เป็อีกเช้าวันหนึ่งที่สดใสภายในเมืองหลวงเวนเดล พื้นที่จัตุรัสกลางใจเมืองปรากฏร่างผู้คนที่เดินคลาคล่ำไปทั่วอาณาบริเวณ เกวียนรถม้าของผู้คนที่เดินทางและบรรทุกสินค้าต่างวิ่งอย่างคึกคักบนท้องถนน เสียงนกร้องพร้อมแสงแดดอบอุ่นยามเช้าที่ปรากฏต่อหน้าของชายหนุ่ม ทำให้บรรยากาศยามเช้านี้ชายหนุ่มรู้สึกสดชื่นเป็อย่างมาก
"ฮึ้บบบ วันนี้จะต้องเป็อีกวันที่ดีอย่างแน่นอน" ชายหนุ่มผมสีดำที่อยู่บนรถเกวียนบรรทุกสินค้าว่าพลางบิดี้เี ก่อนจะเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าสีคราม และบังคับบังเหียนให้เกวียนรถม้าวิ่งตรงต่อไปยังจุดหมาย
"จุดหมายต่อไป ร้านผ้าขนสัตว์" ชายหนุ่มดึงใบรายการสินค้าขึ้นมาดู ก่อนจะนึกถึงเส้นทางที่ตัวเองต้องไป 'ร้านขายผ้าขนสัตว์ อยู่ติดกับโรงตีเหล็ก โรงตีเหล็กต้องเป็ที่ที่มีปล่องสูงตรงนั้น ถ้าจะไปตรงนั้น ข้าต้องเลี้ยวซ้ายแยกหน้าก็จะถึง' เร็วเท่าความคิด ชายหนุ่มก็บังคับเกวียนม้ามุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่ว่าทันที
"สวัสดีครับ คุณโอเบรอน พัสดุสินค้าส่วนกลางที่คุณสั่งมาส่งแล้วครับ รบกวนช่วยเซ็นรับสินค้าด้วย" ชายผมดำผู้เป็คนเ้าของรถเกวียนสินค้าะโเรียก พร้อมกับะโลงจากรถเกวียนก่อนจะชะโงกหน้ามองหาเ้าของร้าน
"ไง ทาลัส" ชายวัยกลางคนร่างกำยำ กล่าวทักทาย ก่อนจะเดินออกมาจากร้าน
"ก่อนจะให้ข้าเซ็น ทำไมไม่ให้ข้าตรวจเช็คสินค้าที่เ้านำมาส่งเสียก่อนล่ะ คะยั้นคะยอรีบให้ข้าเซ็นรับจริงเชียว หรือว่าเ้าทำสินค้าของข้าเสียหายอีกแล้วล่ะ!?" เ้าของร้านวัยกลางคนที่มีหนวดเคราหนารุงรังซึ่งตรงข้ามกับศีรษะที่ปราศจากเส้นผมโดยสิ้นเชิงนามว่าโอเบรอนพูดก่อนจะเดินไปเปิดกล่องไม้ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของเกวียนบรรทุกสินค้า พบภายในกล่องบรรจุไปด้วยขนกระต่ายป่า หนังหมี และขนสุนัขจิ้งจอก เมื่อโอเบรอนตรวจเช็คสินค้าเรียบร้อยก็เซ็นรับพัสดุให้แก่ชายหนุ่ม
"ดี ดูเหมือนว่าครั้งนี้เ้าคงไม่ได้ไปทำเื่วุ่นวายอะไรมา เลยทำให้สินค้าข้ายังคงอยู่ดีเช่นนี้" โอเบรอนพูดประชดพร้อมหัวเราะร่วน ส่งผลให้ดวงตาสีฟ้าทะเลที่อยู่บนใบหน้าของทาลัสต้องหรุบต่ำลงอย่างรู้สึกผิด และทำได้เพียงหัวเราะแห้งๆ ทั้งเกาหัวแก้เก้อเล็กน้อย
