นที่ผ่านมาเธอต่อสู้ยังไงกันแน่?
ในขณะที่พวกเขากำลังคิดในแง่ร้าย จู่ๆพวกเขาก็ต้องอ้าปากค้างกับภาพที่เห็น...ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าซูหยวนจะขยับมือเพียงเล็กน้อยเพื่อหยิบเอาพลั่วของตนเองออกมาจากร่างเ้าลิเวอร์เร่อร์
มันไม่ดูเหมือนกับว่าพลั่วฝังอยู่ในร่างของเ้าลิเวอร์เร่อร์เลยแม้แต่น้อย เพียงพริบตาเดียวมันก็ปรากฏอยู่ในมือของเด็กสาวแล้ว การแสดงนี้มันค่อนข้างน่าประหลาด...
และใช่! ซูหยวนไม่ได้ดึงมันออกมาจากร่างของเ้าลิเวอร์เร่อร์จริงๆ
เธอแค่อาศัยการโกงของพลังฟาร์มเท่านั้น อย่าลืมว่าพลั่วที่เธอพกเป็อาวุธประจำตัวนั้นเป็พลั่วที่ถูกเรียกออกมาจากฟาร์มของเธอ มันคืออุปกรณ์ทำฟาร์มชนิดหนึ่ง ซึ่งซูหยวนเคยใช้งานด้วยวิธีนี้หลายต่อหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าอุปกรณ์ของระบบเกมจะอยู่ที่ไหน อยู่ในมือของใครก็ตาม...ถ้าเธอ้าเรียกให้มันกลับเข้าไปในฟาร์ม มันก็จะกลับเข้าไป
หลังจากนั้นซูหยวนเพียงแค่เรียกใช้อุปกรณ์อีกครั้ง มันก็จะปรากฏขึ้นในมือของเธอเหมือนกับครั้งนี้ ปรากฏการณ์เช่นนี้ทำให้ซูหยวนสบายใจ และเธอก็ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนอุปกรณ์ของตนเองไปสักระยะ เว้นแต่ระบบจะมีการให้อัพเกรดอุปกรณ์ทำฟาร์มเพิ่มนั่นแหละ
“เธอทำแบบนั้นได้ยังไง!”
“น่าแปลกมาก ร่างของลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์แทบจะไม่ขยับเลยด้วยซ้ำ ถ้าบอกว่าเธอมีพลังที่แข็งแกร่งเช่นนั้นจริง ทำไมไม่ใช้พลังของตนเองเพื่อฟาดเ้าลิเวอร์เร่อร์พวกนี้ให้ตกตายไปทีเดียวเลยล่ะ การเลือกใช้วิธีการต่อสู้ที่เน้นการหลบหลีกนี้ แสดงว่าเธอต้องมั่นใจในการเคลื่อนไหวของตนเองมากกว่าพละกำลังแน่ๆ แต่...อ๋า ไม่เข้าใจเอาเสียเลย”
“ปรากฏว่าเธอมีเทคนิคบางอย่างในการต่อสู้แล้วจริงๆ บางที....เธออาจจะได้เรียนรู้เทคนิคลับมาจากใครบางคน และนี่จะทำให้เธอได้เปรียบหลังจากเข้าไปในสถาบัน ต้นกล้านี้ค่อนข้างพิเศษจริงๆ”
ถ้าความปกติทั่วไปไม่สามารถอธิบายเกี่ยวกับการกระทำเช่นนี้ได้ อย่างนั้นก็มีแค่การฝึกฝนเทคนิคในการต่อสู้เท่านั้นที่จะอธิบายเื่เหนือธรรมชาตินี้ได้
บางคนสามารถเคลื่อนไหวจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งด้วยเทคนิคการใช้พลังงานของตนเอง ดังนั้นถ้าซูหยวนจะสามารถหยิบเอาอาวุธของตนเองออกมาได้แม้จะถูกกดทับอยู่ก็สมควรเป็เทคนิคประจำตัวด้วยเหมือนกัน
“ประสบความสำเร็จในการฝึกเทคนิคลับระดับนั้นั้แ่อายุเท่านี้ ... ต่อไปก็คงจะกลายเป็ปีศาจผู้หนึ่งแล้ว” ฟู่พ่ายสบถออกมา เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าเขาคนนี้จะมีความสามารถมากจริงๆ
ข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวายเนื่องจากความสามารถที่คาดไม่ถึงของซูหยวน อย่างไรก็ตาม...ภายในห้องทดสอบนั้นวุ่นวายมากกว่า
เด็กสาวขี่หลังเ้าโคเขาแหลมที่กำลังบ้าคลั่งไปรอบๆ อาศัยความโกรธของมันเพื่อดึงความสนใจให้มันพุ่งตัวไปรอบๆเหมือนกับสัตว์กลายพันธุ์ที่กำลังเป็บ้า ระหว่างนั้นเธอก็ใช้พลั่วของตนเองเพื่อทำร้ายพวกโคเขาแหลมที่อยู่ใกล้ๆไปด้วย เป้าหมายของซูหยวนก็คือฝูงวัวเขาแหลมตัวนี้ก่อน เธอค่อยๆสร้างาแโดยเน้นไปที่ขาของพวกมันเป็อันดับแรก ดังนั้นพลั่วของเธอจึงกดต่ำอยู่เสมอ
พวกลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ส่งเสียงขู่ข้ามอาณาบริเวณ พวกมันอยากจะจัดการเหยื่อตัวจ้อยที่สังหารพวกพ้องด้วยตนเอง แต่ตรงจุดนั้นเป็เขตของพวกโคเขาแหลมกลายพันธุ์ ดังนั้นพวกมันจึงยังไม่เข้าไปวุ่นวายกับการต่อสู้นี้
ซูหยวนไม่รู้ว่าคนที่ออกแบบการทดสอบนี้ทำได้อย่างไร แต่ถ้าพวกเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง สัตว์กลายพันธุ์รวมถึงพืชกลายพันธุ์พวกนี้คงจะต่อสู้กันเองไปนานแล้ว พวกมันไม่เลือกหรอกว่าจะรอกินแค่ซูหยวนเท่านั้นน่ะ ดังนั้นสิ่งที่ต่างจากการต่อสู้จริงก็คือเื่นี้ด้วย
เด็กสาวไม่ได้สนใจสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆอีก ในเมื่อพวกมันไม่ล้ำเขตกันเข้ามา จนกว่าจะจัดการโคเขาแหลมเสร็จ เธอไม่จำเป็ต้องสนใจสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆ
ซูหยวนมีเวลาจำกัดเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นเพื่อเร่งทำผลงานให้ดีที่สุด ดังนั้นเธอไม่จำเป็ต้องสนใจเป้าหมายอื่นที่ยังไม่เชี่ยวชาญ เธอปรารถนาที่จะสังหารโคเขาแหลมให้หมดก่อนเป็อันดับแรก จากนั้นค่อยออกไปหาเ้าลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ที่กำลังรอสู้กับเธออยู่
ตอนนี้เด็กสาวไม่ต่างอะไรกับนักสู้บนหลังของสัตว์กลายพันธุ์ ทว่าโคเขาแหลมตัวอื่นๆดูเหมือนจะไม่เกรงใจพวกเดียวกันแล้ว เดิมทีพวกมันพยายามหลบการวิ่งของพวกเดียวกันเองที่อยากจะสลัดเด็กสาวให้หลุดออกไปจากหลัง แต่เมื่อเพื่อนร่วมสายพันธุ์ไม่สามารถทำอะไรได้ โคเขาแหลมตัวอื่นๆก็เริ่มที่จะลงมือบ้างแล้ว
พวกมันพุ่งเข้าใส่ร่างของโคเขาแหลมที่ซูหยวนกำลังขี่อยู่จนเหมือนกับว่าศัตรูที่แท้จริงก็คือโคเขาแหลมตนนั้น ซูหยวนต้องรักษาสมดุลเพื่อไม่ให้ตกลงไปข้างล่าง พร้อมกันนั้นก็ต้องคอยหลบการโจมตีของพวกโคเขาแหลมตัวอื่นๆด้วย ไม่อย่างนั้นขาของเธออาจจะถูกชนจนแตกหักก่อนที่จะได้ทำอะไร
ยังดีที่ก่อนหน้านี้ซูหยวนใช้พลั่วของตนเองสร้างาแ ตัดเส้นเอ็นของโคเขาแหลมไปหลายตัวแล้ว ดังนั้นเธอจึงสามารถมองเห็นความเชื่องช้าของพวกมัน และอาศัยโอกาสนี้เพื่อเปลี่ยนพาหนะของตน
ปัง!!
เพื่อสงเคราะห์ให้กับพาหนะตนแรกไม่เ็ปจนเกินไป ซูหยวนแทงเข้าไปที่ลำคอของเ้าโคเขาแหลมหนึ่งครั้งเต็มกำลัง ปลิดชีพเ้าโคเขาแหลมตัวใหญ่ได้ในครั้งเดียว
“เธอถือเป็ผู้เชี่ยวชาญในการจัดการกับโคเขาแหลมกลายพันธุ์จริงๆ”
“ใช่ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เธอควบคุมจังหวะของพวกมันได้ทั้งหมด ถ้าเป็แบบนี้ไปเรื่อยๆ...โคเขาแหลมพวกนั้นจะต้องถูกจัดการทั้งหมดฝูง” เมื่อวังเฮ่าและฟู่พ่ายได้ยินทั้งสองคนพูดคุยกัน พวกเขาก็ทำได้แค่ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เท่านั้น
ผู้เชี่ยวชาญในการสังหารโคเขาแหลมงั้นหรือ? เด็กใหม่ที่เพิ่งผ่านการทดสอบ คนที่ยังไม่ได้เข้าสถาบันด้วยซ้ำ เด็กนั่นถูกมองว่าเป็ถึงผู้เชี่ยวชาญเลย? ..... นี่ไม่ใช่ “ว่าที่สัตว์ประหลาด” คนต่อไปงั้นหรอ
…………………………………….