ไอ้ก้อนๆบนกำแพงประหลาดนี่ ชวนให้วิฬาร์นึกถึงเกมเลื่อนกล่องในคอมพิวเตอร์ขึ้นมาในเกมจะมีกล่องหลักให้ผู้เล่นพยายามเอามันออกจากห้องนั้นให้ได้ และระหว่างทางจะมีกล่องรองขวางทางอยู่ ผู้เล่นต้องเลื่อนทั้งกล่องหลัก และกล่องรองเพื่อจัดเรียงเส้นทางให้กล่องหลักออกไปนอกห้องให้ได้ ถ้าเกิดเลื่อนกล่องรองผิดพลาดสถานเบาอาจจะเลื่อนกลับมาแล้วคิดใหม่ได้ แต่สถานหนักคือเริ่มเกมใหม่เท่านั้น
พอคิดถึงตรงนี้วิฬาร์ก็ขนลุกวาบ
ไอ้กำแพงหินนี่กว้างสูงอย่างน้อยข้างละสิบเมตรเรียกได้ว่าเป็กระดานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ไม่รู้ว่าต้องสิ้นเปลืองความคิดเท่าไหร่ถึงจะเล่นเกมนี้จบ
เขาเดาว่ากล่องขาวน่าจะเป็กล่องรองที่ให้เลื่อนหลบทางโดยมีกล่องเหลืองแทนตัวผู้เล่นที่ต้องดันกล่องแดงไปเรื่อยๆ และมีแนวสีดำเป็กำแพงที่ต้องหลบหลีก
เกมเลื่อนกล่องทั่วไปถ้าระหว่างทางมีกล่องขวางอยู่สักห้าใบสิบใบ ก็พอให้เล่นได้อย่างน้อยเกมละห้านาทีแล้วแต่ไอ้กระดานนี้ เขาเห็นกล่องขาวขวางอยู่ไม่ต่ำกว่าสองสามร้อยเกรงว่าถ้าไม่มีสองสามชั่วโมง ไม่รู้จะเล่นเกมนี้จบมั้ย
เขาที่เห็นว่าคนอื่นยังยืนตีมึนกันอยู่ก็อธิบายความคิดเขาให้ฟัง
ทุกคนฟังพลางหันไปมองกำแพงที่ตั้งอยู่ราวกับป้ายโฆษณาั์ใช้ความคิดดูก็ไม่เห็นว่าจะแย้งอะไรได้ แต่สุดท้ายกลับเถียงกันว่าควรเล่นหรือควรรีบออกไปจากห้องนี้กันแน่
แต่ยังไม่ทันได้เถียงอะไรกันผู้เล่นคนหนึ่งบังเอิญถอยหลังเข้าไปใกล้กำแพงั์นั่นหน่อยเดียวหน้าต่างของระบบทุกคนก็เด้งพรึ่บขึ้นมา
“แจ้งเตือนจากระบบเส้นทางเื้ัประตูทั้งสิบบาน จะนำไปสู่ผลลัพธ์ปลายทางที่แตกต่างกันผู้เล่นสามารถลดความเสี่ยงจากผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ด้วยการนำทางกล่องสีแดงออกจากพื้นที่ที่กำหนดทุกการเลื่อนกล่องข้ามเส้นแบ่งเขตหนึ่งครั้ง บานประตูจะปิดลงหนึ่งบานขอให้ผู้เล่นโชคดี”
หลังจากระบบแจ้งเตือนจบบนกระดานเกมั์นั่นก็มีเส้นสีขาวเรืองแสงขึ้นสิบเส้น ไล่จากในไปนอก
มันเรืองขึ้นสะเปะสะปะคาดว่าคงอิงตามเส้นทางที่กล่องแดงจะถูกเลื่อนออกไป ดูท่านี่เป็งานใหญ่เลยทีเดียว
แค่เส้นแรกวิฬาร์ก็เห็นกล่องขาวกระจายตัวขวางอยู่สี่ทิศแปดทาง สิบห้านาทียังไม่รู้ว่าจะแก้ได้มั้ยยิ่งเถิบไปเส้นถัดๆ ไป กล่องขาวก็ยิ่งเยอะกว่าเดิม ถ้าสมมติว่าต้องใช้เวลาชั้นละยี่สิบนาทีรวมกันสิบชั้นก็ปาเข้าไปสองร้อย เป็เวลากว่าสามชั่วโมงเศษ
นี่ไม่นับว่าต้องหยุดพักสมองด้วยนะแค่คิดก็หนาวแล้ว