"ก็ใช่ว่าข้าอยากจะให้เป็อย่างนั้นทุกทีเสียเมื่อไหร่กัน" ทาลัสพึมพำ ก่อนจะรับใบเซ็นรับพัสดุกลับคืนมาพร้อมกับขอบคุณเ้าของร้านโอเบรอนและเอ่ยคำลาพร้อมทั้งะโขึ้นรถเกวียน มุ่งหน้าไปยังร้านต่อไป
"และวันนี้ข้าก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน" ทาลัสเอ่ยอย่างแ่เบา พร้อมกับดึงผ้าคลุมเข้ามาให้กระชับตัวมากขึ้น เพราะอยู่ ๆ ร่างกายของชายหนุ่มก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
-ราวครึ่งชั่วโมงก่อน-
"เลเวอร์ ข้าฝากดูร้านด้วยนะ" เสียงจากบุรุษั์ตาสีมรกตกล่าวกับเ้าสิ่งมีชีวิตปกปุยขนสีขาวที่มีดวงตากลมโตสีชมพู ชายหนุ่มโบกมือเล็กน้อยก่อนจะฉีกยิ้มอย่างกวนอารมณ์แล้วก้าวออกไปจากประตูร้าน ปรากฏเสียงกระดิ่งที่ดังขึ้นคราหนึ่งท่ามกลางความเงียบเป็เชิงรับรู้ สายตาเ้ากระต่ายตัวน้อยยังคงจับจ้องเ้าของร่างนั้นทะลุผ่านกระจกใสของประตูขอบไม้โบราณที่ออกแบบมาอย่างประณีต จนกระทั่งร่างนั้นลับสายตาไปในฝูงชน
ข้างด้านในตัวร้านจัดว่าเป็ร้านค้าที่หน้าตาค่อนข้างแปลกประหลาด ด้วยการตกแต่งสไตล์ตะวันตก ประดับด้วยนาฬิกาเรือนโตสองเรือนอยู่ชั้นบนของร้านทั้งฝั่งซ้ายและขวาอย่างละเรือน หน้าปัดของนาฬิกาหันหน้าออกไปทางหน้าต่างทรงกลมซึ่งมีขนาดเท่าหน้าปัดของนาฬิกาอย่างพอดิบพอดี ทำให้ด้านหน้าร้านมีผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้ความสนใจเป็พิเศษ พื้นที่ในร้านถูกจัดว่ากว้างมาก แม้จะมีสิ่งของมากมายอยู่เต็มร้านแต่ก็ไม่ได้ทำให้รกหูรกตาเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมีชั้นวางของที่เรียงรายไปด้วยขวดยาหลากสีสันหลายรูปทรงอยู่ และมีเคาน์เตอร์สีน้ำตาลอมทองที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่กลางร้าน
ลูกค้าที่เดินผ่านเข้าประตูร้านมานั้นจะได้ยินเสียงกระดิ่งที่มาจากกระดิ่งบนปลอกคอที่ทำจากริบบิ้นสีชมพูเป็เสียงทักทายเสมอ และเ้ากระต่ายน้อยก็จะะโวิ่งวนไปมาภายในตัวร้าน โดยเสียงกระดิ่งจะดังเป็ครั้งคราวตามจังหวะการะโของมัน นอกจากกระดิ่งแล้วยังมีป้ายที่ทำจากโลหะสีเงินที่สลักชื่อเป็อักษรสีชมพูเรืองแสงไว้ว่า ‘Leveret’ อีกด้วย