จากนั้นพื้นด้านหน้าพวกเขาก็มีแท่นหินขนาดประมาณโพเดียมในเวทีทั่วไปงอกขึ้นมาจากพื้นพอชะโงกหน้าเข้าไปดู ก็เห็นว่าเป็กระดานจำลองมาจาก้าเหมือนกันเป๊ะๆต่างกันแค่ขอบเขตของมันโชว์แค่ด้านละห้าคูณห้ากล่องเท่านั้นคิดว่าระบบเกมคงให้เอาไอ้นี่ใช้เป็คันบังคับกล่องบนนั้นจะได้ไม่ต้องทำอะไรให้วุ่นวายอย่างใช้เวทมนตร์ดันกล่องตรงๆ
วิฬาร์มองแท่นหินนั่นแล้วพลันรู้สึกย้อนแย้งแปลกๆเพราะตอนนี้พวกเขากำลังจะเล่นเกมตอนที่กำลังเล่นเกมอยู่อีกที
เห็นได้ชัดว่าทุกคนในที่นี้แม้จะมีที่มาที่ไปแตกต่างกัน แต่เกมเรียบง่าย แบบนี้ก็เคยผ่านตามาบ้างจึงรู้สึกถึงความหนักเบาของเื่นี้เป็อย่างดี
เกมแบบนี้หากเล่นห้านาทีสิบนาทีไม่ยาก
แต่ถ้าเล่นต่อกันสามชั่วโมงหรือครึ่งวันเกรงว่าคงต้องมีอาเจียนออกมากันบ้างไม่มากก็น้อย
แถมพวกเขายังไม่รู้อีกว่าถ้าเกิดดันกล่องผิดขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้น
ไปกระตุ้นกลไกพิสดารอะไรเข้า?หรือแค่ไปต่อไม่ได้?
หลายๆคน เหล่มองไข่หินรอบด้านอีกครั้ง
แม่งเอ้ย! อย่าบอกนะว่า…
พริบตาถัดมาความคิดบางอย่างก็ฉายประกายวูบเข้ามาในหัวทุกคน
ไม่ใช่ว่าถ้าดันกล่องผิดแล้วไอ้ที่อยู่ในไข่จะโผล่พรวดออกมาหรอกมั้ง?
ทั้งหมดปรึกษากันอย่างหวาดหวั่นจะเล่นหรือไม่เล่นดี
วิฬาร์เองก็คิดไปในทิศทางเดียวกัน
หลังจากถกเถียงกันสุดท้าย ทุกคนก็ตกลงกันว่าลองเล่นดูสักหน่อย ต่อให้ดันกล่องผิดจริงเชื่อว่ากลไกคงไม่ถึงกับฆ่าพวกเขาในทันที เพราะนั่นก็จะไร้เหตุผลเกินไป
จากนั้นก็มาถึงปัญหาถัดมา
ใครจะเป็คนเล่นเกมนี้
ถ้าต้องมานั่งเถียงกันทีเลื่อนกล่องที เกรงว่าสามวันเจ็ดวันก็คงเล่นไม่จบ
“ผมเล่นเอง”ผู้เล่นคนหนึ่งที่วิฬาร์จำได้ว่าชื่อแองเคอร์ออกตัวก่อนคนแรกแม้ว่าเ้าตัวจะดูไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่วิฬาร์คิดว่าคงเป็เพราะกลัวถูกขัดมากกว่าเลยดูกล้าๆ เกร็งๆ แบบนี้
คนอื่นพอได้ยินแองเคอร์ออกตัวแรงก็มองหน้ากันเลิ่กลั่กบางคนรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้เล่นเกมแนวนี้เก่งนักแต่อีกใจก็กังวลว่าถ้าเกิดเลื่อนกล่องผิด แล้วใครจะรับผิดชอบสุดท้ายผู้เล่นที่คนหนึ่งก็เอ่ยปากพูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดูถูก
“เลเวลอย่างนายเนี่ยนะจะเล่นเกมกล่องนี่ได้?”วิฬาร์ฟังเสร็จ ถึงกับต้องประมวลผลในหัวสามวินาทีเต็มๆ ก่อนจะเอ่ยแย้งด้วยความงุนงง
“ผมเพิ่งรู้ว่าเล่นเกมพัซเซิลเก่งไม่เก่งเกี่ยวกับเลเวลด้วย?” เขามองผู้เล่นคนนั้นเหมือนมองตัวประหลาด
คนอื่นก็งงเช่นกันนั่นสิ มันเกี่ยวกันตรงไหน?
ผู้เล่นคนนั้นผงะไปเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าถูกความคิดเื่เลเวลสูงกว่าจะต้องเก่งกว่าครอบงำอย่างนักจนเอ๋อไปแล้ว
“เอ่อ...”แองเคอร์สตันไปแป๊บนึงเหมือนกันที่โดนแย้งด้วยเหตุผลทางด้านเลเวล เลยตอบด้วยน้ำเสียงมึนๆ กลับมา
ส่วนผู้เล่นที่แย้งเขาก็หน้าเขียวหน้าดำอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่เหมือนอมอะไรไว้ เห็นได้ชัดว่าใจอยากจะแย้งแต่ยังหาเหตุผลที่ฟังขึ้นไม่ได้
“ไปเถอะลองดู” วิฬาร์ช่วยให้ท้าย
ถ้าให้เขาเล่นเกมนี้เองก็ไม่ใช่เื่เหลือบ่ากว่าแรงอะไร แต่ในเมื่อมีคนอื่นเล่นได้ เขาก็ยินดี
คนอื่นหันมองตากันหลายรอบคาลอสเองก็ไม่ได้ขัดอะไร ดูเหมือนเขาเองคงไม่ได้ถนัดเกมแนวนี้นัก
แองเคอร์เดินไปที่หน้าแท่นนั่นลูบมือสองข้างกับชายเสื้อเพื่อเช็ดเหงื่อที่ออกมาพร้อมความตื่นเต้น เป่าลมออกจากปากอีกสองสามพรวดจากนั้นก็เงยหน้ามองไปที่เกมกระดานั์นั่น
“เตรียมพร้อมนะครับผมจะเริ่มเลื่อนแล้ว”
ทุกคนตื่นตัวขึ้นมาทันทีนับว่าโชคดีที่กลุ่มคนที่เหลือไม่ได้มีใครโต้แย้งขึ้นมาอีก
แต่ละคนมองตากันไปกันมาอีกราวกับว่าจะสื่อสารกันทางจิตสุดท้ายวิฬาร์ก็ถอยห่างออกมา หันหน้าไปทางไข่หินเตรียมป้องกันไอ้ตัวอะไรก็ตามที่อาจจะโผล่ออกมาตามแิเมื่อกี้คนอื่นเห็นแบบนั้นก็ทำตามบ้างตอนนี้เลยกลายเป็ว่าพวกเขาล้อมแองเคอร์ไว้ตรงกลางเหมือนไข่แดง รอคอยการเลื่อนกล่องครั้งแรกอย่างใจจดใจจ่อ
จากนั้นแองเคอร์ในชุดผู้เล่นเริ่มต้นก็เริ่มเกมด้วยการใช้กล่องเหลืองแทนตัวผู้เล่นดันกล่องแดงไปทางขวามือ
กริ๊ก…
กล่องแดงบนกำแพงั์เลื่อนตามทันที
แทบจะวินาทีเดียวกันไข่หินใบหนึ่งที่ใกล้กับพวกเขาพลันเรืองแสงสีเขียวอ่อนๆ ออกมา
คมวายุที่อยู่ใกล้ไข่ใบนั้นผงะหนีแล้วส่งเสียงดังอ๊าพาคนอื่นๆ ะโโหยงตาม แต่เนื่องจากมีกำแพงดำนี่บังอยู่ห้าคนของอีกฟากรวมทั้งวิฬาร์จึงไม่ทันเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นพากันชะโงกหน้ามาดูอย่างสงสัย
“ไข่มันเรืองแสง”
ทุกคนกระชับอาวุธสีหน้าแตกตื่น
ไข่หินใบนั้นเรืองแสงสีเขียวนวลตาขึ้นมาเพิ่มความสว่างให้อีกฝั่งนิดหน่อย แต่ไม่ได้ขยับอะไรเพิ่มเติมทำให้ทุกคนไม่รู้จะตอบสนองอะไร วิฬาร์เองก็งงหนักกว่าเก่า
“ระดับพลังเวทมนตร์ยังลดลงอยู่มั้ย?”เขาลองโยนคำถามใส่ผู้เล่นที่จุดไฟเวทอยู่ เผื่อว่ามันเกี่ยวข้องกัน
“ลดเร็วเหมือนเดิม”
“งั้นลองขยับกล่องอีกซิ”คาลอสบอก เขาเองก็นึกอะไรไม่ออกเหมือนกัน
แองเคอร์ขยับกล่องแดงอีกทีแล้วชะโงกหน้ามาดู
ไข่ใบที่ติดกันทางด้านขวาพลันเรืองแสงสีเขียวขึ้นมาอีก
คราวนี้พวกเขาเตรียมใจไว้ก่อนจึงไม่มีใครใอีกรอบ
“หรือว่า…”ผู้เล่นคนนึงพูดอย่างลังเล
“อะไร?”