ในร้านจะมีตู้หยอดเหรียญเซนี*ที่ติดอยู่กับฝาผนังตรงทางออกใกล้ประตู ไว้สำหรับจ่ายค่าสินค้าข้าง ๆ ตู้รูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัสจะเป็ช่องสำหรับใส่สินค้าเพื่อนำออกไปนอกตัวร้าน หากลูกค้าไม่ได้หยอดเหรียญตามที่ราคากำหนดไว้สินค้าจะไม่ถูกส่งออกไปนอกประตู และหากมีผู้ใดนำสินค้าออกผ่านไปทางประตู จะพบว่าส่งสินค้าจะถูกทำให้เสื่อมสภาพไม่สามารถนำไปใช้งานได้ต่อโดยทันที
เมื่อลูกค้าเดินผ่านประตูเข้ามาด้านใน จะพบแผ่นป้ายที่เขียนอธิบายเกี่ยวกับสินค้าและพื้นที่ที่ถูกแบ่งไว้บริเวณด้านในตัวร้าน
โซนแรกจะอยู่ด้านทิศตะวันออกของร้านเป็โซนยาทั่วไปที่มีสีสันสดใสเช่นพวกยารักษา กับยาที่ไว้กลั่นแกล้งก่อกวน ที่จะเน้นไปทางยาที่ก่อให้เกิดอาการประหลาด ๆ ส่วนใหญ่
โซนสองคือบริเวณตะวันตกที่เป็ยาที่ออกฤทธิ์แบบพิเศษอยู่ตรงข้ามกับโซนแรก ยาโซนนี้ต้องมีใบอนุญาติจากพวกขุนนางระดับชั้นมาร์ควิส* ขึ้นไปเท่านั้น โดยยาโซนนี้ถูกจัดเป็ยาที่มีผลข้างเคียงสามารถก่อให้ความเสียหายหรืออาการผิดปกติหลังใช้
และโซนสามหรือโซนสุดท้ายจะอยู่ั้แ่ด้านหลังโต๊ะสีน้ำตาลอมทองไปจนสุดกำแพงหลังร้าน เป็พื้นที่ที่เก็บยาที่ให้ผลออกมาไม่แน่นอน จะสุ่มอาการแปลกประหลาดออกมาแทบจะไม่ซ้ำกัน ในบรรดาโซนยาทั้งหมดในร้านแล้ว โซนนี้จัดว่าเป็โซนที่มีปริมาณขวดยามากที่สุด
*หมายเหตุ ในการดื่มยาแต่ละครั้ง ผลของยาที่สุ่มออกมานั้นจะสุ่มอาการแปลกประหลาดออกมาโดยที่ผลของยาจะไม่เป็แบบเดียวกันเกิน 3 ครั้ง ในแต่ละวัน
นอกจากนี้ภายในร้านยังพบแผ่นกระดาษสีขาวตั้งหราอยู่กลางโต๊ะเคาน์เตอร์อีกด้วย ลูกค้าที่ได้อ่านข้อความในกระดาษ บ้างก็ส่ายหน้าช้า ๆ พร้อมกับถอนหายใจ บ้างก็สบถด่าออกมาเบา ๆ ทำเอาบางคนถึงกับคิ้วขมวดเลยทีเดียว
'บริการตัวเอง?'
ลูกค้าที่เข้ามาเมื่อได้อ่านข้อความบนแผ่นกระดาษพลางคิดอย่างสงสัย 'นี่มันเอาจริงใช่ไหมเนี่ย ?' ระหว่างที่คิดก็กวาดสายตาไปบริเวณรอบ ๆ ตัวร้าน เพื่อควานหาตัวเ้าของแผ่นกระดาษใบนี้ แต่ก็ไม่พบแม้แต่วี่แวว ทันใดนั้นเองตัวอักษรบนกระดาษก็เลือนหายไป แล้วปรากฏเป็ตัวอักษรใหม่ขึ้นมาบนหน้ากระดาษ ซึ่งสร้างความแปลกใจให้ผู้มาเยือนไม่น้อย
'หากเ้ามีข้อสงสัยใด เ้าสามารถถามข้าได้' ข้อความที่เรียงขึ้นมาใหม่ ทำให้ลูกค้าถึงกับต้องเลิกคิ้ว ก่อนจะเริ่มมองหาสิ่งที่ข้อความนี้กำลังบ่งบอกถึง ก็พบว่าเ้ากระต่ายขนสีขาวกำลังมองจ้องตนด้วยตาดวงกลมใสบริสุทธิ์
"นี่เป็ฝีมือเ้าอย่างงั้นรึ ?" ชายหนุ่มกล่าวถาม
กริ๊ง ..
เสียงกระดิ่งดังขึ้นมาพร้อมกับร่างของ 'เลเวอร์' ที่ะโขึ้นมาปรากฏบนโต๊ะ และแสงที่สว่างวาบขึ้นมาอีกคราบนกระดาษ
'แล้วเ้าเห็นใครนอกจากข้าไหมล่ะ ?' ตัวอักษรที่เปลี่ยนไปทำให้บุรุษตรงหน้าถึงกับหางคิ้วกระตุก
"อืม ถ้าเช่นนั้นก็มาเข้าเื่เถอะ" ชายหนุ่มกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเพ่งมองเ้ากระต่ายขนขาวอย่างพินิจพิเคราะห์แล้วเอ่ยต่อไปว่า "ข้า้าซื้อยาห้ามเืชนิดพิเศษ" ชายหนุ่มไม่ว่าเปล่า วางใบสั่งซื้อสินค้าลงบนโต๊ะ พร้อมใบอนุญาติ
"ข้า้ายาชนิดนี้จำนวน 10 ชิ้นด้วยกัน เ้ามีสินค้าจำนวนเพียงพอต่อความ้าข้าหรือไม่?" เสียงทุ้มเอ่ยถาม
สิ้นสุดคำถาม ข้อความบนกระดาษก็เริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง 'ยาที่ออกฤทธิ์เกี่ยวกับร่างกาย จะวางอยู่ที่ชั้นวางที่ 4 บริเวณปีกตะวันตกของตึก เ้าสามารถเดินไปหาด้วยตัวของเ้าเองได้เลย'
ทันทีที่ชายหนุ่มอ่านข้อความจบก็สาวเท้าออกไปยังตำแหน่งที่ข้อความบนกระดาษเอ่ยถึง ก่อนจะเดินไล่ตรวจสอบขวดยาไปอย่างช้า ๆ จนกระทั่งพบตัวยาที่มีข้อความเขียนอยู่ด้านหน้าชั้นวางของขวดยาว่า
ยาห้ามเืชนิดพิเศษ
สถานะ : ยาที่ใช้ในการห้ามเืแผลที่มีขนาดใหญ่ได้ ทำให้เืเกิดการแข็งตัวชั่วคราว
จำนวน : 15
วิธีใช้ : ชโลมลงบริเวณแผล
ระยะเวลาแสดงผล : 2 ชั่วโมง
ผลกระทบ : อ่อนแรงและง่วงนอน
คำเตือน : ไม่สามารถหยุดอาการเืไหลที่เกิดจากแผลภายในได้
เมื่อพบสินค้าดังกล่าวแล้ว เ้าของร่างสูงก็หยิบสินค้าลงสู่ตะกร้าทีละขวด จนครบจำนวนที่้า และหันหลังเดินกลับไปยังบริเวณเคาน์เตอร์ พร้อมกล่าวขอบคุณเ้ากระต่ายน้อย ก่อนจะเดินออกไปที่ประตูพร้อมกับหยิบเงินออกมา 2000 เซนี หยอดลงตู้สินค้าที่อยู่ด้านข้างของประตู และหย่อนสินค้าลงไป จากนั้นก็ก้าวออกจากร้านไปในที่สุด
กริ๊ง
เสียงกระดิ่งที่ดังขึ้นนั้นมาจาก้าประตูทางออกพร้อมกันกับเสียงกระดิ่งบนคอของเลเวอร์ของกระต่ายขนปุยขาวที่มาปรากฏกายบริเวณด้านหน้าประตู
หลังจากร่างสูงได้เลือนหายไปจากสายตาแล้ว เลเวอร์ก็มองออกไปยังนอกร้านอย่างเหม่อลอย พร้อมคิดในใจว่า ‘อืมมม หวังว่าวันนี้เ้านายคงจะไม่ไปสร้างเื่วุ่นวายอีกกระมัง..’