“นี่แปลว่าเราขยับถูกแล้วมั้ง?สีเขียวดูไม่น่าเป็อัตรายอะไรนี่” ฟังดูก็เหมือนมีเหตุผลดีเหมือนกัน
เกมนี้ถูกออกแบบโดยบริษัทเกมแน่นอนละ เขาก็ต้องเป็มนุษย์เหมือนกัน และตามสัญชาตญาณแล้ว ถ้าสมมติหย่อนใครสักคนลงไปกลางทางแยกด้านซ้ายมีไฟสีแดงติดอยู่ ส่วนด้านขวามีไฟสีเขียวติดอยู่ คงมีไม่กี่คนที่คิดจะเลี้ยวซ้ายแน่ๆเพราะลึกๆ แล้วคนปกติเชื่อว่าสีแดงเป็สีของอันตราย
พอเห็นว่าไม่มีอะไรทุกคนก็รอให้แองเคอร์เล่นเกมต่อ
เขาเลื่อนกล่องอีกทีพอชะโงกหน้ามาดู ไข่หินก็เรืองแสงอีกใบ เลื่อนอีกรอบก็เรืองแสงอีกแองเคอร์เลยเริ่มมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม
หลังจากได้ความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาคราวนี้แองเคอร์เลื่อนกล่องได้ค่อนข้างเร็วเลยทีเดียว
....................
ตอนนี้ผ่านไปยี่สิบนาทีแองเคอร์กำลังจะผ่านเส้นสีขาวแรกแล้ว
ทุกครั้งที่เขาเลื่อนกล่องไม่ว่าจะกล่องแดงหรือขาวที่ขวางทางอยู่ ไข่หินจะเรืองแสงสีเขียวออกมาเรื่อยๆทำให้ตอนนี้พวกเขาไม่ต้องจุดไฟเวทมนตร์ก็พอมองเห็นทุกอย่างรอบตัวได้ชัดเจนระดับนึง
“เอ่อ…ผมจะเลื่อนกล่องตัวนี้แล้วนะ”แองเคอร์หันมาบอกด้วยสีหน้าหวาดหวั่น เขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าถ้าเลื่อนกล่องข้ามเส้นขาวไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นหวังว่าที่ระบบบอกมา จะไม่ใช่เื่โกหก
ทุกคนพยักหน้าบอกว่าเตรียมพร้อมแล้ว
จากนั้นพลุไฟก็ถูกยิงออกไปอีกครั้งเพื่อให้เห็นเหตุการณ์ได้ชัดๆ
และแองเคอร์ก็เลื่อนกล่องแดงข้ามเส้นสีขาวไป
วินาทีต่อมาเสียงครืนดังสนั่นก็ลั่นขึ้น
ถ้าหากให้ประตูที่พวกเขาเดินเข้ามาเป็หมายเลขหนึ่งแล้วนับบานอื่นตามเข็มนาฬิกาแล้วตอนนี้ประตูหมายเลขสามกำลังเคลื่อนตัวลงมาช้าๆ จาก้าไม่นานก็ส่งเสียงตึงตังเป็ครั้งสุดท้าย ปิดทางด้านนั้นไม่ให้ใครเข้าออก
“งั้นที่ระบบบอกก็เชื่อได้”
หลักฐานกองอยู่ตรงหน้าทนโท่ภายใต้แสงสว่างของพลุไฟขนาดนี้คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
คาลอสจึงพยักหน้าให้แองเคอร์เล่นต่อ
เขาพ่นลมหายใจระบายความอึดอัดดังฟู่เช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเต็มหน้ารอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ จากนั้นก็หันกลับไปเล่นเกมต่อด้วยท่าทีมุ่งมั่นทำให้วิฬาร์เองนับถือเขาขึ้นมาไม่น้อย ส่วนไอ้คนที่แย้งเย้วๆ เมื่อกี้ตอนนี้ก็นั่งหงิมๆ อยู่ข้างๆ มองดูแองเคอร์เล่นเกมไปเงียบๆ
หลังจากนั้นกว่าชั่วโมงแองเคอร์เริ่มเล่นเกมช้าลงเรื่อยๆ เพราะทิศทางการเคลื่อนที่ของกล่องแดงเริ่มซับซ้อนมากขึ้นทุกทีบางครั้งเขาต้องจ้องกระดานอยู่เป็นาที ถึงจะเลื่อนกล่องแดงได้ครั้งนึงแต่อย่างน้อยตอนนี้ ก็ปิดประตูทิ้งไปได้แล้วสามบาน คือประตูหมายเลขสาม หก และแปด
แต่ผู้เล่นรอบๆเริ่มมีท่าทีกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ดูก็รู้ว่าเริ่มหมดความอดทนแล้ว
ส่วนวิฬาร์ไม่ได้มีท่าทีอะไรเขากลับเป็คนที่ยืนให้กำลังใจแองเคอร์มากที่สุดด้วยซ้ำ
วิฬาร์รู้ดีว่าภารกิจแบบนี้คือหนึ่งในภารกิจที่น่ารำคาญที่สุดในเกมเป็การทดสอบความอดทนอย่างหนึ่ง แน่ละ ไม่ต้องไปสู้รบตบมือกับสัตว์อสูรตัวเบ้งหรือไปวิ่งหาของ ติดต่อ NPCให้วุ่นวาย แค่ใช้ความคิดอย่างหนัก กับความอดทนเกินมนุษย์เท่านั้น
หากเทียบกันแล้ววิฬาร์ยินดีขลุกอยู่ในนี้หนึ่งวัน ดีกว่าต้องออกไปวิ่งวุ่นทั่วเมืองเพื่อส่งของโน่นนี่นั่นให้ขาลาก
แต่เหมือนว่าผู้เล่นคนอื่นจะไม่คิดอย่างนั้น
มีสองสามคนที่เห็นว่าภารกิจนี้ไม่มีอะไรให้ทำแองเคอร์เองก็ยังไม่เดินหมากผิดพลาด ตอนนี้จึงแตกแถว เดินวนๆ ดูไปทั่ว คนอื่นๆเองก็ไม่ได้คิดจะห้ามปรามอะไรเพราะการนั่งแช่อยู่กับที่เป็ชั่วโมงก็ไม่ใช่เื่ง่ายเหมือนกัน
“อ๊ะ!” แต่จู่ๆ เสียงอุทานอย่างใก็ดังขึ้น
วิฬาร์ที่มองโน่นนี่นั่นอยู่ตวัดสายตากลับมามองกระดานทันที
กล่องขาวที่แองเคอร์เลื่อนหลบกล่องแดงดันหลบไปอยู่บริเวณมุมมุมหนึ่งที่ไม่สามารถเลื่อนได้อีกต่อไปทำให้แองเคอร์หน้าซีดเป็ไก่ต้มทันที ไม่รู้ว่าเขาพลาดเพราะเลื่อนผิดหรือเกิดอะไรขึ้นกันแน่
วิฬาร์เห็นดังนั้นก็เบิกตากว้างแต่ยังไม่ทันหมุนตัวไปดูว่าไข่ใบถัดไปเรืองแสงอะไรขึ้นมา เสียงกุกกักบางอย่างก็ดังขึ้นทำลายกลางความเงียบ
พอหันไปจนเห็นถนัดตาไข่หินใบหนึ่งก็โดดเด่นขึ้นมาในคลองจักษุเขาทันที
ไข่หินใบนั้นเรืองแสงสีแดงเรื่อบริเวณเปลือกเผยอขึ้นมาราวถูกอะไรข้างในดีดออก ส่งเสียงหึ่งๆ ขึ้นอย่างน่ากลัว