"หยุด! ข้าบอกให้เ้าหยุด!! หยุดซะ ไม่งั้นจะหาว่าข้าไม่เตือน !!" เสียงะโไล่หลังรถม้าที่พยายามควบเกวียนหนีเ้าของเสียงอย่างสุดชีวิต ไร้ซึ่งยางอายจากสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมองมาที่ 'เขา' แต่สายตาเ่าั้ก็มองอยู่เพียงครู่เดียวก่อนที่จะหันกลับไปทำธุระของตัวเองต่อราวกับเป็เื่ปกติ
"ไม่มีทางซะล่ะ กี่ครั้งแล้วที่เ้าก่อเื่จนทำให้ข้าต้องเดือดร้อน!" คนถือบังเหียนะโตอบใส่ชายหนุ่มที่วิ่งตามมาอย่างไม่หยุดหย่อนพร้อมกับสะบัดสายบังเหียนเพื่อเพิ่มความเร็วเกวียนให้มากขึ้น ความคิดในหัววิ่งพล่านหาทางออกว่าจะทำอย่างไรถึงจะรอดพ้นจากมหันตภัยที่ใกล้จะเข้ามา! แต่ก่อนที่ทันจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ก็ได้ยินเสียงที่ให้เ้าตัวถึงกับคิ้วกระตุกในทันที
"เ้าแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะไม่หยุด?" รอยยิ้มมุมปากของบุรุษผู้กำลังวิ่งไล่ตามเริ่มเผลอขึ้นนิดๆ
"ไม่! ข้าไม่หยุด!" เสียงโหวกเหวกโวยวายตอบอย่างทันทีไร้ซึ่งการไตร่ตรองใดๆ
"แต่ถ้าเ้าไม่หยุด เ้าก็น่าจะรู้ตัวนะว่าเ้าจะต้องเจอกับอะไร!" เสียงขู่เย็นยะเยียบที่ดังมาพร้อมกับรอยยิ้มเ้าเล่ห์ อันมีผลให้เ้าตัวผู้กำลังขับเกวียนต้องชะงัก ก่อนจะเผลอชะลอความเร็วของเกวียนช้าลงอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการข่มขู่ของเขานั้นได้ผล เพราะลึกๆ ในใจของทาลัสแล้ว เขายังจำถึงเหตุการณ์ในอดีตได้ดี ถึงเกวียนสุดรักของตนในอดีต ที่บัดนี้มันไม่ได้อยู่ให้เห็นแม้แต่ซากอีกต่อไปแล้ว
“เ้า.. คราวนี้เ้า้าอะไร ?” น้ำเสียงที่สั่นเครือเจือด้วยความหวาดกลัวหลุดออกมาจากปากของทาลัส เอ่ยถามถึงจุดประสงค์ของชายหนุ่ม
ั์ตาสีเขียวมรกตสว่างทอประกายฉายแววสนุกสนานเหมือนดั่งเด็กได้ของเล่นที่ถูกใจ ก่อนจะเหยียดยิ้มบาง ๆ หยิบผ้าคลุมสีน้ำตาลขึ้นมาสะบัดคราหนึ่งก่อนจะนำมาคลุมตัวแล้วยกมือขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปยังสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า.. แล้วตอบคำถามที่ทำให้คนฟังถึงกับต้องสะดุ้งอ้าปากค้าง
“ข้า้าจะเข้าไปด้านในของพระราชวัง” เ้าของรอยยิ้มเอ่ยจุดประสงค์ของตนขึ้นมาก่อนจะฉีกยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยต่อไปว่า “และเ้าต้องช่วยข้า เพราะมิฉะนั้นแล้วล่ะก็..”
“ข้าจะะเิเกวียนเ้าทิ้งซะ!”